ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 8

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,Y,จีนโบราณ,แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.6k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 13:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
8
แบบอักษร

2018-02-01

"เคยสิ เมื่อข้าเป็นเด็กอาศัยอยู่ที่เมืองชายทะเลห่างลงไปทางใต้ เมื่อฝนตกติดต่อกันหลายวันน้ำทะเลเอ่อท่วมบ้านเมือง พวกมันจะมากับน้ำ" ชายชราตัวสั่นเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเขายังเป็นเด็ก

"พวกมันคืออะไรหรือท่านผู้เฒ่า" ชายหนุ่มคนเดิมถามต่อ คนอื่นๆก็พากันฟังอย่างตั้งใจ

"พวกมันคือพรายทะเล นานๆครั้งเมื่ออาหารในทะเลขาดแคลน พวกมันจะขึ้นมาล่าบนฝั่งโดยทำให้ฝนตก น้ำทะเลสูงจนท่วมเหมือนครั้งนี้ไม่มีผิด พวกมันจะมากับน้ำและความมืด ลำตัวตะปุ่มตะปุ่มสีเขียวคล้ำคล้ายสาหร่าย มีกลิ่นเหมือนปลาตายมีครีบเล็กที่หลังหูและข้างลำตัว มือเท้าเป็นพังผืดปากกว้างฟันแหลมคมตาโปนแทบไม่เห็นตาขาว" ชายชราตัวสั่นเมื่อนึกถึงความน่ากลัวครั้งนั้น จนทุกคนได้กลิ่นเหม็นชนิดหนึ่งคล้ายปลาตายโชยมา หลายคนมองเลิ่กลั่กมองไปรอบๆ

"ข้าได้กลิ่นปลาตาย หรือพวกมันจะมีจริงๆ" ชายคนหนึ่งพูด

"ไม่ใช่หรอก ข้าผายลมน่ะ" ชายหนุ่มยิ้มเขิน จึงถูกคนที่อยู่ใกล้ผลักจนศีรษะทิ่ม

"เจ้าบ้านี่ ข้ากำลังตั้งใจฟังอยู่เลย ท่านลุงโปรดเล่าต่อ เมื่อพวกพรายทะเลมาถึงเมืองแล้วเกิดอะไรขึ้น" บุรุษร่างใหญ่ขอร้องชายชรา เขาถึงกับเรียกเสี่ยวเอ้อสั่งน้ำชากาใหม่มาให้ ทุกคนต่างกระหายใคร่รู้ตีวงล้อมเข้ามาฟังแม้แต่เสี่ยวเอ้อและเถ้าแก่ร้านน้ำชา

"ครั้งนั้น พวกชาวบ้านไม่ได้หลบไปไหนไกล เพียงไปอาศัยอยู่ตามอาคารที่มีสองชั้นและอารามบนเขา  ต่างคิดว่าน้ำคงท่วมไม่นาน แต่น้ำกลับสูงขึ้นอีกจนท่วมศีรษะ บิดามารดาของข้าจึงพาข้าหนีไปอยู่ที่อารามบนเขาโดยมีพวกชาวบ้านหนีตายไปพร้อมๆกันหลายสิบคนยังไม่ทันที่เราจะไปถึงพวกมันก็มา" ชายชราหยุดจิบน้ำชาลงคอที่แห้งผากเมื่อนึกถึงความหลัง

"มันคว้าคนที่อยู่หลังสุดก่อน ฉีกร่างเขาเป็นสองซีกและแบ่งกันกิน คนที่เหลือหันไปมองตามเสียงร้องกลับถูกพวกมันจู่โจมถึงตัว เล็บของพวกมันทั้งยาวทั้งคม คนที่ถูกเล็บของมันแผลลึกถึงกระดูก บิดาข้าเร่งว่ายน้ำพาข้าหนีมาถึงตีนเขา เมื่อเท้าแตะพื้นพวกเราวิ่งหนีตายไปสมทบกับคนอื่นๆที่ด้านบน แต่พวกพรายทะเลไม่ได้ไล่ตามมา พวกมันย้อนกลับไปหาคนที่อยู่ในน้ำ"

"แล้วท่านรอดมาได้อย่างไร"

"พวกข้าติดอยู่บนเขา ตอนแรกยังพอมีอาหารแห้งแบ่งกันบ้างแต่พอวันที่สามอาหารก็เริ่มหมด มีคนคิดจะลงมาหาปลาแต่ก็เจอพวกพรายทะเลดักอยู่ อีกกลุ่มที่ไปล่าสัตว์ก็กลับมามือเปล่าพวกเราทนอดไปอีกวันจนมีบางคนทนไม่ไหวคิดจะเสี่ยงกลับบ้าน แต่ขบวนทหารก็ลำเลียงเสบียงมาช่วยไว้ก่อน พวกเขาบอกว่ามีผู้มีอาคมกล้าแข็งท่านหนึ่งเป็นแขกอยู่ในจวนเจ้าเมืองท่านให้ยันต์คุ้มครองมา พอเริ่มมืดให้พวกเราเข้าไปหลบอยู่ในอาราม เอายันต์แปะตามประตูหน้าต่างไว้อย่าให้มีช่องว่างแล้วห้ามออกมาจนกว่าจะสว่างและได้ยินเสียงไก่ป่าขัน

พอใกล้ค่ำพวกผู้ใหญ่ก็ต้อนพวกเด็กๆเข้ามาอยู่รวมกันในห้องโถง ไม่มีใครทราบว่าเกิดเหตุใดด้านนอกนั่น นอกจากเสียงโหยหวนและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของพรายทะเลและเสียงหัวเราะของบุรุษผู้หนึ่ง เสียงนั้นดังติดต่อกันยาวนานจนเกือบใกล้รุ่งจึงเงียบลง พวกผู้ใหญ่รอจนได้ยินเสียงไก่ป่าขันดังที่ทหารบอกไว้จึงชักชวนกันเปิดประตู ส่งบุรุษอาสาออกไปดูด้านนอกเพื่อที่จะพบว่าน้ำลดลงแล้วเหลือแต่ถนนที่เป็นโคลนเฉอะแฉะและซากศพเหม็นคลุ้งของพรายทะเล"

"ท่านเห็นหรือเปล่าว่าผู้ใดเป็นคนปราบพวกมัน"

"ไม่มีผู้ใดออกมาแสดงตน แต่ข้าเคยเห็นแขกของเจ้าเมืองแว่บหนึ่งว่าเขาเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม จึงคิดว่าอาจจะเป็นเขาก็ได้"

ทุกคนถอนหายใจพร้อมกัน เรื่องเล่าของผู้เฒ่าฟังตื่นเต้นนักแต่ก็ยากที่จะเชื่อว่าเป็นความจริง สุดท้ายพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับที่พักทั้งๆที่ฝนพรำ ปล่อยให้ชายชรานั่งไหล่งุ้มอยู่ 

"ข้าเองก็ต้องหาที่สูงๆอยู่เสียแล้ว" เขาพึมพำกับตัวเองแล้วค่อยๆเดินออกจากร้านน้ำชาไป


"ท่านคิดว่าตาเฒ่านั่นเล่าเรื่องจริงหรือไม่"

"ข้าก็ไม่อยากเชื่อ แต่เมืองชายทะเลทางใต้เคยถูกน้ำทะเลหนุนจนท่วมจริง ครั้งนั้นผู้คนล้มตายไปเกือบหมดเมือง" 

"ฟังคล้ายท่านจะเชื่อไปครึ่งหนึ่งแล้ว"

"ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องชาวเมือง ถึงไม่มีพรายทะเลแต่น้ำอาจจะสูงจนท่วมเมืองได้จริงๆ ถึงอย่างไรก็ต้องเตรียมแผนรับมือไว้ก่อน" คนพูดเป็นชายหนุ่มอายุราวสามสิบปีหน้าตาคมคาย เขาคือหูชิงหนิวเจ้าเมืองแห่งนี้ อีกผู้หนึ่งคือคนสนิทพ่วงตำแหน่งเลขาและองครักษ์หลีตงเสวีย ทั้งคู่แวะมาดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านหลังจากไปตรวจดูความเรียบร้อยของเขื่อนกั้นน้ำ ได้ยินเรื่องเล่าของชายชราโดยบังเอิญจึงอดเก็บมาคิดไม่ได้

"แล้วถ้ามีพรายทะเลจริงๆท่านจะทำอย่างไร"หลีตงเสวียถาม

"ข้าคิดว่าเราอาจจะต้องลองไปปรึกษาไต้ซือเฮยจื่อดู" 

"แล้วถ้าข้าอาสาจะเป็นคนจัดการกับพรายทะเลเล่า" นักเดินทางที่นั่งอยู่มุมหนึ่งอย่างไม่มีผู้ใดสนใจถามขึ้น เขาเป็นนักล่าปีศาจที่รู้จักกันดีในตลาดมืดชื่อหวังเต๋อซุ่น

เจ้าเมืองและคนสนิทที่ได้ยินแต่ไม่สนใจ ชำระเงินเดินออกจากร้านทำเอาหวังเต๋อซุ่นโยนเงินลงบนโต๊ะแล้วรีบวื่งตามมา

"อะไรกันเล่า ไม่เสียมารยาทกับข้าไปหน่อยหรือ" 

"ข้าไม่คิดจะเสวนากับพวกหลอกลวง อาศัยความเดือดร้อนของผู้อื่นหาเงิน" หูชิงหนิวเดินต่อโดยไม่สนใจ

"ท่านว่าผู้ใดหลอกลวง คอยดูนะ ถ้าพวกพรายทะเลขึ้นฝั่งได้พวกเจ้าจะตายกันหมด" หวังเต๋อซุ่นสะบัดหน้าไปอีกทางด้วยความฉุน

"สั่งคนสะกดรอยเขา" หูชิงหนิวสั่ง คนสนิทเลี่ยงไปจัดการให้โดยเร็วทิ้งให้เจ้าตัวกางร่มน้ำมันมุ่งหน้าไปยังอารามหลงเหมิน แต่สุดท้ายก็กลับมามือเปล่าโดยไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม



อี้เทาและหลิงหลงพร้อมด้วยวิลเบอร์แวะมาหาเถ้าแก่เจิ้งที่บ้านก่อนไปจ่ายกับข้าว ไม่ใช่เพราะหลิงหลงอยากมารับประทานอาหารที่นี่หรอกนะ แต่กว่าจะเข้าเรื่องหลิงหลงก็ซัดโจ๊กเข้าไปสองถ้วย ส่วนวิลเบอร์จัดการที่เหลือจนเกลี้ยงหม้อ 

"อิ่มหรือไม่หลิงหลง" ผู้เฒ่าเจิ้งลี่เฉิงถามอย่างเอ็นดู ต่อให้หลินหลงรับประทานมากกว่านี้เขาก็เลี้ยงได้ หลายปีที่ผ่านมาเด็กทั้งคู่แวะมาบ่อยๆไม่ปล่อยให้คนแก่เหงา ไม่เหมือนกับเจ้าหลานชายตัวดีตั้วแต่ไปเมืองหลวงกลับบ้านไม่กี่ครั้ง ครั้งสุดท้ายที่เจิ้งจื่อยี่กลับมาก็เมื่อสามปีก่อนจนผู้เฒ่าเจิ้งร่ำๆจะยกสมบัติให้หลิงหลงหมดแล้ว

"อิ่มมากเลยท่านปู่" หลินหลงตบท้องตัวเองปุๆ 

"แล้วมาหาข้าแต่เช้ามีธุระอะไรหรือเปล่า" เจิ้งหลวนคุนถาม

สองพี่น้องเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังเล่าเรื่องที่พวกเขาทำนายได้ให้ฟัง ทั้งคู่ทราบความสามารถของหลิ่วอินเป็นอย่างดีจึงมิคิดสงสัย แต่ก็กังวลไม่ใช่น้อย

"ถ้าเช่นนั้นพวกเราควรเตรียมตัวอย่างไร" เถ้าแก่เจิ้งหลวนคุนคิดไม่ตก เช่นนี้ควรจะปิดกิจการชั่วคราวหรือไม่ แต่แขกที่มาพักช่วงนี้ก็มีจำนวนไม่น้อยเพราะเรือออกเดินทางไม่ได้

"ถ้าน้ำท่วมพวกท่านจงอพยพผู้คนขึ้นที่สูงอย่าอยู่ใกล้น้ำ ถ้าให้ดีอยู่รวมกันปิดห้องให้แน่นหนาแล้วใช้ยันต์ปิดทางเข้าออกทั้งหมด อย่าออกมาจนกว่าจะเช้า" หลิงหลงส่งยันต์ที่อดหลับอดนอนเขียนให้เถ้าแก่เจิ้งปึกใหญ่

"ขอบใจมากนะหลินหลง ข้าจะได้เตรียมอาหารสำรองไว้จำนวนหนึ่ง แต่พวกชาวเมืองจะทำอย่างไร"

"ท่านพ่อสามารถบอกกล่าวกับชาวบ้านได้ ให้พวกเขาเตรียมหนทางสำหรับตนเอง แต่ถ้าผู้ใดไม่เชื่อก็คงยากที่จะหลีกเลี่ยงการสูญเสีย" ทุกวันนี้พวกเขานับญาติกันอย่างสนิทสนม เด็กทั้งคู่เรียกเถ้าแก่เจิ้งเป็นบิดา ผู้เฒ่าเจิ้งเป็นท่านปู่คนตระกูลเจิ้งรวมถึงบ่าวไพร่ล้วนรักใคร่เอ็นดูสองพี่น้อง​ ข้อดีคือทำให้คนเลิกสงสัยว่าพวกเขามีกินมีใช้ได้อย่างไร 

"เจ้าคิดว่าอีกกี่วันพวกพรายน้ำจะบุกมาถึงเมือง" ผู้เฒ่าเจิ้งถาม 

"ข้าคาดว่าอีกสองวันในคืนพระจันทร์เต็มดวง น้ำทะเลจะขึ้นสูงสุดและจะเริ่มไหลเข้าท่วมเมือง พวกมันคงจะมากันคืนนั้น ท่านปู่ไม่ต้องห่วง ข้าจะพยายามป้องกันให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด" หลิงหลงยืนยัน

สองผู้เฒ่าจำต้องปล่อยสองพี่น้องกลับบ้าน ถึงอย่างไร​อยู่กับหลิ่วอินก็ปลอดภัยกว่าอยู่กับพวกเขา จากนั้นรีบสั่งบ่าวไปจัดการธุระให้เรียบร้อยด้วยความหวังว่าจะมีคนเชื่อพวกเขา


บ่าวตระกูลเจิ้งป่าวประกาศเรื่องที่ทราบมาไปทั่วสร้างความตื่นตระหนกให้คนครึ่งเมือง คราวนี้ผู้เฒ่าเจิ้งถึงกับออกหน้าทำเอาคนที่เชื่อหนีตายกันอลหม่านมุ่งหน้าขึ้นที่สูง เรื่องไปถึงหูเจ้าเมืองหูชิงหนิวที่พอทราบเรื่องก็รีบรุดมาหาผู้เฒ่าเจิ้งถึงบ้าน

"คารวะท่านผู้เฒ่า"

"ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องเกรงใจเชิญนั่ง" ผู้เฒ่าเจิ้งลี่เฉิงผายมือให้หูชิงหนิว ส่วนเจิ้งหลวนคุนออกไปดูแลกิจการแล้ว

"ข้าไม่ขออ้อมค้อม ข้าได้ยินจากชาวเมืองบอกว่าท่านให้บ่าวประกาศเรื่องพรายทะเลและน้ำท่วมเมืองในอีกสองวันข้างหน้าสร้างความปั่นป่วนเป็นอันมากท่านจะว่าอย่างไร"

"ท่านเจ้าเมือง สิ่งที่ไม่เคยเห็นไม่ได้หมายความว่าไม่มี ตอนนี้ถ้าท่านรู้สึกว่าชาวเมืองปั่นป่วน ท่านรอจนพรายทะเลมาถึงก็ไม่มีคนเหลือให้ปั่นป่วนอีกแล้ว การเตรียมรับมือล่วงหน้าไม่มีสิ่งใดผิด หากน้ำไม่ท่วมพวกเขายังเหลือเสบียงไว้เลี้ยงชีพ ข้าคิดว่าแทนที่ท่านจะมาเสียเวลากับตาแก่คนนี้ท่านควรไปหาทางตรึงราคาสินค้าจะดีกว่า"

"ท่านทราบเรื่องพรายทะเลได้อย่างไร ทำไมถึงมั่นใจนัก" หูชิงหนิวขมวดคิ้ว

"ความลับของตระกูลไม่อาจแพร่งพราย ท่านยินดีจะร่วมมือกับข้าหรือไม่ ถ้ามีท่านร่วมมือด้วยเราอาจลดการเสียเลือดเนื้อลงได้" เจิ้งลี่เฉิงยิ้ม เขาไม่มีสิ่งใดให้สูญเสียแต่ก็หวังว่าเจ้าเมืองผู้นี้จะไม่หัวแข็งจนเกินไป

หูชิงหนิวไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ ความจริงเป็นดังเช่นผู้เฒ่าเจิ้งกล่าวว่าเขาไม่มีสิ่งใดจะเสียฝนตกติดต่อกันมานานกว่าสิบวันแล้วยังไม่มีท่าทางจะหยุด กำแพงกั้นน้ำคงกั้นได้อีกไม่นาน เขาคงจะต้องลองเสี่ยงกับชื่อเสียงตนเองดูสักครา ถ้าพรายทะเลไม่มีจริงอย่างมากเขาก็แค่เสียชื่อเสียง แต่ถ้ามีจริงเขาก็อยากปกป้องชาวเมืองไว้ให้ได้

"ข้าตกลง ท่านมีแผนการณ์อย่างไร"

"ข้านั้นไม่มีแผนอะไรหรอก"

"อ้าว" หูชิงหนิวหน้าเหวอ

"แต่ข้าสามารถพาท่านไปพบกับคนที่สามารถปกป้องชาวเมืองได้" ผู้เฒ่าเจิ้งยิ้ม

ความคิดเห็น