ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 สาวน้อยเริ่มผจญภัย​

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 สาวน้อยเริ่มผจญภัย​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2561 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 สาวน้อยเริ่มผจญภัย​
แบบอักษร

ตอนที่ 1 สาวน้อยเริ่มผจญภัย​

ริริน ซัลลิเวีย

"โชคดีจริงๆ แถวนี้มีหญ้าดับฝันมากพอจะทำตัวยาได้สิบขวดเลย"

หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างสูงระหง กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปสำรวจโคนต้นไม้ที่มีหญ้าแพรกสีแดงขึ้นเป็นพุ่มๆ ลักษณะ​ของมันแม้จะคล้ายหญ้าทั่วไป แต่ตามใบกลับมีปุ่มเมือกหนามทั่วทั้งต้น ซึ่งเมือกสีใสที่ถูกปล่อยมานี้คือพิษร้ายแรงที่คร่าชีวิตสัตว์น้อยใหญ่ได้ภายในไม่กี่วินาที

ทั้งที่อันตรายถึงเพียงนั้น หากแต่มือเรียวเปล่าเปลือยกลับดึงต้นหญ้าแพรกเหล่านั้นใส่ขวดโหลสีใสโดยไม่ใส่เครื่องป้องกันใดๆ

ซึ่งการที่หญิงสาวกล้าที่จะทำเช่นนี้ ทั้งที่ทราบถึงสรรพคุณ​มันอย่างถ่องแท้ เป็นเพราะว่าพิษใดๆในโลกล้วนไม่มีผลกับเธอ อีกทั้งความเจ็บปวดทั้งหลายแหล่​เมื่อเกิดขึ้นกับร่างกายนี้ มันกลับถูกลดทอนลงจนเหลือสัมผัสความเจ็บเพียงเสี้ยวเล็กๆ และเหนือสิ่งอื่นใด เธอเป็นอมตะ

ใช่แล้ว ริริน ซัลลิเวีย ผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์​ หญิงสาวมีชีวิตมายาวนานหลายสิบปีโดยที่ผิวหนังและใบหน้าไม่แปรเปลี่ยนตามกาลเวลาแม้แต่น้อย เธอเคยสงสัยเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตนเองว่าตกลงเธอเป็นตัวอะไรกันแน่

แต่การเดินทางหลายสิบปีมานี้ไม่ได้ทำให้เธอแน่ใจอะไรขึ้นมาได้เลย สุดท้ายริรินจึงปล่อยวางและใช้ชีวิตเพื่ออิสรภาพ​ของตนเองแทน

ปัจจุบันริรินเป็นนักเดินทางคนหนึ่งที่ออกร่อนเร่ไปทั่วโลก เพื่อเก็บภาพความทรงจำอันงดงามลงบนกระดาษ เมื่อหญิงสาวพบเจอสถานที่สวยๆสิ่งแรกที่เธอจะทำคือมองมันให้นานที่สุด จากนั้นจึงใช้เวลาในการสร้างสิ่งที่เห็นออกมาให้เหมือนจริงมากที่สุด

แต่การออกเดินทางในสถานที่ไร้ผู้คนเช่นนี้ ก็ค่อนข้างมีปัญหานิดหน่อย

"โฮกกก!"

อย่างเช่นสิ่งที่เห็นตรงหน้า มันคือสัตว์ร้ายตัวใหญ่ยักษ์หน้าตาเหมือนเสือผสมหมี ตัวของมันยาวราวสามเมตร ต้นขาที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อก้าวออกมาจากพุ่มไม้ฝั่งตรงข้าม มันแยกเขี้ยวแหลมขู่หญิงสาวอย่างลองเชิง แต่ทันทีที่พบว่าเหยื่อตรงหน้าเป็นเพียงมนุษย์​ตัวเล็กๆคนหนึ่ง มันก็ไม่รอช้าที่จะล่า

ริรินมองเหตุการณ์​ตรงหน้าอย่างใจเย็น จากนั้นจึงยกขาตวัดก้อนหินแกรนิตขนาดราวกำปั้นขึ้นฟ้า จังหวะเดียวกับที่เสือผสมหมีทะยานหมายตะครุบ​ร่างเล็กกว่า ขาเรียวยาวพลันเตะก้อนหินเนื้อหยาบอัดเข้ากลางหน้าท้องของสัตว์ร้ายอย่างพอดิบพอดี

"อั่ก!"

ร่างใหญ่ยักษ์ถูกกระแทกด้วยแรงมหาศาลจนร่างลอยละลิ่วราวปุยนุ่นอัดเข้ากับต้นไม้อีกฝั่งจนสลบไป

เพียงแค่สิบวินาที หญิงสาวสามารถล้มจ้าวอสูรผู้เกรียงไกรของป่าได้ในพริบตา เหตุการณ์​นี้ได้อยู่ในสายตาของสัตว์น้อยใหญ่ผู้เฝ้ารอซากเศษเนื้อต่อจากเจ้าแห่งป่าตัวนี้ ทว่าสิ่งที่เกิดทำให้พวกมันได้แต่หวาดกลัวตัวสั่น วิ่งหนีหางจุกก้นกันแทบไม่ทัน

คนผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์​แล้ว นางคือปิศาจ ปิศาจเจ้าของดวงตาสีเลือด!

เสียงลือเสียงเล่าอ้างถูกพูดกันปากต่อปาก จากนกอสูรถูกส่งต่อให้แพะสองหัว เล่าต่อถึงหูเฒ่าฮูกดูดเลือด ไปจบที่คนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นบีบเค้นให้เหล่าสัตว์อสูรผู้น่าสงสารเล่าเรื่องที่ได้ยินออกมาจนหมด และเมื่อเขามั่นใจแล้ว เสียงทุ้มต่ำมีเสน่​ห์จึงรำพันออกมา "พบเธอแล้ว ริริน"

ทางด้านริรินที่กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทาง หญิงสาวได้ออกจากป่าแห่งนั้นมาไม่ไกลนัก ตอนนี้เธอกำลังสำรวจทะเลสาปหลุมดำ ที่ไม่ได้มีสีดำเหมือนชื่อ มันเป็นเพียงแอ่งน้ำลึกธรรมดาที่มีน้ำใสสะอาดจนมองเห็นปลาตัวเล็กตัวน้อยตอดหาอาหารบนผิวน้ำ แต่กลับถูกเล่าลือเล่าอ้างว่า

มีเรื่องปริศนา​เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มากมาย ทั้งเรื่องเล่าสยองขวัญที่กล่าวว่า วิญญาณ​ของผู้สิ้นหวังจะฉุดดึงมนุษย์​ที่เข้ามาใกล้ทะเลสาบแห่งนี้ให้ตกตายมาด้วยกัน หรือเรื่องที่ว่าผืนน้ำแห่งนี้มีประตูทางเชื่มเข้าสูอีกมิติหนึ่ง มิติที่ไม่มีใครล่วงรู้ แม้กระทั่งตำนานแห่งความรัก ที่ชายหญิงคู่หนึ่งหนีจากครอบครัวที่กีดกันมาสาบานรักกันที่นี่และตายร่วมกัน จนถูกบอกต่อๆกันว่าชายหญิงคู่นี้จะช่วยให้คู่รักทุกคู่สมหวัง

เรื่องราวที่ขัดแย้งกันเองเกี่ยวกับทะเลสาบสีใสสะอาดตาตรงหน้าทำให้หญิงสาวอดขำไม่ได้

สำหรับริรินแล้ว ทฤษฎี​เกี่ยวกับการไปมิติอื่นน่าสนใจกว่าเรื่องผีสางหรือเรื่องรักๆนัก

หญิงสาวจึงคิดจะมาพิสูจ​น์เพื่อหาความจริง คิดได้แล้ว ขาเรียวสวยข้างซ้ายก็จุ่มลงผิวหน้า ร่างสูงระหงค่อยๆหย่อนกายลงไปทีอย่างเชื่องช้า จนเหลือเพียงส่วนลำคอขึ้นไปที่ยังพ้นน้ำ และเมื่อเตรียมใจพร้อมแล้ว ริรินจึงมุดลงไปทั้งตัว

"ริริน อย่าพึ่งไป!" เสียงตะโกนเรียกชื่อหญิงสาวอย่างโหยหา และเจ้าของชื่อก็ไม่ทันจะได้ยินมัน

ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย คนผู้หนึ่งที่อุตส่าห์​บีบเค้นคอเหล่าสัตว์อสูรในป่าหนามนิทรา จนได้เบาะแสตามหาหญิงสาว และได้เห็นเธอกับตาแท้ๆ แต่เมื่อริรินมุดตัวลงไปใต้น้ำเขาเองก็รู้ตัวว่า ยามนี้ชายหนุ่มพลาดโอกาสได้เจอเธออีกครั้งเสียแล้ว

"โธ่เว้ย! ทำไมถึงชอบหนีฉันไปอยู่เรื่อย" ใบหน้างดงามแต่คมคายเยียบเย็น ดวงเนตรทอแสงเข้มขึ้นกลิ่นอายทะมึนแผ่กำจายไปทั่ว จนสิ่งมีชีวิตรอบๆกระอักเลือดตายในพริบตา ความเกรี้ยวโกรธ​ของชายหนุ่มมีแต่เพิ่มไม่มีลด จนกระทั่งเขาพบเห็นบางอย่างลอยหมิ่นเหม่อยู่

ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปคว้ามันมา ผ้าพันคอสีดำในกำมือถูกสลักชื่อตัวย่อ r.r.ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นหอมจางๆจากผ้าผืนนั้น กลิ่นที่คุ้นเคยทำให้เขาลดอารมณ์​กรุ่นโกรธ​ลง และเลือกที่จะก้าวเท้าตามหญิงสาวผู้นั้นไป

"ฉันคิดถึงเธอนะ....ริริน" สิ่งสุดท้ายที่หลงเหลือบนผืนน้ำเงียบสงบคือน้ำเสียงเบาหวิวที่บ่งบอกความรู้สึกมากมายภายในใจของชายหนุ่มเท่านั้น

"ฟื้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้! ยัยซากศพ!" น้ำเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมกับสัมผัส​เย็นเฉียบถูกสาดเข้าใบหน้าริรินจนรู้สึกชาไปชั่วขณะ

หญิงสาวกระพริบตาปริบ จนเมื่อลืมตาเต็มที่แล้ว สิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีทองที่มีหน้าตาน่ารัก อายุราวๆสิบสาม-สิบสี่ กำลังขมวดคิ้วยืนชี้หน้าด่าทอเธออยู่

"ฮึ คิดว่าทำสำออยแล้วท่านพี่จะเห็นใจงั้นหรือ เปล่าประโยชน์!"

ริรินนิ่วหน้า ในใจของเธอกำลังงุนงงสุดๆ เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆก็พบว่าตนเองกำลังนั่งคุกเข่าให้เด็กสาวตรงหน้า รอบๆมีเด็กหนุ่ม-สาวในชุดหรูหราราวกับอยู่ในงานเลี้ยงยืนล้อมห่างๆมองดูเธออยู่

เมื่อหญิงสาวลองขยับร่างกายเบาๆ ก็พบว่าข้อมือที่ถูกจับรวบหลุดออกมาอย่างง่ายดาย จึงเหล่มองเจ้าของร่างอวบที่ทำหน้าเหวอสุดๆ แล้วบังเกิดความเห็นใจ ริรินจึงปล่อยให้เด็กสาวผู้นั้นเข้าจับกุมเธอต่อ

"นี่มันเรื่องอะไรกันคะ" หญิงสาวถามอย่างไม่เข้าใจในสถาน​การณ์แน่ชัด

"หะ...หุบปาก ข้าบอกให้เจ้าสอดปากตอนไหนกัน!"

เด็กสาวผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มอดหน้าซีดไม่ได้ เมื่อตนเห็นอยู่ชัดๆว่าเด็กไร้ค่าตรงหน้าสะบัดมือของอุลเทีย องครักษ์​จอมพลังของเธอออกอย่างง่ายดาย แต่เพียงชั่วพริบตา อุลเทียก็กลับมาล็อคแขนได้ดังเดิม ดูท่าเธอจะตาฝาดไปมากกว่า

คิดแล้วเจ้าตัวก็ยิ้มกริ่ม เดินเข้าไปจิกเรือนผมแห้งกรอบสีชมพูสุดแรง หมายให้เด็กอัปลักษณ์​น่าสมเพชสบตาเธอด้วยความหวาดกลัว หากแต่ไม่ว่าจะดึงทึ้งอย่างไรใบหน้าขี้เหร่ของอีกฝ่ายก็ไม่เงยขึ้นเสียที

สำหรับริรินนั้นการถูกเด็กสาวตรงหน้าจิกผม นับว่าช่างเปล่าประโยชน์​นัก เพราะแรงของอีกฝ่ายน้อยมากจนใบหน้าของเธอยังไม่กระดิกด้วยซ้ำ

"เอ่อ คุณคิดจะทำอะไรน่ะ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยตนเอง ในชั่วขณะที่ดวงตาทั้งคู่สบกัน เด็กสาวผมสีทองผู้นี้ราวกับมองเห็นความมืดมิดในดวงตาสีมรกตอัน​ไร้แววใดๆชวนให้เกิดอาการขนลุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ

"จะ..เจ้ามันน่ารังเกียจ อยู่ต่อหน้าข้าแท้ๆ ยังบังอาจมองหน้าข้าด้วยแววตาเช่นนั้นได้ นะ..นังไร้ค่า!" มือเรียวสะบัดเรือนผมแห้งแตกในมือออกอย่างไว ก่อนจะรีบถอยหลังไปตั้งหลักท่ามกลางแววตาแปลกใจของผู้เฝ้ามอง

ด้วยความลนลาน เท้าของเด็กสาวบังเอิญไปเตะเข้ากับอ่างล้างเท้าที่คราแรกเธอคิดจะนำมันมาใช้สั่งสอนหญิงไร้ค่าผู้นี้ หากแต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกเสียใจที่ความบังเอิญนั่น ทำให้อ่างน้ำไปหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงไร้ค่าได้อย่างพอดีจนน่ากลัว

อ่างน้ำเล็กๆสีดำดูเกรอะกรังถูกผลักเข้ามาหาเธอจนหยดน้ำข้างในกระฉอกออกมา ผิวน้ำใสสะอาดกระเพื่อมเล็กๆ สะท้อนให้เธอได้เห็นหน้าตาของตนเองชัดเจน

ใบหน้าซูบตอบผอมจนเห็นโครงหน้าเรียวเล็กไร้ไขมัน ผิวลอกขุยแห้งกร้านไม่สมเป็นเด็กผู้หญิง ดวงหน้าขาวซีดดูเผินๆคล้ายกับผีดิบจีนตามหนังเกรดซี เรือนผมสีชมพูยาวฟูฟ่องแตกปลายราวกับไม่ได้รับการบำรุงเป็นระยะเวลานาน แต่ที่แย่ที่สุดคงจะเป็นรอยดำปูดนูนภายใต้ดวงตาสีเขียวมรกตไร้ชีวิตชีวานั่นล่ะมั้ง 

ชั่วขณะหนึ่งที่ริรินกำลังตกใจกับสภาพร่างกายของตนเอง พลันภาพความทรงจำบางอย่างได้ไหลเข้าหัวของเธอไม่หยุด

ความทรงจำของอาเรีย วาบิลเล่ เจ้าของภาพสะท้อนในอ่างน้ำ

อาเรีย วาบิลเล่เป็นบุตรสาวของตระกูลพ่อค้า ผู้มีอิทธิพล​และอำนาจอันดับต้นๆของประเทศ เมื่อยังเด็กเธอเคยหมั้นหมายกับ โลแกน สเวนส์​ บุตรชายของดยุคโรเบิร์ตส์​ แต่เขาไม่ได้ชอบเธอ เพราะ อาเรียเป็นคนที่มีกายเนื้อจ้ำม่ำมาตั้งแต่เกิด ส่วนโลแกนเป็นหนุ่มหล่อที่ใครๆก็ชื่นชม เขามักจะกลั่นแกล้งและกีดกัน​ไม่ให้เด็กคนอื่นมาเล่นกับอาเรียจนเด็กสาวร้องไห้อยู่บ่อยๆ

จนกระทั่งอาเรียได้พบคนๆหนึ่ง ไลลา มอร์ดีเนีย เด็กหญิงผู้งดงาม และอ่อนโยน เธอผู้นั้นฉุดดึงเด็กสาวผู้ตกลงสู่เหวมืดให้กลับขึ้นมาเจอแสงสว่างอีกครั้ง ไลลามักจะดูแลเธออยู่เสมอ ทั้งยังยิ้มร่าเริง คอยสานสัมพันธ์ให้เด็กหญิงมีมิตรสหายมากมาย และทำให้เธอได้พบกับเขา เจ้าชายเฮเดรียน แอเธลเรส รัชทายาทอันดับที่หนึ่ง  เด็กหนุ่มผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของอาเรีย

เขาหล่อเหลาและใจดี บนใบหน้ามีรอยยิ้มประดับเสมอโดยที่ไม่เคยแสดงท่าทีรังเกียจเธอแม้แต่น้อย อาเรียตกหลุมรักเขา แต่เพราะยังติดสัญญาหมั้นหมายอยู่ เด็กสาวจึงได้แต่คอยแอบดูและช่วยเหลืออีกฝ่ายอยู่ห่างๆ

ทว่าการกระทำนั้นทำให้อาเรียต้องถูกลือว่าเป็นหญิงแพศยา ทุกคนนินทาและกล่าวหาเธอ ไลลา เจ้าชาย คู่หมั้น ต่างตีตัวออกห่าง เจ็บที่สุดคงเป็นคำพูดจากคนที่อาเรียเคยรักสุดหัวใจ 'ข้าไม่เคยชอบเจ้า'

อาเรียแทบตรอมตรม เธอไม่กินไม่นอน เอาแต่เฝ้าละเมอเพ้อหาแต่เจ้าชายเฮเดรียน จนป่วยหนักร่างกายซูบผอม คนในครอบครัวก็ไม่ใยดี จนกระทั่งวันนี้วันที่เจ้าหญิงเรียกตัวเด็กสาวให้เข้าวัง ร่างเล็กๆผอมแห้งจึงลากสังขาร​วิ่งออกมาจากเตียงนอนโดยไม่ฟังคำคัดค้านของใคร เพื่อมาพบชายผู้เป็นที่รัก และเขาก็อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว

ริรินขมวดคิ้ว เมื่อภาพความทรงจำทั้งหมดสลายไป และเธอก็ยังอยู่ที่เดิม สถานที่ๆผู้คนล้อมวงมองเธอด้วยความเกลียดชัง​

ภาพในดวงตาที่สะท้อนผ่านน้ำยังคงเป็นเด็กสาวผอมซูบที่จ้องมองเธอตอบ ริรินถอนหายใจ

ท่าทางตอนนี้เธอจะทะลุมิติแล้วจริงๆ และยังมาอยู่ในร่างของอาเรีย วาบิลเล่ ตัวละครในเกมจีบหนุ่มอีกด้วย ใช่แล้ว อาเรียเป็นหนึ่งในตัวประกอบ​ฝ่ายร้ายของเกมจีบหนุ่ม และดูเหมือนว่าเนื้อเรื่องในโลกนี้จะดำเนินผ่านมาถึงตอนจบของภาคหนึ่งแล้ว ตอนจบที่ตัวประกอบฝ่ายร้ายอย่างอาเรียถูกทำโทษจนตาย เพื่อที่จะดำเนินเรื่องเข้าสู่ภาคสอง

ถามว่าทำไมริรินถึงรู้ เพราะในระหว่างเดินทาง เธอท่องเที่ยวไปทั่วโลก พบปะเพื่อนฝูง​มากมาย หนึ่งในนั้นก็มีสาวโอโตะเมะเกม ผู้คลั่งไคล้เกมจีบหนุ่มอยู่ ริรินเป็นคนที่ชอบลองของใหม่ เธอจึงลองเล่นเกมหลายๆแบบ แน่นอนว่าเธอติดงอมแงม และรู้จุดจบของตัวละครในเกมนี้ทุกคน

อย่างเช่นเจ้าชายเฮเดรียน หนึ่งในตัวละครที่จีบได้ คนที่อาเรียเฝ้าหลงรัก ยามนี้เขากำลังนั่งมองเธอด้วยสายตาเย็นชาอยู่บนที่ประทับสีทองหรูหรา

ดวงตาคู่คมสีเลือดไร้เยื่อใยต่อเธอผิดกับภาพในความทรงจำลิบลับ คิ้วเข้มสีเงินรับกับจมูกโด่งปลายมนทำให้เขาดูราวกับภาพวาด ริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยทำให้เขามีบรรยากาศอบอุ่นนิ่มนวล ซึ่งน่าเสียดายที่เธอมองเห็นได้ถึงความชั่วร้ายภายใต้หน้ากากเทวดานั่นเข้าพอดี เพราะในเกมเขาดันเป็นไทป์หนุ่มตีสองหน้า ดังนั้นนิสัยเขาจึงแย่เกินจะกล่าวเลย

ริรินหันกลับมามองเด็กสาวคนที่ยืนนิ่งงันไม่พูดไม่จา เจ้าหญิงเฮเลนา แอเธลเรส ทั้งที่ตอนแรกยังยืนด่าเธอแว้ดๆอยู่เลย แล้วทำไมยามนี้ถึงได้ดูเงียบสงบเช่นนี้กัน

เฮเลน่าเห็นดวงตาไร้แววราวกับตุ๊กตาของริรินจ้องเขม็งมา ร่างบางที่ยังตัวสั่นไม่หายจากอาการหวาดกลัวยิ่งสั่นหนักกว่าเดิม เด็กสาวหอบหายใจหนักๆ ดวงตาสีฟ้ากำลังจ้องมองเธอมันมีบางอย่างแตกต่างจากเดิมมากจนน่าระแวง

เธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าหวาดกลัวอะไร หากแต่ความรู้สึกบางอย่างในร่างกายดันร้องเตือน เตือนว่าควรถอยห่างจากคนผู้นี้ให้มากที่สุด!

"อุลเทีย ปล่อยนางไป" เฮเลน่าหลบตาหนีจากการจ้องมองของอีกฝ่าย

"อะไรนะเพคะ? ทำไมกัน" ผู้ถูกเรียกขานขมวดคิ้ว ถามเจ้านายกลับอย่างไม่เข้าใจ ตอนแรกเจ้าหญิงยังบอกว่าจะมอบคู่ซ้อมที่เธอจะจัดการอย่างไรก็ได้ให้อยู่เลย แล้วทำไมอยู่ๆท่าทีถึงอ่อนลงได้

"ทำตามที่ข้าสั่งเถอะน่า!" เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์​ถลึงตา จะถามทำไมนักหนา ไม่รู้สึกถึงพลังแปลกๆนี่หรือไง

"ก็ได้ค่ะ"อุลเทียปล่อยเด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่พอใจนัก แต่เมื่อเป็นคำสั่งของผู้เป็นนาย เธอก็ขัดไม่ได้

เมื่อร่างผอมแห้งซึ่งมีเจ้าของใหม่เป็นริรินสามารถขยับร่างกายได้ตามใจชอบ เด็กสาวจึงลุกขึ้นยืนอย่างสบายๆ ไม่มีอาการปวดเมื่อยแสดงให้เห็น สิ่งเดียวที่พอจะทำให้รู้ว่าคนตรงหน้าเคยถูกเจ้าของฉายาจอมพลังล็อคข้อมือไว้ คงมีเพียงรอยปื้นแดงๆบนข้อแขนขาวซีด

"ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับเลยนะคะ เจ้าหญิง" หางเสียงเน้นย้ำ ทำให้ผู้ถูกเอ่ยถึงสะดุ้งสุดตัว

เซเลน่ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ จากนั้นพยักหน้าส่งๆอย่างไม่กล้าออกคำพูด ซึ่งการที่เธอรู้สึกถึงพละกำลังมหาศาล​ในตัวริริน จะบอกว่าเป็นพรสวรรค์​อย่างหนึ่งก็มิผิด พรสวรรค์​ในการรับรู้ว่าใครคือผู้อยู่จุดสูงสุดของพลัง

เด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งหลายต่างพากันงุนงง พวกเขาอุตส่าห์​มาถึงที่นี่เพราะได้ยินว่าจะมีเรื่องน่าสนุกมาให้รับชม เหตุใดถึงได้กลายเป็นจบง่ายเช่นนี้

"เดี๋ยวก่อนสิคะ อาเรีย" แต่ขณะที่ริรินกำลังจะเดินออกไปเพียงลำพัง เด็กสาวผู้ยังไม่อยากให้จบคนหนึ่งก็รีบเอ่ยรั้งเธอไว้

ทำเอาเจ้าหญิงแทบอยากซัดพลังใส่คนพูดให้ตายเสียจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะไปแล้วแท้ๆ จะเรียกนางกลับมาทำไม!

ริรินหันกลับมาตามเสียงเรียก พบว่าเป็นเด็กสาวหน้าตาดูดีคนหนึ่ง อลิส ไวท์เชล ผู้มีบิดาเป็นบารอนและเป็นหนึ่งในคนที่มักจะตีหน้าซื่อกลั่นแกล้งเธอ กำลังเผยยิ้มเศร้าๆ พูดเรื่องไร้สาระออกมา

"คุณยังไม่คืนสร้อยเส้นนั้นมาเลยนะคะ สร้อยที่คุณขโมยฉันไป" เธอกำลังหลั่งน้ำตาพร้อมกลั้นก้อนสะอื้น "ได้โปรดคืนฉันมาเถอะค่ะ สร้อยนั่นเป็นของดูต่างหน้าคุณแม่ที่เสียไป ฮึก ฉันอยากได้มันคืน"

ภาพของเด็กสาวร่างบอบบางตรงหน้า ที่กำลังเล่นละครตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อหน้าริริน ทำให้เธอรู้สึกตลกมาก ในความทรงจำของอาเรีย ไม่เคยมีสักครั้งที่เด็กสาวผู้หลงในรักคนนี้จะแย่งของใคร มีแต่คนอื่นจะมาแย่งของเธอ

"ขอโทษทีนะคะ คุณเองก็คงรู้ดีว่าตระกูลของฉันร่ำรวยแค่ไหน กับแค่สร้อยเส้นเดียว" ดวงตาสีมรกตปรายมองเด็กสาวที่น้ำตาตลอเบ้า "ฉันมีปัญญาซื้อค่ะ"

และแน่นอนว่าการสบตาเพียงครั้งเดียว จิตสังหารบางๆที่ส่งถึงอลิสทำให้เด็กสาวถึงกับทรุดเข่าลงไปนั่งกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าที่ดูซีดนิดๆรวมเข้ากับคราบน้ำตาบางๆ ทำให้เธอดูน่ารักน่าทะนุถนอม​ จนหนุ่มๆแทบจะวิ่งโร่เข้ามาปกป้อง

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเจสต์​ เด็กหนุ่มร่างใหญ่ผู้หลงรักอลิสหัวปักหัวปำ​ เขาเข้ามาประคองร่างแน่งน้อย​อย่างอ่อนโยน ก่อนจะส่งแววตาแข็งกร้าวใส่ริริน

"เธอทำอะไรอลิส ยัยตัวไร้ค่า!"

ริรินแก้มกระตุก เห็นอยู่ชัดๆว่าเด็กนั่นล้มไปเอง แล้วทำไมเธอถึงเป็นฝ่ายผิดได้เนี่ย ร่างผอมแห้งถอนหายใจ

"ใจเย็นๆหน่อยสิคะ คุณตัวโต ฉันคิดว่าคุณน่าจะสายตาดีพอที่จะมองออกนะคะ ว่าคุณอลิสล้มลงได้ด้วยตัวเอง"

เจสต์​ได้ยินคำตอบเช่นนี้ พลันขบฟันกรอด ความโมโหแล่นขึ้นเป็นริ้ว ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นวิ่งตรงเข้ามาหาริรินด้วยความเกรี้ยวกราด

ไม่มีใครคิดจะห้ามแม้แต่น้อย ยกเว้นเพียงเจ้าหญิงเซเลน่า แต่ไม่ทันจะได้พูดเต็มประโยค เจสต์​ก็เข้าถึงตัวร่างเล็กได้อย่างรวดเร็ว

ฝ่ามือหนาใหญ่ผลักริรินออกอย่างรุนแรง หมายจะให้ริรินล้มลงและร้องไห้เช่นเดียวกับหญิงที่เขารัก

แต่ผิดคาดไปหมด กลับเป็นฝ่ายเจสต์​เสียเองที่ราวกับคนโง่งมไม่ต่างจากการเข้าไปพุ่งชนตรงๆกับหินแข็งขนาดใหญ่ การกระทำนี้ทำให้กระดูกนิ้วมือของเขาแตกละเอียด ร่างกำยำอันเป็นที่ภูมิใจกระเด็นไปไกลและล้มลงหลังกระแทกจนพื้นสะเทือน

เหตุการณ์​ตรงหน้าทำให้ผู้คนเงียบงัน กลับเป็นฝ่ายริรินที่เริ่มขยับตัวก่อน

"งั้นฉันไปได้แล้วใช่ไหมคะ" ริรินยิ้มกว้างอย่างไม่รู้สึกถึงสายตาแปลกประหลาดจากคนรอบข้างแม้สักนิด เธอถามไปตามมารยาท​เท่านั้นเอง

เมื่อไม่มีใครเอ่ยขัดอะไรอีก อาเรียจึงบอกลาคนอื่นๆอย่างเป็นมิตร ร่างเล็กเดินตรงไปยังประตูบานใหญ่ที่เป็นประตูไปสู่ทางเดินหลัก มือผอมแห้งเพียงแตะไม่เบาไม่แรง ประตูไม้โอ๊คหนักราวผู้หญิงห้าคนพลันแตกละเอียดเป็นผุยผง

"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ เปิดแรงไปหน่อย" ใบหน้าผอมแห้งที่ยกยิ้มกว้างช่างสยดสยองจนผู้คนต้องรีบหันหน้าหนี

ยามนี้พวกเขารู้แล้วว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ต่างจากปิศาจ เป็นบุคคลที่ไม่ควรเข้าใกล้มากที่สุด! 

_______________ 

สนุกไม่สนุกก็ติชมได้ตามสบายนะคะ

ความคิดเห็น