facebook-icon

ความรักวายๆ ในรูปเเบบของเทพนิยายเหนือธรรมชาติ มาดูบทสรุปความรักของเรื่องนี้ได้ที่ The Moon รักนี้จมเขี้ยว

รักจมเขี้ยว...บทที่9

ชื่อตอน : รักจมเขี้ยว...บทที่9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.9k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2564 08:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักจมเขี้ยว...บทที่9
แบบอักษร

 

รักจมเขี้ยว...บทที่9 

 

“ไผ่พาฟีบีไปตักก่อนไป  เดี๋ยวม๊ารอเตี่ยเขามาก่อน” 

“เเล้วไม่ไปพร้อมกันอะม๊า” 

“เดี๋ยวคนเยอะก็ต้องไปเบียดกันอีก...เเบ่งๆ กันไปนั้นเเหละ” 

“อ๋ออ”ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเเล้วเเล้วหันไปพยักหน้าให้ไอ้ฟีบีที่ยังคงนั่งนิ่งๆ อยู่กับที่เหมือนเดิม 

 

นี้มึงไม่ได้ยินที่คุณนายบอกหรือไง-*- 

 

“มึง...ลุกไปตักบาตรกัน”ผมหันไปพูดชวนมัน 

 

มันพยักหน้ารับเเล้วลุกเดินตามผมมา  เราเดินมาตรงที่ทางวัดจัดพื้นที่เอาไว้สำหรับใส่บาตร  เเถวก็ค่อนข้างยาว เพราะวันนี้คนมาทำบุญเยอะ เเล้วนี้ก็ใกล้เวลาที่พระจะขึ้นเเล้ว  คนเลยรีบมาตักบาตรกันก่อน…..ผมกับมันต่อเเถวอยู่สักพักก็ถึงคิว  โดยผมให้มันเป็นคนตักข้าวใส่บาตรเเล้วผมก็เกาะเเขนมันเอาไว้ 

 

“สาธุ”ผมยกมือประนมขึ้นสาธุ...ก่อนจะพยักหน้าให้มันทำตาม มันก็ยอมทำตามเเต่โดนดี...พอตักเสร็จเราก็เดินกลับมาตรงที่นั่ง… 

 

“ไผ่ เดี๋ยวถ้าใครเอาอะไรมาให้  ก็เอาขนมในตะกร้าให้เขาไปด้วยนะ” 

“คร้าบ”ผมพยักหน้ารับ  เเล้วก้มหยิบมือถือขึ้นมาเล่นไปเรื่อย  เเถวบ้านผมมักจะทำกันเเบบนี้เเหละครับ  มาทำบุญด้วยเเล้วก็ทำอาหารทำขนมมาเเบ่งๆ กัน... 

 

“กอไผ่” 

“อืออ..” 

“กอไผ่!!”พอเห็นว่าผมไม่ยอมเงยหน้าขึ้นไป  ได้เเต่ส่งเสียงอืออ่า  ออกไปเเบบนั้น ไอ้ห่าคุณชายมันเลยพูดเรียกอีกครั้ง พร้อมกับมือของเเม่งที่เเย่งมือถืออกไปจากมือของผม 

“อะไรวะ!...อ้าวป้า..หวัดดีครับ”ผมได้เเต่ส่งยิ้มเเห้งๆ ไปให้ป้าที่รู้จัก  เอาขนมมาให้เเล้วเหมือนจะเรียกผมเเต่ผมไม่ได้ยินด้วย-*- 

 

จุ๊ๆ อย่าบอกเเม่นะ 

 

“กลับมาตัั้งเเต่เมื่อไรเนี่ย...อะนี่ลูก ป้าเอาบัวลอยมาให้" 

“ขอบคุณครับ...อันนี้กล้วยบวชชีครับ เเม่ผมทำเอง”ผมตอบรับกลับไปยิ้มๆ  เเล้วทำตามที่เเม่สั่ง 

“ขอบใจลูก..เอ่อ..เเล้วพ่อหนุ่มนี้ใครเนี่ย..ป้าไม่ยักรู้จัก” 

“เพื่อนผมนะป้า...ว่างๆ เลยชวนมาเที่ยวบ้าน”  

 

จนม๊ากับเตี้ยเดินกลับมานั้นเเหละ...ผมถึงได้เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงไป เพราะถ้ายังเอามาถือเล่นอยู่ได้โดนคุณนายบ่นหูชาเเน่...เพราะใกล้จะได้เวลาที่พระจะขึ้นศาลามาเเล้ว 

. 

. 

. 

เวลาผ่านไป 

 

“เเม่อีกนานไหมอะ” 

"อดทนหน่อยสิ" 

"โห่ม๊า!!" 

“เอ้!! ไอ้ลูกคนนี้ นั่งฟังพระเทศน์เเค่นี้ทำเป็นบ่น...เเล้วจะไปทำงานอะไรได้ห๊ะเเบบนี้”ว่าไปนั้น-*- 

“ถ้าเบื่อก็พาเพื่อนลงไปเดินเที่ยวข้างนอกไป”เตี่ยหันมาบอกผมก่อนจะหันกลับไปสนใจฟังพระเทศต่อ 

 

ความคิดดีเลยเตี่ย… 

 

“ไปมึง ลงไปให้อาหารปลาที่ท่าน้ำกัน”ผมพูดชวนออกไปอย่างตื่นเต้น   ตอนเด็กๆ ผมโคตรจะชอบเลยเวลาที่เตี่ยพาไปให้อาหารปลาตรงนั้น  มันโคตรร่มรื่นเลย 

 

ผมพามันเดินมาที่ท่าน้ำของวัดซึ่งอยู่ติดๆ กับเเม่นำ้เจ้าพระยา  ถ้ามองจากตรงนี้เห็นวิวโคตรจะดี  เห็นสะพานพระราม 8 ด้วย 

 

ฮ่าา..าา...สดชื่นนน 

 

"ให้อาหารปลากันมึง...ตรงนี้มีเเต่ตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลยนะเว้ย" 

 

ผมพูดออกมาอย่างตื่นเต้น...ที่ตัวพวกมันโตๆ เนี่ยส่วนหนึ่งก็มาจากบ้านผมด้วยนั้นเเหละ ตอนเย็นๆ เตี่ยมักจะมาให้อาหารพวกมันตลอดๆ เมื่อก่อนผมก็มั้งจะตามเตี่ยมานั้นเเหละ  เเต่พอย้ายไปอยู่หอเลยมาเเค่วันที่มีโอกาสมาทำบุญเท่านั้น.. 

 

"เอาสิ"มันพูดเเค่นั้น  เเล้วเป็นฝ่ายเดินไปซื้ออาหารปลาเอง... 

"เท่าไรครับ" 

" 3 ถุง 100 ลูก ไม่เเพงๆ" 

"โห่! ลุงมั่น...เเต่ก่อนมันถุงละ 20  ไม่ใช่เหรอ...เดี๋ยวจะฟ้องหลวงตานะ"ผมรีบเดินเข้าไปหามันกับลุงมั่นที่ทำหน้าที่ขายอาหารสำหรับให้ปลาอยู่ 

"อ้าว! ไอ้ไผ่มาเมื่อไรวะ....เเล้วนี้ใคร??..ผัวมึงเหร๊อ!" 

"บ้าเเล้วลุง!!..พะ..เพื่อนต่างหากเล่า"ผมรีบเเก้ตัวทันที...เฮ้ย! ไม่ใช่เเก้ตัวดิ  ผมพูดความจริงต่างหาก 

"เพื่อนเเน่เหร๊อเอ็ง" 

"ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยลุง....จะเอาตังค์ไปซื้อเหล้ากินอีกเเล้วหรือไง" 

"เเหม่ๆ รู้ทันข้าตลอดเลยน่ะเอ็งนะ" 

"ก็คนมันเก่ง" 

"เออๆ เอาไปๆ ข้าไม่คิดเงินก็ได้...เเต่อย่าไปบอกหลวงตานะโว๊ย!!" 

"บอกอะไรข้ารึ ไอ้มั่น" 

"หลวงตา!!!!" 

 

ยังไม่ทันที่ผมจะทันได้ไปฟ้องหรืออะไร  หลวงตาก็เดินผ่านมาได้ยินเข้าพอดี....เอ่อ...หลวงตาลงมาเเล้วเเสดงว่า ข้างบนก็เสร็จเเล้วนะสิ...เเสดงว่า... 

 

....กลับบ้านนนนนน 

 

"ไปเถอะมึง...ไม่เกี่ยวกะเรา"ผมหันไปกระซิบบอกไอ้ฟีบี  เเล้วออกเเรงดึงมันให้เดินตามผมมา  ปล่อยตามั่นเคลียร์กับหลวงตาเเกไป....เฮ่อ ยังไม่ทันได้ให้อาหารปลาเลยนะเนี่ย-*- 

 

..... 

 

"ไผ่เดี๋ยวเอาของในปิ่นโตเทใส่ถ้วยใส่จานเอาไว้น่ะ  เดี๋ยวม๊ากะเตี่ยจะออกไปตลาดสักหน่อย" 

"คร้าบๆ" 

 

พอกลับถึงบ้าน เเม่กับเตี่ยก็จอดรถให้ผมลงที่หน้ารั้วบ้าน เพื่อที่ท่านทั้งสองจะได้ออกไปตลาดซื้อของกลับมาทำกับข้าวเลี้ยงไอ้คุณชายมันต่อ  ผมกับไอ้ฟีบีช่วยกันขนข้าวของที่เอาไปวัดมาลงจากรถ  เเล้วยกเข้ามาด้านในจัดการเทมันลงจาน ตามที่เเม่สั่ง 

 

....เห็นไหม...กอไผ่ออกจะเป็นเด็กดี..เเม่สั่งอะไรไผ่ก็ทำหมด...ไผ่ดื้อตรงไหนนน 

 

"มึงออกไปข้างนอกกันไหมวะ...ร้อนฉิบหายเลยในบ้านเนี่ย" 

"เเล้วจะไปไหน" 

"ข้างนอกไง" 

"กวน??" 

"เอ้า!!  ก็ไปข้างนอกเนี่ย...ข้างนอกบ้านเนี่ย..เข้าใจยากตรงไหนวะ-*-" 

"...ก็นำไปสิ" 

 

เออ..ครับ  คุณชาย-*- 

 

ผมพาไอ้ฟีบีเดินออกมานั่งเล่นที่ด้านหลังของบ้าน  ซึ่งมีสวนเล็กๆ ที่พ่อของตัวเองปลูกเอาไว้ 

 

 

 

"ร่มดี"  

"ใช่ไหมล่า ผลงานชิ้นโบว์เเดงของเตี่ยกูเลยน่าา" 

 

ทั้งผมทั้งมันพากันนั่งๆ นอนๆ อยู่เเบบนั้น  ซึ่งมันเป็นศาลาเล็กๆ อยู่กลางสวนดอกไม้ของเตี่ยพอดี....เมื่อก่อนเวลาผมเครียด ก็มักจะมานั่งเเถวๆ นี่เนี่ยเเหละ  เเบบมันให้ความรู้สุกผ่อนคลายดี...บ้างครั้งมานั่งจนเผลอหลับไปก็มี... 

 

#ออลติน 

 

นอนได้ทุกที่จริงๆ สินะ...ผมมองร่างของคนอีกคนที่กำลังนอนหลับอยู่  ขนตาเป็นเเพ ที่กำลังปิดสนิท  เสียงลมหายใจอ่อนๆ...ผมค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ อีกฝ่าย  ก่อนจะค่อยๆ ก้มหน้าลงไปหาช้าๆ... 

 

"เเม่เอาขนมมาให้กินจ๊ะ"พลึบ! รีบเขยิบตัวกลับมานั่งดีๆ ตามเดิม 

"กลับมาเเล้วเหรอครับ" 

"จ๊ะ...มาถึงก็ไม่เห็นใคร เเม่เลยคิดว่าเจ้าไผ่คงพาเราออกมานั่งเล่นในสวน" 

"ครับ" 

"...หลับได้ทุกทีจริงๆ ไอ้ลูกคนนี้" 

 

..หึหึ..ผมก็คิดเเบบนั้น 

 

"เอ่อ...เเล้วเมื่อกี้ฟีบีจะทำอะไรไอ้ไผ่มันเหรอลูก"หญิงวัยกลางคนพูดถามออกมา  น้ำเสียงไม่ได้ตกใจหรือเเสดงความรู้สึกอะไรออกมา  ฟีบีมองจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายเเต่ก็อ่านไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร... 

 

ใช่! ฟีบีสามารถอ่านความคิดของคนอื่นๆได้..เเต่ก็ไม่ใช่ตลอดเวลา...หากสิ่งที่เขาต้องการอ่านจากอีกคนเป็นสิ่งที่ใช้สมองคิดก่อน ฟีบีจะสามารถอ่านมันออกได้ง่ายๆ  เเต่หากสิ่งนั้นเป็นความรู้สึก  หรือเป็นเรื่องที่เกิดเพราะหัวใจกำหนด  ต่อให้เขาอยากจะอ่านมากเเค่ไหนก็อ่านไม่ได้ 

 

เเละในครั้งนี้ก็เช่นกันฟีบีไม่สามารถอ่านความคิดของเเม่กอไผ่ได้...เขาไม่เเน่ใจว่าเป็นเพราะเมื่อเช้า เธอพึ่งจะไปทำบุญมาหรือเพราะว่าตอนนี้เธอไม่ได้คิดอะไรอยู่ เขาจึงไม่สามารถอ่านมันได้ 

 

"เปล่าครับ...ขอบคุณสำหรับขนมนะครับ" 

"จ๊ะ..."หญิงสาวยังคงมองจ้องมาที่ฟีบีอยู่เเบบนั้น...อะไรงั้นเหรอ??.. 

"คุณน้ามีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่าครับ" 

"...เรากับไผ่  เป็นเเค่เพื่อนกันจริงๆ เหรอ" 

"ทำไมถึงถามผมเเบบนั้น" 

"...ช่างมันเถอะลูก...งั้นเดี๋ยวม๊าเข้าไปเตรียมมื้อเย็นดีกว่า"เธอพูดเเล้วเดินออกนอกศาลาไป "เเม่ฝากมันด้วยนะลูก.."เธอพูดออกมาอีก เเล้วเดินหลับเข้าบ้านไป 

"ได้...จะดูเเลให้เป็นอย่างดีเลยครับ" 

 

ฟีบีหันกลับมามองอีกคนที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องอะไรอยู่เเบบนั้น ตาคมสีน้ำข้าวมองทอดไปอยู่นานสองนาน..ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าคมของตัวเองเข้าไปหาอีกฝ่ายอีกครั้ง  ลมหายใจของทั้งคู่ หายใจรดกันไปมา ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเคลื่อนเข้าไปสัมผัสที่ต้นคอขาวๆ ขบเม้มตรงร่องรอยที่ตนเองเป็นผู้สร้างจนมันเเดงมากขึ้นกว่าเดิม... 

 

...สัญลักษณ์ความเป็นเจ้าของนี่...จะไม่มีวีนลบเลือนไปจากกอไผ่ได้เเน่นอน 

. 

. 

. 

นครจันทรา 

 

"อะไรนะท่านพ่อ!! คืนจันทราสีเลือดถูกเลื่อนไปงั้นเหรอ..จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่ออีกเเค่ 1 คืนจันทร์เต็มดวงก็จะเป็นคืนจันทราสีเลือดเเล้ว" 

"ไม่ข้าไม่เชื่อ!!!"   

 

มาเรียพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ทั้งๆ ที่เธอคอยเฝ้ารอค่ำคืนนั้นมาตลอด  เเต่นี้อะไร  มันกลับ...มันกลับเป็นเเบบนี้ไปได้...จะเป็นไปได้ยังไง...!!! 

 

"ทางราชสำนักต้องทำสิ่งใดผิดเเน่ๆ! มันจะเป็นไปได้ยังไงท่านพ่อ...มันจะเลื่อนไปได้ยังไงในเมื่อข้าตรวจดูมันหลายร้อยรอบเเล้ว!!" 

"ใจเย็นก่อนลูกข้า  เจ้าโวยวายไปมันก็เท่านั้น...อดทนหน่อยเถอะลูกข้า  ตำเเหน่งราชินีเเห่งนครจันทราไม่หนีเจ้าไปไหนหรอก" 

"หึ! ข้าก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน" 

 

พลึบ! หญิงสาวเนรมิตกลายของตัวเองให้มาปรากฏตัวภายในห้องนอนของตนเอง ก่อนจะออกเเรงพังข้าวของมากมายเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดภายในใจของตน... 

 

หากยังปล่อยให้มันเป็นเเบบนี้อยู่มีหวัง...เธอต้องชวดตำเเหน่งราชินีเเห่งนครจันทราเเน่ๆ...เเล้วไหนจะไอ้มนุษย์โลกเเสนต่ำช้านั้นอีก... 

 

"ข้าจักไม่รอเเล้ว...วิลเลียม!!!!" 

"ขอรับนายหญิง" 

"ไปจับตัวมันมา!!" พลึบ! ภาพเนรมิตของคนๆ หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า 

"ขอรับ" 

 

มาเรียมองจ้องไปที่ภาพเนรมิตนั้นอย่างเเค้นเคือง.....หากไม่มีเจ้า...ทุกอย่างคงสบายกว่านี้....มาทำให้มันจบๆกันไปสักที 

. 

. 

. 

เจ้าจักได้รู้ว่าการมาวุ่นวายกับของๆ ข้า..มันจักทำให้เจ้าได้พบสิ่งใดบ้าง 

 

...กอไผ่!!! 

 

BY : LUN_LA 

 

 

งื้อๆๆๆ  ขอโทษที่หายไป  เเต่ไรท์มีความจำเป็ฯน่า ไม่ได้หายไปดื้อๆด้วย  ก็อย่างที่เคยบอกในนิยายเรื่อง  "รักเกิดโดยไม่ทีนตั้งตัว"  ว่าไรท์ประสบอุบัติเหตุมา เเล้วต้องหยุดเรียนไปอาทิตย์กว่าๆ เเละนั้นเเหละ เพราะหยุดเรียนไปนาน  งานมันก็เลยมากมายจนต้องตามเคลียร์...เเละเเน่นอนว่า ตอนนี้ก็ยังเคลียร์ไม่เสร็จ  เเต่ไรท์ก็ไม่อยากให้คนที่รนิยายของไรท์ต้องรอนานเกินไปปป 

วันนี้ก็เลยเเว๊บมาเเต่งให้ต่อ....ฮ่าาาา  เเละอีกอย่างก็คือ  ขอพักสมองกับเรื่องเรียนหน่อยยยย....ฮื้ออออ....ยี่สูงยิ่งหนาว มันใช่กะเรื่องเรียนได้จริงๆนะ...ว่าเเล้วก็ขอบ่นหน่อย...พอขึ้นปีสูงๆเเล้วไรท์รู้สึก  เอ่อ  นี้ลืมสมองไว้ที่ไหนหรือเปล่า ทำไมโง่เเบบเนี่ย-*- 

# ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ...เเละสำหรับผู้อ่านที่ยังเรียนอยู่  เเล้วประสบชะตาเดียวกับไรท์  ขอให้สู้ๆนะค่าาาา...เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ 

 

ความคิดเห็น