ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ใจเต้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2561 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ใจเต้น
แบบอักษร

อาหารคาวหวานถูกจัดทยอยขึ้นโต๊ะมาเรื่อยๆ   เย่จงคีบชิมแต่ละจานไม่หยุดปาก พ่อครัวที่ดีย่อมต้องชิมรสและขัดเกลาฝีมือของตนเองให้คมตลอดเวลา

“อาจงเจริญอาหารดีจริง” อ๋องหน้ากากเหล็กค่อยๆคีบก้างปลาออกให้ชายหนุ่ม

“ท่านก็ทานมากๆหน่อยอย่าดื่มแต่สุรา” 

“อาจงห่วงเรา?”

“สหายกันย่อมต้องห่วงกันเป็นธรรมดา ดูซิมุมปากเปื้อนเป็นเด็กไปได้” ชายหนุ่มไม่คิดอะไรมากรีบยกปลายแขนเสื้อเช็ดมุมปากที่เลอะของคนข้างตัว

ตึก อ๋องลี่หยางอยู่ๆก็รู้สึกก้อนกล้ามเนื้อในช่องอกเต้นผิดจังหวะ

“อาจง”

“หือ?”

“อย่าทำเช่นเมื่อครู่กับผู้อื่น”

“หา?” เรื่องอะไรอีกวะ

“หากมีผู้ใดคิดแย่งของเราขึ้นมา...ไม่ว่าจะเป็นใครต้องจบที่ตาย”

“…” เป็นบ้าอะไรอีก เย่จงมองไปยังอ๋องลี่หยาง

ทันทีที่เห็นนัยน์ตาใต้หน้ากากเย่จงรีบหันหน้าหนีไปอีกทาง

อย่ามอง อย่ามอง! เย่จงใช่ไม่เคยใช้สายตาเช่นที่อ๋องลี่หยางทำ สายตาแบบนั้นมันคือตอนเขาใช้ตกผู้หญิงชัดๆ

“ไม่ทราบจะขอให้พระชายาอ๋องลี่หยางมาร่ายรำให้พวกเราชมเป็นขวัญตาได้หรือไม่” เสียนเฟยทนเห็นอ๋องลี่หยางหยอกเย้าสตรีข้างตัวไม่ได้จึงหาเรื่องแยกออกจากกัน

“ไม่ได้” เย่จงปฏิเสธตัดฉับจนคนพูดตะลึง

“อาจงถ้าเราอยากเห็นละ” อ๋องลี่หยางดึงตัวชายหนุ่มลุกขึ้นตามเขาขึ้นมา

“เราเต้นไม่เป็น!” เย่จงกระซิบบอก เขามันสายกินไม่ใช่สายเต้น

“ทำตามเราก็พอ”

เมื่ออ๋องลี่หยางเกินออกมากลางเวทีเพื่อเต้นคู่กับพระชายาทำเอาขุนนางทั้งหลายแตกตื่นตกใจ อ๋องหน้ากากเหล็กผู้สันทัดในสนามรบจะร่ายรำ?

เมื่ออ๋องลี่หยางให้สัญญาณมือ นักบรรเลงก็เริ่มบรรเลงเลงขึ้น มือขวาของอ๋องลี่หยางยกขี้นประกบมือซ้ายของชายหนุ่ม เพลงบรรเลงไปคนบนเวทีก็หมุนวน ไม่ช้าผู้นำการเต้นก็วาดมือหมุนตัวคล้ายร่ายรำกระบี่ เย่จงรับด้วยการหมุนวนคนละทิศกลีบดอกไม้ร่วงปลิวรายล้อมรอบตัวทั้งคู่

“เย่หนิง” เสียนเฟยกำหมัดแน่น

นอกจากสายตาริษยาของเสียนเฟยแล้วก็ยังมีสายตาอีกคู่จับจ้องคู่รักกลางเวที

“นั่นคืออ๋องลี่หยาง?” นางกำนัลปิดหน้าปิดตาผู้หนึ่งเอ่ยปากสงสัยถามนางกำนัลข้างตัว

“ใช่ พระชายาหนิงนี่โชคดีจริงๆที่ได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋อง” นางกำนัลน้อยยืนมองไม่สนใจนางกำนัลปิดหน้าปิดตาที่สะกิตถาม

“ข้าจะต้องกลายเป็นคนโชคดีที่ทุกคนอิจฉา” นางกำนัลปิดหน้าปิดตาเหม่อมองอ๋องหน้ากากเหล็กก่อนจะแอบหลบออกจากงาน ในใจคิดทวงสิ่งของที่ควรเป็นของตนเองกลับคืน

“อาจงดื่มมากไปแล้ว” อ๋องลี่หยางใช้มือลดจอกสุราลงจากมือของคนข้างตัว

“นานๆที” ไม่ช้าเย่จงก็เมาหน้าแดงผิดกับคนที่ยกดื่มข้างตัว

“ดูท่าพระชายากระหม่อมจะเมาเสียแล้ว คงต้องขอตัวพากลับ” ฮ่องเต้พยักหน้าอนุญาติให้อ๋องลี่หยางพยุงพระชายากลับ

“อาจง”

“อือ มามะคนงาม” เย่จงที่เมาไม่รู้เรื่องมือไม้ไต่ไล่ตามผิวของอีกฝ่าย

“อา มือซนจริงนะ” อ๋องลี่หยางหัวเราะก่อนจะพยุงอุ้มตัวชายหนุ่มลงจากรถม้าเดินเข้าจวน

“ท่านอ๋อง” พ่อบ้านเรียกบ่าวหญิงให้เข้าไปช่วยประคองพระชายาในอ้อมกอดแต่ก็ถูกอ๋องลี่หยางห้ามไว้

ห้องนอนของเย่จงถูกจุดเทียน บ่าวทั้งหลายล้วนรู้งานรีบเดินปลีกตัวออกจากห้องทิ้งให้เจ้านายทั้งสองอยู่ด้วยกัน

“อาจงเรานอนเตียวเดียวกับเจ้าได้ไหม” อ๋องลี่หางกระซิบข้างหู

“อือ” ชายหนุ่มในห้วงนิทราไม่รับรู้อะไรมากอือออไปตามคนถาม

อ๋องลี่หยางค่อยๆประคองถอดชุดตัวนอกให้คนบนเตียงก่อนจะเปลี่ยนถอดชุดนอกและหน้ากากบนใบหน้าของตนเองออกแทรกกายเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน

เทียนค่อยๆหรี่ลงความมืดค่อยๆเข้ามาแทน ชายหนุ่มบนเตียงรู้สึกรุ่มร้อนผิดปกติ ร่างกายของเขารู้สึกราวลมหายใจอุ่นรดให้จั๊กจี้ทั่วร่าง ไม่ช้านอกจากรู้สึกถูกสัมผัสทั้งร่างแล้วยังรู้สีกมีบางสิ่งอ่อนนุ่มเข้าล่วงล้ำในปาก

“อา” ชายหนุ่มเบียดตัวเข้าหาสิ่งรุกล้ำ

“อย่าขยับแบบนั้น” เสียงแหบพร่าเหมือนพยายามอดกลั้นเอ่ยขึ้น

“อือ” ริมฝีปากของเย่จงพยายามหาน้ำหวานจากฝ่ายตรงข้าม

“อาจง” เสียงแหบพร่าค่อยๆเบาลงแทนที่ด้วยเสียงครางหวิว

คล้ายผีเสื้อชิมน้ำหวานไม่เคยเบื่อฉันใดความฝันที่หอมหวานลึกล้ำก็ชวนให้คนเคลิ้มหลงเช่นกัน เพียงความหวานล้ำยามค่ำคืนได้กลับกลายเป็นฝันร้ายของเย่จงในยามเช้าเมื่อเจ้าของเตียงตื่นมาพบว่าตนเองนอนกอดคนบุกรุก

“อาจงตื่นแล้วหรือ?”

“…” ใครวะ เย่จงขยี้ตามองคนข้างๆตัว

“อาจงคงตกใจใบหน้าของเรา ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวเราล้างหน้าแล้วก็จะกลับมาใส่หน้ากากเช่นเดิม” อ๋องลี่หยางขยับตัวลุกขึ้นเพื่อหาสิ่งปกปิดใบหน้าแผลเป็นของตนเอง

“เดี๋ยว” อ๋องลี่หยางหยุดตัวตามเสียงเรียกคนบนเตียง

“เมื่อคืนไม่ได้...เอ่อ เราไม่ได้ทำอะไรกันใช่ไหม?”

“อาจงห่วงเรื่องนั้น?” อ๋องลี่หยางหันกลับมามองชายหนุ่ม

“ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้นแล้วจะเรื่องไหน” เย่จงมองคนตรงหน้า

“เจ้าไม่รังเกียจแผลบนใบหน้านี้?”

“ก็ไม่ได้น่าเกลียดมาก”

ชายหนุ่มหรี่ตามองแผลเป็นขีดลากยาวจากใต้ดวงตาถึงข้างแก้ม อือก็ไม่ได้อะไรมากกลับดูขับกับดวงตาให้คมยิ่งขึ้น อือ มองไปมองมาผู้ชายตรงหน้าหากไร้รอยแผลก็คงงดงามคล้ายสตรีนางหนึ่งเหมือนกัน

“อาจงเจ้าอย่าทำให้เรายึดติดกับเจ้ามากกว่านี้ เพราะความอดทนของเรามีจำกัด” อ๋องลี่หยางยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยินได้เห็นสายตาของคนบนเตียงไม่ได้รังเกียจแผลของตนเอง

เย่จงนั่งงงบนเตียงกับคำพูดทิ้งท้ายของคนที่พึ่งเดินเปิดประตูห้องออกไป เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกวางตาข่ายตาถี่ที่ไม่ว่าจะพยายามบินหนีก็หนีไม่รอดอย่างนั้น

ความคิดเห็น