ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 11

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,แฟนตาซี,Y,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.7k

ความคิดเห็น : 61

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 18:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
11
แบบอักษร

2018-02-06​

หูชิงหนิวเห็นใบแจ้งหนี้ค่าใช้จ่ายในการกำจัดพรายทะเลรวมค่ารักษาพยาบาลทหารที่บาดเจ็บจากหลิงหลงแล้วก็แทบจะเป็นลม  วิลเบอร์คาบมาถึงจวนเจ้าเมืองโดยทหารทุกคนที่เห็นต่างเปิดทางให้มันเข้าถึงตัวเขาอย่างง่ายดาย เขาจะหลบหนีก็ไม่ทัน ราคาที่หลิงหลงเรียกมาพอจะสร้างคฤหาสน์ขนาดใหญ่ได้ทั้งหลัง ตอนนี้หูชิงหนิวจึงได้แต่นั่งดมยาที่หลีตงเสวียผู้ช่วยของเขายื่นให้ โดยไม่กล้าวิ่งไปเอาเรื่องหลิงหลงที่บ้าน สภาพของหวังเต๋อซุ่นเมื่อวันก่อนยังติดตาเขาอยู่ 

ไม่ทราบว่าหลินหลงใช้วิธีใดจึงทำให้หวังเต๋อซุ่นเปลือยท่อนบนไปเต้นระบำอยู่กลางตลาด เมื่อมีสตรีผ่านมาก็ทำท่าเด้งหน้าเด้งหลังอุบาทว์จนถูกพวกนางตบจนหน้าหัน ทำไมเขาจึงทราบว่าเป็นฝีมือของหลินหลงน่ะหรือ ก็เขาเห็นเจ้าเด็กแสบยืนหัวเราะร่าดูอยู่กับเจ้าลูกสุกรชื่อเรียกยากนั่น ในมือถือตุ๊กตาทำจากเศษผ้าตัวหนึ่ง เมื่อเพ่งดูดีๆจะเห็นว่าหวังเต๋อซุ่นเคลื่อนไหวร่างกายตามหุ่นตัวนั้นทุกอย่าง ถ้าเขาไม่อยากประสบเหตุเอน็จอนาถเช่นหวังเต๋อซุ่นจงอย่าคิดไปมีเรื่องกับหลิงหลงเป็นดีที่สุด เอาเป็นว่านอกจากค่ารักษาพยาบาลที่สามารถลงบัญชีได้แล้วเขาจะเพิ่มค่าใช้จ่ายบำรุงเมืองเพื่อไปจ่ายหลิงหลงแล้วกัน หูชิงหนิวลงชื่อจ่ายเงินทั้งน้ำตา

หลังจากจัดการเรื่องเร่งด่วนเรียบร้อยแล้ว หูชิงหนิวก็ทำหนังสือกราบทูลไปยังวังหลวงเรื่องน้ำท่วมเมือง โดยบิดเบือนเรื่องว่ามีชาวบ้านผู้หนึ่งเป็นผู้ทำนายล่วงหน้าว่าน้ำทะเลจะขึ้นสูงทำให้อพยพผู้คนได้ทัน แต่ยังจำเป็นต้องใช้เงินไปกับการฟื้นฟูบ้านเมืองเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่บ้านพักอาศัยเสียหายและเสบียงอีกจำนวนมาก โดยผู้เฒ่าเจิ้งบริจาคมาให้ส่วนหนึ่งแต่ก็ยังไม่พอหูชิงหนิวต้องเปิดคลังสำรองของเมืองให้ชาวบ้านไปก่อนระหว่างขอเสบียงจากเมืองหลวง ดีที่เมืองแห่งนี่อยู่ชายทะเลทำให้พวกเขาต้องการเพียงข้าวเท่านั้น ชาวบ้านทั่วไปพอจะหาปลากันได้ โดยที่หูชิงหนิวไม่ทราบเลยว่ามีสายลับที่ขึ้นตรงกับฮ่องเต้แฝงตัวอยู่ในเมืองนี้และทำรายงานกราบทูลตามจริงทุกอย่างรวมถึงเรื่องพรายทะเลด้วย


ส่วนหลิงหลงเมื่อได้แก้แค้นหวังเต๋อซุ่นจนสาแก่ใจแล้วก็ชักชวนวิลเบอร์ไปเดินเล่นที่ท่าเรือ เมื่อคลื่นลมสงบทำให้เริ่มมีการเดินเรือเช่นเดิมแม้ว่าท่าเรือบางส่วนจะเสียหายก็ตาม หนึ่งเด็กหนึ่งลูกสุกรเดินไปทางไหนล้วนมีแต่ผู้คนทักทาย ข่าวลือเกี่ยวกับสองพี่น้องที่ช่วยชาวเมืองไว้จากพรายทะเลแพร่ไปเร็วยิ่ง ทำให้เมื่อสองคู่หูเดินไปทางใดมีแต่คนยื่นขนมให้ หลิงหลงรับประทานเองบ้างแบ่งวิลเบอร์บ้าง วันนี้ทั้งคู่หลบอี้เทาออกมา ชายหนุ่มที่เรียบร้อยอ่อนโยนไม่อยากให้หลิงหลงรับขนมจากชาวบ้านเพราะเกรงใจเลยพานไม่อออกจากบ้าน ใช้เวลาปรับปรุงอาวุธที่หลิงหลงเก็บมาจากพรายทะเล

จริงอยู่ที่อาวุธพวกนั้นมนุษย์ธรรมดามิอาจใช้ได้ แต่ถ้าปรับปรุงดัดแปลงเสียหน่อยล่ะก็จะเป็นอาวุธที่ทรงอานุภาพมากทีเดียว สามารถทำให้คนทั่วไปที่ไม่มีพลังกำจัดปีศาจเล็กๆได้ หรือขยายพลังนักปราบปีศาจให้เพิ่มขึ้นทำให้ประหยัดกำลังภายในได้มาก หลิงหลงมีแผนจะปล่อยจำหน่ายในตลาดมืด น่าจะสร้างกำไรได้งามโดยหลิ่วอินก็เห็นด้วย

เตร็ดเตร่กันจนพอใจแล้วทั้งคู่จึงมุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อผ่านตรอกอันคับแคบสายหนึ่งก็ได้ยินเสียงภาชนะตกแตก มีเสียงสตรีร้องให้ช่วยดังมาแผ่วเบา

"วิลเบอร์ไปดูกัน เผื่อมีคนลำบาก"หลิงหลงก้าวนำไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงแว่วมาจึงเห็นว่าเสียงนั้นดังมาจากบ้านเล็กหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ห่างไกลจากบ้านหลังอื่นมาก เด็กน้อยไม่รอช้าผลักประตูเข้าไปทันที

"ช่วยข้าด้วย" สตรีวัยสาวนางหนึ่งนอนอยู่กับพื้น เมื่อนางเห็นหลินหลงก็ดีใจยิ่ง

"พี่สาวเป็นอะไร ไม่สบายหรือ" หลินหลงมองอย่างพิจารณา

"ข้าเจ็บท้อง คาดว่าคงจะคลอด เจ้าช่วยไปตามหมอตำแยหรือผู้ใหญ่สักคนได้หรือไม่ สามีของข้าออกไปรับจ้างท่านเจ้าเมืองซ่อมท่าเรือ คงอีกนานกว่าจะกลับ" นางมีเหงื่อซึมใบหน้า หลินหลงพยุงนางลุกขึ้นนั่งพบว่าน้ำคร่ำของนางไหลออกมาแล้ว

"ไปตามใครคงไม่ทันแล้ว ข้าจะทำคลอดให้ท่านเอง"

"ขอบใจเจ้ามากเด็กน้อย แต่ไปตามผู้ใหญ่มาสักคนเถิด โอ๊ย..." นางร้องด้วยความเจ็บ

"เชื่อข้าเถอะ" จิตวิญญาณความเป็นแพทย์ของหลิงหลงลุกโชน เขาใช้ยันต์แปะไปที่หน้าผากทำให้นางลอยขึ้นจากพื้น หลิงหลงบังคับให้นางลอยไปนอนบนเตียง เท้าเล็กๆซอยเข้าไปด้านหลังที่คาดว่าจะเป็นครัว สายตาไล่หาของที่ต้องการใช้อย่างรวดเร็วระหว่างที่เสียงร้องของนางยังดังขึ้นต่อเนื่อง

"ต้มน้ำ มีด ฆ่าเชื้อ ผ้าสะอาด" หลิงหลงทบทวนความทรงจำ เขาใช้คาถาจุดไฟในเตาแล้วตั้งหม้อน้ำอย่างรวดเร็วจากนั้นหาสุราฤทธิ์แรงที่พอจะใช้แทนแอลกอฮอร์ได้แต่ครัวของบ้านนี้กลับไม่มีเลย เขาจำต้องใช้วิธีต้มเครื่องมือโดยใช้กำลังภายในเร่งไฟให้เดือดเร็วขึ้นเมื่อเรียบร้อยเขาก็สั่งวิลเบอร์

"ต้มน้ำอีกหม้อนึงนะ เร็วๆด้วย หากน้ำเดือดแล้วยกไปให้ข้าในห้องนะ"

หลิงหลงถือมีดทำครัววิ่งกลับไปหาสตรีที่นอนเจ็บท้องอยู่ในห้องนอน หวังลึกๆว่าจะมีใครผ่านมาช่วยเขาบ้าง เขารื้อตู้โดยไม่เกรงใจได้ผ้าสะอาดมาจำนวนหนึ่ง น่าจะเป็นผ้าอ้อมทารกที่นางเตรียมไว้ นางร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดน่าจะเป็นท้องแรกของนาง

หลิงหลงจัดท่าทางในนางเตรียมคลอด เขาคลำดูพบว่าเด็กกลับหัวแล้ว ก้มดูด้านล่างก็เห็นว่าปากช่องคลอดเริ่มเปิด จึงบอกให้นางเบ่ง นางที่ไม่มีทางเลือกได้แต่ทำตามหลิงหลงบอกให้พ้นจากความเจ็บปวดนี้เสียที ผ่านไปชั่วน้ำเดือดศีรษะของทารกจึงโผล่ออกมา

"เบ่งอีก พี่สาวเบ่งแรงแรงเลย กลั้นลมหายใจแล้วเบ่ง" 

นางทำตามที่หลิงหลงบอกอีกหลายครั้งจนไหล่ของทารกพ้นปากช่องคลอด หลิงหลงช่วยดึงออกมา นางเจ็บปวดจนหลั่งน้ำตาเป็นสาย  จนเมื่อรู้สึกว่าความเจ็บปวดเบื้องล่างหายไปก็พยายามผงกศีรษะมอง หลิงหลงใช้ผ้าสะอาดเช็ดใบหน้าทารกดูให้แน่ใจว่าไม่มีน้ำคร่ำหรือรกอุดตัน เด็กดิ้นเล็กน้อยแล้วก็ส่งเสียงร้องไห้จ้า

"ดีใจด้วยพี่สาว ท่านได้ลูกชาย" หลิงหลงบอก เขาตะโกนเรียกวิลเบอร์ให้นำอ่างน้ำอุ่นเข้ามาอาบน้ำให้ทารกน้อย จัดการล้างตัวให้จนเสร็จแล้วห่อด้วยผ้าสะอาดนำไปวางไว้กับมารดาของเขา

"วิลเบอร์เจ้าไปนำน้ำร้อนมาอีกอ่างนึงนะ ข้าจะทำความสะอาดพี่สาว" แม้จะเซ็งนิดหน่อยที่ร่างเด็กทำให้เปลืองแรงและทำงานได้ยากแต่เขาทำคลอดเด็กมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว เพราะชาติก่อนที่เป็นหมอในโรงพยาบาลเล็กในอำเภอแถวตะเข็บชายแดนแพทย์ทุกคนต้องทำแทบทุกอย่างเรื่องแค่นี้เป็นเรื่องธรรมดามาก​ แต่ก็โชคดีด้วยที่สตรีนางนี้ไม่มีอาการผิดปกติอย่างอื่นที่ต้องใช้เครื่องมือในการรักษามิเช่นนั้นเขาคงจะแย่

"ขอบใจเจ้ามาก" สตรีที่ป่านนี้เขายังไม่ทราบชื่อเอ่ยขึ้น นางมองลูกน้อยอย่างมีความสุข

"เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ข้าจะทำความสะอาดให้ท่านก่อนนะ แล้วจะได้สอนให้ท่านให้นมลูก" หลิงหลงทำทุกอย่างด้วยความแคล่วคล่อง ใบหน้าน่ารักมีเหงื่อซึมแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางจนได้ นางเห็นว่าเขาเป็นเด็กจึงไม่ได้อายมากนักและหลิงหลงก็ตั้งใจกับงานตรงหน้าไม่มีท่าทางอย่างอื่นแม้แต่น้อย จนกระทั่งหลิงหลงพยุงนางนั่งพิงหัวเตียงเพื่อที่จะให้นมทารก สามีของนางที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกเห็นหมูยืนสองขาถืออ่างน้ำเดินอยู่ในบ้านถึงกับตกใจจนปล่อยของที่ถือมาลงกับพื้นดังโครม

"ท่าทางสามีข้าจะกลับมาแล้ว" สตรีที่เพิ่งทราบชื่อว่านางชื่อไห่อิงพูดขำๆ นางมัวแต่สนใจบุตรชายในอ้อมแขนจึงไม่ได้ตกใจมากนักเมื่อเห็นวิลเบอร์เดินสองขาทำนู่นทำนี่ตามที่หลิงหลงสั่ง

"ไห่อิงที่รัก ข้าเห็นสุกรเดินสองขาอยู่ในบ้าน เจ้าปลอดภัยหรือเปล่า" บุรุษหนุ่มหน้าตาสัตย์ซื่อวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาในห้อง

"ข้าปลอดภัยดี ท่านมาคารวะท่านหลิงหลงเสียก่อนเขาเป็นผู้มีพระคุณของเรา แล้วมาดูทารกของข้ากับท่านกัน" ไห่อิงกล่าวปนหัวเราะ สามีของนางเป็นคนซื่อจึงทำตามโดยไม่โต้แย้ง

"คาวระท่านหลิงหลง ข้าซุนจ่ง"

"ไม่ต้องเกรงใจ เมื่อสามีท่านกลับมาข้าก็ขอตัวล่ะนะ เทียบยาข้าเขียนไว้ให้แล้ว รับประทานสักสามชุดท่านก็น่าจะแข็งแรงดี ส่วนรกเด็กในไหนั้นท่านจะนำไปฝังหรือทำตามธรรมเนียมอย่างไรก็แล้วแต่ท่าน ข้าลาล่ะ" หลิงหลงเดินออกไปเลยเพราะเขาเริ่มหิวแล้ว หิวแบบนี้แวะรับประทานอาหารที่เหลาสุราของท่านพ่อก่อนท่าจะดี เด็กน้อยล้างตัวที่บ่อน้ำข้างบ้านแล้วชักชวนวิลเบอร์จากไป ทิ้งให้เสียงเล่าลือเรื่องของเขาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเรื่อง


พระราชวังหลวง

"ท่านพ่อ รายงานจากหูชิงหนิวเจ้าเมืองเหลียงหยุนกังไม่ตรงกับรายงานจากหน่วยลับขอรับ" องค์ชายรัชทายาทเหลียงตั๋วลู่วางรายงานในมือลง ชายหนุ่มอายุ20ปีใบหน้าคมคายคิ้วหงส์ตามังกร เขาเริ่มช่วยงานบิดาผู้เป็นฮ่องเต้ของแคว้นเล่ยตั้งแต่อายุ12 นับว่าเป็นองค์ชายมากความสามารถผู้หนึ่ง

"ไม่ตรงกันอย่างไร" ฮ่องเต้เหลียงซีจิ่นถาม พระองค์มีอายุประมาณ40ใบหน้าอิ่มหน้าผากกว้างเป็นฮ่องเต้ผู้ปรีชา รัชสมัยของพระองค์ปลอดจากจากภัยสงครามบ้านเมืองสงบสุข

องค์ชายตั๋วลู่อธิบายให้บิดาฟังทีละข้อ ฮ่องเต้ซีจิ่นนั่งลูบเคราฟังอย่างสงบ

"ข้าพอจะเข้าใจหูชิงหนิวนะ เขาคงไม่กล้ารายงานตามจริงด้วยเกรงว่าจะเป็นที่หัวเราะเยาะของผู้คน เหตุการณ์น้ำท่วมนั้นเกิดขึ้นจริง อนุมัติเงินและข้าวสารให้เขาไปเถอะ" ฮ่องเต้ซีจิ่นโบกมือ

"ท่านพ่อเชื่อเรื่องพรายทะเลด้วยหรือขอรับ"

"พวกนั้นเคยโกหกเจ้าไหมล่ะ พ่อเองก็เคยคิดว่าเรื่องพวกนี้ไร้สาระแต่จดหมายตกทอดจากท่านทวดของเจ้านั้นมีอยู่ ครั้งนี้อาจจะถึงเวลาที่เจ้าได้อ่าน" ฮ่องเต้ซีจิ่นล้วงหีบในลิ้นชักโต๊ะขึ้นมา พระองค์เลื่อนหีบใบเล็กให้บุตรชายที่รับมาเปิดอ่านจดหมายด้านในอย่างละเอียด

"ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเคยมีเรื่องแบบนี้ด้วย" องค์ชายตั๋วลู่พับจดหมายเก็บอย่างดี

"สั่งให้สายลับของเราลอบให้ความคุ้มครองเด็กตระกูลถาง อย่าให้เขาตกอยู่ในอันตรายแม้ลึกๆข้าจะคิดว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเราก็ตาม ส่วนเจ้าไปวิหารสุริยันจันทรากับพ่อ"

ฮ่องเต้ซีจิ่นเดินนำองค์ชายรัชทายาทตั๋วลู่ไปขึ้นรถม้าที่ด้านหน้า สวนกับองค์ชายสามเหลียงจงซินที่แบกกวางตัวใหญ่มาจากด้านนอก องค์ชายผู้นี้เป็นบุตรชายของพระองค์กับสนมเอกหลิวอี้เฟย ด้วยความที่รูปงามตั้งแต่เด็กถูกพะเน้าพะนอจนแทบเสียคน อายุสิบหกปีแล้วยังเอาแต่เล่นสนุกเข้าป่าล่าสัตว์ไปวันๆ

"คารวะท่านพ่อ พี่ตั๋วลู่" คนคารวะแต่ยังไม่ยอมวางกวางที่พาดบ่าลง

"ไปล่าสัตว์มาหรือ" องค์ชายตั๋วลู่ทักทายแทนบิดาที่ทำหน้าเอือมระอา จะดุด่าก็ไม่ถนัดเพราะพระองค์ก็เป็นผู้หนึ่งที่ตามใจลูกเป็นอย่างมาก ผิดกับตั๋วลู่ที่รู้หน้าที่ของตัวเองตั้งแต่เด็กจนเขาไม่ต้องจ้ำจี้จ้ำไช

"ก็เห็นอยู่ ข้าจะให้ห้องเครื่องตุ๋นไปถวายพวกท่านนะ ข้าไม่ขวางท่านแล้ว เชิญเถอะ" องค์ชายจงซินก้าวเท้าเบี่ยงไปด้านข้างก่อนที่จะล้มคว่ำลงไปแล้วไม่ฟื้นอีกเลยสร้างความอลหม่านไปทั่วทั้งวังหลวง



ไหนพระเอกกกกก.......

ความคิดเห็น