ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 6

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย Y,พีเรียดจีน,จีนโบราณ,แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 13:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6
แบบอักษร

​2018-01-30

"ท่านอา" เจิ้งลี่เฉิงเสียงสั่นความดีใจที่ได้เจอญาติผู้ใหญ่ทำเขาตื้นตันจนพูดไม่ออก แม้ว่าญาติผู้ใหญ่ผู้นี้จะดูเหมือนอายุใกล้เคียงกับหลานชายของเขาก็ตาม

"ข้าเอง ขอบใจนะที่รักษาสัญญาดูแลบ้านนี้ให้มาตลอด" หลิ่วอินยิ้มแฝงความเศร้า

"ข้าคิดว่าสักวันท่านอาจะต้องกลับมา แล้วท่านก็กลับมาจริงๆ" เจิ้งลี่เฉิงลอบปาดน้ำตา

"ท่านปู่ นี่มันเรื่องอะไรกันหรือ" เจิ้งจื่อยี่สะกิดปู่ยิกๆ

"นี่คือท่านทวดของเจ้า คุกเช่าซะ" เจิ้งลี่เฉิงสั่งหลานชายที่งงแต่ยังทำตาม ส่วนเถ้าแก่เจิ้งหลงคุนพอทราบเรื่องอยู่บ้างคุกเข่าอยู่ข้างบิดา

"เจ้าคงพอทราบเรื่องจากหลินหลงมาบ้างแล้ว แต่ข้าจะย้ำอีกครั้งว่าข้ารับอี้เทาและหลินหลงสองพี่น้องเป็นลูกศิษย์แต่ทั้งคู่ยังเด็กอยู่มาก บางครั้งเจ้าอาจจะต้องออกหน้าแทนเข้าใจหรือไม่" หลิ่วอินคล้ายจะขอร้องแต่แฝงแววบังคับอยู่หลายส่วนผู้เฒ่าเจิ้งลี่เฉิงได้แต่รับคำเท่านั้น

"ขอรับท่านอา เด็กสองคนน่ารักน่าเอ็นดู ข้าจะรับเป็นผู้ปกครองให้เอง"

"ดี นอกจากนี้แล้วเจ้าจงติดต่อสายการค้าของข้าด้วยแจ้งพวกเขาว่าข้ากลับมาแล้ว สินค้าจะพร้อมจำหน่ายในอีกหกเดือน"

ผู้เฒ่าเจิ้งลี่เฉิงตาถลน "ท่านอา พวกเขายังเป็นเด็กอยู่เลย ท่านคิดว่าจะ..." 

"ข้าตัดสินใจแล้วย่อมเป็นเรื่องของข้ามิใช่เรื่องของเจ้า แล้วสองคนนั่นใคร" หลิ่วอินชี้ไปที่เถ้าแก่เจิ้งหลวนคุนและเจิ้งจื่อยี่

"นี่บุตรชายและหลานชายของข้าเองขอรับท่านอา พวกเจ้ายังไม่รีบโขกศีรษะอีก" ผู้เฒ่าเจิ้งหันไปเอ็ดในตอนหลัง สองพ่อลูกรีบทำตาม

"หลานชายของเจ้าหน่วยก้านดี เสียดายที่ไม่มีพลัง คนในตระกูลกลับไร้พลังเช่นนี้น่าเศร้ายิ่งนัก"  ปากบอกว่าเศร้าแต่หน้าตาของหลิ่วอินหาได้สลดไม่ บรรดาหลานๆได้แต่ก้มศีรษะต่ำ พวกเราไม่มีพลังจึงเป็นเรื่องปกติ ท่านต่างหากที่คล้ายปีศาจจนเกินไป

"ไม่ต้องนินทาข้าว่าเหมือนปีศาจคำนี้ข้าได้ยินจนเบื่อแล้ว เอาเถอะ ถึงอย่างไรพวกเจ้าก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า จะปล่อยให้ไม่มีวิชาติดตัวเลยก็เห็นจะไม่ดี พ่อบ้านไปหยิบตำราผลัดเปลี่ยนกล้ามเนื้อมาให้ข้า" 

เจิ้งจื่อยี่ได้ฟังก็ดีใจจนเนื้อเต้น เด็กหนุ่มหวังตำราคัมภีร์ในบ้านต้นหลิวมานานแล้ว จนใจที่ผ่านมาท่านทวดล้วนไม่ยอมรับ ถูกทุบตีจนศีรษะปูดทุกครั้งที่ก้าวเข้ามา 

พ่อบ้านลึกลับที่ปรากฏตัวออกมาเฉพาะเวลาหลิ่วอินเรียกหา ประคองตำราปกหนังสีคล้ำมาส่งให้ หลิ่วอินรับไว้กรีดดูเพียงครั้งเดียวก็เรียกเจิ้งจื่อยี่เข้าไปรับ เด็กหนุ่มเปิดตำราดูด้วยมืออันสั่นเทา ท่านปู่เคยเล่าตำนานของท่านทวดให้เขาฟังบ่อยๆเมื่อเขาเป็นเด็กย่อมมีความมุ่งหวังอยู่ไม่น้อย พอได้ตำรามาอยู่ในมือจริงๆจึงยากที่จะระงับความตื่นเต้น

"เจ้าจงฝึกตามตำราอย่างเคร่งครัด ถ้าไม่โง่จนเกินไปควรจะสำเร็จได้ในหนึ่งปี เมื่อผ่านขั้นหนึ่งสามารถกลับมาหาข้าได้ครั้งหนึ่ง ข้าจะชี้แนะให้" 

"ขอบพระคุณท่านทวด" เจิ้งจื่อยี่โขกศีรษะโดยปราศจากอาการตะขิดตะขวงใจเช่นครั้งแรก

"พวกเจ้าไปได้แล้วข้าจะคุยกับลูกศิษย์ตัวน้อยของข้า" หลิ่วอินโบกมือไล่ หลินหลงที่ได้ยินก็หน้างอ ลูกศิษย์ตัวน้อยอะไรกันอาจารย์พูดอย่างกับเขาเป็นเด็ก

"เจ้าลูกสุกร พุงป่องแก้มยุ้ยขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เด็กแล้วจะเป็นอะไร" หลิ่วอินมาปรากฏกายข้างหลินหลงมือก็ดึงแก้มยุ้ยๆนั้นยืดออก ไม่สนใจสายตาตกตะลึงของหลานชายทั้งสาม

"อาอาน อ้าเอ็บ" หลินหลงพูดเสียงอู้อี้ เพราะแก้มยังถูกอาจารย์ฟัดไม่เลิก

"เอ้าพวกเจ้า ยังยืนอยู่อีก" หลิ่วอินไล่หลานชายซ้ำ เขาโบกมืออีกคราก็ปรากฏบ่าวชายสองคนกวาดต้อนคนทั้งสามออกไปนอกบ้านทิ้งอี้เทาที่ยืนมองอย่างกลัวๆกับหลินหลงที่อยู่ในกำมืออาจารย์

"เอาล่ะ พวกเจ้าจงเก็บกวาดห้องโถงและห้องนอนเสีย อยากได้ห้องไหนก็ไปเลือกเอาวันนี้ข้าให้พวกเจ้าพักหนึ่งวัน การฝึกจะเริ่มตั้งแต่ยามอิ๋น(03.00-04.59)"

"แต่อาจารย์ ข้าต้องไปทำงานเราเหลือเงินไม่มาก แค่นำไปซื้อบ้านหลังนี้ก็หมดไปหนึ่งในสามแล้ว" อี้เทาเอ่ยขลาดๆ

"นั่นสิ ข้าวของก็ยังไม่ได้ขนย้าย มีแต่บ้านไม่ได้หมายความว่าท้องจะอิ่มหรอกนะ" หลินหลงรีบสนับสนุน

"อ้อ ข้าก็ลืมไป เจ้าไปขนของมาให้เสร็จภายในวันนี้ก็แล้วกัน ส่วนห้องข้าจะให้บ่าวทำความสะอาดไว้ให้ส่วนเงินทองไม่ต้องกังวล ข้ามีตั้งมาก งานที่เจ้ารับไว้ก็ไปลาออกเสียให้เรียบร้อย" หลิ่วอินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ รับชาที่พ่อบ้านรินให้ขึ้นจิบ

เด็กสองคนมองหน้ากัน มาเป็นลูกศิษย์แล้วยังรับเงินผู้อื่นอีกจะดีหรือ

"เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ต้องคิดมาก ข้าสะสมเงินทองไว้มากเกินกว่าที่เจ้าจะคาดคิดต่อให้ผลาญจนหมดข้าก็มีวิธีหาเพิ่ม ไปจัดการธุระให้เรียบร้อย" หลิ่วอินดุตอนท้าย ทำเอาสองพี่น้องวิ่งแจ้นกลับบ้าน อี้เทาแวะไปหาเถ้าแก่โส่ยก่อน ขอโทษที่เขาไม่สามรถมาทำงานได้แล้ว ซึ่งเถ้าแก่แสนใจดีเสนอให้อี้เทานำตำราไปคัดลอกที่บ้าน ซึ่งเด็กชายรีบรับคำด้วยความยินดี

 จากนั้นพวกเด็กๆไปชำระค่าเช่าบ้านที่ยังค้างอยู่กับป้าจาง แล้วเริ่มเก็บของอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจตอบคำถามของป้าจางที่อยากรู้อยากเห็นโดยเปิดเผย ทั้งคู่ตัดสินใจเก็บแต่เสื้อผ้าและของๆมารดา ส่วนของอื่นแจกเพื่อนบ้านไปทั้งหมด เสียเวลาไปสองชั่วยามก็เสร็จสิ้น

"พี่ ข้าหิวจังเลย" หลินหลงนั่งหมดแรงอยู่ที่พื้น

"เช่นนั้นเราออกไปรับประทานบะหมี่แล้วกลับมาขนของดีไหม" อี้เทาเสนอ เขาเองก็เริ่มหิวเหมือนกัน 

"ดียิ่ง" หลินหลงลุกขึ้นจูงพี่ชายไปร้านบะหมี่แผงลอยที่อยู่ไม่ไกลนักทันที พออิ่มแล้วเด็กทั้งคู่ก็ย้อนมาขนของไปยังบ้านต้นหลิวโดยใช้เกวียนที่เถ้าแก่เจิ้งให้ยืมมา สองพี่น้องยังคิดการณ์ไกลแวะซื้อไก่มาสามตัวกับเมล็ดพันธ์ผักจำนวนหนึ่ง ข้างบ้านมีที่กว้างมากพวกเขาสามารถปลูกผักไว้รับประทานได้

กว่าจะมาถึงบ้านต้นหลิวก็ยามตะวันอ่อนแสง ทั้งคู่รีบขนของเข้าบ้านไปยังห้องที่ทำความสะอาดไว้แล้ว ทั้งคู่ตกลงใจนอนด้วยกันไปก่อน เพราะเคยอยู่ด้วยกันมาตลอดและอี้เทาเป็นห่วงน้อง เห็นว่าหลินหลงยังเด็กเกินไปที่จะนอนคนเดียว ส่วนหลิ่วอินไม่ออกมาเลยตั้งแต่พวกเขามาถึงแต่เด็กทั้งสองก็ไม่สนใจ เมื่อจัดห้องเสร็จก็ขนอาหารแห้งไปห้องครัวทำอาหารง่ายๆรับประทานกันสองคนแล้วรีบเข้านอน


ท้องฟ้ายังมีสีดำดุจน้ำหมึกตอนที่หลิ่วอินเข้ามาปลุกเด็กทั้งคู่ โชคดีที่ทั้งสองคนปลุกไม่ยากถึงแม้หลินหลงจะลุกขึ้นมานั่งหลับตาเคี้ยวปากแจ๊บๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งที่ไม่ยอมลืมตา หลิ่วอินจะถือว่าถือว่าตื่นก็ได้

"เอาล่ะ จากนี้เป็นบทเรียนพื้นฐานของข้า วิ่งรอบจวนหนึ่งร้อยรอบ" 

"อะไรนะ" หลินหลงตาสว่างทันที ชีวิตก่อนเขาเคยดูหนังจีนกำลังภายในว่าฝึกวิชาด้วยการวิ่งขึ้นเขา แต่ไม่ใช่โดนกับตัวเองแบบนี้เซ่

"ถ้าเจ้าคิดว่าน้อยไปสองร้อยรอบเป็นไง"หลิ่วอินแสยะยิ้ม 

หลินหลงฟังอาจารย์ปีศาจพูดจบเขาก็ออกวิ่งทันที ก่อนที่จะถูกเพิ่มเป็นสามร้อยรอบ วิ่งๆไปก็คิดถึงรองเท้าวิ่งที่โลกเก่าถ้ามีใช้คงดียิ่ง

กว่าสองพี่น้องจะวิ่งครบก็ถึงเวลาฟ้าสาง เสียงไก่ขันดังแว่วมา หลินหลงกับอี้เทานั่งหอบแฮ่กๆ ขาล้าเหมือนถ่วงด้วยเหล็ก

"เอาล่ะ จากนี้พวกเจ้าก็ไปอาบน้ำรับประทานอาหารเช้าเสีย พ่อบ้านจะเป็นคนเตรียมอาหารให้ ข้าให้พักหนึ่งชั่วยามจากนั้นก็มาศึกษาสมุนไพรกัน"

เด็กสองวิ่งตื๋อไปที่บ่อน้ำ เหงื่อไหลเยี่ยงนี้พวกเขายินยอมอาบน้ำเย็นๆไม่ต้องต้มให้เสียเวลา จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าไปรับประทานอาหารที่พ่อบ้านหน้านิ่งเตรียมไว้ให้ พวกเขาเพิ่งทราบว่าทั้งพ่อบ้านและบ่าวที่เห็นในบ้านนี้ล้วนเป็นหุ่นที่สร้างจากเวทมนต์ของหลิ่วอิน เมื่อถ่ายพลังลงไปก็สามารถทำงานรับใช้ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าความลับจะรั่วไหล


หลังรับประทานอาหารเสร็จ หลิ่วอินก็ให้พวกเขาท่องตำราและทดลองโคจรพลัง วันแล้ววันเล่าที่ต้องฝึกบทเรียนหฤโหดของอาจารย์ปีศาจ จากเหนื่อยล้าเป็นชินชากำลังอยู่ตัวขึ้นทุกวันแต่แก้มยุ้ยๆและพุงป่องๆของหลินหลงก็ไม่ได้ลดลงเลย เด็กน้อยถูกอาจารย์ปีศาจจับฟัดทุกวัน แต่บ้านต้นหลิวก็ยังไม่เปิดรับแขกแม้แต่คนตระกูลเจิ้งยังนานๆครั้งที่หลิ่วอินจะให้เข้าพบ ทุกครั้งที่อี้เทาและหลินหลงออกไปซื้ออาหารสด พวกชาวบ้านล้วนถามพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่เด็กทั้งคู่ก็ได้แต่ยิ้มโดยไม่ตอบ


วันนี้หลิ่วอินจะให้เด็กทั้งคู่เริ่มเขียนยันต์ปราบปีศาจ ยันต์มีทั้งกักขัง สลายพลังทำให้อ่อนแรง หรือกำจัด ซึ่งทำให้เด็กทั้งคู่ต้องไปซื้อเลือดสุกรสดๆที่ตลาดแต่เช้า

"ท่านลุง ข้าขอเลือดสุกรสองชั่ง" อี้เทาสั่ง หลิ่วอินมีทรัพย์สมบัติมากจริงดังพูด ทำให้สองพี่น้องไม่ต้องกังวลถึงค่าครองชีพอีกต่อไป แต่ก็ไม่ได้ฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด นอกจากของที่จำเป็นและขนมนิดหน่อยแล้วก็ไม่ทราบว่าจะซื้ออะไรอีก

"ได้ๆ ถ้าจะทำต้มเลือดหมูสนใจไส้กับกระเพาะไปด้วยหรือไม่" คนขายถาม พวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดออกจะเอ็นดูเด็กทั้งคู่อยู่ไม่น้อย

"ซื้อไปเลยไหมพี่ ทำพะโล้ขาหมูใส่เครื่องในไว้รับประทานกัน" หลินหลงกระตุกมืออี้เทา

"ก็ได้ ท่านลุงข้าขอขาหมูหนึ่งขาและไส้" อี้เทาชำระเงินแล้วจูงน้องกลับบ้าน 

หลังจากส่งของให้พ่อบ้านที่เริ่มมีการโต้ตอบกับพวกเขาบ้างแล้วซึ่งหลิ่วอินอธิบายว่าเพราะพลังวิญญาณของพวกเขาเพิ่มขึ้น ถ้าอยากได้บ่าวรับใช้หลายๆคนก็ให้ฝึกเพิ่มเยอะๆถ้าพลังมากขึ้นก็สามารถเรียกหุ่นพยนต์ออกมาใช้ได้มากขึ้นด้วย ทำเอาหลินหลงตั้งใจฝึกเป็นพิเศษเพราะเล็งการณ์ไกลว่าจะมีคนรับใช้มาทำงานบ้านและต้มน้ำให้อาบ ส่วนอี้เทาได้แต่ส่ายหน้าให้กับความขี้เกียจของน้องที่ตกหลุมพรางของอาจารย์จนได้


"เอาล่ะ รวบรวมสมาธิให้มั่นยามเจ้าลงพู่กันต้องใส่ความปรารถนาที่จะกักขังปีศาจลงไปด้วย ยันต์จึงจะแสดงอานุภาพได้เต็มที่ ลงมือได้" หลิ่วอินสั่ง 

สองพี่น้องคว้าพู่กันจุ่มเลือดหมูตั้งใจเขียนลงกระดาษสีเหลืองตามที่อาจารย์บอก หลินหลงหน้าเบ้กับกลิ่นคาวเลือด ถ้าเขียนเสร็จคงต้องถามอาจารย์แล้วว่าใส่สมุนไพรดับคาวได้หรือไม่ 

พวกเขาเคยซ้อมด้วยน้ำหมึกธรรมดามาบ้างแล้ว จึงเขียนได้ไม่ติดขัด โดยยันต์หนึ่งแผ่นจะต้องเขียนในอึดใจเดียวด้วยการลงพู่กันครั้งเดียวต่อเนื่องจนเต็มแผ่น จนได้คนละสิบแผ่นหลิ่วอินจึงให้หยุด

"เอาล่ะ เมื่อยันต์มีแล้ว คราวนี้ก็เป็นการทดสอบยันต์ว่าจะสามารถกักขังปีศาจได้หรือไม่"

ความคิดเห็น