facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2561 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 (100%)
แบบอักษร

ร่างบางนั่งเท้าคางเหม่อมองนกฝูงใหญ่ที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้าสีคราม เธอถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความกลัดกลุ้ม เพราะเมื่อวานนี้พี่เรไม่ลังเลที่จะโทรฯไปฟ้องพวกพี่ชายว่าเธออยู่ที่นี่ให้รีบมารับเธอกลับไปเร็วๆชีวิตของเขาจะได้กลับคืนสู่ความสงบสุข เย็นนี้พี่ช้างกับพี่เสือถึงกับจะมารับเธอด้วยตัวเองที่นี่

ไม่คิดเลยว่าเวลาของเธอที่อยู่ที่นี่จะแสนสั้น ปฏิบัติการล่า ‘สามี’ ไม่ใช่สิ! ล่าหลานเขยให้คุณย่าเป็นอันต้องคว้าน้ำเหลวไม่เป็นท่า แม้แต่แผนการมอมเหล้ารวบหัวรวบหางพี่เร…เธอก็ยังไม่มีโอกาสได้งัดออกมาใช้เลย 

“เฮ้อ” คุณหมอสาวถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่สิบเจ็ดของเช้าวันนี้ หัวใจหนักอึ้งเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี มารยาร้อยเล่มเกวียนอะไรเธอก็ใช้ไม่เป็น ไม่เช่นนั้นหลายปีมานี้พี่เรไม่มีทางใจแข็งเหมือนทุกวันนี้

“เป็นเด็กเป็นเล็กถอนหายใจอย่างกับคนแก่ ระวังผมจะหงอกก่อนวัย” เสียงทุ้มกลั้วหัวเราะดังอยู่ข้างริมหู 

“ยุ่งน่า” เธอตอบกลับด้วยนำ้เสียงเจือความหงุดหงิด

เอ๊ะ!!! เสียงใครกัน?​

หรือว่าเธอจะคิดถึงพี่เรจนขึ้นสมอง แม้แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังชัดเจนเหมือนกับเจ้าตัวยืนอยู่ใกล้ๆ 

ร้อยตรีแพทย์หญิงศิศิรายกมือขึ้นกุมขมับถอนหายใจออกมาเบาๆอีกครั้ง

“โป๊ก!!!” ไม่รู้ว่าไม้ค้ำยันลอยมากระแทกหน้าผากเธอได้อย่างไร

“พี่บอกแล้วไงว่าระวังจะแก่เร็ว” หญิงสาวที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างหันขวับมามองต้นเสียง แล้วก็ถูกใบหน้าหล่อเหลาถลึงตามองอย่างไม่ชอบใจ 

“พี่เร!!!” เธอตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่นบ้าน จนคนถูกเรียกจำต้องยกมือขึ้นอุดหู “พี่เรหนีออกจากโรงพยาบาลมาได้ยังไงกันคะ” แววตาคู่สวยฉายแววตำหนิอย่างโจ่งแจ้งราวกับว่าเขาเป็นฆาตกรฆ่าคน

“คนอย่างพี่ไม่จำเป็นต้องหนีออกมา” ร่างสูงใหญ่ยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ จากนั้นจึงเชิญตัวเองนั่งลงริมขอบเตียงราวกับว่าเป็นเจ้าของบ้าน “อีกอย่างตอนที่พี่เดินออกมาก็ไม่เห็นหมอหรือพยาบาลคนไหนจะว่าอะไร”

นัยน์ตากลมโตกวาดตามองร่างสูงตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า รูปร่างสูงใหญ่แผ่รัศมีน่าเกรงขามเป็นนิจแม้ว่าหน้าตาของเขาจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ แต่ทว่าก็ไม่มีใครกล้าจะลองดีด้วย แล้วใครเล่าจะกล้าเสี่ยงเอาตัวเองไปขวาง อีกอย่างลูกน้องของพี่เรก็น้องๆแรมโบ้เสริมบารมีไปอีกขั้น มิน่าล่ะ เขาถึงได้หนีออกจากโรงพยาบาลมาด้วย ‘ความสง่าผ่าเผย’ 

เธอมองเขาค้อนๆด้วยความหมั่นไส้ สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยความกรุ่นโกรธ 

ไม่มีใครกล้าแต่เธอนี่แหละจะสั่งสอนเขาเอง คุณหมอตั้งใจจะตำหนิคนไข้แรงๆสักหลายคำ 

“จุๆๆๆ กวางน้อยแน่ใจนะว่าไม่ได้ขโมยคนข้างบ้าน?” น้ำเสียงทุ้มเจือความหยอกล้อ

หญิงสาวหันขวับกลับมามองว่าเขาพูดเรื่องอะไรกันแน่ นัยน์ตาคู่สวยแทบจะถลนออกจากเบ้าตา ใบหน้าสวยร้อนเห่อ เพราะนิ้วเรียวเกี่ยวสายชุดชั้นในสีขาวบริสุทธิ์มาตรงหน้า

“ดูยังไงขนาดก็ไม่พอดี” เขาทำหน้าไม่อายเกี่ยวชุดชั้นในมาเทียบกับขนาดของเธอ ซ้ำยังส่ายหน้าไปมา ยืนยันว่าไม่เชื่อเด็ดขาด 

เพราะขนาดของกวางน้อย…ดูอย่างไรก็เหมือนเด็กที่ยังไม่โตเต็มที่แล้วจะมีชุดชั้นในขนาดดับเบิ้ลดีดีได้อย่างไรกัน สงสัยว่าอิจฉาคนข้างบ้านก็เลยฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีคนอยู่แอบขโมยมาแน่ๆ 

ผู้พันหนุ่มพยักหน้ายืนยันความคิดตัวเอง ไม่ทันสังเกตว่ากวางน้อยโกรธจนลมออกหูไปแล้ว มือเล็กคว้าชุดชั้นในยัดใส่กระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนเตียง ปิดกระเป๋ารูดซิปแล้วลากออกไปให้ห่างๆจากคนลามกที่ไร้ยางอาย

“เข้าชุดกันด้วย” นัยน์ตาเข้มเปล่งประกายชั่วร้าย

เมื่อเธอหันกลับมาในมือของเขาถือกางเกงชั้นในแกว่งไปแกว่งมา ท่าทางคล้ายเด็กซุกซนที่ชอบแกล้งคนเป็นชีวิตจิตใจ

“พี่เร!!!” เธอดึงของรักของหวงด้วยเนื้อตัวสั่นเทา 

คราวนี้เขาจึงเห็นว่ากวางน้อยหน้าแดงไปหมดแล้ว ได้กลั่นแกล้งเธอเล็กๆน้อยๆพอหอมปากหอมคอฆ่าเวลาหัวใจก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที ในใจรู้สึกเสียดาย…เล็กน้อย ที่ต่อไปจะไม่มีใครให้เขากลั่นแกล้งแก้เบื่ออีกแล้ว

“พี่เรออกไปเลยนะ” มือเล็กคว้าไม้ค้ำยันทั้งสองข้างแล้วจึงดึงมือหนาให้ลุกขึ้น แต่ตัวของเขาหนักเหลือเกิน คุณหมอสาววางไม้ค้ำยันลงบนพื้นแล้วจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงร่างสูงใหญ่ให้ลุกขึ้น 

“จ๊อกๆๆๆ” ริมฝีปากหยักยกยิ้มเขินๆ “พี่หิวแล้วนะกวางน้อย” เขาฉีกยิ้มเปี่ยมเสน่ห์พูดอย่างประจบ

“พี่เรหิวแล้วเกี่ยวกับกวางยังไงไม่ทราบ” เธอหยักไหล่ทั้งสองข้าง เชิดหน้าตอบอย่างเย่อหยิ่ง 

เมื่อถูกกวางน้อยมองข้ามในใจก็คล้ายกับถูกลูกแมวน้อยข่วนเบาๆ เจ็บๆคันๆอย่างไรชอบกล

“กวางน้อยเป็นหมอ…ไม่สงสารคนไข้อย่างพี่บ้างเลยเหรอ” เขายังไม่ละความพยายาม แสร้งทำเสียงออดเสียงอ้อนต่อ

“เชอะ…คนไข้ที่หนีออกมาจากโรงพยาบาล กวางจะสงสารไปทำไมกัน” เธอปล่อยมือเขาอย่างยอมแพ้ สะบัดหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่ใยดีแล้วเดินออกจากห้องไป 

“พี่ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ” เขายังไม่ยอมแพ้เรียกความสนใจจากเธอต่อไป 

“พี่เรทำไมทำตัวเหลวไหลยังงี้ บาดเจ็บแล้วยังไม่รู้จักดูแลตัวเองอีก” ร่างบางหันขวับกลับเข้ามาต่อว่าเขาเหมือนคุณแม่คนที่สองไม่มีผิด

“พี่รู้…กวางน้อยไม่ปล่อยให้พี่หิวหรอก” เขาฉีกยิ้มกว้าง 

เก็บเอาความน่าเกรงขามไว้…ชั่วคราว

คุณหมอคว้าไม้ค้ำยันบนพื้นแล้วพยุงร่างสูงให้ลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าเขายังบาดเจ็บอยู่ความกรุ่นโกรธจึงมลายหายไปกว่าครึ่ง ใบหน้างามทวีความอ่อนโยน

“คราวหน้าถ้าพี่เรทำตัวเหลวไหล ไม่กินข้าว…กินยาตรงเวลา กวางจะไม่สนใจแล้วด้วย” เธอเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

พี่เรคิดว่าตัวเองทำด้วยเหล็กไหลหรืออย่างไร เพิ่งจะถูกยิง จะเดินก็ยังต้องใช้ไม้ค้ำยัน แล้วยังจะหนีออกมาจากโรงพยาบาลอีก 

เธอคิดอย่างอ่อนใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับคนไข้หัวแข็งยิ่งกว่ากะลามะพร้าว

“จ๊อกๆๆๆ” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มแหยๆ 

“ถามจริงๆเถอะ ถ้าพี่เรไม่ชอบอาหารของโรงพยาบาลแล้วทำไมถึงไม่ให้ลูกน้องไปซื้ออะไรอร่อยๆมาให้ล่ะคะ” เธอสงสัยจริงๆ

“พี่ไม่ใช้ลูกน้องถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน” เขาคว้าไม้ค้ำยันพยุงตัวเองได้ก็ออกจากห้องไป   ปล่อยให้ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างไม่เชื่อ 

“ทำไม…กวางไม่เชื่อ?” 

“คนอะไรอย่างกับมีลูกกะตาอยู่ข้างหลัง” เธอทำปากขมุบขมิบ

“ไม่เชื่อ” เธอตอบด้วยความมั่นอกมั่นใจ

“ที่แท้กวางน้อยก็คิดว่าพี่เป็นหัวหน้าที่ไม่ได้เรื่อง” เสียงทุ้มแฝงความน้อยใจอยู่ในที “เฮ้อ…” ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจเบาๆ 

“พี่เสียใจนะ”

ก็เพราะน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความออดอ้อนเช่นนี้…จนป่านนี้แล้วเธอก็ยังตัดใจจากพี่เรไม่ได้สักที

เฮ้อ! 

…กลุ้มใจจริงๆ

เมื่อทั้งคู่เดินลงบันไดมาถึงยังห้องครัวด้านล่าง ร่างสูงจึงถูกประคองให้นั่งลงบนเก้าอี้ห่างจากห้องครัวเล็กน้อยทำให้มองเห็นคนในห้องครัวได้ถนัด จากนั้นคุณหมอสาวก็คว้าผ้ากันเปื้อนลวดลายวันเดอร์วูแมนขึ้นมาสวม ท่าทางทะมัดทะแมงแฝงความน่ารักทำให้คนที่มองอยู่ยกยิ้มนิดๆ

ร้อยตรีแพทย์หญิงศิศิราสวมวิญญาณเป็นเชฟมืออาชีพเรียบร้อยแล้ว จึงเอื้อมมือไปเปิดตู้คว้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสี่ห่อ ตั้งใจว่าจะทำผัดมาม่าให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญ ซ้ำเรียกร้องให้เจ้าของบ้านอย่างเธอต้องวุ่นวายทำกับข้าวให้เขากินอีก 

ทั้งที่บ่นอุบอิบในใจแต่ดวงหน้าสวยกลับมีรอยยิ้มระบายทั่วใบหน้า จินตนาการว่ากำลังทำกับข้าวให้ ‘สามี’ เพียงแค่คิดเท่านี้หัวใจก็อบอุ่นไปทั้งดวง

“อย่าบอกนะว่ากวางจะต้มมาม่าให้พี่กิน” เสียงทุ้มโวยวายอยู่ข้างหู มือหนาดึงผมถักเปียเธออย่างแรง ทำให้ฝันหวานเมื่อครู่หายวับไปทันที

พี่เรนะพี่เร จะให้เวลากวางฝันกลางวันหน่อยก็ไม่ได้ เธอแอบบ่นในใจ

ลมหายใจอุ่นร้อนและกลิ่นอายบุรุษที่ยืนอยู่ใกล้ๆทำให้ใบหน้าสวยร้อนผ่าว หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามแต่ก็ยังมีสติมากพอที่จะเตือนตัวเองว่า อย่าแสดงอาการเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นแล้วไม่รู้ว่าพี่เรจะกลั่นแกล้งเธออย่างไรบ้าง

เมื่อตีสีหน้าดุดันได้แล้วเธอจึงหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับคนไข้ที่เอาใจยาก 

“ผิด” หญิงสาวเชิดหน้าอย่างเป็นต่อ “ผัดมาม่าต่างหากเล่า” เธอตัดสินใจว่าจะไม่สนใจเขาอีก จึงสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง คว้าผัดสดจากตู้เย็นออกมาล้าง

แปลกจริง เมื่อกี้เขายังนั่งอยู่ตรงโน้นแท้ๆ ซ้ำยังต้องใช้ไม้เท้าค้ำยัน แต่เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เหมือนวิญญาณเร่ร่อนไม่มีผิด เคลื่อนไหวได้เงียบกริบจริงๆ

“เป็นหมอประสาอะไร กินของไม่มีประโยชน์ เดี๋ยวก็เป็นโรคขาดสารอาหารหรอก” เขายังไม่ยอมแพ้ตามมาต่อปากต่อคำติดๆ 

คุณหมอสาวคว้ามีดขึ้นมาหั่นผัก สีหน้าดุดันคล้ายกับว่าอยากจะฆ่าใครสักคนระบายอารมณ์

“คนไข้อุตส่าห์มีน้ำใจซื้อมาฝาก…แล้วจะให้กวางโยนทิ้งได้ยังไงกันคะ” แววตาของเธอฉายแววดื้อรั้น

นิ้วเรียวดันมีดคมกริบน่าหวาดเสียวไปอีกทาง 

บ้าน่า ขืนกวางน้อยมีบาดแผลเป็นที่ระลึกกลับไปฝากพวกพี่ชาย คนที่จะซวยก็คือเขานี่แหละ 

“เอ่อ…กวางน้อย” พันตรีนเรศกลืนน้ำลายลงคอ ยกยิ้มนิดๆ “มือนี้พี่ยอมขาดอาหารก็ได้ ไม่กินผักซักมื้อไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่ได้เด็ดขาด เมื่อกี้พี่เรยังบ่นว่ากลัวจะเป็นโรคขาดสารอาหารอยู่เลย จะเปลี่ยนใจง่ายๆได้ยังไงกัน” เธอชี้มีดปลายแหลมมาตรงหน้า ด้วยสายตามุ่งมั่นว่าไม่ยอมเด็ดขาด

“ได้ๆ” ถูกขู่ด้วยมีดปลายแหลมเช่นนี้ เขาจะเกลี้ยกล่อมอะไรเธอได้อีก ได้แต่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ค่อยๆใช้ไม้ค้ำยันกลับไปนั่งที่เดิมอย่างสงบเสงี่ยม เพราะถ้าไม่ระวังคำพูดกวางน้อยอาจจะใช้มีดไล่แทงเอาได้

ว่าแต่ฝีมือทำกับข้าวของกวางน้อยไว้ใจได้หรือเปล่า

ไม่ได้…ไม่ได้ เพื่อความรอบคอบต้องโทรฯไปจองห้องที่โรงพยาบาลก่อนดีกว่า 

แล้วเขาก็จำได้ว่ากำลังพักฟื้นอยู่มีห้องของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ผู้พันหนุ่มจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พูดถึงเรื่องโทรศัพท์ป่านนี้แล้วกวางน้อยก็ยังไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้เขาเลย

“เอ่อ…กวางน้อย” 

“มีอะไรอีก!” ถูกกลิ่นกายบุรุษโอบล้อมเอาไว้เมื่อครู่หัวใจเธอเพิ่งกลับมาเต้นเป็นปกติ แต่ถูกรบกวนบ่อยๆเช่นนี้แล้วเธอจะมีสมาธิทำกับข้าวได้อย่างไรกัน

“กล้าดุพี่เชียวเรอะ!” เมื่อถูกตีหน้าสีหน้าดุดันเข้าใส่ คุณหมอสาวจึงได้สติวางมีดลงแล้ววิ่งปรู๊ดขึ้นบันไดทันที

เมื่อกลับลงมาอีกครั้ง ก็เห็นร่างสูงยกมือกอดอก กระดิกนิ้วเป็นสัญญาณว่ารีบคืนโทรศัพท์มาเร็วๆอย่าชักช้า เธอยื่นมือถือให้เขาแล้วโปรยขึ้นมาว่า

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าอย่างพี่เรจะมีเบอร์พวกสาวๆเพียบ เฮ้อ…” ร่างเล็กถอนหายใจเบาๆ “นี่แหละที่เขาเรียกว่ารู้หน้า…ไม่รู้ใจ” เธอยกมือขึ้นกอดอกส่ายหน้าน้อยๆ

“โป๊ก!” หน้าผากมนถูกมือถือเคาะแรงๆทีหนึ่ง 

“กวางรู้พาสเวิร์ด?”

เธอส่ายหน้ายอมรับตรงๆ จากนั้นจึงหดคอหมุนตัวกลับไป ทีแรกตั้งใจจะถามเขาหลายๆคำแบบเนียนๆไม่ให้ถูกจับได้ แต่ไม่คิดเลยว่าพี่เรกลับไหวพริบดีเธอจึงถูกจับได้ทันที 

“บอกใบ้ให้ก็ได้ว่าพาสเวิร์ดไม่ใช่วันเดือนปีเกิดของกวาง” เขายังมาทำเป็นใจดีชี้ทางสว่างให้เธออีก

ร่างเล็กส่ายหน้าน้อยๆ คว้ากะทะได้แล้วเธอก็ลงมือผัดมาม่าด้วยท่าทางทะมัดทะแมง รับรองว่ามื้อนี้พี่เรได้ลิ้มรสชาติผัดมาม่าอันเลื่องชื่อของเธอแล้วต้องจดจำไปอีกนาน

“มื้อนี้มีรับประกันไหม แบบว่าถ้าท้องเสียแล้วคืนเงิน” เขาถามหน้าตาย

“พี่เร!!!” เธอหันขวับกลับมาอย่างเหลืออด

“อยู่กันแค่นี้ไม่ต้องตะโกนก็ได้” เขาเตือนเธอเบาๆ “กล้าใช้ยาสลบกับพี่ ข้อนี้พี่ยังไม่คิดบัญชีเลย ถ้าคราวนี้ทำพี่ท้องเสียอีก…กวางน้อยระวังตัวให้ดีเถอะ” ร่างสูงยกมือกอดอก มองเธออย่างคาดโทษ 

“ผู้ใหญ่อะไรถือสาเด็ก เรื่องนี้ก็เกิดตั้งนานแล้วด้วย” ใบหน้าเล็กหันขวับมาต่อปากต่อคำกับเขาต่อ

“ยังไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง” ผู้ใหญ่ใจดีเตือนความจำเธอด้วยแววตาคมกริบ 

เพื่อป้องกันไม่ให้ก้นน้อยๆถูกเขา ‘ทารุณ’ เหมือนเมื่อวาน คุณหมอสาวจึงทำหน้าน่าสงสารตั้งหน้าตั้งตาผัดมาม่าต่อไป

ในที่สุดผัดมาม่ากลิ่นหอมฉุยก็วางลงบนโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลามองการจัดตกแต่งอาหารเช้าที่เหมือนกับร้านอาหารด้วยสีหน้าคล้ายกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง แต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะใช้ได้หรือเปล่า

“ไม่ท้องเสียแน่นะ” เขายังไม่ไว้ใจอยู่ดี

มือน้อยๆยื่นมาทำท่าจะยกจานหนี โชคดีที่เขาคว้าไว้ได้ทัน คว้าส้อมม้วนเส้นบะหมี่สีเหลืองหอมกลิ่นกระเทียมเจียมชวนน้ำลายสอ 

“ถ้าพี่เรไม่ชอบจะยกให้ลูกน้องที่อยู่ข้างนอกก็ได้นะคะ กวางไม่ว่าหรอก” แต่เธอต้องเสียใจมาก 

“หัวก็ไม่ล้าน กวางน้อยขี้ใจน้อยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“พี่เรพูดแบบนี้แสดงว่าถึงจะไม่อร่อยแต่ก็จะกินให้หมดใช่ไหมคะ” เธอยกมือขึ้นเท้าคาง คลี่ยิ้มหวานหยดให้อย่างปลาบปลื้มใจจนเขาเผลอพยักหน้ารับปากโดยไม่รู้ตัว

พอรู้ตัวอีกทีก็ถึงกับสะดุ้งโหยง ถ้าขืนรสชาติออกมาเค็มปี๋ เขาไม่แย่เลยเรอะ! 

กวางน้อยเป็นตัวหายนะของเขาอย่างแท้จริง

“รีบๆกินสิคะ ถ้าเย็นเดี๋ยวไม่อร่อยนะ” เธอคะยั้นคะยอด้วยรอยยิ้มระบายทั่วใบหน้าสวย เมื่อใจแข็งปฏิเสธเธอไม่ลงนายทหารหนุ่มจึงส่งเส้นมาม่าเหนียวนุ่มเข้าปาก ตามมาด้วยความตกตะลึง ม้วนเส้นบะหมี่เข้าปากเป็นคำที่สอง 

ไม่น่าเชื่อ ว่ากวางน้อยจะมีฝีมือทำกับข้าวดีขนาดนี้ ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาแล้ว

“เป็นไงคะ อร่อยใช่ไหม” 

หญิงสาวยิ้มอย่างเริงร่ารอคำชมจากชายในดวงใจ แต่รอแล้วรอเล่าเขากลับไม่พูดอะไรสักคำ ทำให้ความมั่นใจของเธอสั่นคลอนไม่น้อย แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ 

“ฝีมือแบบนี้พอจะเป็นแม่บ้านของพี่เรได้ไหมคะ?” คุณหมอสาวกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ทำให้พี่เรพยักหน้าตกลง เธอจะได้ทำให้ ‘ปฏิบัติการตามล่าสามี’ สำเร็จเสียที

ใบหน้าหล่อเหลายิ้มเย็น ตอบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด สั้นๆแต่ได้ใจความว่า…

“ไม่ได้”

หญิงสาวถอนหายใจเบาๆเมื่อคำชมก็ไม่ได้ แม่บ้านของพี่เรก็ไม่ได้เป็น เธอจึงได้แต่ก้มหน้าทานอาหารเช้าของตัวเองเงียบๆอึดใจใหญ่ แต่ว่าคนอย่างเธอไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆอยู่แล้ว และครั้งนี้อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเธอด้วย

“พี่เรไม่เปลี่ยนใจแน่นะคะ ถ้ากวางไม่อยู่แล้วพี่เรจะแกล้งใครให้หายเหงา” เย็นนี้พวกพี่ชายจะมารับน้องสาวสุดที่รักด้วยตัวเอง ถ้าพี่เรไม่เปลี่ยนใจภารกิจที่คุณย่ามอบหมายมาก็ต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า

“ไม่ล่ะ ขอบคุณ” เขาไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำ

“พี่เรใจร้ายที่สุดเลย” ดวงตาคู่สวยแฝงความผิดหวังอย่างปิดไม่มิด 

“ถ้าพี่กลับเชียงใหม่เมื่อไหร่ จะพากวางไปเลี้ยงข้าวดีไหม” ท่าทางคล้ายลูกแมวถูกทอดทิ้งกลางสายฝนของเธอทำให้เขาอยากปลอบใจเธอสักหน่อย

“จริงนะคะ พี่เรไม่ได้ล้อกวางเล่นนะ” สาวน้อยดีใจจนเนื้อเต้น ถือโอกาสแต๊ะอั๋ง ไม่ใช่สิ! กุมมือใหญ่ด้วยความซาบซึ้งใจ “ที่แท้พี่เรก็เป็นผู้ใหญ่ใจดีมากๆๆๆๆๆๆ…”

“พอๆไม่ต้องพูดแล้ว รีบกินซะเราจะได้ไปเก็บของต่อ” เส้นเลือดตรงขมับของเขาเต้นตุบๆขึ้นมาทันที 

จะให้เขาเปลี่ยนใจเรอะ!? ไม่มีวัน!

หลังจากทั้งคู่กินมื้อเช้าเสร็จเสียงรถก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ร้อยตรีแพทย์หญิงศิศิราที่กำลังล้างจานอยู่หันขวับไปมองจึงเห็นรถสีดำคันโตของญาติผู้พี่

“ไหนบอกว่าจะมารับกวางตอนเย็นไง” เธอบ่นกระปอดกระแปด เพราะว่าอยากอยู่กับพี่เรสองต่อสองให้นานกว่านี้ 

หญิงสาวสาวเท้าไปเปิดประตู เหลือบมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญก็เห็นเขาคลี่ยิ้มกว้าง แววตาเปล่งประกายด้วยความยินดีอย่างปิดไม่มิด เพราะว่าในที่สุดตัวหายนะก็กำลังจะจากไป

ท่าทางมีความสุขของเขาทำให้เธอหงุดหงิด อยากคว้าแจกันเขวี้ยงไปที่ใบหน้าหล่อเหลาระบายอารมณ์

“กวางน้อย เห็นพี่ชายแล้วทำไมถึงทำหน้าอมทุกข์ยังงี้ล่ะ” พันตรีพยัคฆ์หรือผู้พันเรเห็นหน้าน้องสาวก็หยอกเย้าเธอทันที นำ้เสียงทุ้มยังแฝงด้วยความน้อยใจอยู่ในที

“เสือไม่น่าถามเลย เพราะใครก็รู้อยู่” นายอำเภอกรินทร์เห็นผู้พันเรตั้งแต่แรกแต่กลับแสร้งทำเป็นไม่เห็น เมื่อหันไปมองอีกทีก็ทำท่าตกอกตกใจ “อ้าว! เรก็อยู่ด้วยเหรอ”

“พี่เรกลัวว่ากวางจะเปลี่ยนใจ ก็เลยมานั่งเฝ้าตั้งแต่เช้าแล้วค่ะพี่ช้าง” เธอถือโอกาสฟ้องญาติผู้พี่

“กวางน้อยไม่ต้องเสียใจ กลับบ้านเมื่อไหร่พี่เสือจะแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนๆพี่เอง แต่ละคนหน้าตาดีกว่า รวยกว่าคนแถวนี้ด้วย” ผู้พันเสือเหน็บแนบเสียหลายคำ เน้นคำว่า ‘คนแถวนี้’ เป็นพิเศษ “พี่บอกแล้วไงว่าให้เปลี่ยนใจตั้งนานแล้ว ไม่เชื่อคำพี่ก็เป็นแบบนี้แหละ กวางเก็บของเสร็จแล้วเราก็กลับบ้านกันเถอะ”

หญิงสาวสะดุ้งโหยง “พี่ช้างกับพี่เสือเดินทางมาเหนื่อยๆจะรีบไปทำไมคะ” เธอพูดพลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่ทำตัวตามสบาย แต่เขากลับโบกมือเป็นสัญญาณเร่งให้เธอรีบไปเอากระเป๋าเดินทางจะได้ไปจากที่นี่เร็วๆ 

ดวงตาคู่สวยมองเขาผ่านม่านน้ำตาด้วยความคับแค้นใจ ใบหน้าน่าสงสารของเธอทำให้เขาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง แต่จะให้เขาเปลี่ยนใจง่ายๆ ไม่มีทาง!



——————————

13/02/2018

*** ร่วมสนุกเล่นเกมชิงของรางวัลวันนี้วันสุดท้ายแล้วค่ะ ***

https://www.facebook.com/awesomeniyays หรือค้นหาคำว่า "ดวงดุษณี"



ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว