ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 10

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,แฟนตาซี,Y,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 14:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10
แบบอักษร

2018-02-05

"มาแล้วสินะ" หลิงหลงยิ้มมุมปาก หลังจากผ่านการฝึกหฤโหดของหลิ่วอิน ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมขึ้นมาก กลิ่นเหม็นคล้ายปลาเน่าเจือจางอยู่บางเบาในอากาศย่อมไม่สามารถหลุดรอดไปได้

คลื่นน้ำจากมหาสมุทรม้วนตัวด้วยความรุนแรงอย่างน่ากลัว จนในที่สุดก็ยกตัวขึ้นสูงเมื่อซัดมาอีกครั้งน้ำทะเลจำนวนมหาศาลก็ไหลบ่าเข้าท่วมเมืองอย่างรวดเร็ว พวกเขาอยู่บนที่สูงย่อมเห็นได้ชัดเจน อาคารที่อยู่ใกล้ท่าเรือบางส่วนหักพังลงมา ทั้งเมืองเต็มไปด้วนน้ำที่กำลังเพิ่มระดับด้วยความรวดเร็วจนใกล้ท่วมอาคารชั้นเดียว กลิ่นปลาเน่ารุนแรงขึ้นทุกที

"พวกมันมาแล้ว ข้าจะกางตาข่ายมนต์ พวกเจ้าคอยโจมตีหลิงหลงมาหลบข้างหลังข้า เป็นเด็กผู้หญิงอย่าได้ออกมาต่อยตี" หวังเต๋อซุ่นสั่ง เขาออกหน้าเพราะไม่ต้องการให้เด็กที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงออกไปสู้

หลิงหลงคิ้วกระตุก เจ้าบ้านี่ยังไม่เลิกเข้าใจผิดอีก เชิญออกหน้าไปเลยเขาชักอยากเห็นฝีมือเสียแล้ว

หวังเต่อซุ่นควักด้ายแดงออกมาจากอกเสื้อ หลิงหลงทราบดีว่าสีแดงคล้ำคือด้ายที่ย้อมจากเลือดของสุนัขดำ ที่ผ่านมาเขาไม่ต้องการฆ่าสุนัขจึงได้แต่ใช้เลือดสุกร หวังเต๋อซุ่นโยนม้วนด้ายขึ้นฟ้าร่ายมนต์ทำให้ด้ายแดงพุ่งสานกันเป็นตาข่ายดุจมีชีวิต เมื่อสานกันเสร็จแล้วตาข่ายนั้นตกลงมาขวางเบื้องหน้าพวกเขาดั่งปราการอีกชั้นหนึ่ง

กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงชวนให้คลื่นเหียน ทหารบางคนถึงกับวิ่งไปอาเจียนด้านข้าง บางคนที่ทนไหวจ้องฝ่าความมืดออกไปเริ่มเห็นเงาตะคุ่มในน้ำกันบ้างแล้ว ทหารบางคนหัวไวดึงผ้าพันคอออกมาคาดใบหน้าปิดจมูกไว้ คนอื่นเห็นก็พากันทำตามทำให้ช่วยบรรเทากลิ่นระคายจมูกได้ระดับหนึ่ง

พรายทะเลเคลื่อนฝูงใกล้เข้ามาทุกทีจนพวกเขาเห็นร่างสีคล้ำตะปุ่มตะป่ำนั้นชัดตา คบไฟถูกจุดขึ้นสว่างไปท้้งบริเวณทำให้พรายทะเลหลายตัวถอยหลังด้วยไม่กล้าสู้แสง แต่เสียงครืดคราดดังมาจากด้านหลังคาดว่าน่าจะเป็นตัวหัวหน้าคล้ายกระตุ้นให้พวกมันเดินหน้าต่อ จึงกลายเป็นว่าพวกมันเดินเข้าหาตาข่ายมนต์ของหวังเต๋อซุ่น แต่มีบางตัวหลุดลอดผ่านมาได้ 

เหล่าทหารมองพรายทะเลตาถลนเมื่อพวกมันสัมผัสตาข่ายมนต์เกิดเสียงไหม้ดังฉี่ๆมีควันเกิดขึ้นกลิ่นยังแรงกว่าปลาตายมากนัก ส่วนที่หลุดรอดเข้ามาได้ถูกทหารชักดาบเข้าใส่ พวกพรายทะเลมีดาบโค้งยาวประมาณเชียะครึ่ง บางตัวมีหอกด้ามยาวมีใบหอกแหลมสะท้อนประกายสีครามเสียงอาวุธกระทบกันดังติงตัง พวกมันล้วนมีพละกำลังเหนือกว่ามนุษย์เมื่อฟันดาบเข้าใส่ทำเอาทหารที่ตั้งรับสะเทือนไปทั้งแขนจนเพื่อนทหารต้องเข้ามาช่วยวาดดาบปาดเนื้อหัวไหล่พรายทะเลทำเอามันร้องโหยหวนร่างละลายเป็นน้ำหนองสีเขียวอย่างรวดเร็ว 

เหล่าทหารที่ใจเสียเมื่อแรกเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนมีกำลังใจเพิ่มขึ้น พวกเขาตะโกนบอกกันว่าเพียงให้คมดาบสร้างบาดแผลให้พวกพรายทะเลก็พอทำให้ตอนนี้สถานการณ์เริ่มสูสีกัน แต่พวกมันไม่ยอมแพ้หนุนเนื่องเข้ามา อี้เทาเห็นดังนั้นจึงส่งเสียงเรียกพลธนู 

"พลธนูเข้าประจำที่ ระวัง...พิกัดนัยน์ตา....เล็ง.....ยิง" อี้ซวนวาดมือลงลูกธนูจำนวนมากถูกปล่อยออกเสียงดีดของคันธนูดังกังวาลในอากาศ พรายน้ำที่ไม่ทันตั้งตัวลูกลูกธนูเข้าที่ศีรษะล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ลูกธนูกัดกร่อนร่างกายของมันให้กลายเป็นน้ำเมือกสีเขียวข้นอย่างรวดเร็ว

"เตรียมชุดสอง ระวัง....ยิง" อี้เทาฟาดมือในอากาศอีกครั้งหนึ่งส่งให้ลูกธนูจำนวนมากพุ่งหาเป้าหมายที่เริ่มตั้งตัวได้ พรายทะเลหลบหลีกธนูได้ส่วนหนึ่ง หน่วยหน้าของพวกมันกำลังฉีกตาข่ายมนต์ของหวังเต๋อซุ่น แม้มือที่เต็มไปด้วยพังผืดของพวกมันจะไหม้ยามจับตาข่ายแต่สุดท้ายพวกมันก็สามารถทำลายลงได้

หวังเต๋อซุ่นไม่รอช้าคว้าแผ่นยันต์ออกจากอกเสื้อสาดขึ้นไปในอากาศแผ่กำลังภายในพุ่งเข้าใส่พรายทะเล แต่ถูกพวกมันส่งกระสุนเมือกเข้าปะทะยันต์จนร่วงลงไปกองกับพื้นทั้งคู่ ทำให้พรายน้ำอีกจำนวนหนึ่งสามารถเข้ามาประชิดแนวกระสอบทรายจนได้ หลินหลงที่มองอยู่นานผลักหวังเต๋อซุ่นที่ยังตกใจที่ยันต์ของเขาถูกทำลายได้โดยง่ายออกไป วิลเบอร์รีบออกมายืนเคียงข้างเด็กน้อย

"วิลเบอร์ ขยายร่าง"

"อู๊ด" เจ้าสุกรขานรับ ร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นโดยมีหลินหลงกระโดดขึ้นหลังจนวิลเบอร์ขยายร่างสูงใหญ่กว่าสิบเชียะ เสียงร้องอู๊ดดังกังวาลไปไกล

"หยุดยิง พลดาบเตรียมพร้อม" อี้เทาสั่ง พลธนูลดคันธนูลงถอยไปอยู่แนวหลัง พลดาบก้าวออกไปแทนที่จึงทำให้พวกเขาได้เห็นหลินหลงเสกคาถา

เด็กน้อยเต้นระบำอยู่บนหลังวิลเบอร์อย่างน่าเอ็นดู ปากก็ขมุบขมิบร่ายคาถาไปด้วยก่อให้เกิดตาข่ายเรืองแสงสีทองขนาดใหญ่บนฟ้าคล้ายสุ่มไก่ขนาดใหญ่กว่าตาข่ายมนต์ของหวังเต๋อซุ่นหลายเท่าพุ่งลงมาครอบกองทัพพรายทะเล เสียงครืดคราดดังอื้ออึงคล้ายพวกมันถกเถียงกันเอง สุดท้ายมีพรายทะเลส่วนหนึ่งถูกส่งมาเป็นทัพหน้าทำท่าจะแหกตาข่ายแต่เมื่อพวกมันสัมผัสก็เกิดประกายไฟประทุขึ้นเผาไหม้ร่างของมันจนเหลือแต่กระดูกในเวลาอันรวดเร็ว เสียงกรีดร้องดังโหยหวนก้องในความมืดสร้างความสยดสยองให้แก่ผู้ที่ได้ยินเป็นอันมาก

พวกพรายทะเลเริ่มมีอาการหวาดกลัว มันเริ่มส่งเสียงดัง มีจำนวนหนึ่งที่ควักหอกขึ้นมาพุ่งเข้าใส่ตาข่ายสีทองแต่ไม่สามารถพุ่งผ่านออกมาได้ หอกเด้งกลับเข้าใส่พวกมันดุจมีมือที่มองไม่เห็นคอยควบคุมอยู่

หลิงหลงกำมือทำให้ตาข่ายทองหดเล็กลง แล้วสะบัดยันต์กระจายขึ้นท้องฟ้าแผ่กำลังภายในใส่จนยันต์เหล่านั้นพุ่งไปปิดรอบตาข่ายจนมองไม่เห็นด้านใน จากนั้นตาข่ายเริ่มหมุนเป็นวงเร็วขึ้นๆแสงหลากสีถูกส่งออกมาจากม่วงเป็นคราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง จนแสงหลากสีรวมกันกลายเป็นแสงสว่างจ้าระเบิดออกมาทำให้คนที่มองอยู่ต้องเบือนหน้าหลบหรือยกแขนขึ้นปิดหน้า

ผ่านไปชั่วครู่หูชิงหนิวลดแขนเสื้อลงมองไปยังกรงขังพรายทะเลกลับไม่เห็นสิ่งใด เบื้องหน้าของเขาที่เคยมีกรงสีทองขนาดใหญ่หายไปทั้งกรงและพรายทะเลในกรง 

"เกิดอะไรขึ้น" หูชิงหนิวถามอี้เทาที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ชายหนุ่มไม่สนใจเขากระโดดวูบเดียวขึ้นหลังวิลเบอร์ที่สูงกว่าสิบเชียะคว้าหลิงหลงที่กำลังจะล้มลงไว้ได้ทัน

"ถามข้าสิ ข้าตอบได้" หวังเต๋อซุ่นมองหลิงหลงอย่างเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นว่าอยู่กับอี้เทาก็วางใจไปส่วนหนึ่งหันมากลั่นแกล้งหูชิงหนิวเป็นการแก้แค้น

"ท่านหวังทราบหรือไม่ว่าเกิดเหตุใดขึ้น"

"เจ้าเด็กน้อยนั่นใช้คาถาชำระล้างไงล่ะ ช่างใจอ่อนเสียจริง ทั้งที่ใช้ไฟโลกันต์สามารถจัดการได้อย่างไม่เปลืองแรงแท้ๆ แต่พวกพรายทะเลก็จะถูกส่งไปยังนรกโลกันต์ตามชื่อ นี่ฝืนใช้คาถาชำระล้าง ชำระทั้งร่างกายและจิตใจส่งพวกมันไปรอเกิดใหม่ก็เลยหมดแรงแบบนี้ไงล่ะ ใจดีเกินไปแล้วแต่ก็คู่ควรกับข้ายิ่งนัก" หวังเต๋อซุ่นบรรยายได้อย่างไม่ติดขัด

"แล้วหลิงหลงจะเป็นอะไรหรือไม่" หูชิงหนิวพยายามไม่สนใจประโยคท้าย

"เขาไม่เป็นอะไร เพียงแต่หลับไปเท่านั้น ให้เขาพักสักหน่อยร่างกายก็จะฟื้นฟูได้เอง" อี้เทานั่งอยูบนหลังวิลเบอร์ที่ลดขนาดลงเหลือขนาดเท่าอาชาตัวเขื่องบอก

"แล้วพวกเราควรทำอย่างไรต่อ" หูชิงหนิวถาม

"พี่วางข้าลง" หลินหลงปรือตาขึ้นสั่ง อี้เทาประคองน้องนั่งบนหลังวิลเบอร์ส่วนตัวเขาเองกระโดดลงมายืนด้านล่าง

"วิลเบอร์ ชำระล้าง"หลินหลงสั่ง

เจ้าสุกรสูดลมหายใจเสียงดังขยายตัวใหญ่ขึ้นอีกครั้ง คราบเมือกเหนียวและซากของพรายทะเลถูกมันดูดเข้าไปเป็นสาย เมฆฝนที่ปกคลุมเมืองมาหลายวันก็ถูกเจ้าสุกรดูดเข้าไปเช่นกัน น้ำทะเลที่ท่วมเมืองอยู่ลดระดับอย่างรวดเร็วเหลือเพียงถนนที่เฉอะแฉะไปด้วยโคลนและอาวุธของพรายทะเลที่หล่นอยู่เกลื่อนกลาด หลินหลงวาดมือหนึ่งครั้งเกิดโพรงอากาศขนาดใหญ่กลางอากาศ

"อาวุธของพรายทะเลไม่ใช่อาวุธสำหรับมนุษย์ ใครที่เก็บไปคายออกมาเสียก่อนที่จะถูกมันสูบพลังชีวิตจนตาย" เด็กน้อยประกาศก้อง

เหล่าทหารที่เห็นฝีมือของเด็กน้อยไม่กล้าไม่เชื่อฟัง โยนอาวุธที่เก็บมาทิ้งไปอย่างรวดเร็ว บางคนถึงกับบ่นกับเพื่อนว่าใจหวิวๆ หลิงหลงเห็นดังนั้นก็ลอบยิ้ม เพียงคว่ำมือลงแล้วหงายอีกครั้งอาวุธของพรายทะเลทั้งหมดก็ลอยขึ้นจากพื้น เด็กน้อยสะบัดมืออีกวูบส่งพวกมันเข้าประตูมิติไปจนหมด คนที่มองอยู่เพียงเห็นอาวุธลอยเข้าไปในโพรงอากาศแล้วหาบวับไปกับตาทำพวกเขาศรัทธาหลิงหลงจนหมดใจ

วิลเบอร์หดตัวลงเหลือเท่าอาชาให้หลิงหลงพูดกับเจ้าเมือง

"หน้าที่ของข้าจบลงแล้ว เหลือหน้าที่ฟื้นฟูเมืองเป็นของท่าน ส่วนทหารที่ได้รับบาดแผลจากอาวุธหรือเล็บของพรายทะเลให้ตามไปที่บ้านข้าจะรักษาให้ แม้เป็นบาดแผลเล็กน้อยแค่ไหนก็อย่าได้ประมาท ใบแจ้งหนี้ข้าจะให้วิลเบอร์ไปส่งให้ท่านที่จวน"

"เจ้าเก็บเงินข้าด้วยหรือ" หูชิงหนิวหัวเราะมิออกร้องไห้มิได้

"ท่านคิดว่าข้ารับประทานเกลือต่างข้าวหรืออย่างไร แม้แต่จะเขียนยันต์ข้ายังต้องซื้อกระดาษพู่กัน" หลิงหลงทำปากยื่น

"ขอรับนายท่าน" หูชิงหนิวประชด แต่หลิงหลงหาได้สะเทือนไม่

"เข้าใจก็ดีแล้ว  ข้ากลับล่ะ" หลิงหลงประสานมือคารวะส่งๆไป อี้เทายิ้มอย่างขออภัยแล้วขึ้นหลังวิลเบอร์

"ช้าก่อน" หวังเต๋อซุ่นเข้ามาขวางไว้ก่อนที่สองพี่น้องจะจากไป

"อะไรของท่าน" หลิงหลงเริ่มหงุดหงิด

"เอ่อ ...ข้า...ข้า" หวังเต๋อซุ่นอึกอัก เขาอยากพบเด็กน้อยอีกแต่ไม่ทราบจะเริ่มอย่างไร หากผู้ใดทราบความคิดของเขาอาจด่าว่าเขาเป็นคนวิปริตได้

"หลิงหลงเหนื่อยมาก พวกเราขอกลับไปพักผ่อนก่อน ถ้าท่านต้องการพบพวกเราสามารถไปหาที่บ้านได้" อี้เทาไกล่เกลี่ย

"ก็ได้" หวังเต๋อซุ่นยอมถอย ขณะที่วิลเบอร์เดินเฉียดเขา หลิงหลงแอบดึงผมของหวังเต๋อซุ่นมาหลายเส้น

"หึหึ เจ้าหวังเต๋อซุ่น คราวนี้เจ้าไม่ตายดีแน่" หลิงหลงพึมพำกับตัวเองหย่อนผมของหวังเต๋อซุ่นเก็บใส่ถุงผ้าไว้อย่างดี ก่อนที่วิลเบอร์จะพาสองพี่น้องเหาะกลับบ้าน ท่ามกลางเสียงสรรเสริญสองพี่น้องว่าเป็นเทพเซียน ส่วนเจ้าสุกรวิลเบอณกลายเป็นองครักษ์เซียนไปด้วยอีกตัว

ความคิดเห็น