ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 12

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,แฟนตาซี,Y,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 18:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
12
แบบอักษร

2018-02-07

"คารวะท่านพ่อ พี่ตั๋วลู่" คนคารวะแต่ยังไม่ยอมวางกวางที่พาดบ่าลง

"ไปล่าสัตว์มาหรือ" องค์ชายตั๋วลู่ทักทายแทนบิดาที่ทำหน้าเอือมระอา จะดุด่าก็ไม่ถนัดเพราะพระองค์ก็เป็นผู้หนึ่งที่ตามใจลูกเป็นอย่างมาก ผิดกับตั๋วลู่ที่รู้หน้าที่ของตัวเองตั้งแต่เด็กจนเขาไม่ต้องจ้ำจี้จ้ำไช

"ก็เห็นอยู่ ข้าจะให้ห้องเครื่องตุ๋นไปถวายพวกท่านนะ ข้าไม่ขวางท่านแล้ว เชิญเถอะ" องค์ชายจงซินก้าวเท้าเบี่ยงไปด้านข้างก่อนที่จะล้มคว่ำลงไปแล้วไม่ฟื้นอีกเลยสร้างความอลหม่านไปทั่วทั้งวังหลวง

"ตามหมอหลวงเร็วเข้า ตั๋วลู่แบกน้องไปเร็ว" ฮ่องเต้ซีจิ่นสั่ง พระองค์เป็นรักบุตรชายผู้นี้มากกว่าใครเพราะถือกำเนิดจากคนรักแต่เพราะตำแหน่งของบิดาของสนมหลิวอี้เฟยในตอนนั้นต่ำกว่าบิดาของฮองเฮาขั้นหนึ่ง พระองค์จึงต้องรับหลี่ซวงอี๋เป็นฮองเฮาส่วนหลิวอี้เฟยได้เป็นสนมเอกโดยที่ทุกคนต่างเข้าใจดี กับฮองเฮาพระองค์ให้ความเกรงใจและเคารพกันและกันโดยพระองค์รับสนมเพียงสามคนซึ่งอีกสองคนเป็นองค์หญิงต่างแคว้นจึงจำต้องรับมาอย่างเสียไม่ได้

องค์ชายตั๋วลู่ใช้เร่งฝีเท้าแบกน้องชายไปยังตำหนักของเจ้าตัวด้านในของพระราชวัง ขันทีรีบเปิดประตูให้พระองค์เข้าไปวางน้องชายลงบนเตียง องค์ชายตั๋วลู่ตรวจดูบาดแผลภานนอกแต่ก็ไม่พบ พระองค์หันมาส่ายหน้าให้พระบิดา

"น้องไม่ได้รับบาดเจ็บภายนอกขอรับท่านพ่อ"

ฮ่องเต้ซีจิ่นไม่พอใจแค่นั้น พระองค์เปิดเสื้อขององค์ชายจงซินออกเพ่งดูอีกครั้งจนแม้แต่บาดแผลเล็กน้อยก็ไม่อาจรอดสายตาของพระองค์ไปได้

"ไม่มีแม้รอยมดกัด" พระองค์ผูกเสื้อขององค์ชายจงซินไว้ตามเดิม

หมอหลวงวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง ทั้งสองพระองค์หลีกทางให้เขาตรวจอาการขององค์ชายจงซิน ผ่านไปชั่วน้ำเดือดหมอหลวงเริ่มมีเหงื่อไหลจนองค์ชายตั๋วลู่ทนไม่ไหว

"หมอหลวง น้องเราเป็นอะไร" หากฮ่องเต้คือคนที่เอาใจองค์ชายจงซินเป็นที่หนึ่ง องค์รัชทายาทผู้นี้ก็คือที่สองทรงตามใจน้องทั้งสี่คนเป็นอย่างมาก 

"กระหม่อมหาสาเหตุไม่เจอพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายจงซินคล้ายกับคนนอนหลับไปเท่านั้นแต่ทำไมจึงไม่ฟื้นก็ไม่ทราบ อาจจะเป็นเพราะร่างกายอ่อนเพลียก็ได้ ให้บรรทมสักหน่อยอาจจะฟื้นขึ้นมาเองก็ได้พ่ะย่ะค่ะ" หมอหลวงก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาเชื้อพระวงศ์ทั้งสอง

"ไม่ได้เรื่อง ไปเรียกหมอคนอื่นมา ถ้าลูกข้ายังไม่ฟื้นบอกลาคนที่บ้านเจ้าได้เลย" ฮ่องเต้ตวาดทำเอาหมอหลวงวิ่งออกไปจากห้องโดยเร็ว

"จงซินไม่สบายหรือเพคะท่านพี่" พระสนมหลิวก้าวชดช้อยเข้ามา เมื่อนางถวายความเคารพทั้งคู่แล้วก็ตรงเข้ามาดูบุตรชายด้วยความเป็นห่วง

"หมอหลวงบอกว่าหาสาเหตุไม่เจอ ถ้าปล่อยให้เขานอนพักอาจจะฟื้นขึ้นมาเอง"

"แต่ลูกร่างกายแข็งแรงนะเพคะ ไม่น่าจะล้มป่วยได้ง่ายๆ" คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น

"ลองเรียกองครักษ์ที่ไปกับน้องมาถามดีไหมขอรับท่านพ่อ ท่านน้า"

"ดี เจ้ารีบไปเรียกมาเถอะ" ฮ่องเต้ซีจิ่นเห็นด้วย 

องค์ชายตั๋วลู่ออกไปนอกห้องเห็นองครักษ์ของน้องชายทั้งสี่คนยืนอยู่ด้านนอกด้วยสีหน้าเป็นกังวล

"พวกเจ้าไปล่าสัตว์กับจงซินใช่หรือไม่ ระหว่างนั้นเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้าง"

"พวกเราตามองค์ชายไปที่ป่านอกเมืองเหมือนเคยพ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่ได้อยู่ในเขตป่าของเชื้อพระวงศ์ องค์ชายจงซินบ่นว่าเสด็จบ่อยจนจำเส้นทางได้แล้ว วันนี้จึงเสด็จลึกเข้าไปอีกพ่ะย่ะค่ะ"

"แล้วมีสิ่งใดเกิดขึ้น" องค์ชายตั๋วลู่ถามต่อ

"องค์ชายเห็นไก่ฟ้าตัวหนึ่งมีขนสีขาวงดงามจึงประสงค์จะจับเป็นมาถวายพระสนม แต่เมื่อไล่ตามไปกลับไปโผล่ในหุบเขาที่มีสัตว์ป่ามากมายพ่ะย่ะค่ะ ส่วนไก่ฟ้าตัวนั้นก็หายไป องค์ชายจึงล่ากวางตัวที่เขางามที่สุดมาแทนตั้งใจจะให้ห้องเครื่องตุ๋นถวายทุกพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"

"อย่างนั้นหรือ" ตั๋วลู่ครุ่นคิด ฟังดูก็ไม่มีที่ใดผิดปกติ

"อาการขององค์ชายเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ" เจิ้งจื่อยี่ถาม เขาได้เป็นองครักษ์ขององค์ชายจงซินสามปีแล้วจึงไม่ได้กลับบ้านเลยโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามรดกของเขาที่เพิ่มพูนขึ้นหลายเท่ากำลังจะตกเป็นของหลิงหลง

"หมอหลวงตรวจไม่พบความผิดปกติอันใด บอกว่าเขาอาจจะเพลียถ้าปล่อยให้พักผ่อนคงจะตื่นขึ้นมาเอง"

"แต่องค์ชายพักผ่อนเพียงพอนะพ่ะย่ะค่ะ" เจิ้งจื่อยี่และพวกทั้งสี่คนอยู่กับองค์ชายจงซินแทบตลอดเวลาย่อมทราบดีว่าองค์ชายเข้าบรรทมยามใด

องค์ชายตั๋วลู่พยักหน้ารับ พระองค์กลับเข้าห้องไปดูอาการน้องชายอีกครั้ง


ผ่านไปอีกสามวันองค์ชายจงซินก็ยังไม่ฟื้น ร่างกายที่เคยแข็งแรงเริ่มปรากฏความซีดเซียวให้เห็นเพราะได้รับแค่น้ำที่พระสนมพยายามป้อนไปเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนใหญ่จะไหลออกมาเสียหมด หมอหลวงล้วนจนปัญญา ข่าวองค์ชายจงซินประชวรถูกประกาศออกไปหาหมอมือดีมารักษาโดยผู้ใดที่รักษาองค์ชายได้จะได้รับรางวัลอย่างงาม แถวของหมอที่ต้องการทดลองรักษายาวจากพระราชวังวนอ้อมไปเกือบครบรอบ แต่ผ่านมาอีกสี่วันจนเป็นเจ็ดวันแล้วก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถวินิจฉัยอาการขององค์ชายจงซินได้

ฮ่องเต้เดินวนไปมามีพระสนมหลิวนั่งตาแดงอยู่ด้านข้าง องค์ชายตั๋วลู่กลุ้มใจนักนี้เป็นหมอคนสุดท้ายแล้ว

"ข​้ามิอาจวินิจฉัยอาการขององค์ชายได้พ่ะย่ะค่ะ จึงขอสันนิษฐานว่าองค์ชายไม่ได้ป่วยทางกาย" หมอคนสุดท้ายคุกเข่าทูลฮ่องเต้ซีจิ่น

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร"

"ข้าเคยเห็นคนที่มีอาการแบบนี้มาก่อน ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านบอกว่าเขาถูกปีศาจจับวิญญาณไว้พ่ะย่ะค่ะ สุดท้ายยื้อชีวิตเขาได้เพียงสิบวันเขาก็เสียชีวิต"

ฮ่องเต้ซีจิ่นฟังแล้วถึงกับเซไปก้าวหนึ่ง พระสนมหลิวถึงกับร่ำไห้ออกมา

"ไม่มีทางแก้เลยหรือ" องค์ชายตั๋วลู่ถาม

"ผู้เฒ่าเคยบอกว่าต้องตามเข้าไปในความฝันของเขาแล้วนำวิญญาณกลับมาพ่ะย่ะค่ะ ขออภัยที่ข้าด้อยความสามารถไม่อาจทำได้" หมอหมอบต่ำลงไปอีก

"แล้วใครล่ะที่จะทำได้" พระสนมหลิวถาม 

องค์ชายตั๋วลู่นิ่งคิด ทำไมพระองค์คล้ายจะนึกอะไรบางอย่างออกกันนะ ทุกคนตกอยู่ในความเงียบไปครู่หนึ่งจนองค์ชายตั๋วลู่นึกขึ้นมาได้

"ท่านพ่อเมืองเหลียงหยุนกังไงขอรับ"

ฮ่องเต้ได้ฟังก็ระลึกได้ว่าเคยมีได้รับรายงานลับจากเมืองเหลียงหยุนกัง คนผู้นั้นน่าจะช่วยบุตรชายของพระองค์ได้

"ตั๋วลู่ แจ้งสายของเราให้พาตัวพี่น้องตระกูลถางเข้าวังให้เร็วที่สุด"


ทางด้านหลิงหลงที่ยังเอ้อระเหยอยู่ในเมือง เขาถูกหลิ่วอินจับมวยผมสองข้างใส่เสื้อผ้าหรูหราแล้วจึงปล่อยออกไปเดินเล่น เด็กน้อยได้ยินว่าร้ายขายปลาหมึกตรงท่าเรือกลับมาเปิดแล้วจึงชวนอี้เทาไปซื้อ มีวิลเบอร์วิ่งดุ๊กดิ๊กตามไป ทั้งคู่เดินคุยกันไปอย่างเพลิดเพลิน พวกเขาได้เงินก้อนใหญ่มาจากเจ้าเมืองที่หลิงหลงเก็บไว้ในมิติส่วนตัวพอให้เขาซื้อปลาหมึกปิ้งได้มาก

เมื่อมาถึงร้านหลิงหลงสั่งทันที 

"ท่านลุง ปลาหมึกปิ้งราดน้ำจิ้มเผ็ดสิบห้าไม้"

"ได้ๆ รอซักครู่นะท่านหลิงหลง" ลุงคนขายยิ้มร่าใช้ท่อนฟืนเขี่ยไฟให้ลุกโชนขึ้นแล้ววางปลาหมึกลงไป

ระหว่างรอปลาหมึกหลิงหลงมองไปรอบๆเห็นเด็กๆหน้าตามอมแมมหลายคนแอบเมียงมองเขาอยู่

"อยากรับประทานบ้างล่ะสินะ ท่านลุงข้าเหมาปลาหมึกของท่านทั้งหมดคิดเป็นเท่าไหร่"

"ไอ๊หยา! ท่านหลิงหลงจะเหมาจริงๆหรือ"

"ข้าอยากแบ่งให้พวกเด็กๆรับประทานด้วย ท่านส่งมาให้ข้าสิบห้าไม้ ที่เหลือก็แจกคนที่ผ่านมาก็แล้วกัน"

อี้เทายืนยิ้มส่งเงินให้ชายชราที่รับเงินมาอย่างดีใจ หลังน้ำท่วมผู้คนลำบากไม่ค่อยจับจ่ายทำให้แกขายไม่ค่อยดีแต่ไม่ทำก็ไม่มีรายได้ แกกวักมือเรียกเด็กๆแถวนั้น

"มาเข้าแถวกันเร็ววันนี้ท่านหลิงหลงใจดีซื้อปลาหมึกเลี้ยงพวกเจ้า"

พวกเด็กๆกรูกันเข้ามา หลิงหลงเห็นดังนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจแล้วจูงอี้เทาจากไป ถึงเด็กน้อยจะร้ายกับบางคนแต่กับคนที่อ่อนแอก็ใจดีมากเช่นกัน

"พวกชาวบ้านเขาลำบากกันเนอะพี่"

"ก็ชั่วคราวเท่านั้น  พวกเขายังได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวแม้ไม่อาจฟุ่มเฟือยแต่ก็มีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ได้ เราก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้เถอะ" อี้เทาจูงหลิงหลงจากไปทิ้งให้สายลับของฮ่องเต้ซีจิ่นปาดน้ำตา

"ช่างเป็นเด็กดีเหลือเกิน ข้าจะตัดใจลงมือได้อย่างไรล่ะลูกพี่"

"เจ้าบ้า ฮ่องเต้เพียงให้พาคุณชายน้อยเข้าวัง มิได้พาไปฆ่าไปแกงเสียหน่อย หยุดร้องแล้วตามต่อไป ข้างหน้ามีสถานที่รกร้างอยู่เราจะถือโอกาสลงมือตรงนั้น" บุรุษคนแรกถูกลูกพี่ตบศีรษะจนทิ่มแล้วแฝงตัวติดตามสองพี่น้องต่อไป


สองพี่น้องรู้สึกตัวแล้วว่ามีคนสะกดรอยพวกเขา จึงเลือกเดินไปจนสุดขอบอ่าวที่ร้างผู้คนเพื่อที่เวลาลงมีจะได้ไม่ถูกชาวบ้าน วิลเบอร์ร้องอู๊ดๆ มันแสดงท่าทางปกป้องทั้งคู่จนหลิงหลงยกปลาหมึกปิ้งที่เหลือให้มันทั้งหมด

บุรุษหนุ่มในชุดรัดกุมโผล่มาจากข้างทางขวางสองพี่น้อง อี้เทาเคลื่อนตัวมาบังหลิงหลงไว้ วิลเบอร์วิ่งมาปกป้องสองพี่น้องอีกที

"ลูกพี่เราจะทำอย่างไรกับลูกสุกร"

"ทิ้งไว้นี่และ พาคุณชายทั้งสองไปก็พอ" อนิจจา คนทั้งคู่ไม่ทราบความนัย เพียงได้รับคำสั่งให้พาตัวสองพี่น้องเข้าวังจึงเข้าใจผิดว่าต้องจับตัวไป และไม่เห็นตอนที่หลิงหลงปราบพรายทะเลมิฉะนั้นคงมิกล้าลงมืออย่างอุกอาจเยี่ยงนี้

"คุณชายทั้งสองเชิญไปกับพวกเราดีๆเถิดจะได้ไม่เจ็บตัว" บุรุษคนแรกยิ้มให้ เขาเห็นสองพี่น้องหน้าตาน่าเอ็นดูจึงไม่อยากลงมือรุนแรง

"ท่านเป็นใคร จะให้พวกเราไปกับท่านด้วยเหตุใด"

"ขออภัยที่บอกไม่ได้ แต่คำสั่งจากนายเหนือหัวพวกเราไม่ว่าผู้ใดก็ขัดมิได้"

"ข้านี่แหละจะขัดให้ดู" หลิงหลงโผล่หน้าออกมาร้องด่า บุรุษทั้งคู่แยกย้ายกันลงมือโดยไม่สนใจเจ้าลูกสุกร จึงมีคนผู้หนึ่งถูกมันกระโดดเอาหัวโหม่งเข้าเต็มแรงจนหงายหลัง 

อีกผู้หนึ่งที่เลือกลงมือกับอี้เทา เพียงประมือกันไม่ถึงห้ากระบวนท่าก็ถูกอี้เทาใช้กระบี่สั้นที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อกรีดจนเสื้อผ้าขาด ส่วนอีกผู้หนึ่งพยายามผ่านวิลเบอร์เข้ามาจับตัวหลิงหลงแต่ถูกเด็กน้อยปาผงบางอย่างใส่หน้า เขามึนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลับไปร่างร่วงลงไปกองกับพื้น ส่วนอีกคนถูกวิลเบ​อร์กระโดดกัดก้นจนร้องโอยทำให้เสียสมาธิชั่วครู่เปิดโอกาสให้อี้เทาฟาดเขาจนสลบ นับว่าเป็นโชคของบุรุษผู้นี้ที่ระหว่างประมือกันอี้เทาไม่รู้สึกว่าเขามุ่งทำร้าย มิฉะนั้นเขาคงสังหารทิ้งเสียแล้ว ถ้ามีผู้ใดบังอาจมายุ่งกับน้องน้อยของเขาชายหนุ่มที่แสนอ่อนโยนก็พร้อมที่จะเปลี่ยนเป็นปีศาจทันที

เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากวิ่งตรงเข้ามา สองพี่น้องเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริง หลินหลงถึงกับควักกำไลผูกกระพรวนออกมาตั้งท่าจู่โจม

"คุณชายถางโปรดวางอาวุธ เป็นข้าเอง หูชิงหนิว" เจ้าเมืองรีบตะโกนเมื่อเห็นวิลเบอร์กำลังขยายร่าง ผู้ใดจึงอยากถูกสุกรกลืนวิญญาณกัน

"มีธุระอะไร" หลิงหลงลดมือลงถามอย่างไม่สบอารมณ์ แก้มยุ้ยๆป่องออกน่ารักนักหนาในสายตาผู้พบเห็น

"ข้ามารับท่านเข้าวังหลวง ฮ่องเต้โปรดให้ท่านเข้าวังไปรักษาองค์ชายจงซิน" หูชิงหนิวรีบพูดเพราะอี้เทายังไม่ยอมลดอาวุธ กระบี่ในมือเล็งมาที่เขาถ้ากล่าวพลาดเพียงนิดคงถูกตัดศีรษะเป็นแน่

"เขาป่วยเป็นอะไร" หลินหลงขมวดคิ้ว

"ได้ยินว่าองค์ชายล้มลงโดยไม่ทราบสาเหตุผ่านมาหลายวันแล้วยังไม่ฟื้น หมอทั้งเมืองหลวงหาสาเหตุไม่ได้จนมีหมอผู้หนึ่งสันนิษฐานว่าองค์ชายอาจจะป่วยด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติ จึงอยากให้เจ้าสองคนเข้าวังไปดูอาการองค์ชาย"

"น่าสนใจ ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ คนป่วยมิอาจรอช้า เราไปกันเถอะพี่"

"ข้าจัดรถม้าไว้ให้แล้ว ถ้าออกเดินทางตอนนี้อาจถึงเมืองหลวงก่อนค่ำวันพรุ่งนี้" หูชิงหนิวรีบบอกกำลังใจมาเป็นกองเมื่อหลิงหลงรับปาก

"ช้าไปข้าขี่วิลเบอร์ไปจะเร็วกว่าแต่อาจจะต้องแวะไปเตรียมของที่บ้านสักเล็กน้อย ท่านเจ้าเมืองจัดการเจ้าสองคนที่นอนอยู่ตรงนั้นให้ด้วย"

หูชิงหนิวมองตามสายตาของหลิงหลงก็ใจกระตุกวูบ นั่นคือองครักษ์เสื้อแพรที่ขึ้นตรงกับฮ่องเต้ไม่ใช่หรือ

"ไม่ทราบว่าสองคนนี้ทำอะไรเจ้าหรือ"

"เขาจะมาจับตัวข้าสองคนไปพบนายเหนือของเขา ท่านก็สืบให้ข้าหน่อย ปล่อยให้พวกมิจฉาชีพเข้ามาในเมืองแบบนี้ไม่ดีนะ" อี้เทาตำหนิ

"เอ่อ...ไม่ต้องสืบหรอก พวกเขาเป็นองครักษ์เสื้อแพรขึ้นตรงกับฮ่องเต้เท่านั้น" หูชิงหนิวบอกเสียงอ่อย ในใจนึกก่นด่าคนที่สลบ ถ้าสองพี่น้องมีโทสะขึ้นมาเขาจะทำอย่างไรเล่า

"ส่งให้คนมาจับตัวข้าเยี่ยงนี้แสดงว่าอาการขององค์ชายคงจะหนักมากสินะ" อี้เทาพูดเสียงเรียบใบหน้าไร้รอยยิ้ม

"ข้าขออภัยที่คนของเรากระทำโดยพละการ องค์ฮ่องเต้สั่งให้พวกเรามาเชิญท่านไปเพียงแต่พวกเขาเข้าใจผิด" บุรุษไว้เคราผู้หนึ่งก้าวออกมาประสานมือคารวะ อี้เทาไม่สะดวกกับการอาละวาดเพียงเบือนหน้าหนีแค่นเสียงออกมาคำหนึ่ง

"หลิงหลง  ช่วยคนรีบกว่าดับไฟ พี่จะกลับไปช่วยเจ้าเก็บของแล้วเจ้าล่วงหน้าไปกับวิลเบอร์ก่อน พี่จะไปกับคนพวกนี้เอง" อี้เทาพูดกับน้องไม่สนใจผู้อื่นทำเอาหูชิงหนิวลอบปาดเหงื่อ

"ตกลงตามนั้น วิลเบอร์กลับบ้านกันเถอะ"

"อู๊ด" วิลเบอร์ขยายตัวใหญ่ขึ้น สองพี่น้องกระโดดขึ้นหลังมันเหาะกลับบ้านทันที ทิ้งให้หูชิงหนิวเร่งสั่งการผู้คนตามไป

ความคิดเห็น