ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 สาวน้อยกับเวลาว่างยามบ่าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 สาวน้อยกับเวลาว่างยามบ่าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2561 19:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 สาวน้อยกับเวลาว่างยามบ่าย
แบบอักษร

ตอนที่ 6 สาวน้อยกับเวลาว่างยามบ่าย

ผ่านมาสองอาทิตย์นับจากวันที่ริริน ซันลิเวีย ฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างของอาเรีย วาบิลเล่ ทุกวันนี้ชีวิตประจำวันของเธอไม่ต่างจากเดิมมากนัก

ตื่นเช้าขึ้นมาบำรุงผิวพรรณ ทานอาหารเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ทุกอย่างเด็กสาวทำมันอย่างเคร่งครัด จนร่างผอมบางของอาเรียเริ่มมีส่วนเว้าส่วนโค้งขึ้นมาบ้างแล้ว

วันคืนอันแสนสงบสุขของเธอยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน จะต่างก็ตรงโลแกน สเวนส์ คู่หมั้นจอมดื้อรั้นที่มักหาข้ออ้างมาป่วนเธอบ่อยๆ

ว่างเลยผ่านมาบ้างล่ะ หิวข้าวเลยแวะมาหาของกินบ้างล่ะ เป็นทางผ่านกลับบ้านบ้างล่ะ เฮ้อ คิดว่าบ้านของฉันเป็นห้างสรรพสินค้าหรือยังไงกันคะ

"ไง" เด็กหนุ่มตายยากโผล่ขึ้นมาให้เห็นทันทีที่อาเรียนึกถึง โลแกนเดินเข้าออกคฤหาสถ์หลังงามอย่างเคยชินราวกับเป็นบ้านตนเองไปแล้ว

"สวัสดีค่ะ โลแกน วันนี้มาหาฉันด้วยเรื่องอะไรอีกล่ะคะ" เวลาที่เธอเรียกเขาว่าคุณนำหน้า เด็กหนุ่มมักจะหน้าหงิกใส่พร้อมโวยวายว่าไม่ให้เรียกแบบนี้อีกซ้ำๆ จนเด็กสาวรำคาญใจ สุดท้ายจึงต้องทำตามที่เขาบอก

"พ่อครัวที่บ้านฉันลาพักร้อน วันนี้คงต้องมาฝากท้องกับเธอแล้วล่ะนะ" ใบหน้าหล่อร้ายยิ้มหวานอย่างไม่รู้สึกรู้สา

บางทีอาเรียก็สงสัยว่าเขาเคยรู้สึกอายบ้างไหมกับคำโกหกที่แสนจะไม่เนียนของตนเอง

ตระกูลสเวนส์ไม่มีพ่อครัวทำอาหารให้คุณชาย โอ้ รู้ถึงไหน อายถึงนั่น

"อ้อ งั้นเหรอคะ น่าเสียดายจริง วันนี้พ่อครัวของฉันก็ลาพักร้อนเหมือนกัน" เด็กสาวหยอกกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

โลแกนเลิกคิ้ว เขาเริ่มเคยชินกับนิสัยตลกหน้าเป็นของคู่หมั้นสาวแล้ว และรู้วิธีรับมือด้วย

"ดี! งั้นวันนี้เธอต้องทำอาหารเย็นให้ฉันกิน" ร่างสูงเข้ามาโอบไหล่อาเรียอย่างเป็นกันเอง พร้อมเขย่าคนตัวเล็กกว่าเบาๆ

นั่นก็คือตีมึนใส่เสียเลย

อาเรียเห็นแล้วถึงกับหลุดขำ แขนบางดันอีกฝ่ายออก ด้วยแรงของเธอแม้เด็กหนุ่มจะต่อต้านก็ไม่อาจทำได้ "คุณก็รู้ว่าฉันล้อเล่น" เด็กสาวขยิบตาล้อเลียนแล้วหันไปหาสาวใช้ประจำตัว "มิริน ช่วยไปบอกคุณเคธี่ด้วย วันนี้มีแขกมาร่วมทานอาหารเย็นกับเราเพิ่มอีกคน"

"ได้ค่ะ คุณหนู" มิรินรับคำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก หมอนี่มาอีกแล้ว! หาข้ออ้างมาได้เกือบทุกวัน เธอเห็นแล้วเกะกะลูกตานัก

"แล้วในมือนั่น?" นิ้วเรียวชี้ที่มือข้างขวาของโลแกนที่ถือช่อดอกไม้มาสักพัก

"เจอมา เลยเก็บมาให้" มือหนายื่นช่อดอกพิทูเนียให้เด็กสาว นับตั้งแต่วันที่เขาถามความชอบของเธอ สิ่งเหล่านั้นเธอได้รับจากคนตรงหน้าเกือบทุกวันไม่มีขาด

ถึงแม้โลแกนจะขี้แกล้งไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนนิสัยแย่อะไรสินะ

"ขอบคุณค่ะ" อาเรียรับดอกไม้สีม่วงสดแล้วบอกให้มิรินนำไปเก็บ "งั้นวันนี้เราจะดื่มชาอะไรกันดีคะ" ก่อนจะเริ่มงานอดิเรกที่มีเด็กหนุ่มเข้าร่วมด้วยแทบจะทุกครั้งด้วยสีหน้าเบิกบาน

"ตามใจเธอเถอะ" โลแกนแค่นยิ้ม เขาไม่ชอบการดื่มน้ำชายามบ่ายหน่อมแน้มนี่นักหรอก แต่เพราะมันเป็นสิ่งที่อาเรียชอบ เขาจึงอยากมีส่วนร่วมกับคู่หมั้นของเขาด้วย แม้สักนิดก็ยังดี

วันถัดมาโลแกน สเวนส์ไม่ได้เข้ามาหาอาเรียเนื่องจากติดธุระ เด็กสาวจึงออกมาจัดน้ำชายามบ่ายที่แสนสุขในสวนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ 

"สวัสดีครับ คุณอาเรีย" ฟานฟานภูติตัวน้อยที่เคยมอบของล้ำค่าให้เธอ ขยับปีกบางใสมาหยุดอยู่บนโต๊ะด้านหน้าเด็กสาว 

"สวัสดีค่ะ ฟานฟาน วันนี้ก็ยังสดใสเหมือนเคยนะคะ" นิ้วเรียวลูบผมสีทองนุ่มนิ่มเป็นการทักทายที่ทำทุกครั้งเมื่อพบกัน 

ภูติดอกไม้ไถแก้มเข้ากับนิ้วขาว แล้วยิ้มด้วยด้วยสีหน้าเคอะเขิน "เพราะวันนี้ผมได้พบคุณไงครับ" 

อาเรียหัวเราะเสียงใสในความปากหวานของภูติตัวน้อยแก้มนุ่มผู้นี้ "งั้นฉันมาเจอคุณบ่อยๆเลยดีไหมคะ คุณจะได้สดใสแบบนี้บ่อยๆไง" ร่างบางเอ่ยหยอก

และเพราประโยคนั้นทำให้พวงแก้มขาวเนียนของฟานฟานขึ้นสีแดงระเรื่อ ใบหน้าเล็กหยักลงเบาๆ เขาจะรอคอยเวลาที่ได้พบเด็กสาวอย่างใจจดใจจ่อเลย

"แล้ววันนี้อยากได้สมุนไพรหรือดอกไม้ตัวไหนเป็นพิเศษไหมครับ ผมจะได้หามาให้" ความสามารถของภูติดอกไม้คือการเฟ้นหาดอกไม้เกือบทุกสายพันธุ์ตามแต่ความสามารถเฉพาะตัว และรวมไปถึงสมุนไพรบางชนิดด้วย ซึ่งฟานฟานเองก็จัดเป็นภูติมีความสามารถตนหนึ่ง 

"วันนี้ฉันอยากดื่มชาคาโมมายล์ค่ะ รบกวนฟานฟานแล้วนะ" 

ฟานฟานพยักหน้าหงึกหงักอย่างกระตือรือร้น แล้วหยิบคฑาสีเหลืองที่มีไดมอนด์ฟลอร่าประดับบนหัวคฑา พร้อมโบกไปด้านข้างทีหนึ่ง ดอกคาโมมายล์สามกำมือก็โผล่ขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ 

"ขอบคุณมากนะคะ" เสียงหวานเอ่ยจนคนถูกชมเขินหูสองข้างแดงก่ำ 

อาเรียนำดอกไม้ที่ได้ไปล้างน้ำจนสะอาด แล้วต้มน้ำในกาน้ำชา จากนั้นใส่ดอกคาโมมายล์ลงไปจำนวนหนึ่ง พร้อมหยดตัวยาที่ปรุงขึ้นลงไปสามสี่หยด ก่อนจะผละไปทำขนมต่อ เด็กสาวชอบการทำอาหาร เนื่องจากอยู่ตัวคนเดียวมานาน อาหารการกินก็ต้องพึ่งตัวเอง ถึงเธอจะลิ้นจระเข้ทานทุกอย่างโดยไม่สนรสชาติ ไม่สนว่ามันอร่อยหรือไม่ แต่เรื่องน้ำชาและของว่างเธอพิถีพิถันสุดๆ เพราะมันอยู่คนละกระเพาะกันนี่นา 

เมื่อทำของว่างยามบ่ายเสร็จ อาเรียจึงยกขนมเค้กสูตรพิเศษและชุดน้ำชาวางลงบนโต๊ะที่เดิม มือบางแบ่งของว่างจัดเป็นชุดเล็กๆให้ฟานฟานด้วย เพื่อเป็นการตอบแทน 

"ขอบคุณมากครับ อร่อยที่สุดเลย~" 

ภูติน้อยทานเกลี้ยงในพริบตา สองมือและใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบครีมสีขุ่น ทำเอาอาเรียอดขำไม่ได้เมื่อเด็กน้อยคนนี้ทานได้น่าเอ็นดูสุดๆ 

ฟานฟานงุนงงที่อยู่ๆเด็กสาวก็หัวเราะ แต่เมื่ออาเรียนำผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กถูไถตามใบหน้า เขาจึงรู้ตัวว่าตนเองทำอะไรน่าอายลงไป เผลอก้มหน้างุดๆคว้าผ้าเช็ดหน้าแล้วบินหนีไปด้วยความเคอะเขิน 

เด็กสาวมองตามภูติดอกไม้อย่างขบขัน แล้วจึงหันมาสนใจกับของว่างตรงหน้าดังเดิม 

ขณะที่ช้อนคันเล็กถูกสับลงไปบนเนื้อเค้กฟูนุ่ม อาเรียก็สัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังเข้ามาใกล้ เมื่อเงยหน้าก็พบกับกาเบรียล วาบิลเล่ พี่ชายต่างสายเลือดผู้เงียบขรึมของเธอนั่นเอง 

แก้วตาสีมรกตสบกับดวงเนตรสีอำพัน เกิดความเงียบขึ้นระหว่างพวกเขา 

อาเรียยิ้มค้าง ทำไมพี่ชายถึงไม่พูดอะไรออกมาบ้างล่ะ? จะยืนเงียบแบบนี้อีกนานไหมคะเนี่ย ฉันหิวแล้วนะ

สุดท้ายเมื่อความอดทนของฝ่ายหญิงหมดลงก่อน เสียงหวานจึงเอ่ยเชื้อชวน "คุณกาเบรียลมาพอดีเลย สนใจเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชากับฉันไหมคะ" 

เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนสีดำยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับทบทวนประโยคที่เธอถาม ไม่นานนักใบหน้าหล่อเหลาจึงหยักลง 

ร่างสูงเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง ท่วงท่าสูงส่งไม่เข้ากับขนมและชุดน้ำชาสีหวานตรงหน้าสักนิด 

"เอ่อ...ขนมเค้กนี่ฉันทำเองค่ะ ถ้าไม่รังเกียจ..."

"ผมทานได้" เสียงทุ้มเรียบเฉยเอ่ยขัดก่อนที่อาเรียจะทันพูดจบประโยค

เด็กสาวยิ้มแห้ง มือบางจัดเตรียมจานและถ้วยน้ำชาเพิ่มอีกชุด ก่อนจะเลื่อนให้ตรงตำแหน่งของฝ่ายตรงข้าม กาน้ำชาถูกรินอย่างช้าๆ ตามด้วยเค้กสีขาว 

"ทานกันเถอะค่ะ" อาเรียตักเค้กเข้าปาก ความหวานที่แผ่ซ่านทั่วทั้งลิ้น ทำเอาร่างบางอารมณ์ดีจนลืมไปว่าตอนนี้เธอไม่ได้นั่งอยู่เพียงลำพัง

กาเบรียลมองน้องสาวต่างสายเลือดอย่างค้นหา เขาสังเกตเด็กสาวมาสักพัก อาเรียดูเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ทั้งคำพูด และลักษณะนิสัย จนเขาเริ่มสนใจในการเปลี่ยนแปลงของเธอและคนรอบข้างทีละนิดๆ รู้ตัวอีกทีเด็กสาวร่างผอมบางก็อยู่ในระยะสายตาของเด็กหนุ่มบ่อยๆเสียแล้ว

ซึ่งบ่อยครั้งที่เด็กหนุ่มได้ยินคนทำงานเก่าแก่ในคฤหาสถ์รำพัน ยามเห็นอาเรียพูดคุยยิ้มแย้ม ว่าคุณหนูกลับไปเป็นคนเดิมแล้ว ตัวเขาเองก็ไม่ทราบว่าเด็กสาวในอดีตมีนิสัยเช่นไร เพราะเขาถูกรับมาเลี้ยงดูในตระกูลวาบิลเล่ได้เพียงหกปี และมันไม่ทันช่วงเวลาที่น้องสาวยังมีนิสัยที่ถูกผู้คนกล่าวชม 

ดวงตาสีอำพันยังคงมองอาเรีย จนเด็กสาวรู้สึกกดดัน 

"คุณไม่ชอบเค้กเหรอคะ" 

อยู่ๆเธอก็ถามเขา "ไม่เกลียด ไม่ชอบ" เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ เขาสามารถทานได้ถ้าจำเป็นต้องทาน 

อาเรียได้ยินคำตอบแล้วหลุดยิ้ม คะยั้นคะยออยากแกล้งเขาอีกสักหน่อย "แล้วชาล่ะคะ ฉันชงเองกับมือเลยนะ จะใจร้ายไม่ชิมสักคำเลยเหรอคะ" 

กาเบรียลร้องอืมในลำคอ ถึงอย่างไรพวกเขาก็นับว่าเป็นพี่น้องกัน การรักษาน้ำใจก็นับเป็นสิ่งที่ควรทำ มือหนาตัดเค้กพอดีคำเข้าปาก รสชาติแรกคือความหวานล้ำที่เกินพอดี เด็กหนุ่มสามารถทานหวานได้ แต่ไม่ชื่นชอบมันนัก 

หวาน เขาคิดในใจ แล้วรีบยกถ้วยน้ำชากระเบื้องขึ้นจิบ เพื่อกลบรสชาติเลี่ยนๆในโพรงปาก ขณะที่กำลังจะวางมันลงและขอตัวเพื่อไปทำงานต่อโดยเลิกคิดจะสืบถามเด็กสาวต่อแล้ว แต่รสชาติของชาสีอ่อนกลับทำให้เขาถูกใจอย่างหาได้ยาก จึงดื่มมันต่ออย่างช้าๆจนหมดถ้วย

เด็กหนุ่มคิดว่าทักษะการชงชาของน้องสาวนั้นไม่เลวนัก 

อาเรียมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยแววตารู้ทัน มองก็ทราบได้ว่าคนเงียบขรึมแบบเขาไม่ชอบของหวานนัก เธอจึงแกล้งชักชวนเพื่อให้เขาลองชิมดู ซึ่งของว่างชุดนี้เด็กสาวคำนวณไว้หมดแล้วว่าการทานขนมเค้กที่ค่อนข้างหวานเลี่ยน พอตัดกับชาดอกคาโมมายล์จะเข้ากันเพียงใด 

ซึ่งดูเหมือนเขาจะชอบมันเสียด้วย 

มือบางเติมเครื่องดื่มให้เขาเพิ่ม แล้วจึงเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง 

"คุณชอบดื่มชาไหมคะ" 

"ดื่มได้...ถ้าเป็นถ้วยนี้" เขาพูดขณะจิบมันลงคอ 

"งั้นคุณชอบทานอะไรคะ" เสียงหวานจึงเปลี่ยนคำถามที่น่าจะได้คำตอบชัดเจนขึ้น 

"ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ" คำตอบของเขาทำเอาอาเรียอดไม่ได้ที่จะอยากเอาชนะ

"สีที่คุณชอบล่ะ" 

"สีดำ" 

อาเรียร้องเย้ในใจ อย่างน้อยเขาก็ตอบตรงๆได้สักที แม้จะเป็นสิ่งที่เธอมองออกอยู่แล้ว เพราะเขาเล่นแต่งกายด้วยชุดสีดำทั้งชุดราวกับคนไว้ทุกข์เลยนี่นา

"ทำไมถึงชอบสีดำล่ะคะ"เสียงหวานจึงถามเจาะลึกขึ้น

"เปื้อนยาก" ประโยคสั้นง่ายๆเอ่ยออกมาราวตัดบท มือหนาวางถ้วยน้ำชาที่ไร้ซึ่งน้ำสักหยดลงบนจานรองแก้ว จากนั้นลุกขึ้นยืน "ชงชาได้ดีมาก ขอบคุณครับ" น้ำเสียงสุภาพตอบตามมารยาท ก่อนจะหันกายจากไปเงียบๆ

ดวงตาสีมรกตมองแผ่นหลังตั้งตรงจนหายลับไป เธอแย้มยิ้มออกมา "ขอบคุณเช่นกันค่ะ" ที่ทำให้ฉันมีช่องทางการหาเงิน ประโยคหลังถูกเก็บงำไว้ในใจ

กลางดึก ร่างสูงของกาเบรียล วาบิลเล่กำลังนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะประจำตัว มือหนาขยับอย่างไม่หยุดพัก ดวงตาคู่คมเลื่อนอ่านเอกสารในมือตลอดเวลา แต่ไม่นานนักหนังตาของเขาก็ทำท่าจะปิดลง 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว นี่พึ่งจะตีสองเอง ทำไมเขาถึงเริ่มง่วงได้ 

ที่ผ่านมากาเบรียลทำงานแทบจะเต็มวัน เขาแทบไม่หยุดพัก และพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นกว่าเดิมตลอดเวลา เนื่องจากความคาดหวังของคนรอบข้าง และเขาไม่อยากทำให้พ่อบุญธรรมต้องผิดหวัง จึงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการยอมรับ และในที่สุดสายเลือดในตัวก็ไม่ถูกกีดกันอีกต่อไป วิลเลียมเชื่อใจเด็กหนุ่มและตั้งมั่นให้เขาเป็นผู้สืบทอด 

ด้วยเหตุนั้น กาเบรียลจึงยิ่งไม่หยุดพัก แม้งานช่วงนี้จะไม่หนักหนาเท่าอดีต แต่ด้วยนิสัยติดความสมบูรณ์แบบที่มีทำให้เด็กหนุ่มทำงานหามรุ่งหามค่ำ และเกิดโรคนอนไม่หลับขึ้นมาดื้อๆ ถึงแม้เขาจะขึ้นนอนเร็วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจข่มตาหลับได้อย่างสบายใจเลยสักครั้ง 

แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้น เขา....ง่วงขึ้นมาจริงๆ 

ร่างสูงขมวดคิ้วฝืนอาการอยากหลับด้วยการดื่มกาแฟ พร้อมถ่างตาเต็มที่ แต่เมื่อฝืนทนไม่ไหว เขาจึงจัดเอกสารวางไว้ข้างๆ นวดหัวคิ้วเข้มช้าๆ จากนั้นนั่งพักสายตาสักครู่ ทว่าไม่นานนักใบหน้าดูดีก็ฟุบหลับลงกับโต๊ะ คืนนั้นเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่เขาหลับสนิท

"คุณชายคะ คุณชาย" 

กาเบรียลขมวดคิ้ว ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองคนที่เรียกเขาให้ตื่นจากห้วงนิทราด้วยสายตางุนงง 

มาธา สาวใช้วัยกลางคน มองเด็กหนุ่มอย่างเป็นห่วง "โธ่ ทำไมถึงไม่เข้าไปนอนในห้องล่ะคะ นอนอยู่อย่างนี้เกิดเป็นหวัดขึ้นมาจะทำยังไงคะ" หญิงสาวแอบบ่นเจ้านายรุ่นลูกอย่างไม่จริงจังนัก มาธาดูแลกาเบรียลตั้งแต่เขาเข้าคฤหาสถ์วันแรก จึงเกิดความห่วงใยไม่ต่างจากครอบครัวแท้ๆ 

"ผมนอนหลับที่นี่?" เสียงทุ้มพึมพัมราวกล่าวกับตัวเอง แต่แม่บ่านรุ่นใหญ่ได้ยินและตอบคำถามแทน

"ใช่ค่ะ คุณชายฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ ป้าเข้ามาเห็นว่าหลับสนิทดี เลยไม่อยากปลุก" มาธาทำหน้าครุ่นคิด จากนั้นยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี "นานแล้วนะคะที่ไม่เห็นคุณชายตื่นมาสดชื่นแบบนี้"

"หลับสนิท? สดชื่น? ผมน่ะเหรอ" 

"ค่ะ ป้าดีใจนะคะ ในที่สุดคุณชายก็ดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น ท่าทางงานคราวนี้จะเสร็จเร็วสินะคะ" หญิงสาวเก็บถ้วยกาแฟชุดเก่า แล้วนำถาดอาหารเช้าวางลงบนโต๊ะทำงานโล่งสะอาดตา

กาเบรียลชะงัก มือหนาหยิบเอกสารแต่ละแผ่นมากวาดสายตาอ่าน เมื่อคืนจำได้ว่าเขายังทำไม่เสร็จเลยนี่ แล้วทำไมตอนนี้งานทุกฉบับถึงถูกเซ็นด้วยลายมือเขาหมดเลยล่ะ 

ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วยุ่ง ทำไมถึงจำไม่ได้นะว่าหลับไปตอนไหน

เมื่อมาธาเห็นสีหน้ายุ่งยากใจของคุณชาย เธอจึงถอยออกจากห้องไปเงียบๆ หญิงสาวรู้จังหวะการทำงานของเด็กหนุ่มเป็นอย่างดี และไม่เคยสร้างความยุ่งยากใจให้แก่เขา เพราะเหตุนั้นทำให้กาเบรียลยอมให้มาธาเป็นฝ่ายจัดการเรื่องของเขาได้เพียงคนเดียว 

ในขณะเดียวกัน ทางด้านอาเรียที่กำลังหัวเราะคิกคักอย่างพอใจกับสิ่งที่ได้รับ ดวงตาสีมรกตมองของที่อยู่ในมืออย่างภูมิใจ "เท่านี้ก็หาเงินเล็กๆน้อยได้บ้างละเนอะ" แถมยังได้แกล้งพวกเขาคืนด้วย คิกๆ

____________

ความคิดเห็น