ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 สาวน้อยทบทวนความจำ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 สาวน้อยทบทวนความจำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2561 19:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 สาวน้อยทบทวนความจำ
แบบอักษร

ตอนที่ 3 สาวน้อยทบทวนความจำ

อาเรียกระพริบตาปริบอย่างงุนงง เมื่อลืมตาขึ้นมาและพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในห้องนอนเจ้าของร่าง

แต่หากลองย้อนคิดดูก็เข้าใจได้ ท่าทางว่าเจ้าชายเฮเดรียนจะพาเธอกลับมาส่งที่บ้านล่ะมั้ง

ร่างผอมบางลุกขึ้นอย่างโซเซ พอยืนเต็มความสูงได้เธอจึงเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ไม่ห่างกันนัก หากแต่เมื่อมองเห็นภาพสะท้อนในกระจกชัดเจน ความคุ้นเคยบางอย่างก็วาบผ่าน

จะว่าไปใบหน้าของอาเรียก็มีส่วนคล้ายเธออยู่บ้าง ยกเว้นสีผมและสีตา สีผมเดิมของเธอคือสีลาเวนเดอร์​ ส่วนดวงตาของเธอเป็นสีแดง บางทีถ้าหากขุนร่างนี้จนมีเนื้อหนัง คาดว่าคงไม่ต่างจากมองตัวเองที่ทำสีผมใหม่และใส่คอนแทคเลนส์

"คุณหนู! ตื่นแล้วหรือคะ ทำไมถึงไม่เรียกมิรินล่ะคะ" เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนในชุดสาวใช้เต็มตัว วิ่งเข้ามาประคองอาเรียด้วยท่าทีตกใจ

สาวใช้คนนี้ชื่อมิริน? ในความทรงจำ มิรินเป็นสาวใช้ที่ดีกับอาเรียมากที่สุด ทั้งยังจงรักภักดี​มาตลอด ไม่เคยเสแสร้งหรือประจบเอาใจเลยสักครั้ง นับว่าเป็นมิตรแท้เพียงหนึ่งเดียวของอาเรียเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเด็กสาวจึงคิดจะทำดีกับมิรินให้มากๆ

"ฉันแค่อยากยืดเส้นยืดสายบ้าง เอาแต่นอนทั้งวันไม่ดีต่อร่างกายเท่าไร แต่ก็ขอบคุณ​ที่เป็นห่วงนะคะ" อาเรียตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"คะ...คุณหนู" 

ทำเอามิรินรู้สึกตกใจกับคำพูดแปลกๆนี้มาก ที่ผ่านมาหากเธอไม่ถูกคุณหนูด่าทอ ก็มักจะทำเมินไม่สนใจ แล้วเอาแต่เก็บตัวนั่งซึมอยู่ในห้อง ไม่กินไม่นอน จนเธอกลุ้มใจเหลือแสน แต่คราวนี้ถึงกับพูดยืดยาวแล้วยังเอ่ยคำขอบคุณ!

โอ้ สวรรค์​กลับฝั่งหรืออย่างไร นี่มันพิลึกเกินไปแล้ว

ไม่สิ หรือว่าคุณหนูจะป่วยหนัก! 

"มะ..มิรินจะไปตามหมอ กรุณารอสักครู่นะคะ" ร่างบางในชุดสาวใช้ตั้งท่าจะวิ่งออกจากห้อง แต่ก็ถูกข้อมือผอมแห้งรั้งไว้จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ​ จึงต้องหันกลับมาด้วยสีหน้าเหยเก

ผู้เป็นนายเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกผิด รีบปล่อยมือออกแล้วเอ่ยคำขอโทษทันที

"ขอโทษค่ะ" อยู่ในร่างนี้แล้ว เธอกะแรงไม่ถูกเลย เฮ้อ 

"โอ๊ะ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เจ็บเลย ฮะๆ" สาวใช้เห็นแล้วพลันปั้นยิ้มกลบความเจ็บปวด เพื่อไม่ให้คุณหนูสุดที่รักต้องคิดมาก ถึงแม้จะงุนงงไม่น้อยที่เจ้านายผอมบางเพียงเท่านี้ แต่กลับมีแรงมากจนน่าตกใจ  

ซึ่งอาเรียเองก็ทราบดีว่าอีกฝ่ายกำลังฝืนยิ้ม เธอจึงรีบเข้าเรื่องเพื่อที่คนตรงหน้าจะได้ไปพักโดยเร็ว

"ไม่ต้องตามหมอหรอกค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร ก็แค่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างเท่านั้น" เด็กสาวใช้ทักษะการแถหน้าเป็นของตัวเองหลอกให้สาวใช้ผู้ภักดีเชื่ออย่างสนิทใจ

มิรินถึงกับหลั่งน้ำตา เธอซาบซึ้งมากจนไม่รู้สึกถึงความเจ็บที่ข้อมือไปชั่วขณะ "ฮึก มิรินดีใจมากๆเลยค่ะ ที่คุณหนูคิดได้ ในที่สุดคุณหนูของมิรินเลิกเศร้าเสียที"

อาเรียพยักหน้ายิ้ม "ถูกแล้วค่ะ ดังนั้นมิรินไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้วล่ะ ไปทำแผลที่มือก่อนดีกว่า" ร่างบางโน้มน้าวอีกฝ่าย 

"แต่ว่าคุณหนูยังไม่แข็งแรง" สาวใช้คนสนิทของอาเรียยังดูลังเล เธอไม่อยากทิ้งให้คุณหนูอยู่เพียงลำพัง ทั้งที่ร่างกายพึ่งฟื้น

"อย่าห่วงเลยค่ะ คุณไปพักผ่อนก่อนเถอะ แล้วให้สาวใช้คนอื่นทำมื้อกลางวันมาส่งให้ฉันด้วยนะคะ"

"แต่มิรินว่ามิรินเอามาให้คุณหนูเองดีกว่า มิรินไม่ไว้ใจสาวใช้คนอื่นค่ะ" ดวงตาสีฟ้าอ่อนหลุบลงยามเอ่ยถึงคำว่าคนอื่น

อาเรียครุ่นคิดสักพักจึงนึกได้ เธอลืมไปได้อย่างไรว่าสถานะในโลกนี้ บุตรสาวของผู้นำตระกูลวาบิลเล่ ไร้ค่ายิ่งนัก อย่าว่าแต่ครอบครัวไม่แล เพื่อนไม่คบเลย เพราะสาวใช้เองก็ไม่เคารพเธอเช่นกัน

แต่ว่าที่อยู่ในร่างนี้ไม่ใช่อาเรียตัวจริง ดังนั้น คงต้องมีการเลื่อนสถานะกันหน่อย

"งั้นมิรินไปห้องพยาบาลเลยค่ะ เดี๋ยวฉันไปดูอาหารกลางวันเอง" 

"เอ๋!? เดี๋ยวก่อนสิคะ คุณหนู!" มิรินตกใจเป็นรอบที่สิบแล้ว ตั้งแต่คุณหนูตื่นมาก็ทำให้เธอประหลาดใจไม่หยุดหย่อน อีกทั้งออกปากเป็นห่วงเป็นใยเธอด้วย! 

ร่างผอมบางเดินออกห้องส่วนตัวแล้วจูงมือเด็กสาวผู้ภักดีเข้าห้องพยาบาล ก่อนจะกำชับให้ทำแผลให้เสร็จ จากนั้นจึงตรงไปยังห้องครัว โดยไม่สนใจคำค้านของสาวใช้คนสนิท

จนเมื่อลงมาถึงห้องขนาดย่อมที่มีกลิ่นหอมชวนท้องร้องกระจายฟุ้ง เด็กสาวก็พยักหน้าพึงพอใจ ดูเหมือนว่าคราวนี้จะไม่หลงทางแล้วล่ะ

เมื่อผลักประตูเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นคือหัวหน้าแม่ครัว เคธี่ หญิงสาววัยกลางคนเจ้าของร่างเจ้าเนื้อกำลังหันหลังยืนคนน้ำซุปในหม้อใหญ่กลิ่นหอมฉุย ถัดไปมีสาวใช้วัยไล่เลี่ยกับมิรินกำลังหั่นผัก ทอดเนื้อ และล้างจานอยู่อีกสามคน 

ซึ่งก่อนหน้านี้อาเรียยังได้ยินเสียงพูดคุยคิกคักจากพวกหล่อนอยู่เลย แต่พอเธอเดินเข้ามา ดวงตาสามคู่หันมามองเด็กสาวเป็นตาเดียว ก่อนจะชะงักและก้มหน้าก้มตาไม่ใส่ใจ นับเป็นการกระทำที่ไม่เห็นหัวเจ้านายเป็นอย่างมาก 

แต่อาเรียก็ยังคงยิ้มได้ 

ซึ่งคนแรกที่ทักทันทีที่เห็นอาเรียเดินเข้ามาคือ เคธี่ 

"สวัสดีค่ะ คุณหนู มีอะไรให้รับใช้หรือคะ" 

ถึงแม้จะมีความแปลกใจอยู่บนใบหน้า แต่ด้วยประสบการณ์​การทำงานที่ยาวนาน อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง จึงรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร เธอจึงเป็นฝ่ายเอ่ยคำพูดคุยกับคุณหนูผู้แปลกประหลาดคนนี้ทุกครั้งที่พบ

"สวัสดีค่ะ คุณเคธี่" อาเรียทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม "ฉันได้กินหอมๆก็เลยเข้ามาดู อาหารของคุณยังน่าทานเหมือนเดิมเลยนะคะ" 

เคธี่ได้ยินแล้วชะงักไปชั่วขณะ​ พอรู้สึกตัวจึงรีบเอ่ยคำพูดไปอย่างมืออาชีพ "ขอบคุณ​สำหรับคำชมค่ะ" 

ทำเอาอาเรียยิ้มกว้างกว่าเดิม ที่อย่างน้อยเหล่าแม่บ้านแม่ครัวที่มีอายุยังพอตอบสนองเธอได้บ้าง 

ซึ่งการตอบรับนี้ สร้างความประหลาดใจ​ให้แก่แม่ครัวรุ่นใหญ่ยิ่งกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมา หญิงสาวไม่เคยได้รับรอยยิ้มหรือคำพูดอะไรกลับมาสักครั้ง

ในขณะที่เด็กสาวที่อายุการทำงานน้อยกว่า พวกเธอกลับไม่คิดจะทักทายหรือแสดงท่าทีว่าอาเรียมีตัวตนเลย จนเคธี่เอ็ดเสียงดุใส่ ผู้ช่วยแม่ครัวทั้งสามถึงจะเงยหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก

"สวัสดีค่ะ คุณหนู" ทั้งสามพูดพร้อมกัน จากนั้นก้มหน้าทำงานของตนเองต่อ

ร่างผอมแห้งจึงเดินขยับเข้าไปอีกนิด มองดูหน้าตาแต่ละคนอย่างพินิจพิเคราะห์​ แล้วเอ่ยปากถึงคนคนหนึ่ง

"คุณสาวใช้คะ พอถึงเวลาบ่ายโมงช่วยนำอาหารกลางวันไปส่งที่ห้องฉันด้วยนะคะ"

คนที่เธอพูดด้วยคือเด็กสาวที่กำลังหั่นผักอยู่ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา

"นี่ ซินดี้ คุณหนูพูดกับเธออยู่นะ!" เดือดร้อนถึงเคธี่อีกครั้งที่ต้องมาถลึงตาดุใส่สาวใช้หัวดื้อ

ที่ผ่านมาถึงเด็กไม่เจียมตัวพวกนี้จะนินทาลับหลังเจ้านายอย่างไร แต่อยู่ต่อหน้าก็ต้องเคารพตามฐานะ แม้หญิงสาวจะผ่อนปรนในบางเรื่อง แต่หน้าที่ที่ต้องพึงปฏิบัติ​เธอเข้มงวดเสมอ

"อ้อ ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะคุณหนู ฉันไม่ว่าง" ซินดี้เลิกคิ้วยักไหล่อย่างไร้มารยาท จากนั้นจึงกลับมาหั่นผักต่อ เสียงฉึบๆตามจังหวะมีดกระทบเขียง ช่างเป็นการแสดงถึงความอวดดีอย่างไม่คิดเคารพ

เคธี่เห็นแล้วหน้าชา ไม่คิดว่าเด็กๆเหล่านี้จะกล้าทำต่อหน้าเจ้านายถึงเพียงนั้น ปากหนาเตรียมอ้าปากด่า แต่กลับถูกอาเรียขัดขึ้นมาเสียก่อน

"ไม่เป็นไรค่ะคุณเคธี่ เรื่องนี้ไม่ถึงขั้นต้องรบกวนคุณ" ใบหน้าซูบซีบยิ้มกว้าง 

พลันอยู่ๆบรรยากาศเยือกเย็นปกคลุมทั่วห้อง จนคนทั้งสี่เกิดอาการหนาวสั่น มองซ้ายมองขวาหาที่มาจนมาพบว่ากลิ่นอายน่าขนลุกบางอย่าง ได้แผ่ออกมาจากเจ้านายตัวน้อยที่ทุกคนต่างบอกว่าไร้ค่า 

"คุณสาวใช้บอกว่าไม่ว่างงั้นหรือคะ" ขณะที่พูดมือขาวซีดเอื้อมไปคว้ามืดหั่นผักคมกริบอีกเล่มออกจากแผ่นลับมีด

จังหวะที่ดวงตาสีมรกตสบกับสาวใช้ตรงหน้า ซินดี้ถึงกับตัวสั่นเทิ้ม จนได้ยินเสียงกึกกักของฟันขาวและมีดในมือที่กระทบกับเขียงไม่หยุด ความรู้สึกหวาดกลัวเข้ามาแทนที่ความอวดดีเสียสิ้นท่า

ครั้นจะเอ่ยคำพูดสักคำยังไม่กล้าเล็ดลอด​  ได้แต่มองดูการกระทำของเจ้านายที่เธอไม่คิดเคารพอย่างโง่งม

อาเรียเงื้อมีดในมือขึ้นสูง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เขียงไม้แผ่นหนา แม้กระนั้นดวงหน้าของเธอก็ยังคงยกยิ้ม

ทุกคนได้แต่ยืนมองอย่างตกตะลึงอย่างไม่กล้าแม้จะขยับตัว

ตึง! 

ซินดี้หลับตาปี๋ มือขวาที่กำมีดค้างไว้สัมผัสได้เพียงความเย็นเยียบอันน่าหวาดเสียว หากพอเปิดดวงตาที่มีน้ำคลอเบ้า เธอก็ตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อคมมีดสีเงินสะท้อนให้เห็นดวงหน้าหวาดกลัวของเธอ ปักลึกลงไปในเขียงห่างจากมือเธอไปไม่ถึงคืบ! 

"ถ้าไม่ว่างไปส่งอาหารให้ฉันจริงๆ ฉันจะช่วยคุณทำงานเอง จะได้'ว่าง'เร็วๆ ดีไหมคะ?" พูดจบมือซีดเซียวก็ดึงด้ามมีดออก เขียงไม้หนาสี่นิ้วพลันแตกหักเป็นสอง 

รอยตัดเรียบเนียนไร้รอยต่อเป็นหลักฐานบ่งบอกได้ว่าคนลงแรงมีพละกำลังมหาศาลเพียงใด

ซินดี้ทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยมีน้ำตาไหลพรากเป็นทาง ปากสั่นพูดจาไม่เป็นศัพท์​

แม้แต่เคธี่เองก็หัวใจเต้นเร็วด้วยความหวาดกลัว เมื่อกี้เธอมองเห็นภาพคุณหนูผู้ไร้เรี่ยวแรงคนนี้ซ้อนทับกับยมฑูต ราวกับผู้ไล่ล่าวิญญาณ​!

"แย่จริง ดูเหมือนคุณสาวใช้จะไม่สบายนะคะเนี่ย คงไปส่งอาหารให้ฉันไม่ไหว" ผู้เป็นสาเหตุทำให้ผู้คนพรั่นพรึงไม่ทุกข์​ร้อน เธอเอ่ยออกมาด้วยท่าทีสบายๆ

การกระทำนั่นยิ่งทำให้สาวใช้อีกสองคนฉายแววตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อดวงตาสีมรกตไร้แววนั่นเสมองมายังพวกเธอ

"แล้วพวกคุณว่างไปส่งอาหารให้ฉันหรือเปล่าคะ?" รอยยิ้มเหยียดกว้างทำให้สองสาวสะดุ้งตัวสั่น ด้วยความหวาดกลัว​พวกหล่อนรีบพยักหน้ารับทันที

"วะ...ว่างค่ะ เดี๋ยวบ่ายโมงจะไปส่งให้ค่ะ" น้ำเสียงสั่นเทาไม่ค่อยมั่นคงเท่าไรนัก แต่สำหรับอาเรียนั้นพึงพอใจยิ่ง 

ดูเหมือนว่าเธอจะเลื่อนสถานะเป็นเจ้านายเต็มตัวแล้ว

มื้อกลางวันอาเรียทานอาหารจนอิ่มท้อง อาหารของคุณแม่ครัวอร่อยมากอย่างที่คิด น่าเสียดายช่วงที่อาเรียตรอมตรม​ดันไม่ยอมทานอะไร จนกระเพาะหดตัว พอกินอะไรมากหน่อยก็จำต้องวิ่งไปอาเจียน 

แต่เพราะคนที่เข้าร่างอาเรียคือริริน ดังนั้นเด็กสาวจึงไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือเกิดอาการไม่สบายกับร่างกายแต่อย่างใด เธอวางแผนไว้แล้วว่าจะกินข้าววันละสี่มื้อ เน้นอาหารที่เสริมสร้างโปรตีน และออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ 

จบเรื่องอาหารการกินอาเรียจึงวกกลับมาคิดถึงเนื้อหลักของเกม เพื่อความละเอียดของเนื้อเรื่อง เธอจึงเรียบเรียงเหตุการณ์​อย่างช้าๆ 

เกมจีบหนุ่มเรื่องนี้มีชื่อว่า จะรักเธอจนหมดสิ้นลมหายใจ เป็นเกมที่ออกมากจากค่ายดัง ทำให้เพียงแค่เห็นตัวอย่างแฟนคลับก็กรี๊ดกันแทบสลบ 

ตอนที่เธอลองเล่นก็พบว่าเกมนี้มีถึงภาคสองแล้ว ภาคแรกจะให้ผู้เล่นค่อยๆสานความสัมพันธ์​ของนางเอกเกม ไลล่า มอดิเนียร์ กับผู้ชายอีกห้าคน ซึ่งฉากจบของแต่ละรูทจะบอกเล่าถึงความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่เริ่มเปลี่ยนแปลงเพราะนางเอก จนกระทั่งอาเรีย วาบิลเล่ตายเนื้อเรื่องก็จะดำเนินเข้าสู่ภาคที่สอง 

สำหรับภาคสองจะแบ่งเป็นสองการดำเนินเรื่อง นางร้ายในภาคแรกสเตลล่า เวลส์​สันกลายมาเป็นเป็นนางเอกของภาคสอง เพิ่มผู้ชายที่จีบได้อีกห้าคน หากว่าผู้เล่นเลือกเล่นนางเอกคนไหน เนื้อเรื่องฉากจบของตัวละครที่จีบได้ก็จะต่างกันออกไปด้วย 

ดังนั้นภาคสองความสัมพันธ์​ที่เหล่าพระเอกมีต่อไลล่า นอกจากเจ้าชายอาเธอร์ แอเธลเรสที่เกิดความรู้สึกรักแรกพบกับนางเอก ก็จะถูกตั้งใหม่ให้กลับมาเป็นเพื่อนกันดังเดิม 

เนื้อเรื่องเริ่มเล่าจากตัวไลล่า มอดิเนียร์ สาวน้อยวัยสิบสี่ปี ไลล่าเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆทางตอนใต้ของประเทศเอราเบีย เธอเป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติที่ไหนดูแล จึงได้รับการเลี้ยงดูโดยบาทหลวงและซิส​เตอร์ใน​โบสถ์​ 

จนกระทั่งวันที่เธอได้รับรู้ว่าพลังธาตุของตนคือธาตุแสงบริสุทธิ์​ พลังหายากที่มีอัตราการเกิดเพียงหนึ่งในล้าน หลังจากนั้นปนิธานของไลล่าก็เริ่มต้นขึ้น เธอหวังว่าพลังที่เธอมีจะช่วยเหลือผู้คนบนโลกให้พ้นจากความเจ็บป่วยได้ จึงเริ่มตั้งสถานพยาบาลรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

การกระทำของเธอนับว่าประเสริฐ​อย่างหาได้ยากยิ่ง ผู้คนที่เคยรับการรักษาจากเธอต่างพูดกันปากต่อปาก จนลือไปถึงหูเหล่าผู้มีอำนาจที่ต้องการในพลังหายากเช่นนี้ เด็กสาวถูกลักพาตัวเข้าเมืองเพื่อนำไปขาย แต่ด้วยความโชคดีขณะที่เธอหลบหนีออกมาก็บังเอิญได้พบกับเจ้าชายอาเธอร์ แอลเธเรส เจ้าชายลำดับที่สองของราชวงศ์​ เด็กหนุ่มเห็นไลล่าแล้วรู้สึกชอบตั้งแต่แรกเห็น เขาช่วยเหลือและพาเธอเข้าราชวังโดยแนะนำให้รู้จักกับกษัตริย์​แห่งเอราเบีย

ชื่อเสียงของไลล่านับว่าโด่งดังมาก ด้วยความนอบน้อมและงดงามของเด็กสาว ทำให้พระราชาและพระราชินี​ถูกชะตากับเธอไม่น้อย จึงพระราชทานอนุญาติให้ไลล่าเข้ามาอยู่ในวัง แต่งตั้งเป็นแพทย์​หลวง และนี่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์​ของนางเอกกับเหล่าหนุ่มๆทั้งห้า

คนแรกเจ้าชายรัชทายาท เฮเดรียน แอลเธเรส เด็กหนุ่มผู้มีบุคลิกที่อ่อนโยน ใจเย็น ไม่ว่าจะทำอะไรก็สมบูรณ์​แบบไปหมด ทำให้เป็นที่นิยมของสาวๆในเมืองมาก แม้จะถูกวางตัวมาให้ดูเหมือนพระเอกแบบนี้ แต่ความจริงจิตใจเขาดำมืดกว่าที่เห็นนัก พอเห็นไลล่าที่บริสุทธิ์​สดใสก็ไม่พอใจที่เธอไม่เคยมองโลกในแง่ร้ายสักครั้ง จึงคอยกลั่นแกล้งหน้าเป็นตลอดเวลา จนกระทั่งอาเรียลอบทำร้ายนางเอก เขาถึงได้รู้ว่าไลล่ามีความสำคัญกับเขาเพียงใด 

ถัดมาเจ้าชายลำดับที่สอง เจ้าชายอาเธอร์ แอลเธเรส นับว่าเป็นคนที่ทำตามใจตนเองสุดๆ ตรงไปตรงมากับความรู้สึก ไม่ค่อยอยู่ในกรอบ ชอบการเดินทาง และมักจะฝึกทักษะการต่อสู้ไม่ต่างจากอัศวิน ตกหลุมรักนางเอกตั้งแต่แรกเห็น พอรู้ว่าสเตลล่าชอบกลั่นแกล้งไลล่าบ่อยๆ  ความเป็นห่วงยิ่งมีมาก ถึงขั้นนัดคุยกับนางร้ายกันตัวต่อตัวเลยทีเดียว

ตามด้วยเชื้อพระวงศ์​ที่จีบได้คนสุดท้าย เจ้าชายลำดับที่สาม เจ้าชายอีธาน แอลเธลเรส เนื่องจากถูกตามใจมาตั้งแต่เล็ก จึงเป็นคนเย่อหยิ่ง หัวสูง ปากไม่ตรงกับใจ มักจะทะเลาะกับคนอื่นไปทั่ว ไม่ชอบไลล่าที่ทำตัวเป็นเด็กดีคอยประณีประนอม​เวลาคนมีปัญหากัน แต่พอได้ใช้ช่วงเวลาอยู่ด้วยกันนานเข้า จิตใจของอีธานก็ได้รับการเยียวยา

คนที่สี่ไฟซัล เมอร์เร หนุ่มเจ้าชู้  ผู้ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน ชอบตามจีบสาวไปเรื่อย เปรียบผู้หญิงดั่งดอกไม้ที่ควรถนอม แต่พอถูกเด็ดดมก็ทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีครั้งไหนที่จีบผู้หญิงไม่ติด จนพบเด็กสาวคนหนึ่ง ไลล่า มอดิเนียร์ คนเพียงคนเดียวที่ทำให้จิตใจเขาสั่นไหว แต่เธอกลับไม่หลงใหลเขาแม้แต่น้อย นั่นเป็นจุดเรื่องต้นของความรักครั้งแรกที่ทำให้เด็กหนุ่มเปลี่ยนแปลงไป

และคนสุดท้าย เด็กหนุ่มผู้ใกล้ชิดอาเรีย วาบิลเล่ที่สุด พี่ชายบุญธรรมผู้เฉยชา กาเบรียล​ วาบิลเล่ เขาเป็นคนที่เดาใจยาก ค่อนข้างปิดกั้นตนเองจากคนรอบข้าง เพราะถูกคาดหวังมากเกินไปจึงพยายามทำทุกสิ่งให้สมบูรณ์แบบ​ จึงเกิดความเหนื่อยล้ามากขึ้นในทุกวัน จนกระทั่งวันที่ไลล่าเข้ามาในชีวิต ดั่งมีสายลมเย็นพัดผ่านให้ผ่อนคลายจิตใจ

ส่วนเธอ อาเรีย วาบิลเล่ ตัวประกอบฝ่ายร้ายผู้โง่งม มีคู่หมั้นอยู่แล้วแท้ๆ ดันไปหลงรักเจ้าชายตีสองหน้า ถูกเขาเล่นละครใส่จนหัวปั่น ไม่เพียงเท่านั้น ยังถูกอลิส ไวท์เชล เด็กสาวขี้อิจฉาผู้เกลียดนางเอกของเกมแบบสุดๆหลอกใช้ เป่าหูใส่ทั้งไลล่าและอาเรีย จนตัวประกอบผู้ซื่อบื้อคนนี้ทนไม่ไหว วิ่งแจ้นไปทำร้ายนางเอกผู้ใสซื่อจนปางตาย

และแน่นอนว่าตามเนื้อเรื่องหนุ่มในเกมนั้นโมโหสุดๆ(โดยเฉพาะสายยันและสายเอส)​ จนอยากจะค่อยๆทรมานให้อาเรียตายอย่างช้าๆเลยทีเดียว ซึ่งอาเรียและไลล่าโง่ถึงเพียงนั้นจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเบื้องหลังทั้งหมด เป็นแผนของอลิส ไวท์เชล เพื่อที่จะเขี่ยไลล่าไปให้พ้นทาง

จนกระทั่งเธอถูกลอบทำร้ายจนตายระหว่างเดินทางกลับคฤหาสน์​นั่นแหละ ตัวละครชายถึงจะมาสะกิดใจได้ในภาคหลัง ว่าเรื่องราวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอาเรียวางแผนเพียงลำพัง ซึ่งในภาคสองนั้นเนื้อหาจะซับซ้อนกว่าเดิมมาก

ส่วนคนที่วางแผนลอบฆ่าอาเรียคือใครจะไปเฉลยในบทสรุปของภาคสอง และเธอก็ยังไม่ได้เล่นภาคสอง เพียงแค่อ่านผ่านๆพอให้รู้เนื้อเรื่องคร่าวๆ

ซึ่งเนื้อหาต่อจากวันนี้ไปมันจะไม่มีทางดำเนินเรื่องตามบทสรุปของเกมอย่างแน่นอน เพราะอาเรียคนนี้จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในเกมจนผู้อยู่เบื้องหลังต้อง​ร้องไห้จ้าด้วยความกลัวเลย คิกๆ 

______________ 

ลองเดาดูไหม ใครฆ่าอาเรีย? 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ความคิดเห็น