ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 : สาวน้อยเริ่มง่วง

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : สาวน้อยเริ่มง่วง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2561 19:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : สาวน้อยเริ่มง่วง
แบบอักษร

ตอนที่ 2 : สาวน้อยเริ่มง่วง

*จากตอนนี้จะเรียกริรินเป็นอาเรียแทนตัวไปเลยนะคะ

อาเรียใช้ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่หาเส้นทางออกจากสถานที่แห่งนี้ แต่ไม่รู้เพราะวังนี้มันกว้างเกินไปหรือเธอโชคไม่ดี เพราะตอนนี้เด็กสาวกำลังหลงทาง! 

เมื่อชั่วครู่ถึงพลังของอาเรียจะมาจากตัวเธอในร่างเก่า จนทำให้มีแรงมหาศาลแทบสังหารคนได้ แต่ตอนนี้ร่างผอมแห้งของอาเรียเริ่มแสดงถึงขีดจำกัดแล้ว 

ด้วยความตรอมตรม​ใจของสาวน้อยผู้นี้ ถึงกับทำให้สุขภาพทรุดโทรม​อย่างน่าเป็นห่วง นี่ถ้าหากว่าริรินไม่กระโจนเข้ามาอยู่มิติของโลกเกมจีบหนุ่ม คาดว่าวันนี้คงเป็นวันตายของอาเรียตามเนื้อเรื่องในเกมไปแล้ว 

"แฮ่ก..." เสียงหอบหายใจอย่างหาได้ยากยิ่งจากผู้ที่มีพลังมหาศาลอย่างเธอ ทำให้เด็กสาวรู้สึกกังวลขึ้นมาบ้าง 

ร่างผอมบางเอนกายเข้าทางหน้าต่าง หลับตาลง พักเอาแรงอย่างอ่อนล้า

"ในที่สุดเจ้าก็อ่อนแรงลงอย่างที่ข้าคาดไว้" เสียงทุ้มอันคุ้มเคยในความทรงจำ สะกิดให้อาเรียลืมตาขึ้น

เบื้องหน้าคือคนที่เธอไม่คิดว่าจะเห็นเขาตรงนี้

เจ้าชายเฮเดรียน แอลเธเรส.... 

"คุณตามฉันมาทำไมคะ" อาเรียถามเขา แววตาของคนตรงหน้าไม่หลงเหลืออะไรที่ทำให้นึกถึงเด็กสาวผู้เคย'ลุ่มหลง'​ในอดีตแม้สักนิด

ยิ่งเห็นแน่ชัด เฮเดรียนยิ่งรู้สึกแปลกใจ ไม่เคยมีสักครั้งที่อาเรียเย็นชาใส่เขา มีแต่จะเข้ามาเกาะติดหนึบ ส่งสายตาวิบวับชวนให้รำคาญไม่หยุดหย่อน 

คราวนี้เขากลับรู้สึกสนใจการเปลี่ยนแปลง​นี้ขึ้นมาจริงๆ อยากรู้จริงๆเด็กสาวผู้นี้จะเล่นไม้ไหนอีก 

"ข้าเพียงแค่กังวลกับสภาพร่างกายของเจ้า ดูสิ แค่จะยืนยังยืนไม่อยู่ เช่นนี้ข้าจะวางใจความปลอดภัยของเจ้าได้อย่างไร" เด็กหนุ่มเอ่ยคำพูดแสดงความห่วงใยเสียยืดยาวด้วยรอยยิ้มนุ่มนวล

กังวล? โอ้ ถ้าความกังวลของเขา คือการนั่งหน้าเชิดอยู่บนบัลลังก์​ดูเธอโดนน้องสาวแท้ๆของเขาจิกหัว นั่นก็นับว่าเป็นความกังวลที่บัดซบที่สุดเท่าที่เคยได้ยินเลยล่ะ 

ซึ่งหากเป็นในอดีตคำพูดเสแสร้งนี้ คงทำให้อาเรียเขินอายบิดตัวม้วนไปแล้ว แต่ในเมื่อ'เธอ'ไม่ใช่อาเรียตัวจริง เด็กสาวจึงเพียงยิ้มบางๆ เอ่ยคำพูดที่อีกฝ่ายไม่คาดคิด

"ขอบคุณนะคะ สำหรับความเมตตาที่ท่านมอบให้ เช่นนั้นรบกวนท่านแล้ว" เสียงเล็กเอ่ยอย่างนอบน้อม หากแต่การกระทำนั้นไม่ต่างจากการใช้งานเชื้อพระวงศ์​สักนิด

แน่นอนว่าอาเรียควรไม่ชอบขี้หน้าเจ้าชายตรงหน้า แต่ในเมื่อเรื่องราวแย่ๆที่เกิดมันเป็นอดีต และปัจจุบันนี้เด็กสาวกำลังแย่กับการหลงทาง ดังนั้นคงต้องมีใครสักคนมาชดใช้เธอสำหรับเรื่องนี้แล้ว

เฮเดรียนเลิกคิ้ว คำพูดของเขาแม้แต่สามัญชนยังเข้าใจว่าเป็นการแสดงความห่วงใยพอเป็นมารยาท ประโยคตอบรับควรเป็น ขอบพระคุณ​ค่ะ หรือฉันไม่อาจรบกวนท่าน 

เมื่อก่อนหากอาเรียได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ คงเอ่ยคำพูดหวานเลี่ยนพร้อมบอกขอบคุณ แต่ก็ยังเหลือความเกรงใจอยู่บ้าง แล้วนี่อะไร เด็กสาวคิดจะให้เขาไปส่งเธอที่ตระกูลจริงๆหรือไง

"ไม่เป็นไร เพียงแค่เรื่องเล็กน้อย" เด็กหนุ่มยอมเล่นตามน้ำเพื่อดูว่าเด็กสาวจะทำอย่างไรต่อไป 

"งั้นท่านนำทางด้วยค่ะ" แขนผอมแห้งติดกระดูกผายมือไปด้านข้าง ร่างเล็กยืนตรงรอให้ร่างสูงเดินนำจริงๆ

"....." 

"หรือว่าท่านจะกลับคำพูดงั้นหรือ เอ ฉันจำได้ว่าคำสอนหลักของราชวงศ์​ก็คือเชื้อพระวงศ์​ล้วนต้องมีสัจจะ​นะคะ" 

เฮเดรียนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนริมฝีปากจะโค้งนิดๆ ".....​ย่อมได้ ตามข้ามาสิ" 

ถ้าอาเรียกล้า เขาเองก็พร้อมจะเล่นตามอีกฝ่าย อยากรู้จริงๆว่าเธอจะมีอะไรมาทำให้เขาแปลกใจอีก 

"สิ่งที่เจ้าทำในห้องโถง ทำได้อย่างไร" ระหว่างเดินทางเฮเดรียนถามในเรื่องที่สงสัย 

อาเรียเลิกคิ้ว ไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะอยากรู้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเด็กสาวผอมแห้งผู้นี้จะมีพลังจริงๆ เนื่องจากสาเหตุที่อาเรียถูกเรียกขานว่าหญิงไร้ค่า เพราะร่างกายนี้ไร้ซึ่งพลังเวทย์ใดๆ แถมยังมีพรสวรรค์​เป็นศูนย์ นอกจากนั้นยังสร้างเรื่องไม่หยุดหย่อน ทำให้ไม่มีใครชมชอบเลยสักคน แม้แต่คนในครอบครัว

"บังเอิญน่ะค่ะ บังเอิญว่าตอนนี้ฉันมีบางสิ่งที่พิเศษ" เสียงเล็กตอบกำกวม

"บางสิ่งที่พิเศษ? เจ้าคงไม่ได้ใช้สิ่งนั้นทำเรื่องแปลกๆใช่ไหม" เฮเดรียนถามอย่างมีความนัย เขาไม่แปลกใจเท่าไรที่อาเรียจะมีพลังมหาศาลชั่วครู่ชั่วคราว 

บนโลกแห่งนี้มีอาวุธ​และอุปกรณ์​ชั้นดีมากมายที่จะทำให้ผู้อ่อนแอแข็งแกร่งขึ้น ถึงแม้จะเทียบชั้นกับเวทมนต์​ไม่ได้ แต่ก็สามารถทำลายผู้คนให้บาดเจ็บเจียนตายได้เช่นกัน 

อาเรียกลั้วหัวเราะเสียงเบา "ไม่รู้สิคะ อยู่ที่ว่าคุณจะเชื่อแบบไหน" ตอนนี้เด็กสาวคิดว่าอาเรียช่างใช้ชีวิตได้อย่างโง่งมจริงๆ

ไม่มีการตอบกลับจากชายหนุ่มข้างกาย หลังจากจบประโยคนั้นมีเพียงเสียกระทบจากรองเท้าเป็นจังหวะเท่านั้น

อาเรียเดินตามเจ้าชายเฮเดรียนจนออกมานอกราชวัง สวนด้านหน้างดงามและกว้างขวางถอดแบบออกมาจากในเกมแทบจะทุกระเบียดนิ้ว 

เด็กหนุ่มเรียกผู้คุ้มกันหน้าประตูให้เข้ามาหา ชายร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบ​องครักษ์เดินเข้ามาทำความเคารพ เจ้าชายจึงออกคำสั่งให้อีกฝ่ายไปเรียกรถม้ามา

"ข้าคงมาส่งเจ้าได้เพียงเท่านี้แล้ว" เฮเดรียนหันมาบอกเด็กสาว 

อาเรียพยักหน้า แค่มีรถม้าไปส่งเธอถึงบ้านก็พอใจ "ขอบพระคุณ​มากค่ะ เจ้าชาย" 

เมื่อรถม้ามาถึง เด็กสาวจึงทำความเคารพผู้สูงศักดิ์​กว่าอย่างนอบน้อม จากนั้นก้าวขึ้นรถม้าโดยไม่คิดมองเจ้าของเรือนผมสีเงินอีก 

การกระทำนั้นทำให้ร่างสูงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา อย่างน้อยก็ควรแสดงคำพูดมากกว่านี้ไม่ใช่หรือไง 

"เดี๋ยวก่อน" เฮเดรียนหยุดอีกฝ่าย

"มีอะไรหรือคะ?" อาเรียขยับดวงตาที่ปรือลงมองร่างสูง ไม่รู้ทำไมเมื่อเธอนั่งบนเบาะนุ่มแล้ว ราวกับว่ามันดูดวิญญาณ​เธอได้อย่างนั้นแหละ 

อือ อยากนอนมากๆเลยแฮะ

"เจ้า...มีสิ่งใดอยากเอ่ยกับข้าอีกหรือไม่" 

"เอ่ย?" อาเรียเอียงคอก่อนจะหลุบตาลงมองพื้น "ง่วงค่ะ" จากนั้นร่างผอมแห้งก็ไถลตัวไปกับเบาะจนเกือบหล่น

เฮเดรียนจับอีกฝ่ายได้อย่างทันท่วงที ตัวของเธอเบามาก เบาเสียจนเด็กหนุ่มยกขึ้นด้วยแขนข้างเดียวได้สบายๆ เมื่อประคองคนในอ้อมแขนลงกับเบาะนั่งแล้ว เขาก็เหลือบมองดวงหน้าซูบซีดแล้วกระตุกรอยยิ้ม

"เจ้ายังจะมีลูกเล่นอะไรให้ข้ารับชมอีกบ้าง หืม?" ชายหนุ่มไม่เชื่อว่าเด็กสาวที่กำลังหลับตาพริ้มจะนอนหลับอยู่จริงๆ ในอดีตเธอมักจะแสดงละครมากมายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา 

ทั้งร้องไห้ฟูมฟาย กรีดร้องเหมือนคนเสียสติ บางครั้งหากเขาไม่คิดสนใจเธอก็แกล้งทำเป็นเย็นชาใส่ แต่ลับหลังกลับขโมยสิ่งของที่เขาใช้ ตามติดเขาราวกับปรสิต​ ที่หนักที่สุดคงจะเป็นลอบทำร้ายสตรีที่เขาพึงใจ

แล้วคราวนี้คิดจะเสแสร้งอะไรอีกงั้นหรือ ดวงตาสีเลือดเข้มขึ้นเมื่อนึกถึงเรื่องที่เคยเกิด คนที่คิดจะเล่นตลกกับเด็กหนุ่มไม่เคยมีใครตายดีสักคน 

ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูอ่อนโยนเยียบเย็นลงชั่วขณะ เฮเดรียนยังเห็นแก่ที่เด็กสาวผอมแห้งผู้นี้เคยเป็นเพื่อนสนิทกับไลลา และเธอไม่ติดใจเอาความที่โดนทำร้าย

เขาถึงได้ไม่ทรมาน​อาเรียจนตายไปจริงๆ เด็กหนุ่มเพียงแค่อยากมอบบทเรียนให้เด็กสาวผู้นี้รู้ ว่าอย่าก้าวล้ำเส้นที่เขาขีด มิฉะนั้นแม้แต่ชีวิตเขาก็ไม่มีปราณี! 

"ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้หลับจริงๆ บอกสิ่งที่เจ้าต้องการมาได้แล้ว อาเรีย" 

ทว่าเสียงที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบ เฮเดรียนนั่งลองเชิงจ้องอีกฝ่ายอยู่สักพัก จนได้ยินลมหายใจสม่ำเสมอ ร่างสูงพลันเลิกคิ้ว แล้วเอ่ยพึมพัม

"ดันหลับจริงๆเสียนี่" 

ขณะที่เด็กหนุ่มคิดจะขยับตัวออกห่าง อาเรียก็คว้ามือของเขาไว้เสียก่อน ฝ่ามือขาวซีดบีบข้อมือของเขาแน่นเสียจนขยับไม่ได้ สัมผัสหนักอึ้งจากร่างผอมแห้ง ทำให้เขารู้สึกตกใจอย่างหาได้ยากยิ่ง

ตกลงว่าเธอไม่ได้หลับ? 

"ปล่อยข้า" คิ้วเข้มยิ่งขมวดลึก เมื่อแรงที่อีกฝ่ายส่งมาไม่มีผ่อนปรนสักนิด ยามนี้เกิดเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะจนข้อแขนชาไปหมด ราวกับว่ามันได้ร้าวไปแล้ว

เมื่อสะบัดแขนออกสุดแรง พร้อมพยายามแงะฝ่ามือที่จับแน่นออก เด็กหนุ่มจึงรับรู้ว่าการกระทำของอาเรียเพียงแค่การนอนละเมอ ทำให้หัวเสียไม่น้อย

"อาเรีย เจ้ากำลังบีบข้อมือข้า" เฮเดรียนจึงเลือกที่จะส่งเสียงเรียกปลุกเธอพร้อมเขย่าร่างผอมแห้งไม่เบานัก 

แต่ช่างเปล่าประโยชน์​ นอกจากจะไม่ปล่อยเด็กสาวยังกระทำอุกอาจ​ยิ่งกว่านั้น เมื่อมืออีกข้างที่เหลืออยู่ของเธอรัดเอวสอบของร่างสูงเสียแน่น

"อึก" เด็กหนุ่มเผลอร้องออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว พละกำลังมหาศาลของเด็กสาวผอมแห้งผู้นี้มาจากไหนกัน! 

ไม่ใช่ว่าเฮเดรียนไม่เชื่อว่าอาเรียจะทำลายบานประตูแหลกเป็นผุยผง หรือทำร้ายเจสต์​จนได้รับบาดเจ็บ แต่เด็กหนุ่มแค่ไม่คิดว่าเด็กสาวจะทำร้ายเขาเข้าจริงๆ

"หมอน..." เสียงแหบแห้งจากคนที่นอนไม่รู้สึกตัวครางแผ่ว

"....." เฮเดรียนขบฟันกรอด ทำร้ายเขาจนกระดูกร้าวยังมีหน้ามาทวงหาหมอนอีกงั้นเหรอ! 

แต่แล้วราวเสียงสวรรค์​เข้ามาช่วยเหลือ

"องค์ชายจะไปที่ไหนพะยะค่ะ" คนขับรถม้าเอ่ยถามขณะกำลังเตรียมของอยู่ด้านนอก 

เสียงทุ้มรีบเอ่ย "คฤหาสน์​ตระกูลวาบิลเล่ แล้วก็...." เด็กหนุ่มร่างกระตุกเมื่อแรงจากอีกฝ่ายอยู่ๆเพิ่มขึ้นชั่วขณะ

"พะยะค่ะ?"

"นำหมอนหมุนใบใหญ่ๆมาให้ข้าโดยเร่งด่วน!" ก่อนที่เขาจะถูกผู้หญิงคนนี้รัดจนตาย! 

หมอนถูกจับยัดใส่อ้อมกอดของเด็กสาวแทนร่างสูงแล้ว 

ยามนี้เฮเดรียนกำลังรักษากระดูกที่ร้าวตามตัวด้วยพลังเวทย์สายเยียวยา ถึงแม้เขาจะไม่ได้มีธาตุแสง แต่ธาตุน้ำก็ช่วยส่งเสริมการรักษาและบรรเทาอาการบาดเจ็บของเขาได้เช่นกัน

ทั้งที่ควรเป็นเช่นนั้น แล้วทำไมยามนี้กระดูกที่ควรสมานกัน กลับยังเจ็บอยู่เลยเล่า นัยน์ตา​สีเลือดจ้องมองข้อมืตนสลับกับดวงหน้าซีดเซียว 

นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว! 

คิ้วเข้มขมวดมุ่น มองเด็กสาวที่กอดหมอนใบใหญ่จนมันยวบด้วยความระแวงปนสนใจ 

ระแวงว่าจะถูกลอบทำร้าย แต่ก็สนใจในพลังของเธอเช่นกัน 

คิดได้แล้ว เฮเดรียนจึงขยับเข้าหาอาเรียมากขึ้นอีกนิด นัยน์ตา​คมสีเลือดมองเด็กสาวอย่างจาบจ้วง จนสะดุดเข้ากับบางอย่างบนลำคอระหง

เด็กหนุ่มตกใจไปชั่วขณะ จนเมื่อตั้งสติได้ริมฝีปากบางก็กระตุกรอยยิ้ม 

เพราะความตกใจในคราแรกหรือเปล่าถึงทำให้เขาไม่รู้สึกว่าเด็กสาวในเวลานี้ 'พิเศษ' 

"ท่านกาเบรีย​ลคะ ท่านกาเบรียล!" มิรินวิ่งขึ้นมาเคาะประตูหน้าห้องทำงานของคุณชายใหญ่ด้วยความร้อนรน 

"มีอะไร" เด็กหนุ่มผู้แสดงสีหน้าเรียบเฉยอยู่ตลอดเวลาเอ่ยนิ่ง ทั้งยังไม่คิดจะหยุดทำงานเพื่อเสียเวลาฟังเรื่องไร้สาระ 

มิรินขึ้นมาโวยวายเช่นนี้คงไม่แคล้วเป็นเรื่องของอาเรีย น้องสาวต่างสายเลือดที่ชอบหาเรื่องเดือดร้อนเข้าตัวอยู่บ่อยๆ

"คะ คือว่า คุณหนู คุณหนู" ด้วยความเหนื่อยปนหอบทำให้มิรินพูดติดๆขัดๆไม่เป็นภาษา

"......" 

เด็กหนุ่มยังคงนั่งสะสางงานมากมายอยู่ในห้องโดยไม่คิดจะขยับหรือเอ่ยคำพูด

"คุณหนูกลับมาบ้านแล้วค่ะ แล้วก็ถูกเจ้าชายเฮเดรียนอุ้มกลับมาค่ะ!"

กาเบรียลชะงักงันราวกับกำลังทบทวนสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ว่าไม่ได้หูฝาดไป แต่ดูจากท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนที่มากกว่าปกติของมิริน คงจะไม่ใช่เรื่องโกหก 

 ร่างสูงลุกขึ้นก้าวเดินไปเปิดประตูด้วยท่วงท่าสง่างามสมเป็นคุณชายคนโตว่าที่ผู้นำแห่งตระกูลวาบิลเล่ "เขาอยู่ที่ไหน"

"ข้างล่างค่ะ เจ้าชายบอกว่าถ้าไม่มีใครมารับตัวคุณหนู ท่านจะพาคุณหนูกลับพระราชวังด้วยกันค่ะ" สาวใช้ผู้จงรักภักดีต่อเจ้านายเอ่ยเสียงสั่น 

เธอกลัวว่าพวกชนชั้นสูงเหล่านั้นจะหาเรื่องกลั่นแกล้งคุณหนูของเธอไม่หยุด ทั้งๆที่ช่วงนี้ท่านอาเรียก็สงบเสงี่ยมเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านแท้ๆ ยังจะโดนเรียกให้ไปเป็นตัวตลกของพวกจิตใจเลวทรามนั่นอีกจนได้

"งั้นเหรอ" ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มนิ่ง เขากำลังชั่งใจอยู่เล็กๆ คำพูดและการกระทำของเฮเดรียน ไม่เหมือนเดิม  หรือว่าวันนี้จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่?

ทันทีที่ลงมาถึงห้องรับรองแขก แก้วตาสวยสีอำพันราวกับอัญมณีก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เด็กหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าสมบูรณ์แบบในทุกด้านกำลังนั่งโอบกอดน้องสาวของเขาพลางลูบไล้ผิวขาวซีดไปทั่วลำคอระหง

ปึง!

เสียงตำราเรียนเวทมนตร์เล่มหนากระทบกับพื้นดังขึ้น ทำให้เจ้าชายเฮเดรียนเหลือบมองมายังเด็กหนุ่มผู้จงใจทำตก

"สวัสดี กาเบรียล" เด็กหนุ่มผมเงินผู้มีภาพลักษณ์เป็นมิตรกับทุกคนเอ่ยทักทายสหายร่วมรุ่นก่อน 

"ถวายบังคม​พะย่ะค่ะ เจ้าชายเฮเดรียน"ฝ่ายถูกทักค้อมกายทำความเคารพผู้สูงศักดิ์​ "ไม่ทราบว่าท่านกำลังทำอะไรที่ไม่สมควรอยู่หรือเปล่า?" กาเบรียลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่ากลับแฝงไปด้วยคำกล่าวเตือน​

เจ้าชายรัชทายาทเลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำที่การกระทำและคำพูดสุภาพนอบน้อม แต่แววตานั้นเย็นชาแข็งกระด้างไร้ความเป็นมิตรสิ้นดี

กาเบรียลเองก็เป็นอีกคนที่วางตนเป็นกลางไม่เลือกข้างว่าจะอยู่ฝั่งใคร ระหว่างเขา น้องรองหรือน้องเล็ก เรียกได้ว่าเป็นชายที่เดาใจยากคนหนึ่งเลย 

"ข้าเพียงแต่ดูแลเด็กสาวที่กำลังไม่สบายอยู่ ถ้าเจ้าไม่มีจิตอกุศลคงไม่คิดเป็นอื่นใด" เฮเดรียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันมีไมตรีจิตก่อนจะประคองร่างผอมซูบให้นอนลงบนโซฟาพลางจัดท่าทางให้เธอเป็นอย่างดี 

กาเบรียลเดินเข้าใกล้คนทั้งสอง เพื่อสำรวจว่าน้องสาวของตนยังมีสภาพปกติดีเหมือนเมื่อเช้าหรือเปล่า โชคดีที่อาเรียไม่มีร่องรอยบาดเจ็บเหมือนที่ผ่านมา เพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวกว่าปกติเท่านั้น 

เฮ้อ ทั้งที่เขาย้ำนักย้ำหนาให้เธอพักผ่อนอยู่แต่ในบ้าน เด็กสาวก็ยังคิดจะหาทางหลบหนีเพื่อไปหาเจ้าชายที่เธอหลงรักจนได้ ไม่ว่าจะเจ็บตัวกลับมากี่ครั้ง ก็ไม่เคยเข็ดจริงๆ 

"ขอบคุณท่านมากพะย่ะค่ะ เจ้าชายเฮเดรียน ที่อุตสาห์สละเวลาอันแสนมีค่ามาดูแลอาเรีย"

เฮเดรียนโค้งรอยยิ้ม"ไม่ต้องเกรงใจไป พวกเราก็คนกันเอง"

"ไม่อาจรับความเมตตานั้นได้จริงๆ เวลานี้อาเรียได้รับการดูแลที่พิเศษเกินกว่าคนอื่นมากไปแล้ว" แน่นอนว่าความหมายของคำว่าพิเศษที่เขาเน้นย้ำมันไม่ใช่เรื่องดี 

มองเห็นสายตาเย็นชาจากคุณชายใหญ่ตระกูลวาบิลเล่แล้วเด็กหนุ่มผู้สูงศักดิ์จึงลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสบายๆ"งั้นข้ากลับละ ไม่ต้องส่ง" เขาหันกลับไปกระซิบกับเด็กสาวที่นอนเป็นผักอยู่บนโซฟา "ไว้เจอกันใหม่ อาเรีย"

"ถ้าไม่มีธุระสำคัญท่านไม่ต้องลำบากมาหรอกพะย่ะค่ะ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ" 

"หึๆ สำคัญสิ ตอนนี้ข้าเจอเรื่องสำคัญที่ต้องแวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆแล้ว" เฮเดรียนพูดเสียงเบาขณะเดินเฉียดไหล่กาเบรียลล์ไป

กาเบรียลล์รู้สึกสะกิดใจกับสายตาสุดท้ายของเจ้าชายที่เอ่ยลาอาเรียก่อนจาก มันเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น ซึ่งถ้าเจ้าชายมีความรู้สึกดีๆ หรือให้ความสำคัญกับอาเรียจริง เขาเองก็ไม่คิดจะขัดขวาง แต่ว่านั้นไม่ใช่แววตาของคนที่กำลังมีความรัก แต่เป็นแววตาที่กำลังตื่นเต้นกับบางสิ่ง?

สงสัยเขาคงต้องดูแลอาเรียให้รัดกุมกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องร้ายแรงเมื่อสายไป 

"อ๊ะ  คือว่าให้มิรินอุ้มคุณหนูไปนอนข้างบนเลยดีไหมคะ ข้างล่างอากาศเย็น กลัวว่าคุณหนูจะไม่สบายได้" มิรินสาวใช้ที่ยืนหลบมุมมองเจ้านายของตนมาตลอด ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

เด็กหนุ่มเบนสายตากลับมามองอาเรีย ใบหน้านิ่งเฉยที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ทำให้บรรยากาศอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

"เดี๋ยวผมพาไปเอง" ร่างสูงประคองน้องสาวต่างสายเลือดขึ้นมาอุ้มแนบลำตัวด้วยสองมือ ท่อนแขนแข็งแรงแทบจะไม่ต้องออกแรงยกเลยด้วยซ้ำ 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว เธอเบาลงกว่าเดิมหรือเปล่า? สัมผัสช่างเบาราวกับกำลังอุ้มปุยนุ่นอยู่ก็ไม่ปาน

"แล้วบอกพ่อครัวด้วย ว่ามื้อเย็นทำอาหารที่เน้นไขมันมากหน่อย" เมื่ออกคำสั่งเรียบร้อย ร่างสูงก็รีบเดินเพื่อพาน้องสาวของตนขึ้นไปพักผ่อน

"ค่ะ คุณชาย"

กาเบรียลเข้ามาส่งอาเรียจนถึงเตียงนอน ก่อนเตรียมตัวเดินออกเพื่อกลับไปทำงานที่ต้องสะสางต่อ ทว่าอะไรบางอย่างทำให้เขาหยุดชะงักเพื่อหันมามองน้องสาวของตนอีกรอบ 

เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงพลังอันหอมหวานที่ดึงดูดให้เขาอยากเข้าหาเธอ มันคืออะไรกันความรู้สึกนี้

มือเรียวยาวค่อยๆเอื้อมไปสัมผัส บริเวณลำคอขาวซีดของอาเรียช้าๆโดยไม่รู้ตัว จนเกือบจะได้แตะผิวขาวซีดนั่นแล้ว

"คุณชายคะ นายท่านเรียกหาทางลูกแก้วสื่อสารค่ะ"

กาเบรียลเลือกที่จะเก็บฝ่ามือกลับมาแนบข้างลำตัวก่อนจะเดินตามมิรินเพื่อไปคุยธุระสำคัญกับท่านพ่อ คนที่รับเลี้ยงเขามาดูแล วิลเลียม วาบิลเล่ ผู้นำพาตระกูลวาบิลเล่ให้ขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ในระยะเวลาสั้นๆ

ถึงแม้ว่าความสงสัยจะยังหลงเหลืออยู่ภายในใจก็ตาม

_______________ 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ เลิฟ :3

ความคิดเห็น