ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนของใครให้รู้

ชื่อตอน : คนของใครให้รู้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2561 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนของใครให้รู้
แบบอักษร

“นี่อาจารย์”

“หั่นผักเสร็จหรือยัง?” เย่จงถามองค์หญิงเฟย

“ท่านมามัวหั่นผักอะไร พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดไทเฮายังไม่รีบไปเลือกเครื่องแต่งตัวอีก!”

“จะรีบอะไรนักหนาพรุ่งนี้ก็ทันจัดเลี้ยงเย็นไม่ใช่หรือ”

“ทัน? ไหนจะเลือกชุด เครื่องประดับ ทรงผม อาจารย์ยังไม่เตรียมอะไรซักอย่าง!”

“เรางามอยู่แล้วสวมอะไรก็งาม” เย่จงไม่ใส่ใจ

“...”

ถึงแม้พระชายาอ๋องลี่หยางจะไม่สนใจการเลือกเสื้อผ้าเครื่องประดับไปงานเลี้ยงก็ยังโชคดีนิสัยของพระชายา อ๋องลี่หยางคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เสื้อผ้าและเครื่องประดับจึงถูกสั่งมาให้ตั้งแต่ต้น

ชุดปกปิดลำแขนลำคอถูกยกขึ้นมาทาบที่ตัวของเย่จง ชายหนุ่มยอมรับว่าอ๋องลี่หยางรสนิยมไม่ธรรมดา เขาสามารถสั่งตัดชุดให้ปกปิดจุดอ่อนของเขาได้หมดจด เสื้อปิดคอและแขนรวมทั้งสีชุดที่ทำให้ตัวเขาดูบอกบางเช่นสตรีทั่วไป ตัวชุดเน้นให้เคลื่อนไหวง่ายผิดกับชุดสตรีรุ่มร่ามที่เขาใส่ก่อนหน้า

“เครื่องประดับหยกดูไม่ค่อยเหมาะกับอาจงเสียเท่าไหร่เราจึงสั่งให้ช่างนำพลอยสีนิลเหล่านี้ฝังไปกับเครื่องถมเงินแกะสลัก” อ๋องลี่หยางค่อยๆปักปิ่นหนึ่งในชุดเครื่องประดับให้ชายหนุ่ม

“…” เหมือนมีบางอย่างไม่ถูกแต่พูดไปก็เท่านั้นเย่จงจึงเงียบปิดปากไป

สมัยตอนเป็นพ่อครัวร้านอาหารชื่อดังเขามีทั้งเงินและผู้หญิง การซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับก็เป็นงานหนึ่งที่เขาต้องทำ ดังนั้นการถูกจับแต่งตัวครั้งนี้เขาจึงรู้สึกแปลกไม่น้อยที่ยามนี้กลับกลายเป็นผู้ถูกจับแต่งตัวเสียเอง

“งานครั้งนี้เราต้องระวังใครบ้าง?”

“ครั้งนี้มีสนมเสียนเฟย และจางผินเท่านั้น”

อ๋องลี่หยางชอบใจความฉลียวของคนตรงหน้า ไม่ค่อยมีใครพูดคุยตรงไปตรงมากับเขาเช่นอาจงมาก่อน

ตั้งแต่ต้นอ๋องลี่หยางมีความคิดเพียงจะจัดการของบรรณาการเช่นไร ต่อมาเมื่อพบว่าของบรรณาการมีการย้อมแมวขายเดิมก็กรุ่นโกรธคิดอยากยกทัพไปเหยียบคนค้าขายหลอกลวงให้ราบคาบแต่เมื่อได้สัมผัสได้อยู่ด้วยก็ยิ่งรู้สึกสนใจ

“เสียนเฟย?” ครั้งก่อนก็ซูเฟย นี่จะต้องระวังสนมระดับสูงไปทั้งหมดเลยหรือ?

“นาง...เคยพยายามเข้าหาเราก่อนจะเข้าวังไปเป็นสนม ชายาอย่ามองสามีเช่นนั้น เราไม่มีใครนอกจากเจ้าจริงๆนะ”

“…”

“ส่วนจางผินนางจ้องเล่นงานฮองเฮาอยู่ องค์หญิงเฟยตัวติดกับชายารัก จึงคิดว่าคงหนีไม่พ้นเหตุเป็นแน่”

“…”

“ชายารักไม่ต้องกังวลไป เจ้าเป็นที่โปรดปรานของเรากับไทเฮา ถ้าอยากเล่นหากเล่นไม่ถึงตายไม่มีใครสนใจเรื่องเล็กน้อย เรารอการสร้างภาพเล่าเรื่องตลบตะแลงของชายารักอยู่”

“…” บุรุษผู้นี้ส่งคนเฝ้าตลอดเลยใช่ไหม!

อ๋องลี่หยางลงจากรถม้าพร้อมพระชายา ไม่ว่าผู้ใดก็อดสอดรู้สอดเห็นไม่ได้เมื่อข่าวลือในเมืองหลวงต่างเล่าเรื่องความหลงใหลของอ๋องลี่หยางต่อพระชายา

คืนนี้อ๋องลี่หยางสวมชุดสีน้ำเงินดิ้นทองปักลายกิเลนสัญลักษณ์ประจำตัวสตรีที่เดินประคองข้างกายสวมชุดสีฟ้าอ่อนดูน่าทะนุทะนอมจนบุรุฝาทั้งหลายต่างลืมตัวมองไม่วางตา

“อาจารย์” องค์หญิงเฟยเมื่อเห็นคู่บุรุษสตรีเดินเข้ามาก็รีบวิ่งเข้าไปหา

“องค์หญิงเฟย” เย่จงมองแม่มารน้อยแล้วอดชื่นชมไม่ได้

วันนี้องค์หญิงเฟยสวมชุดสีชมพูอ่อนไล่สีและลวดลายคล้ายดอกบัวดอกน้อย ด้วยผิวสีขาวแต่เดิมขององค์หญิงเมื่อสวมชุดเช่นนี้ก็ยิ่งขับความสดใสและน่ารักออกมายิ่งขึ้น หากนางไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของเขาหรือเป็นเด็กในสังกัดเชื้อพระวงศ์เขาก็อยากเด็ดลงมาชิมเล่นเหมือนกัน

“อาจารย์ทำไมยิ้มเหมือนคนบ้า” องค์หญิงเฟยอดขนลุกกับสายตาคนตรงหน้าไม่ได้

“ไม่มีอะไร” เย่จงรีบเก็บสายตากรุ้มกริ่มของตัวเอง มันก็ช่วยไม่ได้ก็ช่วงนี้อดอยากปากแห้ง

เย่จงถูกองค์หญิงเฟยลากไปรวมตัวกับเหล่าสตรีชั้นสูงทั้งหลาย เมื่อหลังของพระชายาลับตาอ๋องลี่หยางจึงได้เดินปลีกตัวเข้าไปนั่งรวมกับบรรดาอ๋องทั้งหลาย

“อาจารย์” ระหว่างเดินไปรวมตัวกับบรรดาพระชายาและคุณหนูทั้งหลายองค์หญิงเฟยก็ต้องหยุดชะงักตัว

“อีกแล้ว?” เย่จงมองไปทางด้านขวามือตามสายตาองค์หญิงเฟย

“อือ”

“ทุกครั้งที่อยู่กับเจ้ามีแต่เรื่อง” เย่จงมองสตรีชุดเขียวอ่อนปักลายเมฆที่ชายเสื้อ

“นั่นพระชายาอ๋องลี่หยางกับองค์หญิงเฟย” จางผินที่ยืนอีกด้านเมื่อเห็นสตรีทั้งคู่เดินเข้ามา

“จางผิน” เย่จงย่อเล็กน้อย อย่างไรสตรีตรงหน้าก็คนข้างหมอนฮ่องเต้หลีกเลี่ยงการมีเรื่องได้ควรหลีก

“ดูเหมือนจวนอ๋องลี่หยางจะสนิทสนมกับฮองเฮาไม่น้อย” จางผินใช้สายตาประเมินมองพระชายอ๋องหน้ากากเหล็ก หากฮองเฮาและอ๋องลี่หยางจับมือกันเกรงว่าการกำจัดฮองเฮาจะยากยิ่งขึ้นต้องรีบหาทางกำจัด

“อาหารกินเลอะเทอะได้แต้วาจากล่าวเลอะเทอะไม่ได้นะเพคะ” เย่จงมองหน้าสตรีตรงหน้า

“เจ้า เจ้า เจ้า” นิ้วขาวๆชี้ตรงไปที่หน้าของเย่จง

“จางผิน” เย่จงค่อยเอื้อมมือของตนเองเข้าสอดนิ้วมือเข้ามือตรงหน้าที่ยื่นมา

“!!”

“มือของจางผินนุ่มขนาดนี้คงบำรุงมาอย่างดี”

“เออ ใช่ เราใช้น้ำมันหอมนวดตลอด” จางผินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของชายหนุ่มวนลูบเบาๆบนหลังมือ

“ผิวสวยเนียนนุ่มน่าอิจฉาเหลือเกิน” เย่จงส่งยิ้มพิฆาตสตรีก่อนยกมือเล็กขาวของคนตรงหน้าขึ้นงับ

“///” ริมฝีกปากกับฟันที่ขบลงผิวหนังเบาๆที่นิ้วชี้ทำเอาจางผินหน้าแดงตัวอ่อนขาอ่อนไปหมด

“จางผิน” เสียงทุ้มของชายหนุ่มทำเอาจางผินใจเต้นแรง

“อาจารย์!” องค์หญิงเฟยหลุดออกจากบ่วงเสน่ห์ของชายหนุ่มก่อนจางผินจึงรีบกระตุกเสื้อเรียกอาจารย์

“เสียดายที่วันนี้สถานการณ์ไม่สะดวก ไว้ครั้งหลังพวกเราค่อยหาเวลาสนทนากัน” เย่จงกัดนิ้วชี้ของหญิงสาวอีกครั้งก่อนค่อยๆปล่อยมืออย่างเสียดาย

“อาจารย์ตอนนี้หน้าเหมือนบุรุษกลัดมัน”

“เจ้าคิดไปเอง” เย่จงหัวเราะเบาๆก่อนเดินลิ่วนำองค์หญิงเฟย

เมื่อเข้าไปถึงบริเวณกลุ่มของเหล่าสตรี เย่จงก็พบว่าสวนดอกไม้ย่อมๆสวรรค์อยู่ตรงหน้านี่เอง

“อาจารย์น้ำลาย”

“เจ้าคิดไปเอง”

“...”

“อาจารย์นั่นเสียนเฟย” องค์หญิงเฟยสะกิตบอก

เดิมองค์หญิงแอบชอบอ๋องลี่หยางอยู่จึงเกลียดผู้หญิงทุกคนรอบตัวของชายหนุ่ม เสียนเฟยก็นับรวมอยู่ในกลุ่มสตรีที่นางเกลียด

“สวย” เย่จงมองตาไม่วาง หากนับสตรีทุกคนในที่นี้หากไม่นับตัวเองเสียนเฟยนี่นับเป็นหยกล้ำค่าตัวจริง

“อาจารย์!” องค์หญิงเฟยทำแก้มป่องโมโหคนข้างๆจนกระทั่งมีขันทีผู้หนึ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะ

“พระชายา ฮองเฮาให้นำสิ่งนี้มามอบให้” ขันทีผู้หนึ่งเดินประคองกล่องกำมะหยี่แดงเขามา

“ของขอบคุณเรื่องซูเฟย” องค์หญิงเฟยยิ้ม

“ซูเฟยไปอยู่ไหนเสียแล้วละหยกมันแพะในกล่องนี้จึงมาอยู่ที่เรา” เย่จงหยิบกำไลหยกในมือมาจับเล่นดู

“กักบริเวณ 2 เดือน”

“ครั้งนี้ได้เรียนรู้สิ่งใด” เย่จงถามองค์หญิงเฟย

“พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ศัตรูของศัตรูคือมิตร ไม่มีคนหนุนหลังที่ใหญ่ยิ่งอย่าหยิ่งให้โดนเหยียบ” “ฉลาดมาก” ชายหนุ่มลูบหัวศิษย์หัวไวของตนเอง

ความคิดเห็น