ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 9

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,จีนโบราณ,แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.9k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 14:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9
แบบอักษร

2018-02-02

"แต่ข้าสามารถพาท่านไปพบกับคนที่สามารถปกป้องชาวเมืองได้" ผู้เฒ่าเจิ้งยิ้ม

หูชิงหนิวเชิญเจิ้งลี่เฉิงขึ้นรถม้าของเขามุ่งหน้าไปบ้านต้นหลิวด้วยความร้อนใจ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเมืองนี้ไว้ให้ได้

รถม้าจอดหน้าบ้านต้นหลิวยังไม่ทันที่คนทั้งคู่จะลงจากรถประตูบ้านก็เปิดออกมา มีบ่าวชายหน้านิ่งผู้หนึ่งออกมาต้อนรับโดยไม่กล่าวคำใด

ผู้เฒ่าเจิ้งที่คุ้นเคยชักนำหูชิงหนิวเข้าบ้านที่แทบไม่เคยต้อนรับใคร หูชิงหนิวคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินข่าวลือบางอย่างเกี่ยวกับบ้านหลังนี้แต่นึกไม่ออก ตั้งแต่เขาย้ายมาเป็นเจ้าเมืองเด็กสองคนก็ซื้อบ้านหลังนี้ไปแล้วเมื่อเขาผ่านมาก็เห็นว่าเหมือนคฤหาสน์ทั่วไปจึงไม่เคยใส่ใจมาก่อน 

หูชิงหนิวก้าวตามผู้เฒ่าเจิ้งเข้าไปยังห้องโถงที่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่ไร้ผู้คน บ่าวผู้หนึ่งโผล่ออกมาอย่างเงียบเชียบยกน้ำชามาตั้งไว้ให้แล้วหายไปเหมือนขามา

"เชิญนั่ง" ผู้เฒ่าเจิ้งผายมือเชื้อเชิญพร้อมรินน้ำชาให้ เขาทำตัวประดุจเจ้าบ้านก็ไม่ปาน

หูชิงหนิวนั่งลงมองชายชราตรงหน้าด้วยสายตาเคลือบแคลง 

"ท่านไม่ต้องสงสัย บ้านต้นหลิวเคยเป็นของบรรพบุรุษของข้ามาก่อน ข้าจึงออกจะคุ้นเคยกับเจ้าของคนปัจจุบันไม่น้อย จิบชาสงบใจรอสักครู่เดี๋ยวพวกเขาก็ออกมา"

หูชิงหนิวสะกดใจจิบชาที่ผู้เฒ่าเจิ้งเลื่อนมาให้ รสชาติขมอวลอยู่ในปากเมื่อกลืนลงคอทำให้ชุ่มคอนักเหลือรสชาติหอมหวานอยู่ในปากจนอยากดื่มอีกครา

"ชาดีใช่ไหมล่ะ หลานๆข้าใช้สมุนไพรผสมกับใบชาสามัญจนได้รสชาติแบบนี้ เก่งมากใช่ไหม" เจิ้งลี่คุนหัวเราะฮาฮา คนชอบอวยหลานไม่มีใครเกินเขา

"ท่านปู่" ก้อนกลมขนาดใหญ่กระโดดเข้าใส่ผู้เฒ่าเจิ้ง หูชิงหนิวตั้งท่าโจมตีแต่เจิ้งลี่คุนเบี่ยงตัวหลบ

"นี่หลานข้าเองท่านเจ้าเมือง" เจิ่งลี่คุนหัวเราะแล้วรีบวางหลิงหลงลง เด็กชายหนักจนทำให้เขาปวดหลัง

"ขออภัยที่ทำให้รอ คารวะท่านเจ้าเมือง คารวะท่านปู่" เจ้าของเสียงนุ่มเดินตามหลังพายุลูกสุกรมาเงียบๆจนไม่มีผู้ใดสังเกตในตอนแรก หูชิงหนิวรีบคารวะตอบแล้วลอบบสังเกตคนตรงหน้าไปด้วย

"ข้าหูชิงหนิว ท่านคือ..."

"ข้าถางอี้เทา นี่น้องข้าถางหลินหลง" 

หูชงหนิวพิจารณาสองพี่น้อง คนพี่รูปร่างสูงโปร่งใบหน้าน่ารักคล้ายสตรีท่าทางสุภาพเรียบร้อยคล้ายบัณฑิต ส่วนเด็กผู้หญิงคนน้องหน้าตาน่ารักท่าทางซุกซนแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชาย แต่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนมีวิชาเลย อ้อ! ลูกสุกรอีกหนึ่งตัวยิ่งดูไร้ประโยชน์

"ข้าพาท่านมาปรึกษากับหลานข้านี่ไง" เจิ้งลี่คุนกล่าวเพราะเข้าใจความรู้สึกของหูชงหนิวว่าคงไม่เชื่อถือเด็กทั้งคู่

หูชงหนิวพิจารณาสองพี่น้องอีกครั้งโดยมีหลิงหลงยืนเท้าเอวจ้องหน้าปากยื่นใส่

"ข้าทราบว่าท่านไม่เชื่อถือแต่ชีวิตคนนั้นเรื่องใหญ่ ขอเพียงทำตามที่ข้าบอกจะสามารถลดการสูญเสียได้มาก ท่านก็อดทนฟังข้าสักหน่อยแล้วกัน" หลินหลงพูดจบวิลเบอร์ก็ส่งเสียงอู๊ดเป็นการสนับสนุน

หูชิงหนิวครุ่นคิด เวลาไม่มีอีกแล้วกระแสน้ำสูงขึ้นทุกขณะ เขามีแต่ต้องเสี่ยงเท่านั้น

"ตกลง พวกเจ้ามีแผนอย่างไรบ้าง"

หลินหลงอธิบายแผนที่เขาคิดกับอี้เทาให้หูชงหนิวฟัง คนยิ่งฟังยิ่งคิ้วขมวด

"ข้าจะปล่อยเด็กสองคนไปเสี่ยงกันเองได้อย่างไร"

"ต้องได้สิ ถ้าท่านอยากจะลดการสูญเสีย ทหารของท่านเอาไปก็ตายเปล่า" หลิงหลงเถียง

"แล้วถ้าพวกเจ้า่ใช้ทหารของท่านเจ้าเมืองเป็นกำลังเสริมเล่า อี้เทาทำลูกธนูไว้มากมาย พวกเขาย่อมสามารถใช้ออกจะได้ผ่อนแรงเจ้า ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็ถอยหนีเสีย" ผู้เฒ่าเจิ้งไกล่เกลี่ย เขาเองก็เป็นห่วงสองพี่น้องมิใช่น้อยจึงเห็นด้วยกับความคิดของเจ้าเมือง

"เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก ที่ผ่านมาข้าฝึกฝนทั้งคู่อย่างหนัก พรายน้ำกระจอกพวกนี้หรือจะต้านไหว" หลิ่วอินอดรนทนไม่ได้กล่าวออกมา ทำเอาหูชิงหนิวสะดุ้งแรง เขาเองก็เป็นผู้มีวรยุทธ์ แม้ไม่ถึงกับยอดเยี่ยมแต่การที่คนจะเข้ามาถึงตัวได้โดยเขาไม่รู้สึกตัวนี่ออกจะสร้างความหวั่นใจให้เขาไม่น้อย เขาเหม่อมองใบหน้างดงามของหลิ่วอินดังต้องมนต์จนหลิงหลงหมั่นไส้ตบโต๊ะเรียกสติดังเปรี้ยง ทำเอาหูชิงหนิวสะดุ้ง

"มิทราบว่าท่านคือ...."

"ข้าเป็นอาจารย์ของเด็กสองคนนี้ แต่แค่พรายน้ำนี้มิให้ต้องถึงมือข้า เข้าใจนะ" หลิ่วอินใช้ใบหน้าที่ปีศาจยังต้องตกหลุมพรางล่อหลอกหูชิงหนิวจนเขารับคำทุกอย่าง กว่าจะรู้สึกตัวก็ถูกบ่าวรับใช้เชิญออกจากบ้านเสียแล้ว

เจิ้งลี่คุนได้แต่ส่ายศีรษะ อีกหนึ่งที่มาของคำว่าปีศาจนั่นก็เพราะเรื่องนี้ด้วย ท่านอาหลิ่วอินของเขาเข้าใจหลอกคนนัก

หูชิงหนิวให้รถม้ามาส่งผู้เฒ่าเจิ้งที่บ้าน ส่วนตัวเขาเตรียมกำลังคนตามที่หลิงหลงสั่ง ใจยังเหม่อลอยคิดถึงคนงามที่เพิ่งเจอมา แต่ในใจคล้ายรู้สึกว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้อง แต่ก็ตัดใจมาใส่ใจกับงานตรงหน้าก่อน จากนี้ไปอีกสองวันเขาคงจะยุ่งมากทีเดียว


"อาจารย์ท่านสุดยอดมาก" หลิงหลงชูนิ้วโป้งหัวเราะร่าให้หลิ่วอิน เด็กน้อยนึกถึงเจ้าเมืองที่พ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของอาจารย์ของเขาแล้วตลกยิ่งนัก

"พวกเจ้าสองคนก็จำไว้ อะไรที่เป็นประโยชน์กับเราล้วนทำได้" หลิ่วอินสอนโดยไม่มีท่าทีละอายแม้แต่น้อยที่เพิ่งหว่านเสน่ห์ใส่บุรุษด้วยกัน

"แต่อาจารย์ พวกเราล้วนเป็นบุรุษ" อี้ซวนค้าน

"นี่มันสมัยไหนแล้ว เพศเดียวกันจะรักกันชอบกันก็ได้ไม่เห็นแปลก แล้วอย่างพวกเราที่มีความงามมากกว่าสตรีจะไม่ใช้ก็เสียดายแย่ โฮะโฮะโฮะ" หลิ่วอินปิดปากหัวเราะอย่างเสแสร้ง

"แล้วท่านไม่กลัวเขาทราบว่าท่านมีแต่วิญญาณหรือขอรับอาจารย์" หลิงหลงถามบ้าง

"ข้าไม่มีสิ่งใดต้องกลัว" หลิ่วอินยักไหล่ ทั้งสามคนทบทวนแผนให้เนียบเนียนไร้ซ่องโหว่ เมื่อหลิ่วอินพอใจแล้วจึงให้พวกเขาไปฝึกซ้อมต่อ ส่วนวันถัดไปให้หยุดพักหนึ่งวัน


ในที่สุดก็มาถึงคืนวันพระจันทร์เต็มดวง ชาวบ้านล้วนพากันอพยพไปอยู่ที่สูงตามคำประกาศของเจ้าเมือง โดยใช้อารามหลงเหมินที่อยู่บนเขาลูกเล็กไม่ไกลจากตัวเมืองเป็นที่รวมพล โดยหลิงหลงและอี้เทาสร้างอาณาเขตล้อมไว้โดยมีทหารกลุ่มหนึ่งคอยเฝ้าระวังภัย ส่วนสองพี่น้องรอชมดูเหตุการณ์อยู่ตีนเขา มีหูชิงหนิวและทหารอีกชุดหนึ่งตั้งค่ายโดยใช้ถุงทรายทำเป็นที่กำบังเตรียมรับมือกับพรายทะเลโดยมีลูกธนูที่อี้เทาเตรียมไว้แจกให้พลแม่นธนู โดยหลิงหลงช่วยลงอาคมในอาวุธของทหารให้ ส่วนวิลเบอร์วิ่งไปมาอยู่แถวนั้นโดยไม่มีใครสนใจ

"ด้วยอำนาจแห่งพสุธา ด้วยอำนาจแห่งวารี ด้วยอำนาจแห่งอัคคี ด้วยอำนาจแห่งวาโย ขอพลังในการปกป้องและกำจัดภัยร้ายให้ข้าด้วย" หลิงหลงในร่างของเด็กแปดขวบทั้งที่อายุสิบสามแล้ว สวมชุดน่ารักหรูหราปักเลื่อมแพรวพราย ผมยาวดำขลับถูกเกล้าเป็นสองมวยผูกริ้บบิ้นสีขาวแดงน่ารักเต้นตามจังหวะเมื่อสะบัดมือใส่กองอาวุธก็ปรากฏเปลวไฟสีฟ้าลุกท่วมอาวุธที่หูชิงหนิวให้นำมารวมกันไว้ รอจนไฟดับหลิงหลงก็หอบน้อยๆด้วยท่าจบที่หลิ่วอินสอน แก้มยุ้ยเป็นสีชมพูระเรื่อจนทหารที่มองอยู่บางคนถึงกับโลหิตกำเดาไหล เด็กผู้นี้ช่างน่ารักสุดๆไปเลย ท่านเจ้าเมืองไปหามาจากไหนกัน

วิลเบอร์ทำตัวใหญ่ขึ้นให้หลินหลงนั่งพัก เด็กน้อยกล่าวกระตุ้นพวกทหารให้มาหยิบอาวุธของตนเองไป

"พวกท่านหยิบอาวุธเข้าไปประจำที่ได้แล้ว อีกไม่นานน้ำจะไหลท่วมเมืองแล้ว พวกท่านรีบเข้าประจำที่เถอะ"

เสียงเด็กน้อยทำให้เหล่าทหารได้สติ เข้ามาหยิบอาวุธของตนเอง ในคราแรกคนยังแตะๆ เมื่อพบว่าอาวุธที่ถูกไฟลุกท่วมกลับไม่ร้อนอย่างที่คิด เมื่อหยิบขึ้นมาดูคล้ายเคลือบด้วยไอเย็นชนิดหนึ่ง สร้างความมั่นใจให้แก่พวกเขาอย่างมาก ท่าทางซังกะตายยามแรกหายไปถูกแทนที่ด้วยความกระฉับกระเฉง

"ขอบใจเจ้ามากนะ นี่สร้างกำลังใจให้พวกทหารได้มากเลยแล้วอาจารย์ของเจ้าไม่มาด้วยหรือ" หูชิงหนิวตะล่อมถาม สองวันที่ผ่านมาไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่นเขาก็มีแต่ใบหน้าของหลิ่วอินอยู่ในห้วงคำนึงจนเผลอวาดใบหน้าของหลิ่วอินในเอกสารสำคัญแทนการลงชื่อเสียได้ มีหลีตงเสวียคนสนิทมองอย่างเบื่อหน่ายเพราะเขาต้องคัดลอกเอกสารใหม่ทั้งฉบับแล้วยังต้องนำรูปไปแขวนไว้ข้างโต๊ะให้หูชิงหนิวเชยชมอีก ใครจะเข้าใจหัวอกเขาบ้าง

"ไม่มาหรอก อาจารย์ไม่ออกจากบ้าน" หลิงหลงตอบสะบัดๆ ถ้าไม่คิดว่าภายหน้าเจ้าเมืองผู้นี้ยังมีประโยชน์เขาคงจะสาปเสียแล้ว

อี้เทายิ้มอ่อน เขาอยู่ในชุดผ้าแพรบางเบาสีขาวบริสุทธิ์รัดด้วยแพรสีแดงสดเน้นเอวบางคอด แน่นอนว่าออกแบบโดยหลิ่วอินอีกเช่นกัน ชายหนุ่มพยายามไม่สนใจสายตาเร่าร้อนของเหล่าทหาร ใจภาวนาให้พรายทะเลมาถึงเร็วๆบรรดาบุรุษพวกนี้จะได้เลิกสนใจเขาเสียที

วิลเบอร์พาหลินหลงขี่หลังเดินตรวจความเรียบร้อยของทหาร ผ่านไปไหนก็มีแต่คนยิ้มเอ็นดู บางคนอยากจะสัมผัสแก้มยุ้ยๆแดงๆนั้นใจจะขาดแต่ถูกเจ้าวิลเบอร์ขู่ใส่ทำท่าจะกัดจึงได้แต่หดมือกลับไป


"พวกท่านทำอะไรกันอยู่" หวังเต๋อซุ่นซุ่มดูอยู่นานแล้ว ใจเกิดความปราถนาดีแก่หลิงหลงหลังจากเช็ดโลหิตที่ไหลออกจากจมูกเรียบร้อยแล้วจึงเปิดเผยตัวออกมา

"เจ้าก็เป็นคนในวงการรึ" หลิงหลงจ้องหน้าทำเอาหวังเต๋อซุ่นคันยุบยิบในหัวใจ

"ถูกต้องแล้ว ข้าอยู่ในสิบสุดยอดของมือปราบวิญญาณเลยนะนามว่าหวังเต๋อซุ่น"

"หึ แต่ก็ไม่ใช่ที่หนึ่ง" หลิงหลงทำเสียงขึ้นจมูกเบือนหน้าหนีทำเอาหวังเต๋อซุ่นหน้าเสียแต่ไม่กล้าอาละวาด

"ไม่ทราบว่าท่านอยู่ในลำดับใด" อี้เทาพยายามช่วยไม่ให้คนเสียหน้า หวังเต๋อซุ่นจึงถือโอกาสอวดโอ่อีกครา

"ข้ามีฉายาว่าเคียวนรกเกี่ยววิญญาณอยู่ลำดับที่แปด"

"เหรอ" หลิงหลงเมินใส่โดยเปิดเผย อี้เทาที่สงสารหวังเต๋อซุ่นจึงพยายามชวนคุยไม่ให้คนกระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้

"แล้วท่านหวังมาทำอะไรที่นี่หรือ"

"ข้าได้ยินว่ามีพรายทะเลจะบุกขึ้นเมืองจึงอาสากำจัดแต่เจ้าเมืองผู้นี้กลับคิดว่าข้าเป็นพวกหลอกลวง" 

ที่จริงหวังเต๋อซุ่นก็มีฝีมือมิใช่ชั่ว เขาสลัดคนของเจ้าเมืองที่ถูกใช้มาติดตามได้ตั้งแต่แรกจึงไม่มีผู้ใดทราบความเคลื่อนไหวของเขา วันนี้กลับปรากฏตัวออกมาเองเสียได้

"เจ้ารู้จักคนผู้นี้ด้วยรึ" หูชิงหนิวถามอี้เทา

"เคยได้ยินชื่อมาบ้าง เขาเป็นคนวงการเดียวกับพวกเรา เรื่องฝีมือข้าไม่ทราบแต่ไม่ใช่พวกต้มตุ๋นหรอก" 

"อย่างนั้นรึ ข้าขออภัยที่มองท่านผิดไป ไม่ทราบว่าท่านมาปรากฏตัวเช่นนี้ยินดีจะให้ความช่วยเหลือแก่พวกเราหรือไม่" หูชิงหนิวถาม

"แน่นอน คนอย่างข้าไม่ปล่อยให้เด็กผู้หญิงออกหน้าหรอก" หวังเต๋อซุ่นหวังเอาใจหลิงหลงแต่เด็กน้อยก็ไม่สนใจ นอกจากมีโทสะ รอจนข้าจัดการพรายทะเลเสร็จก่อนเถอะ ข้าจะมาจัดการเจ้าต่อ ตาบอดหรืออย่างไรจึงเห็นข้าเป็นเด็กผู้หญิง เชอะ!

วิลเบอร์ขู่ใส่เมื่อมือหนาใหญ่เอื้อมมาจะแตะนายของมัน ขณะที่คนกับสุกรกำลังจะตีกันนั้น พวกเขาก็หยุดชะงักมองไปที่ทะเลพร้อมกัน

"มาแล้วสินะ" หลิงหลงยิ้มมุมปาก



ความคิดเห็น