facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 24 : เลือก [100%] 💛​​

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 : เลือก [100%] 💛​​

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 15:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 : เลือก [100%] 💛​​
แบบอักษร

Zeek Part.

ภายในห้องนอนเงียบสนิทมีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองที่ดังให้ได้ยิน ข้าหยิบดาบสั้นของวีนัสมากำไว้ในมือพลางพลิกดูแล้วคิดตามว่าวีนัสไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าฆ่าคนบังคับม้าด้วยดาบสั้นเล่มนี้แล้วกระโดดลงจากรถม้าเพื่อกลับมาที่นี่อีกครั้ง

‘ที่ข้ากลับมาเพราะว่าข้าเป็นห่วงท่าน’ หัวสมองหนักอึ้งนึกถึงคำพูดของวีนัส มันทำให้ข้าถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าทำไมถึงได้เป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ทำไมถึงได้ชอบทำให้คนรักเป็นห่วงและเสียใจอยู่เรื่อย

แอ๊ด… เสียงบานประตูถูกเปิดเข้ามา ขณะที่กำลังครุ่นคิดข้าก็รีบหันหน้าไปดูว่าใครกันเข้ามาในเวลานี้ เวลาที่ต้องการอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป และคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครแต่คือพี่ท่าน เขาเดินเข้ามาพร้อมสมุดเล่มหนาคู่ใจ ถ้าเดาไม่ผิดคงมีเรื่องสำคัญจะพูดสินะ

“วีนัสอยู่ไหน” พี่ท่านพูดขึ้นแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง

“ไปไหนไม่รู้” ข้าตอบเสียงเรียบแล้วพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วพี่ท่านก็ลุกขึ้นมาประคองคงเพราะรำคาญหูรำคาญตาที่เห็นข้าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

“เมียตัวเองออกไปไหนยังไม่รู้อีกรึ” เขาพูดก่อนนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง

“ใช่ ข้าไม่รู้ เราทะเลาะกัน วีนัสเลยวิ่งออกไป และก็ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน”

“ทะเลาะกันอีกแล้วรึ จะมีสักครั้งมั้ยที่พวกเจ้าจะพูดกันดี ๆ บ้าง” พี่ท่านไม่พูดเปล่าแต่ยังวางสมุดไว้บนโต๊ะเพื่อเก็บธุระสำคัญเอาไว้คุยทีหลังแล้วพูดถึงความสัมพันธ์ของข้ากับวีนัสที่ทะเลาะกันได้ทุกวันไม่วายเว้น

“ซีค บอกพี่ ว่าพวกเจ้าทะเลาะกันเรื่องอะไร” น้ำเสียงเข้มเย็นยะเยือกถามอย่างคาดคั้น มันทำให้ข้าจำเป็นต้องตอบ

“ข้าไม่รู้ว่าเราทะเลาะกันเรื่องอะไร ข้าบอกแค่ว่าจะนอน อยู่ ๆ วีนัสก็ไม่พอใจขึ้นมาซะงั้น”

“วีนัสคงไม่โกรธเจ้ากับเรื่องแค่นั้นหรอก ซีค”

“ข้าไม่รู้” ในหัวมึนตึ้บไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ข้าได้แต่เอื้อมมือขวาขึ้นมานวดขมับตัวเองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เจ้าไม่รู้หรือยังไม่ได้ลองคิดดูดี ๆ”

“พี่ท่าน ข้าไม่รู้ และข้าก็คิดไม่ออก ทำไมพี่ถึงได้ชอบถามคำถามที่มัน ! เฮ้อ… ถามเหมือนพี่กำลังสอบสวนข้าอย่างกับข้าเป็นนักโทษกระทำผิด”

“ใช่ เจ้าทำผิด เจ้าทำให้วีนัสร้องไห้”

“วีนัสร้องไห้งั้นรึ !” ข้าโพล่งขึ้นเสียงดัง

“ใช่ วีนัสร้องไห้ และไลลากำลังเป็นคนปลอบ”

“ข้าทำให้วีนัสร้องไห้อีกแล้วสินะ พี่ท่าน ข้าควรทำอย่างไรดี ข้าคิดไม่ออก ข้าไม่เคยมีความรัก ข้าไม่เคยมีใคร ข้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเวลาที่ทำให้คนที่รักเราเสียใจ และข้าก็ไม่รู้ว่าข้าทำอะไรลงไป วีนัสถึงได้เสียใจขนาดนี้” ถึงเวลาที่ข้าต้องจมอยู่กับการกระทำอันโง่เง่าของตัวเอง มันยากซะยิ่งกว่าตอนท่านพ่อสอนจับดาบดามากัสครั้งแรก ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เคยเจอเรื่องอะไรที่ยากเท่านี้มาก่อนเลยจริง ๆ

“เจ้ารู้มั้ย ว่าเจ้าก็เคยทำให้พี่เสียใจเหมือนกัน” อยู่ ๆ พี่ท่านก็มาบอกว่าเขาก็เคยเสียใจเพราะข้าเหมือนกัน

“ข้าไม่รู้” ใช่ ข้ามันเป็นพวกไม่รู้อะไรสักอย่างเพราะข้าไม่ใช่พวกที่จะมานั่งใส่ใจความรู้สึกของคนนู้นคนนี้อยู่แล้ว

“และถ้าเจ้ารู้ล่ะ เจ้าจะทำอย่างไร”

“ข้าไม่ทำ เพราะยังไงซะพี่ท่านก็ต้องเข้ามาคุยกับข้าเองก่อนอยู่แล้ว และทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ”

“พูดถูก สุดท้ายพี่ก็ต้องเป็นคนเข้าหาเจ้าก่อนทุกครั้ง และหลายครั้งที่เจ้าทำให้พี่ไม่พอใจ บางครั้งก็ทำร้ายความรู้สึกกันทั้งที่พี่เป็นพี่เจ้า ซีค เจ้าทำแบบนั้นกับพี่ พี่ไม่เคยโกรธ เหมือนกันกับวีนัส พี่เชื่อว่าวีนัสไม่เคยโกรธเจ้าเลยสักครั้งแต่วีนัสแค่อยากให้เจ้าทำดี ๆ กับเขาบ้าง”

“ไอ้ที่ว่าไม่ดีน่ะมันคืออะไร ข้าไม่เข้าใจ” เป็นครั้งแรกที่รู้สึกจนมุม มันมืดแปดด้านหาทางออกแทบไม่เจอ

“ก่อนอื่นเจ้าต้องตอบคำถามพี่ก่อนว่าเจ้าไม่ชอบให้ใครทำอะไรกับเจ้า” พี่ท่านเริ่มสอบสวนข้าอีกครั้ง ข้าเบื่อเต็มทีแต่ก็โวยออกไปไม่ได้ในเมื่อตอนนี้ในตัวข้ามีแต่ความผิด ผิดที่ทำให้วีนัสเสียใจและผิดที่เคยทำให้พี่ท่านเสียใจเช่นกัน

“ข้าไม่ชอบให้ใครเสียงดังใส่ข้า ข้าไม่ชอบให้ใครมาต่อว่าข้า ข้าไม่ชอบให้ใครใช้คำพูดเปรียบเปรยเพื่อด่าทอหรือดูถูกข้า และข้าก็ไม่ชอบถูกเมินจากคนที่ข้ารัก”

“ทีหลังจำไว้… ถ้าไม่ชอบให้ใครทำแบบไหนกับเรา เราก็อย่าไปทำแบบนั้นกับเขา โดยเฉพาะกับคนที่รักเรา ในเมื่อเจ้ามีความรู้สึก ในเมื่อเจ้าไม่ชอบ วีนัสเองก็ย่อมไม่ชอบได้เหมือนกัน”

‘คนที่รักเรา’ วีนัสสินะ ข้านิ่งเพียงพักก่อนถอนหายใจอีกครั้งให้กับความโง่เง่าของตัวเอง

“ถ้าอยากจะแก้ไขยังไงซะตอนนี้ยังทันเสมอ พี่อยากให้เจ้าคิดให้ดีว่าตอนนี้วีนัสไม่มีใครนอกจากเจ้า ตั้งแต่มาที่นี่วีนัสก็เจอแต่อันตราย เจ้าก็รู้ แล้วยิ่งตอนนี้ ส้มจี๊ดก็ไม่ได้อยู่ด้วย วีนัสตัวคนเดียวนะซีค จริงอยู่ที่ภายนอกวีนัสอาจดูแข็งกระด้างดีแต่ส่งเสียงตะโกนกระโชกโฮกฮาก แต่ในใจวีนัสล่ะ เจ้ารู้รึเปล่าว่าวีนัสบอบช้ำแค่ไหน คนเราไม่สามารถอ่านใจใครออกได้ เพราะงั้นเจ้าหัดพูดซะบ้างว่าเจ้ารู้สึกอย่างไรกับวีนัส หัดใช้คำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายยิ้มได้บ้าง มันไม่ทำให้เจ้าตายหรอก” ทุกถ้อยคำที่ได้ยินมันเหมือนเหล็กแหลมทิ่มแทงเข้ามาในอกซ้าย ข้ารู้สึกเจ็บปวดในหัวใจผลจากมองข้ามความสำคัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนกลายเป็นทำร้ายจิตใจวีนัสนับครั้งไม่ถ้วน

“จำตอนพี่แม่เราสองคนยังอยู่ได้มั้ย พวกท่านมักบอกเสมอว่าให้เรารักกัน ถึงจะเกิดจากมารดาคนละคนแต่เราก็มาจากพ่อเดียวกัน พี่รู้อยู่ในใจว่าพี่รักเจ้า เพราะเจ้าเป็นน้องชายคนเดียวของพี่ แต่คำว่า ‘รัก’ ที่พี่กล่าวทุกคืนตอนส่งเจ้าเข้านอนมันก็ทำให้เจ้ารู้สึกดีไม่ใช่รึ”

“ใช่ ข้ารู้สึกดีทุกครั้งที่พี่ท่านบอกว่ารักข้าหรือแม้แต่กระทั่งเป็นห่วงข้า”

“วีนัสก็เช่นกัน วีนัสก็รู้ว่าเจ้ารักเขา ห่วงเขา แต่อะไรล่ะมันจะไปชื่นใจกว่าการที่ได้ยินออกมาเป็นคำพูดจากปากคนที่เรารัก เหมือนกันตรงที่เจ้ารู้อยู่แล้วว่าพี่รักเจ้า แต่ทุกครั้งที่ได้ยินพี่บอกว่ารักออกมาเป็นคำพูดเจ้าก็รู้สึกดีไม่ใช่รึ”

“ใช่” ข้าทำได้เพียงตอบออกไปแค่สั้น ๆ เท่านั้น

“อะไรที่เกี่ยวกับวีนัส บอกเจ้าตัวเขาไปเถอะซีค วีนัสไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะอ่านใจใครได้ พี่ไม่รู้ว่าเจ้าสองคนทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่พี่เชื่อว่าการบอกออกไปตรง ๆ เกี่ยวกับความรู้สึกของเจ้ามันเป็นเรื่องดี และต้องใช้ความรู้สึก ไม่ใช่ใช้อารมณ์” คำพูดของพี่ท่านทำให้ข้าถามตัวเองในใจว่าข้าต้องการพูดอะไรกับวีนัสบ้าง

“พี่ท่านรู้มั้ย ว่าข้าไม่เคยห่วงใครเท่ากับห่วงวีนัสมาก่อน ข้าไม่เคยเห็นใครโดนทำร้ายและทำให้รู้สึกเจ็บตามไปด้วยได้ขนาดนี้ ข้าไม่เคยอยากปกป้องใครเท่าปกป้องวีนัส และนอกจากท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ท่าน และสการ์ ข้าก็ไม่เคยอยากใช้ชีวิตอยู่กับใครไปตลอดเท่ากับใช้กับวีนัส ข้าอยากมีวีนัสคอยอยู่เคียงข้างข้าไปจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต จริงอยู่ที่เรื่องราวความรักของเรามันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันปานสายฟ้าแลบ แต่ข้ากลับรู้สึกผูกพันเหมือนเราเคยรักหรือเคยพบกันมาก่อน”

“พี่รู้ พี่รู้ว่าพวกเจ้ายังไม่ทันได้คบหาดูใจกันด้วยซ้ำก็ตกลงเป็นผัวเมียกันซะแล้ว แต่มันไม่ใช่ปัญหาและไม่ใช่ประเด็นที่จะมาตั้งข้อสงสัยว่าทำไมพวกเจ้ารักกันง่ายนักทั้งที่เจ้าเองก็เกือบฆ่าวีนัสตาย วีนัสเองก็ร้ายไม่เบาทำกับเจ้าไว้เยอะ แต่เรื่องที่ควรหยิบมาเป็นประเด็นคือเจ้าทั้งสองจะทำอย่างไรให้ชีวิตคู่และความรักที่มีต่อกันดำเนินต่อไปได้จนถึงบั้นปลายของชีวิต คนอย่างวีนัสต่อให้เจ้าไปเคาะประตูบ้านทุกบ้านก็หาลูกสาวใครที่ไหนที่ทั้งเก่งและเข้มแข็งได้อย่างวีนัสไม่ได้หรอกนะ”

“ข้ารู้ว่าข้าหาเมียแต่งอย่างวีนัสไม่ได้อีกแล้ว และต่อให้เจอใครที่ดีกว่าข้าก็ไม่เปลี่ยนใจ วีนัสเป็นเมียข้า ข้าเลือกเอง และไม่ปล่อยให้หลุดมือไปแน่”

Zeek Part End.

หลังจากซีคยืนยำคำเดิมว่าจะนอนอย่างเดียวไม่เหลียวแลผมสักนิดผมก็วิ่งออกจากห้องแล้วลงมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวหน้าตัวอาคาร แต่ไม่ทันไรเจ้าหญิงไลลาก็มาเห็นเข้าว่าผมกำลังร้องไห้ เธอจึงเข้ามาปลอบ ยอมรับว่าเป็นครั้งที่ผมทั้งรู้สึกอ่อนแอและเดียวดายในเวลาเดียวกันจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

“ฮึก ! ผมแค่อยากได้ยินคำว่าห่วงจากซีคบ้าง” ผมกอดเจ้าหญิงไลลาแน่นพลางเอาหน้าซบไหล่ ตอนนี้ผมไม่เหลือใครแล้วจริง ๆ แม้แต่เจ๊ส้มที่เคยเป็นที่พึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ที่นี่

“วีนัส เจ้าต้องเข้าใจว่าซีคไม่เคยมีความรัก” เธอปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมเอามือลูบหัวผมไปพลาง

“ฮือ… แต่เขาก็น่าจะรู้ว่าควรทำยังไงกับคนรัก หรือเขาไม่ได้รักผมกันนะ”

“ซีครักเจ้ามากกว่าที่เจ้าคิด” ฝ่ามือเรียวบางผลักผมออกก่อนจับหน้าผมให้เงยขึ้น ใบหน้าผมเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาแถมยังสะอื้นในคอไม่ขาด ขณะนั้นนิ้วเรียวก็ปาดเช็ดน้ำตาให้ผมอย่างเบา ๆ ก่อนที่เจ้าหญิงไลลาจะพูดต่อ

“ซีคก็เป็นแบบนี้แหละ เขาถือยศถือศักดิ์ถือว่าตัวเองเป็นเจ้าชาย เพราะฉะนั้นจะมาหวั่นไหวหรือแสดงความห่วงใยความรักใคร่กับใครไม่ได้”

“ไม่จริง ซีคไม่ได้รักผม เขาไม่เคยดูดำดูดีผมเลย ผมให้ทุกอย่างกับเขาไปแล้ว ให้ทั้งใจให้ทั้งร่างกายทั้งที่ผมเป็นผู้ชายแท้ ๆ แต่ดูสิ่งที่เขาให้กับผมสิ แค่คำว่าห่วงก็พูดไม่ได้ กว่าจะบอกว่ารักก็ต้องรอให้ตัวเองเกือบตายก่อนถึงจะพูด”

“ซีคแค่แสดงออกไม่เก่ง แค่นั้นเอง” ในเวลาเดียวกันที่ผมเอาแต่ร้องไห้ เจ้าหญิงไลลาดันยิ้มได้ตลอด แหงแหละ ก็ท่านอควาห์เขาทั้งอ่อนโยนทั้งนุ่มนวลไม่ได้แข็งกระด้างเป็นไม้ท่อนไม้ซุงแบบซีคนี่ เอาจริง ๆ ไม่มีใครเข้าใจผมหรอกเพราะเขาไม่ได้มาเจอกับตัวเลยไม่รู้ว่าไอ้ความรู้สึกน้อยใจจนเจ็บเจียนตายมันเป็นยังไง

“สุดท้ายท่านไลลาก็ไม่เข้าใจผมเลยสักนิด” ผมสะอื้นหนักใช้มือสองข้างเช็ดน้ำตาตัวเองอย่างลวก ๆ ผมลุกขึ้นยืนจากม้านั่งแต่เจ้าหญิงไลลาก็ฉุดให้ผมนั่งลงอีกครั้ง ซ้ำยังหัวเราะคิกคักเหมือนเป็นเรื่องน่ายินดีที่เห็นผมร้องไห้

“วันนี้เจ้าแปลกไปนะวีนัส” เธอพูดแล้วแกล้งใช้นิ้วชี้จิ้มแก้มผม

“แปลกอะไร ผมก็แค่ร้องไห้” ใช่ ผมก็แค่ร้องไห้เพราะน้อยใจทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เกลียดจังเวลาหาเหตุผลหรือหาคำตอบไม่ได้ว่าตัวเองเป็นอะไร

“แปลกสิ ก็ปกติเจ้าเคยสนใจที่ไหนล่ะว่าซีคจะทำยังไงกับเจ้า แต่ตอนนี้พอเขาไม่แสดงออกเข้าหน่อยเจ้าก็ร้องไห้เป็นวักเป็นเวนทำอย่างกับซีคมีเมียใหม่งั้นแหละ นี่รู้มั้ยวีนัส ว่าอาการแบบนี้เขาเรียกว่ารัก”

“ฮึ ผมเกลียดเขาต่างหาก” ผมนั่งหน้ามุ่ยรู้สึกน้อยใจที่เธอเอาแต่หัวเราะทั้งที่ผมกำลังเสียใจ ไอ้ความขี้น้อยใจนี่เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ผมถามตัวเอง

“ถ้างั้นคนที่เจ้าเกลียดก็เดินมานั่นแล้วล่ะ” ว่าแล้วเจ้าหญิงไลลาก็ชี้ไปที่ซีคซีคซึ่งใช้ไม้เท้าช่วยพยุงร่างตัวเองขณะเดินมาหาผม

“ข้าไปล่ะ” ผมบอกกับเจ้าหญิงไลลาแล้วรีบลุกขึ้นยืนแต่แล้วซีคก็เร่งฝีเท้าเดินเข้ามาหาแล้วฉุดข้อมือผมไว้

“ปล่อยข้า” ผมบอกพร้อมกับนัยน์ตาแดงก่ำเคล้าไปด้วยหยาดน้ำตา

“ข้าไม่ปล่อย” ซีคบอก จังหวะนั้นเจ้าหญิงไลลาได้ปลีกตัวออกไปพอดี ซีคจึงฉวยโอกาสฉุดผมให้นั่งลงบนม้านั่งอีกครั้งแล้วดึงผมไปกอดแน่น

“ข้าไม่ให้เจ้าไปไหนทั้งนั้น” แค่พูดไม่พอซีคยังกอดผมแน่นกว่าเก่า

“ท่านลงมาทำไม ไม่ง่วงนอนแล้วรึไง” ทุกถ้อยคำที่กล่าวออกไปเต็มไปด้วยความประชดประชัน

“เมียร้องไห้ทั้งทีข้าจะหลับลงได้ไง วีนัส” ซีคยังคงกอดผมอยู่อย่างนั้น เขาทำให้ผมรู้สึกอึดอัดผมจึงผลักเขาออกแล้วเอามือมาจัดเสื้อผ้าตัวเองไม่ให้ยับยู่ยี่

“ก็นอนไปสิ ท่านจะมาสนใจข้าทำไมล่ะ ปกติก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้วนี่ว่าข้าจะรู้สึกยังไงหรือเสียใจกับคำพูดท่านมากขนาดไหน” น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำเป็นตัวบอกว่าผมไม่พอใจในความไม่รู้จักแสดงออกต่อคนรักของซีคอย่างมาก

“วีนัส ข้าไม่เคยมีความรัก ข้าไม่รู้ว่าต้องทำยังไง” พูดจบซีคก็ทำท่าจะคว้าตัวผมไปกอด ผมรีบเขยิบตัวออกห่างนั่งชิดขอบม้านั่งก่อนจะเมินหน้าไปทางอื่น

“อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ ข้าเกลียดท่าน เห็นหน้าแล้วอยากสำรอก” ถึงพยายามจะกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลแต่มันก็ยังคลอ ๆ เหมือนจะร้องออกมาให้ได้ ผมกะพริบตาถี่เพื่อปกปิดไม่ให้ซีครู้ว่าผมกำลังรู้สึกไม่ดี

“เฮ้อ…” ซีคถอนหายใจ เขาไม่พูดอะไรแต่จู่ ๆ ก็หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง

“ข้าขอโทษ” สิ่งที่ยื่นให้ผมคือดอกกุหลาบสีแดงสภาพทั้งช้ำทั้งเหี่ยวแถมยังโดนถอนมาทั้งต้นไม่พอดอกยังเล็กนิดเดียวอีกต่างหาก

“เอาของแบบนี้มาให้ข้าเนี่ยนะ” ผมกอดอกเชิดหน้าชายตามองดอกกุหลาบสีช้ำเลือดช้ำหนอง

“ข้าเห็นมันอยู่ในกระถางเลยถอนมาให้” นี่เขาตั้งใจทำแบบนี้จริง ๆ หรือตั้งใจกวนประสาทผมกันแน่ บางทีก็เดาไม่ออกเหมือนกันว่าซีคจะมาไม้ไหน

“เอาก็ได้” ผมกระชากดอกกุหลาบออกมาจากมือซีคแล้วถือไว้ แววตาซีคส่อแววรู้สึกผิดไม่น้อย มองไปมองมาก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน จริงอยู่ที่เจ้าชายอย่างเขาไม่เคยมีความรักเลยไม่รู้จะแสดงออกยังไง แต่ผมก็อยากทำให้เขารู้บ้างว่าผมก็มีหัวใจเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเอะอะก็ไล่เอะอะก็เฉยชาใส่

ผมหมุนดอกกุหลาบในมือดูแล้วเอามันขึ้นมาดม ก็หอมดีเหมือนกันถึงจะมีเศษดินดำ ๆ ติดอยู่ตามรากต้นกุหลาบก็เถอะ และดอกกุหลาบเน่า ๆ ดอกนี้ก็เหมือนฝ่ามือหนาของซีคที่ปาดเช็ดคราบน้ำตาให้ผมจนเหือดแห้ง และความรักก็ทำให้ความโกรธเคืองของผมที่มีต่อเขาหายไปสิ้นเพียงเพราะกุหลาบดอกเดียว

“ขอบคุณนะ ที่อุตส่าห์เอามาให้” ผมพูดเสียงเอื่อย จู่ ๆ หน้าทั้งหน้าก็ร้อนขึ้นมา

“อืม ข้าตั้งใจเอามาให้เจ้า ชอบรึเปล่าล่ะ” สภาพอย่างกับเก็บมาจากถังขยะแบบนี้ถ้าเป็นคนอื่นเอามาให้ผมคงไล่ตะเพิดด่าให้ไปเก็บดอกใหม่มาแล้วล่ะ แต่นี่เป็นซีค เพราะงั้นไม่ว่าเขาจะเอาอะไรมาให้ผมก็ชอบและยอมรับเอาไว้

“ชอบ หน้าตามันอัปลักษณ์เหมือนท่านดี” ผมยอกย้อนด้วยคำพูดคำจาที่ซีคชอบว่าผมไว้บ่อย ๆ โดยเฉพาะคำว่าอัปลักษณ์

“ข้าว่าอัปลักษณ์เหมือนเจ้ามากกว่า” ซีคพูดหยอกต่อด้วยชิงหอมแก้มผมฟอดใหญ่ตอนผมเผลอ ผมถึงกับเบิกตาออกกว้างและด้วยความมือไวเลยง้างมือฟาดไหล่เขาไปเต็มแรงถึงสองที

“ท่านทำบ้าอะไรเนี่ย !”

“ก็ทำให้เจ้าหายโกรธข้าไง”

“ข้าไม่ได้โกรธท่าน ! แต่ข้าเกลียดท่านต่างหาก !” ผมตวัดตาค้อนก่อนเบะปากใส่ซีค ซีคยิ่งได้ใจใหญ่ เขารวบกอดผมเอาไว้แน่นแถมยื่นหน้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบชนกับแก้มเนียนออกสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

“ท่านบ้า ! จะทำอะไร”

“ก็จะดูคนขี้แงร้องไห้ยังไงล่ะ” เสียงทุ้มต่ำดังให้ได้ยินข้างหู ใจผมเต้นตึกตักสายตาลอกแลกอย่างเห็นได้ชัด

“ข้าไม่ได้ขี้แงสักหน่อย” ผมเบี่ยงตัวหนี ความจริงผมดิ้นได้แรงกว่านี้ด้วยซ้ำแต่ไม่กล้าเพราะกลัวว่าดิ้นไปดิ้นมาแล้วจะไปโดนแผลซีคเข้า

“เจ้าร้องไห้ ข้ารู้”

“เพราะท่านนั่นแหละ ข้าถึงได้ร้อง” พอพูดตรง ๆ ซีคก็ยอมปล่อยอ้อมแขนออก เขามองหน้าผมอยู่อย่างนั้นจนผมสงสัยว่าจะมองอะไรนักหนาแต่ก็ไม่ถามออกไป ซีคขยับตัวนั่งตะแคงข้างแล้วดึงมือผมไปจับอย่างหลวม ๆ

“คืนนี้ข้าจะพาเจ้าไปดูดาวลูซิอัส แต่งตัวสวย ๆ ล่ะ” แค่พูดไม่พอซีคยังเลื่อนมือมาจัดคอเสื้อให้ผม

“งั้นอยากให้ใส่ชุดไหนก็เลือกมาแล้วกัน งั้นข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวรอแต่เนิ่น ๆ นะ” ผมปัดมือซีคออกแล้วลุกขึ้นยืนก่อนเดินออกมาจากม้านั่งทันที มันไม่ง่ายเลยเมื่อเราเขินจนอยากแหกปากตะโกนแต่ทำได้แค่ทำหน้านิ่ง ๆ คงเพราะซีคเป็นคนที่ผมเลือกที่จะรักด้วยแหละมั้ง หัวใจในอกมันถึงได้เต้นแรงขนาดนี้


--------------------------------------------------

​มาแล้ววววววว ครบ 100 % แล้วนะ โฮ๊ยยยยย เป็นไงล่ะ ความที่น้องรักท่าน แค่ดอกกุหลาบเน่า ๆ น้องก็หายงอนละ 5555555555555555555555

​#ซีควีนัส ใกล้จบแล้วนะ 

ความรักของทั้งสองเดินทางมาใกล้มากแล้ว

​แต่ขำความท่านถอนดอกกุหลาบมาให้น้อง 55555555555555555555555555

เชื่อแล้วว่าท่านไม่เคยมีความรัก

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว