ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 7

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,แฟนตาซี,Y,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.7k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 13:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7
แบบอักษร

​2018-01-31

หลิ่วอินให้เด็กๆ เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ก่อนที่จะมาปลุกตอนยามจื่อ(23.00-24.59)

"ล้างหน้าล้างตาซะ ข้าจะพาไปทดสอบยันต์"

เด็กทั้งคู่ทราบดีว่าไม่มีทางบิดพริ้ว จึงล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่โดยดี หลิ่วอินต้อนอี้เทาที่มีท่าทางตื่นเต้น กับหลิงหลงที่เดินหลับตาจับชายเสื้อพี่ชายมายังลานฝึกด้านข้าง

"เอาล่ะ ข้าจะปล่อยวิญญาณเข้ามา พวกเจ้าลองใช้วิชาเนตรฟ้าที่ข้าสอนว่าจะสามารถเห็นวิญญาณได้หรือไม่ แต่จงระวังว่าถ้าวิญญาณทราบว่าเจ้ามองเห็นมันแล้วก็อาจเข้ามาทำร้ายเจ้าได้ ที่นี้ก็ได้เวลาใช้ยันต์ที่พวกเจ้าลองเขียนกักขังมันซะ"

"แล้วถ้ายันต์ใช้ไม่ได้ล่ะอาจารย์" หลิงหลงเริ่มตาสว่าง เขาไม่ยอมตายอีกรอบหรอกนะ

"สองขามีก็วิ่งเข้าสิ พุงป่องๆนี่จะได้ยุบลงบ้าง เจ้าทำให้ข้าสูญเสียความมั่นใจรู้ไหม หรือข้าจะเพิ่มการฝึกฝนร่างกายให้เจ้าดี" หลิ่วอินทำท่าครุ่นคิดหลิงหลงผวาเข้าเกาะขาอาจารย์ทันที

"ไม่น๊า แค่นี้ข้าก็นอนไม่พอแล้ว ถ้าเพิ่มอีกข้าต้องป่วยแน่ๆ อาจารย์คนดีอย่าเพิ่มเลยนะ" หลิงหลงส่งสายอ้อนวอนจึงถูกหลิ่วอินจิ้มศีรษะจนหน้าหงาย

"ไม่เพิ่มก็ไม่เพิ่ม ไปประจำที่ได้แล้ว"

หลิงหลงขยับตัวไปยืนข้างอี้เทา ปากท่องคาถาพร้อมวาดอักขระในอากาศ

"ฟ้ารู้ ดินรู้ ภูติผีไม่อาจต้านทาน ขออำนาจฟ้าให้ข้าเห็นด้วยเถิด" หลิงหลงอายแสนอายขณะเต้นไปตามจังหวะที่อาจารย์เคยสอน ทำไมเขาจะต้องเต้นเหมือนสาวน้อยในการ์ตูนตาหวานแบบนี้ด้วย เด็กน้อยจบท่าด้วยการลากนิ้วผ่านดวงตาตัวเองจากนั้นลืมตาขึ้นก็เห็นเงาร่างโปร่งใสยืนโงนเงนอยู่ตรงหน้า

"ว้าว ได้ผลจริงๆด้วย" หลิงหลงอุทาน ส่วนอี้เทาก็เห็นเช่นเดียวกันยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านข้าง

เงาร่างโปร่งใสขยับตัวขยุกขยิกก่อนที่จะเบือนหน้ามาช้าๆโดยลำตัวยังอยู่ท่าเดิม เมื่อเห็นสองพี่น้องยืนอยู่ก็เคลื่อนกายพุ่งมาแต่ความเร็วคล้ายแมงกะพรุนลอยน้ำ

"อี้เทา ทดลองใช้ยันต์ของเจ้า" หลิ่วอินกระตุ้น อี้เทาได้สติควักยันต์ขึ้นมาแล้วปาใส่ทันที แต่ไปได้ครึ่งทางก็ร่วงลงเสียก่อน

"ใครให้เจ้าปาไปแบบนั้น ลืมที่ข้าสอนแล้วรึ" หลิ่วอินแทบกุมขมับ

อี้เทายิ้มแห้ง หยิบยันต์ใบใหม่ขึ้นมาแผ่กำลังภายในใส่แล้วพุ่งไปยังวิญญาณโดยเร็ว แต่วิญญาณนั้นกลับไม่สะเทือน ยังคงลอยมาหาอี้เทาที่ควักยันต์แผ่นที่สามขึ้นมา เขารวบรวมสมาธิโดยยังไม่ทันได้พุ่งออกไปยันต์ก็ไหม้คามือเสียก่อน

อี้เทารีบโยนแผ่นยันต์ติดไฟทิ้ง เด็กชายหยิบแผ่นใหม่ขึ้นมาแผ่นแล้วแผ่นเล่าจนเหลือแผ่นสุดท้าย รวบรวมสมาธิแล้วแผ่กำลังภายในใส่แผ่นยันต์พุ่งไปอีกครั้ง

คราวนี้แผ่นยันต์พุ่งไปติดหน้าวิญญาณอย่างสวยงาม เมื่อสัมผัสวิญญาณแผ่นยันต์ก็กลายร่างเป็นหลิ่วอินในเขี้ยวโง้งยาว นั่งทับวิญญาณไว้จนหนีไปไหนไม่ได้

หลิ่วอินตัวจริงหันขวับมาทันที "เจ้าเห็นข้าเป็นปีศาจงั้นรึ"  คนแทบพ่นไฟใส่ลูกศิษย์

"ถึงอย่างไรก็หยุดวิญญาณได้แล้ว อาจารย์น่าจะดีใจนะขอรับ" หลิงหลงสอดมือเข้าช่วยเหลือพี่ชายยืนทำหน้าแหยๆ

"อย่างนั้นรึ ถ้างั้นตาเจ้า" หลิ่วอินแยกเขี้ยวใส่ ซึ่งหลิงหลงก็คิดว่าอารมณ์นี้อาจารย์ก็เหมือนยันต์แปลงร่างนี่นา

หลิ่วอินโบกมือหนึ่งครั้ง ตัวเขาในร่างปีศาจก็หายไปเหลือเพียงแผ่นยันต์ร่วงอยู่ เขาผลักดันวิญญาณตนนั้นออกไปนอกเขตบ้านแล้วปล่อยวิญญาณดวงใหม่เข้ามา ซึ่งหลิงหลงก็พลาดในยันต์สองใบแรก พอใบที่สามสามารถทำให้วิญญาณชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะลอยเข้ามาใกล้

หลิงหลงควักยันต์แผ่นที่สี่ออกมาแต่ยังช้ากว่าวิญญาณที่เข้าถึงตัวเด็กน้อยแล้ว สัมผัสของวิญญาณนั้นช่างเย็นชืดเหมือนตกไปในหล่มน้ำแข็ง ความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ในใจถูกส่งผ่านมายังหลิงหลง ไม่ว่าจะความทรมานก่อนตาย ความเป็นห่วงและอาลัยถึงลูกและสามีที่ยังอยู่เบื้องหลังก่อให้เกิดความสงสารขึ้นในใจ เด็กน้อยรวบรวมสมาธิอีกครั้งแผ่กำลังภายในพุ่งใส่ยันต์แปะเข้าที่วิญญาณ 

การลงมือคราวนี้สามารถหยุดให้วิญญาณนิ่งอยู่กับที่ได้แต่วิญญาณเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย ร่างโปร่งใสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทึบ เห็นโครงกระดูกและเลือดเนื้อชัดเจนบวกกับเลือดและหนองที่ไหลเยิ้ม นัยน์ตาที่เคยว่างเปล่ากลายเป็นตาดำโดยที่ไม่มีตาขาว ปากอ้ากว้างมีเขี้ยวโง้งยาวงอกออกมา หลิงหลงดูการเปลี่ยนแปลงอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะล้วงยันต์แผ่นใหม่ขึ้นมา เด็กน้อยแผ่กำลังภายในพร้อมความปรารถนาที่จะช่วยเหลือเข้าไปด้วย เมื่อส่งยันต์แผ่นใหม่สัมผัสร่างวิญญาณร้าย ยันต์ก็กลายร่างเป็นสุกรตัวใหญ่กว่าอาชาความสูงมากกว่าหกเชี๊ยะ

สุกรยักษ์ใช้ขาหน้าเหยียบวิญญาณแบนอยู่ใต้ร่าง มันร้องอู๊ดเสียงดังก่อนจะสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงจนสูดวิญญาณร้ายเข้าไป  เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากวิญญาณตนนั้นแต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่สุกรยักษ์ถูกดูดเข้าไปจนหมด 

สถานการณ์กลับมาอยู่ในความความสงบ สายลมเย็นพัดผ่านสามอาจารย์ลูกศิษย์ยืนมองสุกรยักษ์ด้วยอาการตกตะลึงไม่คลาย แม้หลิ่วอินมากประสบการณ์แต่ยังมิเคยเห็นยันต์แปลงร่างเป็นสุกรมาก่อน 

"หลิงหลง ตอนเขียนยันต์เจ้านึกถึงสิ่งใด" หลิ่วอินถามโดยไม่ละสายตาจากสุกรยักษ์ที่ทำจมูกฟุดฟิดในอากาศ มันร้องอู๊ดๆอย่างภูมิใจ

"ข้าแค่คิดถึงขาหมูพะโล้แว่บเดียวเอง" หลิงหลงตอบเสียงอ่อย เด็กน้อยเกาแก้มเขินๆยันต์ฝีมือเขาก็ไม่เลวอยู่

หลิ่วอินกุมขมับ เขาให้เขียนยันต์กักขังแต่กลับทำให้ยันต์แปลงร่างกำจัดปีศาจได้แถมยังไม่สลายไปอีกด้วย ท่าทางหลิงหลงจะไม่ได้คิดถึงขาหมูพะโล้แค่แว่บเดียวหรอก พลังแฝงของลูกศิษย์ตัวน้อยของเขาน่ากลัวยิ่งนัก 

"เอาล่ะคืนนี้พอแค่นี้ หลิงหลงทำให้สุกรของเจ้ากลับเป็นยันต์ อี้เทาพรุ่งนี้คัดยันต์ห้าร้อยแผ่น หลิงหลงหนึ่งพันแผ่น

เด็กน้อยทำท่าจะเถียงแต่ถูกอาจารย์ชี้หน้าจึงหุบปาก เขามองสุกรยักษ์แล้วก็ไม่ทราบจะทำอย่างไรกับมัน

"ตั้งใจให้มั่น สั่งให้มันกลับสู่สภาพเดิม" หลิ่วอินบอกเหมือนทราบว่าหลิงหลงจะถามอะไร

เด็กน้อยตั้งสมาธิมั่น สุกรยักษ์ก็คืนร่างเป็นแผ่นยันต์ร่วงลงในมือป้อม หูเขายังคล้ายได้ยินเสียงอู๊ด 

"ขอบใจนะ วิลเบอร์" หลิงหลงลูบยันต์เบาๆ ถ้าเขาเก่งกว่านี้จะสร้างร่างให้นะ

"ตั้งชื่อให้ยันต์แล้วยังเป็นชื่อพิลึกอีก" หลิ่วอินบ่นไม่จริงจังก่อนจะต้อนเด็กๆไปนอน


ผ่านไปหลายเดือนเด็กๆเริ่มมีความชำนาญมากขึ้น ข่าวที่ผู้เฒ่าเจิ้งปล่อยออกไปว่าร้านค้าของหลิ่วอินกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งทำให้มีคนแปลกหน้าเดินทางมาพบพวกเขาที่บ้าน เจิ้งจื่อยี่ต้องกลายมาเป็นคนรับแขก เด็กสองคนเขียนยันต์กันจนมือแทบหงิกจนหลิ่วอินเปลี่ยนใจปิดร้านอีกครั้งเพื่อให้เด็กๆมีเวลาฝึกวิชาเพิ่ม เจิ้งจื่อยี่ได้โอกาสรีบลาไปเมืองหลวงสอบเป็นทหารตามความใฝ่ฝันของเขา 

จนเวลาล่วงเลยไปอีกแปดปี อี้เทาอายุสิบเก้าแล้วกลายเป็นหนุ่มน้อยน่ารักตัวสูงเพรียว เขามีฝีมือในการประดิษฐ์อาวุธที่ใช้ปราบผี ไม่ว่าจะธนู หน้าไม้ พวกเขาได้รับคำสั่งซื้อสารพัดอย่างจากเครือข่ายใต้ดินสร้างรายได้ให้กับพวกเขาอย่างงดงาม ส่วนหลิงหลงอายุสิบสามแต่ดูคล้ายเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบ หน้าตาน่ารักคล้ายเด็กผู้หญิงทำเอาเจ้าตัวหงุดหงิด เพราะถูกหลิ่วอินจับแต่งตัวตามความชอบของเขาจนดูคล้ายคุณหนูตระกูลใหญ่ ทำเอาเจ้าตัวหงุดหงิดแต่ไม่กล้าอาละวาด เพราะครั้งก่อนที่หลิงหลงแอบถอดเสื้อผ้าชุดที่อาจารย์ออกแบบให้แล้วใส่ชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ซื้อมาจากตลาด พอถูกหลิ่วอินจับได้เด็กชายถูกอาจารย์จับใส่ชุดเด็กหญิงไปหนึ่งเดือนจนหลิงหลงเข็ดไปนาน

วิลเบอร์ของหลิงหลงนั้นพัฒนาจนมีร่างออกมาวิ่งเล่นได้แล้ว เด็กชายตั้งใจศึกษาวิธีสร้างหุ่นพยนต์จนสามารถสร้างลูกสุกรแล้วนำยันต์วิลเบอร์ใส่เข้าไป จนเจ้าสุกรน้อยออกมาวิ่งเล่นเป็นเพื่อนหลิงหลง เป็นที่ชินตาของชาวบ้านที่เห็นหนึ่งเด็กหนึ่งลูกสุกรเดินไปไหนมาไหนด้วยกัน

จนกระทั่งเกิดฝนตกหนัก พายุเข้าชายฝั่งฝนตกติดต่อกันนานหลายวันชาวเมืองเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เรื่องถูกนำไปปรึกษาเจ้าเมืองที่กำลังวุ่นวายกับการสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลที่กำลังไหลเอ่อเข้าท่วมตัวเมือง

"รู้สึกถึงความผิดปกติหรือไม่หลิงหลง" หลิ่วอินทอดสายตามองฝนที่ตกภายนอก ใบหน้าไม่แสดงความรู้สึก จนหลิงหลงที่หวังจะโกงด้วยการจับสังเกตอาจารย์ต้องยกนิ้วขึ้นมาคำนวณ

"อีกตั้งหลายวันกว่าพระจันทร์จะเต็มดวง อีกทั้งฝนตกนอกฤดูกาล น้ำทะเลล้นเอ่อบวกกับกลิ่นคาวคล้ายปลาทะเล ข้าทำนายว่าพวกพรายทะเลกำลังคิดจะขึ้นเมือง" 

"ถูกแล้ว ไม่เสียแรงที่ข้าอบรมสั่งสอน" หลิ่วอินจับหลิงหลงฟัดแก้มอย่างถูกใจ

"อาจารย์ ท่านว่าเราควรจะเตือนพวกชาวเมืองหรือไม่" อี้เทาถาม

"ยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อเราหรอก อี้เทาไปเตรียมธนูอาคมไว้มากๆจะดีกว่า ส่วนหลิงหลงเจ้าเขียนยันต์ให้มากเข้าไว้อย่าลืมฝึกซ้อมตาข่ายมนตราด้วย ส่วนเจ้าวิลเบอร์จงลดอาหารเสีย อีกไม่นานจะมีเหยื่อมาให้เจ้ากินจนไม่หวาดไม่ไหว" หลิ่วอินหัวเราะดุจปีศาจไม่สนใจวิลเบอร์ที่ส่ายหน้าไม่ยินยอมที่จะอดอาหาร

ทั้งหมดแยกไปทำหน้าที่ของตัวเองแต่โดยดี ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำเมืองโดยไม่ลืมหูลืมตา เรือประมงไม่สามารถออกจากฝั่ง เรือสินค้าก็เช่นกัน พวกคนเรือได้แต่จิบชาดื่มสุรากันตามร้านค้าที่เรียงรายเป็นแนวยาวเลียบชายฝั่ง มีบ้างที่ไปรับจ้างทำเขื่อนป้องกันน้ำทะเลจนเริ่มมีข่าวลือแปลกๆเกิดขึ้น

"เห็นว่าอาปินที่ไปรับจ้างท่านเจ้าเมืองสร้างเขื่อนถูกคลื่นซัดตกทะเลไปหาร่างไม่เจอ หลังจากนั้นสามวันพบเป็นศพร่างถูกกัดกินคนแทบจะดหลือแต่โครงกระดูก" กลาสีผู้หนึ่งเล่าในร้านน้ำชาอย่างออกรส

"เจ้าเห็นอย่างนั้นหรือ" บุรุษเคราครึ้มผู้หนึ่งถาม

"ข้าไม่เห็นกับตาตัวเองหรอก แต่ได้ยินมาจากเสี่ยวเอ้อในโรงเตี๊ยมที่ข้าไปรับประทานอาหารมาเมื่อวานน่ะ" คนเล่าหัวเราะแหะๆ

"อากาศวิปริตแบบนี้ข้าล่ะหวั่นใจว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นเสียจริง" ชายชราผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น 

"ท่านลุงเคยเห็นอากาศเป็นแบบนี้มาก่อนหรือไม่"

"เคยสิ เมื่อข้าเป็นเด็กอาศัยอยู่ในเมืองชายทะเลห่างลงไปทางใต้ เมื่อฝนตกติดต่อกับหลายวัน น้ำทะเลเอ่อท่วมบ้านเมือง พวกมันจะมากับน้ำ" ชายชราตัวสั่น

ความคิดเห็น