ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 สาวน้อยกับการพูดคุยยามค่ำคืน

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 สาวน้อยกับการพูดคุยยามค่ำคืน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2561 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 สาวน้อยกับการพูดคุยยามค่ำคืน
แบบอักษร

    ตอนที่ 7 สาวน้อยกับการพูดคุยยามค่ำคืน

"ถ้าเป็นรูปของคุณกาเบรียลรอบนี้ใบละหนึ่งร้อยลินท์ค่ะ" อาเรีย วาบิลเล่มอบรอยยิ้มการค้าพร้อมกรีดรูปถ่ายเบาๆเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นภาพผ่านๆ

"โธ่ คุณหนูคะ ราคานี้ไม่แพงไปหน่อยหรือไง แพงกว่ารูปคุณโลแกนซะอีก" สาวใช้นามว่าแอนโอญครวญ ขณะมองของล้ำค่าทางจิตใจที่ราคาสูงกว่าอาหารมื้อหนึ่งของเธอเสียอีก

"แต่นี่เป็นรูปคุณกาเบรียลกำลังหลับสบายเชียวนะคะ หายากสุดๆ" อาเรียแสร้งทำเป็นครุ่นคิด "อืม~ แต่ถ้าคุณสาวใช้ไม่สนใจ ฉันขายคนอื่นต่อก็ได้ค่ะ"

"คุณหนูเขี้ยวเกินไปแล้วค่ะ รับรองเลยว่านิสัยแบบนี้ต้องร่ำรวยแน่นอน" แอนกัดฟันยิ้มเสียงประชด

เธอเป็นลูกค้าประจำแบบลับๆกับคุณหนูมาสักพักแล้ว ซึ่งอยู่ๆเด็กสาวที่มีคนร่ำลือว่านิสัยเปลี่ยนไปก็เดินเข้ามาทักเธอ พร้อมแสดงรูปภาพโลแกน สเวนส์ หนุ่มแบดกายสุดหล่อร้ายในอิริยาบถต่างๆ ทำเอาเธอตาลุกวาว หนุ่มหล่อคนนี้ฮอตสุดๆ เธอยังอิจฉาคุณหนูเลยตอนที่รู้ว่าคู่หมั้นของเขาคือใคร จึงไม่รอช้าซื้อของราคาแพงมาเก็บสะสม แต่คราวนี้คุณหนูถึงกับมีรูปของกาเบรียล วาบิลเล่หนุ่มฮอตตลอดกาลที่หาตัวจับยากสุดๆได้ ถึงแม้จะราคาลากเลือดชวนกินแกลบแค่ไหน แต่เอาน่ะ อย่างน้อยก็ยังขายต่อได้ราคาดีอยู่

คิดแล้วแอนจึงกัดฟันควักเงินเพื่อแลกเปลี่ยนกับคอลเลคชั่นราคาแพง 

อาเรียยิ้มหวานดวงตาเป็นประกายแพรวพราว "ขอบคุณที่อุดหนุนค่ะ" 

เด็กสาวทำธุรกิจขายรูปภาพหนุ่มหล่อให้กับสาวใช้ในคฤหาสถ์มาสักพักแล้ว แรกๆก็ยังมีแค่โลแกน สเวนส์ แต่พอพี่ชายต่างสายเลือดของเธอเริ่มมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ อาเรียก็อดไม่ได้ที่จะกดภาพของอีกฝ่ายยามทีเผลอ ไปๆมาๆธุรกิจของเธอก็ขายดีสุดๆ ฮิตถล่มถลายจนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ซึ่งจุดเริ่มต้นที่อาเรียเริ่มทำแบบนี้ก็มาจากพวกเขานั่นแหละ ที่ชอบเข้ามาวุ่นวายกับเธอ ไม่ว่าจะมาทางตรง หรือทางอ้อมก็ตาม บางทีเด็กสาวก็อยากมีเวลาส่วนตัวมากกว่านี้ ดังนั้น นี่จึงถือเป็นเอาคืนที่สาสมแล้ว 

ร่างบางหัวเราะคิก เมื่อนึกถึงรูปภาพที่ได้มาเมื่อคืน อาเรียพอจะทราบมาบ้างว่ากาเบรียลมีอาการของโรคนอนไม่หลับ ชุดน้ำชาที่เธอชงเมื่อวานคือดอกคาโมมายล์ซึ่งมีสรรพคุณทำให้ผ่อนคลายและหลับสบายยิ่งขึ้น ผสมกับตัวยาพิเศษที่เด็กสาวปรุง เพื่อให้ร่างกายพักผ่อนได้เต็มที่ ต่อให้เป็นภูติพอถึงเวลาก็ต้องหลับ 

ซึ่งกว่ากาเบรียลจะยอมนอนก็ทำเอาเด็กสาวรอตั้งนาน ถ้าไม่กินยากันไว้เธอคงนอนไปก่อนแล้ว และเพราะเหตุนั้น อาเรียจึงเห็นว่ากาเบรียลทำงานหนักมากเพียงใด พอเขาฝืนตัวไม่ไหวจนฟุบลงกับโต๊ะ ร่างบางจึงขยับเข้าไปดูเอกสารที่เหลืออีกไม่มาก สลับกับสีหน้ายามนอนของพี่ชาย ซึ่งการหารายได้หลักๆเธอได้รับมาจากพวกเขานี่นา จะไม่ตอบแทนบ้างก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย อาเรียจึงอ่านเอกสารทุกฉบับแทนและปลอมลายมือกาเบรียลจนเหมือนเป๊ะ ก็ถือเป็นเรื่องง่ายๆละนะ 

คืนถัดมากาเบรียล วาบิลเล่ยังคงนั่งทำงานจนดึกดื่นเช่นเคย จนเมื่อมองนาฬิกาที่ตีเวลาบอกเที่ยงคืน ร่างสูงจึงลุกขึ้น เขาเริ่มกระหายน้ำ และไม่ต้องการรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณมาธา 

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องครัว สิ่งแรกที่เขารับรู้คือสัมผัสของใครบางคนอยู่ด้านใน 

ประตูถูกเปิด ดวงตาสีอำพันกวาดมอง และพบว่ามีร่างผอมบางของเด็กสาวคนหนึ่งกำลังขยับแขนยุกยิกอยู่ตรงเคาเตอร์ 

"นึกว่าใคร คุณกาเบรียลนี่เอง สวัสดีค่ะ" อาเรีย วาบิลเล่ทักทายอีกฝ่ายทันทีที่เห็นร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาในห้อง

"อืม สวัสดี" กาเบรียลทักทายกลับ โดยไม่รู้สึกว่ามันแปลกประหลาดที่พวกเขาพูดคุยกันในเวลาเช่นนี้ "กำลังทำอะไรอยู่?" เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายเริ่มสนทนาก่อนอย่างหาได้ยาก

"ฉันลงมาหาชาอุ่นๆดื่มก่อนนอนค่ะ" ปกติอาเรียต้องทานชาสมุนไพรเพื่อบำรุงสุขภาพทุกคืน แต่วันนี้ดันทำถ้วยใบโปรดหล่นแตก เลยต้องลงมาหยิบใบใหม่ที่นี่ ซึ่งพอเห็นบรรยากาศสลัวๆท่ามกลางแสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่าง ก็อดคิดไม่ได้ว่างดงามดีจัง สุดท้ายเธอจึงยืนชงชาอยู่ที่นี่เสียเลย 

สงสัยว่าเร็วๆนี้เธอคงต้องหาเวลาไปตลาดเพื่อซื้อของเข้าห้องแล้วล่ะ อาเรียลำดับสิ่งที่จะต้องทำในวันถัดไป

"ดื่มชา? ตอนนี้?" กาเบรียลดูไม่ค่อยเชื่อเธอนัก ซึ่งไม่แปลกเพราะเที่ยงคืนกว่าแล้วนี่นา คนทั่วไปควรจะหลับได้แล้ว

"ค่ะ แบบว่าวันนี้ฉันนอนไม่ค่อยหลับ" เสียงหวานบอกข้ออ้างส่งๆ 

แต่เพราะเหตุผลนั้น ร่างสูงถึงชะงัก จริงสิ เมื่อก่อนอาเรียก็เคยเป็นโรคนอนไม่หลับ ดวงตาสีทองลอบมองร่างบางที่กำลังหันหลังจัดชุดน้ำชาอย่างสำรวจ ดูเหมือนเธอจะอ้วนขึ้น ไม่สิ ต้องบอกว่ามีเนื้อมีหนังขึ้นบ้างแล้ว ผิวที่เคยซีดเซียวก็เปล่งปลั่งกว่าเดิม แม้แต่สีหน้าอมทุกข์ก็หายไป 

"คุณกาเบรียลอยากดื่มชาด้วยกันไหมคะ" อาเรียเชิญชวน เมื่อสายตาทิ่มแทงของเขาเริ่มจะทำให้ผิวบางแสบๆคันๆขึ้นมาแล้ว 

ใบหน้าเรียบเฉยราวรูปปั้นแกะสลักหยักหน้าลง เขาเดินตามน้องสาวต้อยๆจนถึงห้องรับรองแขก 

ภายในห้องรับรองแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ร่างบางวางถาดรองลงบนโต๊ะ จากนั้นเชิญให้พี่ชายนั่งลงตรงโซฟานุ่มด้านข้าง

เมื่อรินน้ำชาครบจำนวนคน อาเรียจึงดื่มด่ำกับช่วงเวลาของการผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ดวงตากลมโตเหม่อมองท้องนภาที่ประดับดวงดาวพร่าวพราวทั่วฟ้า แสงสีเหลืองนวลสะท้อนผ่านหน้าต่างบานใหญ่ท่ามกลางความมืดสลัวนี้ มันงดงามจนเด็กสาวเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

กาเบรียลมองถ้วยน้ำชาในมือเงียบๆ ขณะเดียวกันเขาก็ไม่อาจละสายตาไปจากเด็กสาวข้างกายได้เลย เธอมีเรื่องราวปริศนามากมายทำให้เขาอยากค้นหาไม่รู้จักเบื่อ 

เด็กหนุ่มหวนคิดถึงวันที่เข้ามาอยู่ในคฤหาสถ์ตระกูลวาบิลเล่วันแรกๆ เขาไม่ได้วาดฝันถึงครอบครัวที่อบอุ่นแบบที่เด็กชายวัยสิบขวบควรจะเป็น 

กาเบรียลเข้าใจโลกเร็วกว่าที่คิด เด็กหนุ่มรู้ว่าผู้อุปถัมภ์เลือกเขาที่เป็นหนึ่งในเด็กกำพร้านับสิบๆคนมาเพราะอะไร ความเฉลียวฉลาดและการปรับตัวจะทำให้เขากลายเป็นผู้สืบทอดที่ดี อีกทั้งภูมิหลังของเด็กหนุ่มที่ไม่เหลือใครแล้ว ทำให้วิลเลียม วาบิลเล่ไม่ต้องมาระแวงในสิ่งที่เขาอาจจะทำในอนาคต 

ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่ลึกๆก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความโดดเดี่ยวกำลังกัดกินจิตใจของเขาอย่างช้าๆ จนเริ่มหลอมรวมกลายเป็นตัวตนของเด็กหนุ่มไปจริงๆ 

เขาไม่อยากเป็นหุ่นกระบอกที่ไร้ชีวิตจิตใจ 

"คุณกาเบรียล?" อาเรียเรียกพี่ชายเสียงเบา เมื่ออีกฝ่ายเหม่อลอยนั่งจ้องถ้วยชาในมือจนมันเย็นชืดหมดแล้ว 

"....เธอใส่อะไรลงในชา" เจ้าของเรือนผมสีดำจ้องเขม็งมองอาเรีย

เด็กสาวอึ้งไปแวบหนึ่ง จากนั้นยิ้มออกมา รู้ตัวไวเหมือนกันนะคะเนี่ย"ดอกคาโมไมล์ค่ะ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย" อาเรียทำสีหน้าเชิงจะพูดออกมาดีไหมนะ สุดท้ายจึงเลือกบอก "แล้วก็ยาที่ฉันปรุงเองค่ะ ช่วยรักษาอาการของคนนอนไม่หลับ แล้วก็ทำให้สดชื่นขึ้นด้วยนะคะ" 

"ทำไม?" ร่างสูงไม่เข้าใจในการกระทำของเธอ ตั้งแต่เกิดมาสิ่งที่เขาเรียนรู้ ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็นการแข่งขัน ไม่มีใครห่วงใยใครจากใจจริง แม้กระทั่งคนในครอบครัวก็ตาม 

นิ้วเรียวลูบขอบถ้วยกระเบื้องขาวแล้วคลี่ยิ้ม "ไม่มีเหตุผลเป็นพิเศษค่ะ แค่อยากช่วยให้คุณได้พักผ่อนบ้าง" หรือจริงๆก็คือฉันอยากได้รูปยามคุณหลับค่ะ ของแรร์ไอเทมเชียวนะคะ

เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มยังดูงุนงง ริมฝีปากอิ่มสีเชอร์รี่จึงเอ่ยต่อ "ถึงพวกเราจะไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ แต่ด้วยฐานะแล้วก็ไม่ผิดที่ฉันจะเป็นห่วงคุณนะคะ....จริงๆแล้วฉันอยากให้พวกเราสนิทกันมากกว่านี้ด้วยซ้ำ" จะได้หาทางถ่ายรูปได้ง่ายขึ้นค่ะประโยคหลังเด็กสาวเพียงแค่คิดในใจ 

"พี่น้องงั้นเหรอ" เสียงทุ้มพึมพัม ดวงเนตรเย็นชาที่ดูอ่อนลงสบกับดวงตากระจ่างใส "แล้วการเป็นพี่น้องต้องทำยังไง"

สิ้นประโยคอาเรียถึงกับหลุดขำ มองชายตรงหน้าประมาณว่าพูดจริงหรือคะ แต่เมื่อใบหน้าเรียบเฉยไม่ได้มีทีท่าว่าจะล้อเล่น เด็กสาวจึงเก็บรอยยิ้มล้อเลียน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

"ก็...ต่างฝ่ายต่างเชื่อใจกัน พูดคุยด้วยความสนิทสนม ห่วงใยซึ่งกันและกัน แล้วก็เลิกเว้นระยะห่างค่ะ...ท่านพี่" ท้ายประโยคพูดเสียงหวานหยอกล้ออีกฝ่ายเต็มที่

เด็กหนุ่มเลิกเปลือกตาขึ้น ชั่วขณะหนึ่งราวได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นผิดจังหวะ เมื่อเห็นใบหน้าหวานๆเอ่ยคำว่า'ท่านพี่'

"คิกๆ ก็ประมาณนี้แหละค่ะ แต่ถ้าคุณยังไม่คุ้นชินเราจะพูดคุยกันแบบเดิมก็ได้นะคะ" อาเรียแกล้งเด็กหนุ่มพอให้ตัวเองรู้สึกกระชุ่มกระชวย นี่ก็นับเป็นการเอาคืนที่พวกคุณชอบจ้องฉันจนต้องฉันต้องคีพลุคตลอดเวลาค่ะ

"เรียกสิ" แต่อยู่ๆเสียงทุ้มนุ่มก็ดังขึ้น 

"เอ๋" อาเรียเผลอทำหน้างุนงง เขาพูดถึงอะไรน่ะ 

"เรียกว่าท่านพี่อีกสิ" ร่างสูงขยับข้ามโต๊ะมานั่งโซฟาตัวเดียวกับเธอ เด็กหนุ่มใกล้ชิดร่างนุ่มนิ่มมากจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกพิทูเนีย

ด้วยความตกใจอาเรียถอยร่นไปด้านข้างเพื่อเว้นระยะห่าง แต่กาเบรียลขยับตัวตามมาเรื่อยๆ ขณะที่เด็กสาวคิดจะเอี้ยวตัวหนีแผ่นหลังเล็กก็ชนเข้ากับพนักพิงนุ่มนิ่มเข้า หันกลับมาอีกที อาเรียพบว่าใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายอยู่ห่างจากเธอไม่ไกลนัก ดวงตาสีทองสว่างจ้องมองเธออย่างกดดันจนริมฝีปากอิ่มแอบกระตุก 

สถานการณ์นี้มันอะไรกันคะเนี่ย

อาเรียเพิ่งรู้ว่าชายตรงหน้าดื้อดึงกว่าที่คิด เขาไม่พูดอะไรออกมาอีก นอกจากสีหน้ากดดันปนอ้อนวอนจางๆ เพื่อให้เธอเอ่ยคำว่า'ท่านพี่'

และเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ใช้กำลังกับเธอ เด็กสาวก็อดใจอ่อนไม่ได้ มือบางดันแผ่นอกที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อให้ถอยออกไป ซึ่งเด็กหนุ่มยอมแต่โดยดี ทว่าก็ยังแนบชิดกว่าที่ควรจะเป็นอยู่ดี

สุดท้ายอาเรียจึงถอนหายใจ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง 

"เข้าใจแล้วค่ะ ท่านพี่ แล้วก็ช่วยเขยิบไปอีกหน่อยได้ไหมคะ....น้องอึดอัด" 

"ได้ แต่ต้องบอกมาก่อน เมื่อคืนใครเป็นคนทำงานที่ค้างอยู่จนเสร็จทั้งหมด" เสียงทุ้มคาดคั้นจะเอาคำตอบ เด็กหนุ่มมั่นใจว่างานพวกนั้นยังไม่เคยผ่านตาเขาสักครั้ง และมันเป็นไปไม่ได้ที่ลายเซ็นของกาเบรียล วาบิลเล่ จะจรดลงบนเอกสารสักใบโดยที่ไม่เคยอ่านรายละเอียด

เมื่อถูกจับได้ อาเรียจึงหัวเราะแหะๆออกมา เนื่องด้วยชนักที่ติดหลังเกี่ยวกับธุรกิจลับๆ เด็กสาวจึงเสตาหนี "น้อง...ทำเองแหละค่ะ" สองนิ้วเรียวจิ้มติดๆกันอย่างประหม่า "แบบว่าเห็นท่านพี่ทำงานหนักมาก เลยอยากช่วยลดภาระลงอีกนิด" 

"ลายเซ็นนั่น..ทำได้ยังไง" เขาถามต่อด้วยน้ำเสียงไม่บ่งบอกอารมณ์

อาเรียสะดุ้งในใจ หูย ถ้าบอกว่าปลอมลายเซ็นไงคะจะโดนโกรธไหมเนี่ย ข้อหายุ่งย่ามงานสำคัญ แต่ข้อมูลพวกนั้นเธอก็ตรวจดีแล้วนะ ไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน พูดแบบนี้ไปเขาจะเชื่อเธอไหมนะ 

ถ้าไม่เชื่อเขาจะโมโหเธอขนาดไหน แล้วแบบนี้จะมีสินค้าใหม่ๆออกขายไหมเนี่ย

ริริน ซัลลิเวียไม่ใช่คนงก เธอแค่เป็นนักเดินทางมานาน และรู้คุณค่าของเงินเป็นอย่างดี ดังนั้นถ้ามีช่องทางการหาเงินที่สุจริตได้เธอต้องรีบกอบโกย! 

เด็กสาวมองพื้นโซฟาสีครีมด้วยแววตาลอกแลก จนเมื่อตัดสินใจได้ จึงเงยหน้าขึ้นประกบมือสองข้าง พร้อมกระพริบตาปริบๆมองพี่ชายใหม่แกะกล่องอย่างออดอ้อน "อย่าโกรธกันเลยนะคะ น้องแค่ลอกลายเซ็นท่านพี่เท่านั้นเอง!" 

อาเรียมัวแต่ช้อนดวงตากลมโตเพื่อขอร้องไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกโกรธ แต่ในขณะเดียวกัน กาเบรียลกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาจากช่องท้อง เขาผ่อนลมหายใจระงับความรู้สึกแปลกๆของตนเอง จากนั้นเขยิบถอยร่นจนสุดอีกฝั่งของโซฟา

กาเบรียล วาบิลเล่ที่ออกห่างจากร่างนุ่มนิ่ม กุมมือปิดปากตัวเองเพื่อปิดบังไม่ให้เด็กสาวเห็นว่าใบหน้าของเขาร้อนกว่าปกติ

การกระทำแปลกๆของเด็กหนุ่มทำให้อาเรียเกิดอาการกระดากอายขึ้นมา เอ่อ เขารังเกียจท่าอ้อนวอนของเธอขนาดนั้นเลยเหรอ เด็กสาวรู้สึกสูญเสียความมั่นใจไปหน่อยหนึ่ง 

เธอยื่นปากอย่างน้อยอกน้อยใจ "ท่านพี่ใจร้ายอีกแล้วนะคะ โกรธขนาดไหนก็ไม่เห็นต้องทำท่าทางรังเกียจขนาดนี้เลย" 

"ไม่...ไม่ได้โกรธ" เสียงทุ้มพูดช้าลง ความคิดแรกเริ่มที่อยากจะสืบเรื่องราวของน้องสาวต่างสายเลือดกระจัดกระจายจนเลือนหายไปจากสมอง ยิ่งพอเห็นสีหน้าแง่งอนที่ดูน่ารักไปอีกแบบของเด็กสาว เขายิ่งรู้สึกมวนท้อง "ไม่ได้รังเกียจด้วย...อย่าเข้าใจผิด"

อาเรียแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี "หมายความว่าท่านพี่ไม่โกรธน้องใช่ไหมคะ" แล้วถามย้ำอีกครั้ง 

ใบหน้าดุจรูปปั้นสลักหยักหน้าลง "อืม...พี่ไม่ได้โกรธ" กาเบรียลพูดพลางหยิบถ้วยน้ำชาเย็นชืดของตนเองขึ้นจิบ

ชั่วขณะหนึ่งหากเด็กสาวจ้องมองเด็กหนุ่มที่นั่งข้างกายชัดๆ เธอคงได้เห็นว่าใบหน้าเรียบเฉยเขินอายเพียงใดกับคำพูดของตนเอง

เมื่อกาเบรียลรู้สึกอึดอัดกับความรู้สึกแปลกประหลาดนี้จนทนไม่ไหว มือหนาจึงวางถ้วยกระเบื้องลงบนโต๊ะ "งั้นพี่ไปก่อนนะ" ร่างสูงผุดลุกขึ้น ขณะกำลังก้าวเท้าเขาก็ชะงัก นึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่อาเรียบอก แล้วเอี้ยวใบหน้าหันมาหาอาเรียโดยที่ร่างกายไม่ขยับ "ราตรีสวัสดิ์" 

อาเรียหัวเราะคิกกับการกระทำนั้น เธอเอ่ยเสียงหวาน "ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ท่านพี่" 

ในค่ำคืนนี้ดูเหมือนความสัมพันธ์ของสองพี่น้องไม่แท้จะเขยิบเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกนิดแล้ว 

____________

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ความคิดเห็น