ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 สาวน้อยพบคู่หมั้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 สาวน้อยพบคู่หมั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2561 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 สาวน้อยพบคู่หมั้น
แบบอักษร

    ตอนที่ 5 สาวน้อยพบคู่หมั้น

อาเรีย วาบิลเล่ กำลังรู้สึกอึดอัด เธอมุ่นคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก เมื่อรู้สึกถึงสายตากดดันจากใครบางคนที่กำลังจ้องมองมา

จนเมื่ออีกฝ่ายยังคงทำตัวไร้มารยาทอยู่เช่นเดิม เด็กสาวจึงลืมตาขึ้น ยอมตื่นจากห้วงนิทราก่อนกำหนดชั่วโมงหนึ่ง

สิ่งแรกที่เห็นคือดวงตาดุดันสีแดงสดของคนคนหนึ่ง เด็กสาวนิ่งงันอย่างคนตื่นไม่เต็มตา จนเมื่อสำรวจใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน ร่างผอมแห้งจึงลุกขึ้นนั่งมองอีกฝ่ายอย่างอึดอัด

"คุณไม่รู้หรือไงคะ ว่าการจ้องมองใบหน้าของเด็กผู้หญิงที่กำลังหลับอยู่มันเสียมารยาท"

เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มไม่ตอบ แววตาของเขามองสำรวจร่างกายเธออย่างจาบจ้วง จนเมื่อเขาพอใจแล้ว ริมฝีปากได้รูปจึงยอมเอ่ย "ฉันก็พึ่งรู้เหมือนกันว่าเด็กผู้หญิงที่ปล่อยให้คู่หมั้นของตัวเอง นั่งรอเป็นชั่วโมงทั้งที่นัดกันไว้แล้วเนี่ย รู้จักมารยาทเป็นด้วย"

อาเรียอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจให้กับเขา เด็กหนุ่มผู้เป็นว่าที่คู่หมั้นของอาเรีย โลแกน สเวนส์

เธอลองค้นหาความทรงจำที่มีเกี่ยวกับคู่หมั้นหล่อร้ายตรงหน้า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่เธอจะหลอมรวมเข้ากับร่างใหม่จนรู้ทุกเรื่องราวได้ โดยเฉพาะเหตุการณ์​เล็กๆที่ไม่สำคัญในความทรงจำของอาเรีย เด็กสาวต้องรีดเค้นนานพอสมควร

ดูเหมือนว่าอาเรียคนเก่าจะนัดโลแกนในวันนี้มาเพื่อพูดคุยเรื่องการถอนหมั้น

ท่าทางอาเรียจะใส่ใจความรู้สึกของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่น้อย ความคิดลึกๆของอาเรียคนก่อนมีความสำนึกเสียใจที่ทำให้อีกฝ่ายมีชื่อเสียงไม่ดีเพราะเธอ แม้กระทั่งเหตุผลที่โลแกนถอยห่างไม่เข้าใกล้อาเรีย เด็กสาวคนนี้ก็เป็นฝ่ายร้องขอเองเสียด้วย 

คิดๆดูแล้ว ว่าที่คู่หมั้นหนุ่มคงจะไม่ได้เลวร้ายอะไร การทำตามความตั้งใจเดิมของเจ้าของร่างเก่า เธอจะสานต่อให้ก็ได้

"ขอโทษแล้วกันค่ะที่ทำให้คุณโลแกนต้องรอ" อาเรียกล่าวอย่างไม่จริงจังนัก แต่คำพูดแปลกๆนั่นทำเอาคนฟังต้องเผยสีหน้าปุเลี่ยนอย่างปิดไม่มิด

"ท่าทางจะป่วยหนักจริงๆด้วยสินะ" โลแกนพูดพลางทำท่าเหมือนจะเข้ามาตรวจร่างกายให้ร่างผอมแห้งบนเตียง

มือผอมบางรีบปาดมาข้างหน้า เพื่อหยุดคู่หมั้นหนุ่ม จากนั้นผายมือไปทางประตู "ลงไปรอข้างล่างก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันแต่งตัวเสร็จจะตามลงไป" 

โลแกนดูไม่เชื่อถือเด็กสาวเป็นอย่างมาก เขาหรี่ตามองเธออย่างสืบเสาะ จนใบหน้าซีดเซียวพยักหน้าหนักแน่นทีหนึ่ง ร่างสูงถึงยอมจากไปโดยดี แต่มิวายก่อนปิดประตูดวงตาสีแดงสดยังแอบจ้องเขม็งมา

เมื่อประตูปิดสนิทดีแล้ว ร่างบนเตียงจึงพ่นลมหายใจบางเบา จริงๆแล้วประโยคสุภาพที่เธอพูด อาเรียคนเก่าก็ใช้คำพูดไม่ต่างจากเธอมาก จะต่างก็เพียงแค่น้ำเสียงของเด็กสาวคนเก่าจะฟังแล้วเกรี้ยวกราดและดูถูกคนมากๆเท่านั้นล่ะนะ

อาเรียลุกขึ้นจากเตียง แล้วเข้าห้องอาบน้ำเพื่อบำรุงความงาม ขาเรียวผอมจุ่มลงอ่างน้ำนมที่เจ้าตัวปรุงเอง เมื่อจัดท่าทางให้สบายตัวที่สุด มือบางก็ค่อยๆลูบไล้ตามผิวเนียนนุ่มที่ต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด กลีบดอกสโนว์พัวร์ดีสมกับเป็นดอกไม้หายากจริงๆ

เด็กสาวใช้เวลาในห้องอาบน้ำอย่างพิถีพิถัน​ที่สุด นี่ก็เพื่อร่างกายในอนาคตนั่นเอง เมื่อทำตามแผนการตอนเช้าเสร็จ เธอจึงหยิบเสื้อผ้าที่มิรินเตรียมให้มากางออกดู ชุดเดรสสีฟ้าอ่อนดูเรียบง่ายแต่ก็มีลูกเล่นตรงลูกไม้บนปกเสื้อ สาวใช้คนนี้รสนิยมตรงใจเธอไม่น้อย

ร่างบางที่สวมชุดใหม่เดินมานั่งลงตรงโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อความเปลี่ยนแปลงของตนเอง และภาพสะท้อนที่มองกลับมาทำให้เธอภูมิใจในตนเองสุดๆ ผิวพรรณ​และเส้นผมดูมีชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัด สีผิวที่เคยซีดเซียวก็เผยสีเลือดฝาดต่างจากซากศพที่เคยเป็นฉายา เวลานี้นอกจากร่างกายผอมแห้งที่ทำให้เธอดูเหมือนคุณหนูขี้โรค ทุกอย่างก็ล้วนเป็นไปตามความตั้งใจของเธอ 

อาเรียเรียกหามิรินเพื่อให้อีกฝ่ายมาทำผมให้ มิรินดูดีใจมากที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเธอ ไม่นานนักทรงผมของเด็กสาวก็เสร็จสิ้น ระหว่างการทำนอกจากคำกล่าวชมว่าอาเรียสวยมาก ผิวนุ่มมาก ผมลื่นมากและอีกต่างๆนาๆที่ชวนให้หนวกหูไปบ้าง ก็นับว่ามิรินเป็นช่างเสริมสวยที่ดี 

"คุณหนูของมิรินช่างงดงามเหลือเกิน ฮึก สวยมากๆเลยค่ะ" มิรินเอ่ยชมเจ้านายของตนด้วยน้ำเสียงปลื้มปริ่ม เธอคิดไว้แล้วว่าถ้าคุณหนูแต่งแบบนี้จะต้องน่ารักมากๆ และมันก็จริงเสียด้วย

ผมดัดลอนยาวถูกเธอจับงุ้มเข้าหากันให้ดูสั้นลง แล้วบิดปอยผมสองข้างรวบมาไว้ด้านหลัง ติดด้วยริบบิ้น​สีฟ้าอ่อนเข้าชุด ทำให้คุณหนูของเธอดูน่ารักบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้อง 

อาเรียมองมิรินผ่านกระจกแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ ตอนนี้เธอไม่ได้ดูสวยถึงขนาดนั้นเสียหน่อย ยังสวยได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะเธอชอบที่จะทำให้ตนเองดูมีบุคลิก​ภาพที่ดี

"ต้องขอบคุณมิรินนั่นแหละค่ะ ทำให้ฉันน่ารักขึ้นขนาดนี้ เดี๋ยวต้องให้รางวัลหน่อยแล้ว" อาเรียเอ่ยหยอกพลางหัวเราะคิกคัก

"อะ..เอ๋ ไม่ต้องหรอกค่ะ มิรินทำทุกอย่างให้คุณหนูไม่เคยหวังผลตอบแทนสักครั้ง แค่คุณหนูยิ้มอย่างมีความสุขได้ ก็นับเป็นรางวัลที่มิรินต้องการแล้ว" คำพูดน่าซาบซึ้งใจของอีกฝ่ายทำเอาอาเรียอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสวมกอดร่างสูงกว่า

"คุณหนูคะ!" มิรินเลิกลั่กเมื่อถูกสวมกอดจากเจ้านายที่ตนภักดี มือสองข้างที่ดูเกะกะค้างกางอากศอย่างไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนดี จนอาเรียคลายอ้อมแขนออก สาวใช้เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนจึงรู้สึกเสียดายไม่น้อยที่ตนเองมัวแต่ยืนบื้อใบ้เป็นหุ่นกระบอก จนกอดตอบคุณหนูไม่ทัน

"ขอบคุณมากนะ ฉันขอรับรองเลยว่าอนาคตเธอจะต้องมีความสุข" มือบางจับปอยผมสีฟ้าอ่อนที่เคลียข้างแก้มของอีกฝ่ายทัดหู แล้วยิ้มอย่างจริงใจ 

อาเรียมีคนที่รักและภักดีขนาดนี้อยู่ข้างกาย ช่างโง่เง่าจริงๆที่เมินเฉยไม่ใส่ใจผู้คนถึงเพียงนี้

ร่างผอมบางจูงมือมิรินที่ยืนเอ๋ออยู่กลางห้องไปด้วยกัน จนเมื่อเดินมาถึงบันได อาเรียจึงปล่อยมือแล้วบอกสาวใช้ข้างกาย "ตอนนี้ต้องลงไปหาคุณโลแกนแล้วล่ะค่ะ ส่วนมิรินจะทำอะไรก็ตามสบายนะ ฉันให้เวลาว่าง" 

ซึ่งดูเหมือนสาวใช้เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนจะเหม่อลอยไปถึงไหนต่อไหน เธอไม่ได้ยินใจความที่เจ้านายพูดด้วยซ้ำ จนกระทั่งอาเรียจากไป มิรินถึงตั้งสติได้ มือเรียวกุมใบหน้าที่เห่อร้อนของตน แล้วทรุดตัวนั่งกับพื้น 

"ฮึก คุณหนูผู้น่ารักที่สุดในโลกของมิรินกลับมาแล้ว" เด็กสาวพึมพัมด้วยสีหน้าปลื้มใจ

ทางด้านโลแกน สเวนส์ที่นั่งรอคู่หมั้นสาวมาถึงสองชั่วโมง ในที่สุดเขาก็เริ่มหมดความอดทน 

จะให้รออีกนานแค่ไหน! ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำให้ฉันต้องรอสักครั้ง

ร่างสูงกำยำของคนฝึกอาวุธ​เป็นประจำลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทั้งยังหมายมั่นในใจว่าต่อให้ต้องถูกคนร่างเล็กด่าทอใส่อย่างไร เขาก็จะต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง 

แต่ไม่คาดว่าเพียงขายาวก้าวเดิน เจ้าของร่างในห้วงความคิดจะเปิดประตู​เดินเข้ามาหาเขาพอดี ราวรู้ว่าเด็กหนุ่มคิดจะทำอะไร หากเธอยังไม่มาปรากฏ​ตัวต่อหน้า

ดวงตาสีแดงสดหรี่มองคู่หมั้นของตนที่แต่งกายแปลกไป ทั้งใบหน้ายังฉาบไปด้วยรอยยิ้มบางๆที่ตั้งแต่พบเจอกันมาอาเรียยังไม่เคยมอบให้ เพราเหตุนั้นชั่วขณะหนึ่งเขาจึงเกิดความรู้สึกปั่นป่วนเล็กๆ 

"กว่าจะลงมาได้ ฉันนึกว่าเธอจะจมน้ำตายไปซะแล้ว" โลแกนกลบความกระดากด้วยการประชดใส่

อาเรีย วาบิลเล่ หัวเราะคิกคัก เธอได้ยินเรื่องความปากร้ายของเขามาบ้าง ซึ่งก็ตรงตามข่าวลือเป๊ะเลยล่ะ

"ใจร้ายจังนะคะ ให้รอนิดรอหน่อยทำเป็นงอนไปได้" อาเรียจึงหยอกเขาไปทีหนึ่ง ทำเอาใบหน้าหล่อร้ายของร่างสูงกระตุก เตรียมอ้าปากพูดกลับ

"คุณโลแกน​นั่งลงก่อนเถอะค่ะ ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย" เด็กสาวรีบพูดตัดหน้าอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะต่อล้อต่อเถียง​จนไม่เป็นอันพูดธุระสำคัญ​

"เฮอะ ถ้าเรื่องที่คุยมันไร้สาระจนเวลาที่ฉันนั่งรอมันเสียเปล่าละก็ เธอโดนดีแน่" โลแกนขู่ด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่านิสัยเธอเริ่มเป็นเหมือนเดิมแล้ว เหมือนตอนที่พวกเรายังเด็ก

ร่างผอมบางเชิญชวนให้ว่าที่คู่หมั้นนั่งลงที่เดิม ส่วนเธอเดินไปนั่งโซฟาเดี่ยวด้านข้าง แล้วจึงเกริ่นเรื่อง "เรื่องจริงจังสำหรับพวกเราแน่นอนค่ะ" 

มือบางรินกาน้ำชากระเบื้องลงถ้วยใบเล็กเข้าชุด น้ำสีชาอ่อนส่งกลิ่นหอมสดชื่นลอยฟุ้ง จนเมื่อระดับน้ำพอดีแล้ว จึงเลื่อนส่งให้เด็กหนุ่ม 

โลแกนมองทุกการกระทำของเด็กสาวจนผิวบางแทบทะลุ "อะไร ตั้งนานเพิ่งเสิร์ฟ​น้ำชาให้แขกเนี่ยนะ มารยาทดีจริงๆ"

ซึ่งความจริงเด็กหนุ่มได้รับน้ำดื่มจากสาวใช้ที่ออกมาต้อนรับแล้ว แต่อยู่ๆเขาก็อยากทดสอบ อยากจะรู้ว่าเด็กสาวตรงหน้าจะโต้ตอบกลับมาว่าอะไร

"ลองดื่มชาดูก่อนค่ะ จะได้ใจเย็นลงบ้าง" เสียงหวานแอบแขวะกลายๆ จนฝ่ายถูกกล่าวถึงกระตุกยิ้มมุมปาก 

อาเรียคิดว่าการขอถอนหมั้น คนนิสัยแบบโลแกน สเวนส์จะต้องรู้สึกว่าถูกหักหน้าเป็นอย่างมาก เธอจึงพยายามที่จะทำให้เด็กหนุ่มอยู่ในอารมณ์​ที่ใจเย็นที่สุด และค่อยๆเรียบเรียงคำพูด

"แล้ว...ธุระอะไรล่ะ ที่เธออยากคุยด้วย" โลแกนจิบน้ำชา สัมผัส​อุ่นๆที่ไหลลงคอทำให้เขาใจเย็นขึ้นดังที่เด็กสาวบอกจริงๆ หรือจะเป็นเพราะเสียงหวานๆข้างหูที่ไม่ได้ยินมานานเขาก็ไม่อาจทราบได้

"พวกเราสองคนก็รู้จักกันมานานแล้วสินะคะ" 

"ทำไม? เธอคงไม่ได้เรียกฉันมาเพื่อระลึกความหลังใช่ไหม" เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว

ในความทรงจำโลแกนเป็นเพื่อนกับอาเรียมาตั้งแต่จำความได้ เขามักจะแหย่เด็กสาวเล่นตลอดเวลา แถมยังขัดขวางไม่ยอมให้เพื่อนคนไหนมาเล่นหรือพูดคุยกับเธอ ราวแมวหวงก้าง ทำให้วัยเด็กอาเรียโดดเดี่ยวสุดๆ จนพวกเธออายุได้สิบขวบปี พ่อของเธออยากจะขยายธุรกิจเพื่อจะส่งออกนอกประเทศ จึงได้มีการทำสัญญาหมั้นหมายระหว่างเธอกับโลแกน เพราะครอบครัวของโลแกนทำธุรกิจขนส่งสินค้ารายใหญ่ระดับโลก

ตอนนั้นเด็กสาวยังมีรูปร่างอ้วนบวมฉุเช่นเดิมไม่แตกต่างจากวัยเด็กน้อย โลแกนจึงดูไม่พอใจนักที่มีเธอเป็นคู่หมั้น แต่ที่ดีหน่อยคือเขาไม่เคยออกปากขอถอนหมั้นกับเธอเลย จนกระทั่งอาเรียเกิดอาการคลั่งรักกับเจ้าชายเฮเดรียน แอลเธเรสนั่นแหละ ข่าวลือไม่ดีทั้งหมดทั้งมวลก็โจมตี​เด็กสาว ถึงกระนั้นโลแกนก็ไม่ถอนหมั้นกับเธอ ทั้งที่ฝ่ายผู้ใหญ่ก็มอบสิทธิ์​ในการตัดสินใจ​ให้พวกเราเลือกกันเองแล้วแท้ๆ

ทางด้านอาเรียเองก็ดูสำนึกผิดไม่น้อย เธอไม่อยากทำให้โลแกนต้องเสียหน้า วันนี้จึงเรียกมาคุยเพื่อบอกให้โลแกนยกเลิกการหมั้นหมายด้วยปากของเขาเอง ข่าวไม่ดีทั้งหมดก็จะไม่โจมตีเขา แถมเด็กหนุ่มจะกลายเป็นผู้ชายที่ถูกชื่นชมด้วย เพราะเขาทนกับคนแบบเธอมาตั้งนานแล้วนี่นา

เมื่อคิดได้ดังนั้น อาเรียจึงออกปากแทน "แน่นอนว่าไม่ใช่ค่ะ วันนี้ที่เรียกคุณมา....เพราะฉันอยากให้คุณยกเลิกการหมั้นหมายของเรา" น้ำเสียงหวานแน่วแน่​ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

แต่คนฟังกลับแค่นยิ้ม หัวเราะฮึในลำคอ แววตาสีแดงกำลังแข็งกร้าว "รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา"

อาเรียเสตาหนี เธอเริ่มรู้สึกผิดกับเด็กหนุ่มขึ้นมาแล้ว "ฉันคิดอย่างรอบคอบที่สุดแล้วค่ะ ถ้าคุณถอนหมั้นกับฉัน รับรองเลยว่าคุณไม่ถูกข้อครหา​ใดๆ เพราะฉันจะรับมันไว้ทั้งหมด คุณทนมามากพอแล้ว"

สิ้นคำพูดเธอ ก็เกิดเสียงตบโต๊ะดังปังจนอาเรียตกใจ

"แล้วเธอล่ะ" เขาเอ่ยเสียงต่ำ

ร่างซูบซีดเอียงคออย่างงุนงง เอ เขาไม่พอใจกับข้อตกลงนี้งั้นเหรอ

"ฉัน? ฉันก็คงจะใช้ชีวิตตามปกติ จะไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับคุณแล้วค่ะ" อาเรียคิดว่าเด็กหนุ่มไม่พอใจเพราะเธอชอบสร้างความเดือดร้อนให้เขาบ่อยๆ เลยพูดเพื่อตัดความสัมพันธ์​ให้เด็ดขสดไปเลย เพื่อที่เขาจะได้พอใจ

แต่กลับผิดคาด โลแกนยิ่งเผยสีหน้าถมึงทึงยิ่งกว่าเดิม "หมายความว่าจะตามติดไอ้เจ้าชายนั่นต่อใช่ไหม...คิดจะถอนหมั้นฉันเพื่อไปหามันล่ะสิ" เขากำข้อมือผอมแห้งไว้แน่นด้วยความโกรธ แล้วดึงเธอเข้าหาตัว

แต่แทนที่ร่างบอบบางแทบปลิวนั่นจะขยับ กลายเป็นว่าตัวเขาเองที่ถูกอาเรียดึงเข้าหาตัวจนใบหน้าแทบแนบชิดกันแทน

ขณะที่ความหงุดหงิดระคนสงสัยปนกันแทบบ้า เสียงหวานก็เอ่ยขึ้น "เข้าใจผิดแล้วค่ะ" อาเรียถอนหายใจ เธอเนี่ยนะจะชอบคนแบบเจ้าชาย ตอนนั้นเธอจีบเขาเป็นคนสุดท้ายด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกไม่ถูกชะตากับหนุ่มไทป์เจ้าชาย

แก้วตากลมสีมรกตใสแจ๋วสบกับดวงตาคมดุ "ฉันแค่เป็นห่วงชื่อเสียงของคุณค่ะ ไม่อยากให้คุณต้องมาจมอยู่กับฉันอีก"

สีหน้าจริงจังพูดประโยคที่ทำให้เด็กหนุ่มปั่นป่วนในท้องยิ่งกว่าเดิม เสียงหัวใจเต้นตึกตักที่มันรบกวนเขาอยู่นี่มันเป็นเสียงของใครกัน ทั้งที่กำลังรู้สึกดีอยู่แท้ๆ แต่ประโยคถัดมาของคู่หมั้นสาวกลับทำให้เขาขมวดคิ้วอารมณ์​เสียอีกครั้ง

"ดังนั้นคุณควรหาคนที่ดีกว่าฉันค่ะ อย่างคุณหนูตระกูลโอเด็ต​นั่นก็ดีนะคะ"

อาเรียหมายถึงเรนีส โอเด็ต​ ครอบครัวของเธอเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีชาติตระกูล​คนหนึ่ง ในความทรงจำ มีข่าวลือว่าพวกเขาพบเจอกันที่งานเลี้ยง และคุณหนูตระกูลโอเด็ต​หลงรักโลแกน ดูเหมือนพวกเขาจะเข้ากันได้ดีเสียด้วย 

โลแกนหน้าบึ้ง ปล่อยข้อมือผอมบางออกเบาๆ แล้วเสตาหนีราวหนุ่มไม่ประสีประสา​ บ้าชิบ นี่ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย

"ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเรนีส" ร่างสูงพูดแก้ตัว ก่อนจะกลับไปนั่งบนโซฟาคู่ตัวเดิม

อาเรียคิดว่าเด็กหนุ่มอาจจะกลัวโดนเธอว่า เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงเข้าอกเข้าใจ "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจคุณนะ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกโกรธ​อะไรเลยด้วย"

ท่าทางสบายๆของคู่หมั้นสาวทำเอาโลแกนไม่สบอารมณ์​ขึ้นมาอีกรอบ เขาสบตาพูดกับอาเรียด้วยน้ำเสียงฉุนๆ "เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันยอมข้องเกี่ยวด้วย จำใส่สมองไว้บ้าง​" เขามองเด็กสาวด้วยแววตาจิกกัด แล้วจึงเปลี่ยนเรื่องพูดคุย ทำเอาอาเรียตามอารมณ์​อีกฝ่ายแทบไม่ทัน

"แล้วตอนนี้ร่างกายเป็นไง" 

"เอ๊ะ?" เด็กสาวเอียงคอ ในใจสงสัยว่าแล้วคำตอบของคำถามแรกล่ะ แต่เมื่อสบดวงตาสีแดงที่คาดคั้นเธอจึงยอมตอบ "ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังเพิ่มน้ำหนักอยู่" 

โลแกนพยักหน้า "ก็ดี คราวหน้าฉันจะเอายาบำรุงมาให้เพิ่ม" เด็กหนุ่มดูพึงพอใจในคำตอบ "แล้วเธอยังชอบกินพายบลูเบอร์รี่​อยู่หรือเปล่า"

"ค่ะ ฉันก็ทานได้ทุกอย่างนะ" 

เด็กหนุ่มฟังแล้วเงียบไป ขณะที่อาเรียกำลังจะพูดต่อ เสียงทุ้มก็ขัดเธออีก "เธอยังชอบสีม่วงอยู่ไหม" 

เด็กสาวพยักหน้าแกนๆ อาเรียคนเก่าชอบอะไรเธอก็ชอบตามหมดแหละ 

"งั้นเหรอ" โลแกนเห็นคำตอบของคู่หมั้นสาวแล้ว ดวงตาสีแดงสดจ้องเขม็ง​มองอาเรียจนเด็กสาวเริ่มขนลุก "แล้วคงไม่ใช่ว่าเธอยังชอบดอกพิทูเนียอยู่หรอกนะ" 

"....ค่ะ" ทำไมกันนะ ทำไมแค่คำถามง่ายๆ แต่คนถามกลับดูคุกคามเธอขนาดนี้หนอ

"ดี งั้นฉันกลับก่อนล่ะ เดี๋ยวมาหาใหม่" เมื่อได้คำตอบที่พอใจแล้ว เด็กหนุ่มจึงลุกขึ้น เตรียมตัวจะกลับ

อาเรียยิ้มแห้ง เมื่อโลแกนดูจะลืมไปแล้วว่าจุดประสงค์​ที่เธอชวนมาคุยวันนี้เพราะอะไร ขณะที่จะพูด ก็ราวกับอีกฝ่ายจะรู้ว่าเด็กสาวคิดจะบอกอะไร เขาขัดเธออีกแล้ว

"ส่วนเรื่องถอนหมั้น ฉันขอปฏิเสธ​" เมื่อโลแกนเห็นสีหน้าอาเรีย เขาก็พูดต่อ "ฟังนะ ไม่ว่าเธอจะถอนหมั้นฉัน หรือฉันจะถอนหมั้นเธอ ฉันก็ยังเสียชื่อเสียงอยู่ดี และถ้าเธอห่วงฉันอย่างปากว่าจริงๆ ห้ามพูดคำว่าถอนหมั้นอีก!" 

ดวงตากลมโตเลิกขึ้น นะ.. นี่มันเกี่ยวกันด้วยหรือคะ ตรรกะอะไรของคุณเนี่ย!

"แต่ฉันว่ามันแปลกๆนะคะ" เด็กสาวพยายามแย้ง

ร่างสูงขยับแนบชิดเด็กสาวร่างผอมบาง ใบหน้าหล่อร้ายก้มลงกระซิบข้างหูคู่หมั้น "ไม่แปลก เธอทำให้ฉันเสียชื่อเสียงไปแล้ว ดังนั้นเธอต้องรับผิดชอบ"

อาเรียเผลออึ้งค้าง รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเพียงคำว่า ไปล่ะ ของเด็กหนุ่ม และแผ่นหลังตั้งตรงที่ห่างออกไปเรื่อยๆ

ทำไมอยู่ๆเธอถึงรู้สึกว่าตัดสินใจผิดพลาดกันนะ

________________________

อิมเมจทรงผมเผื่อใครนึกภาพไม่ออกค่ะ

ความคิดเห็น