ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ศัตรูของศัตรูคือมิตร

ชื่อตอน : ศัตรูของศัตรูคือมิตร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2561 11:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ศัตรูของศัตรูคือมิตร
แบบอักษร

ในเจ็ดวันจะมีสองวันที่องค์หญิงเฟยเดินทางจากวังหลวงเข้ามาเรียนทำอาหาร ซึ่งในสองวันนั้นจะมีเสียงอึกทึกครึกโครมจากฝีมือองค์หญิงเฟยเสมอ

“อาจงรู้สึกช่วงนี้บ้านของเราค่อนข้าง...ครึกครื้นไหม” อ๋องลี่หยางมองครัว

“แล้วไม่ดีหรือ?” เย่จงหัวเราะ

“อาจารย์เราทำเสร็จแล้ว!” องค์หญิงเฟยสภาพมอมแมมถือจานใส่วัตถุปริศนาเหลืองขอบไหม้นิดมายื่นตรงหน้า

“พวกเจ้ากำลังทำอาวุธสงคราม?” อ๋องลี่หยางมองวัตถุบนจานแล้วขนลุกดูบูดเบี้ยวคล้ายแผ่นแป้งครั้งก่อนไม่ผิด

“...” องค์หญิงเฟยน้ำตาเริ่มปริ่ม

เย่จงมองไข่เจียวบนจานก่อนจะค่อยๆตักเข้าปาก

“ใช้ได้” ทันทีที่เย่จงเปิดปากชมองค์หญิงก็หยุดน้ำตาเหมือนสั่งได้ ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยบ่อน้ำตาของสตรีนักว่ามันมีก๊อกเปิดปิดหรือไรกันจึงสามารถสั่งหยุดได้

“อร่อยก็บอกมาเถอะ ท่านลุงเราตั้งใจทำมาเผื่อท่านด้วยนะ” องค์หญิงเฟยรีบยื่นไข่เจียวไหม้ให้คนตรงหน้า

“เจ้าเรียกสิ่งนี้ว่าของกิน?” เย่จงเห็นปากคนแล้วจึงรีบไล่แม่นางมารน้อยไปก่อนจะร้องไห้

“ไปไป หน้าตาสกปรกหมดแล้ว วันนี้เจ้าต้องนำของที่ทำไปให้ฮองเฮาไม่ใช่หรือ ไปเตรียมตัวซะเราไม่เข้าวังไปกับขอทานน้อยหรอกนะ” องค์หญิงเฟยแลบลิ้นใส่ก่อนจะวิ่งกลับไปให้สาวใช้พาไปเปลี่ยนชุด

“เข้าวัง?” อ๋องลี่หยางเลิกคิ้ว

“ใช่ วันนี้ไทเฮาให้เราส่งต้มถัวเขียวเข้าวัง คงชอบที่เราใช้น้ำตาลทรายแดงกับลูกแปะก๊วย”

อาหารเลิศรสทั้งหลายพวกคนในวังล้วนชินลิ้น เขาจึงจงใจปรับมาทำอาหารธรรมดาแต่ทานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อหลากหลายอย่างเพื่อให้พวกไฮโซเหล่านี้กิน อาหารพิเศษควรนานๆกินที อาหารที่ดีคืออาหารรสครอบครัว

“ดูช่วงนี้เจ้าทำตัวสนิทสนมกับไทเฮามากนะ”

“สะใภ้ที่ดีควรเอาใจแม่สามี” เย่จงตอบส่งๆ

“ถ้าเช่นนั้นคืนนี้สามีขอย้ายของเข้าไปนอนห้องภรรยาได้หรือไม่?”

“ที่จริงองค์หญิงเฟยก็ไม่ใช่เด็กนิสัยเลวร้ายมากนัก นางแค่ถูกตามใจจนเคยตัวเท่านั้น” เย่จงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย เรื่องล้อเล่นของชายตรงหน้านับวันยิ่งน่ากลัว

“เรารู้ จึงไม่ติดใจเอาความกับนางมากนัก”

“เมื่อเช้าหลังจากที่องค์หญิงรู้ว่าเราจะเข้าวังไปด้วย นางก็ดูดีใจผิดปกติ”

เขาสังเกตเห็นทุกครั้งที่นางมารน้อยเข้าจวนมาเรียนทำอาหารกับเขา นางจะดูมีความสุขมากจนเหมือนล้นๆ เมื่อใดที่ถึงเวลากลับวังก็ดูเศร้าๆราวไม่อยากกลับ

“วังหลวงมิใช่ที่คนธรรมดาจะใช้ชีวิตอยู่ได้” อ๋องลี่หยางค่อยๆลุกขึ้นยืน

“พวกท่านเติบโตมาเช่นไรกัน”

“เจ้านึกไม่ถึงหรอกอาจง” อ๋องลี่หยางยิ้ม มือค่อยๆลูบหน้ากากเหล็กโดยไม่รู้ตัว

“คนอย่างอ๋องลี่หยางมีเรื่องใดทำให้กลัวได้ด้วย?”

“เมื่อก่อนเคยมี”

“เกี่ยวกับหน้ากากนั่น”

“ไว้วันใดพระชายาพร้อมอุ่นเตียงให้เรา วันนั้นเราจะเล่าให้ฟัง” เย่จงสังเกตเห็นว่าอ๋องลี่หยางไม่อยากพูดถึงภายใต้หน้ากากนักเขาจึงหยุดซักถาม

“ไว้มีอารมณ์ก่อนนะจะกระดิกนิ้วเรียก”

ชิ ดุ้นทั้งแท่งไม่ต่างกับเขาแค่คิดก็ขนลุก! เย่จงเดินหนีไปเตรียมตัวเข้าวัง

ขบวนเดินทางของอ๋องลี่หยางถึงวังหลวง อ๋องหน้ากากเหล็กแยกตัวเองจากขบวนรถม้าของพระชายา

“หากเราเสร็จงานแล้วจะไปรับ” อ๋องลี่หยางมองเย่จง

“รีบเข้างานไปได้แล้ว” เย่จงเปิดหน้าต่างโผล่หน้าออกมาหาอ๋องลี่หยาง

เมื่ออ๋องลี่หยางเดินจากไปองค์หญิงเฟยอดเอ่ยปากพูดไม่ได้

“อาจารย์ทำตัวเหินห่างท่านลุงเช่นนั้นไม่กลัวท่านลุงรับชายารองเข้ามาเร็วไวหรือ เราขอเตือนไว้ก่อนตัวท่านลุงหากจะพูดไปก็เป็นที่หมายตาของเหล่าสตรีทั่ววังหลวงแม้ใต้หน้ากากจะมี...” องค์หญิงเฟยรีบเอามือยกขึ้นปิดปากเมื่อเกือบหลุดความลับใต้หน้ากาก

“ใต้หน้ากากมี” เย่จงยิ้ม เปิดปากมาซะยายมารน้อย

“ไม่มีอะไร” องค์หญิงเฟยส่ายหน้าไปมา ท่านลุงเกลียดคนพูดเรื่องนี้ที่สุดยังไงนางก็ไม่อยากเป็นผู้เปิดเผยเรื่องให้โดนเกลียด

“ไม่มีก็ไม่มี” เย่จงไม่ถามต่อ

“อาจารย์นี่ก็ใกล้ถึงตำหนักไทเฮาแล้ว ท่านก็เตรียมตัวเถอะ” องค์หญิงหนิงเห็นรถม้าใกล้ถึงจุดเดินเข้าวังหลังจึงรีบเตือนเย่จง

ชายหนุ่มก้าวเดินตรงไปตามเส้นทางเข้าตำหนักกลางของวังหลังพร้อมลูกศิษย์ ระหว่างพวกเขาเดินตามทางอิฐนั้นองค์หญิงเฟยอยู่ๆก็ยืนนิ่งเล็กน้อยก่อนปรับท่าทางเหยียดหลังตรงเชิดหน้า

“เห็นข้าแล้วพวกเจ้ายังไม่ทำความเคารพ!”

เย่จงหรี่ตามองคนตรงหน้าก่อนย่อตัวลง ในใจคาดการณ์คนงามตรงหน้าคงเป็นหนึ่งในสตรีของฮ่องเต้

องค์หญิงเฟยยืนตัวตรงก่อนย่อตัวลงเพียงเล็กน้อย

เย่จงอดมองแม่หนูข้างๆตัวใหม่ไม่ได้ ก็รู้จักฉลาดไม่ใช้แต่อารมณ์เหมือนกันนิ

สนมฮ่องเต้เมื่อได้ดั่งใจก็เหยียดยิ้มก่อนเดินผ่านไป

“เราเกลียดนาง” องค์หญิงเฟยเค้นเสียงออกจากปาก

“ดูไปแล้วพวกเจ้าคงเกลียดกันไม่น้อย”

“นางเกลียดฮองเฮา คอยทำทุกทางให้ฮองเฮาหลุดตำแหน่ง”

“ผู้หญิงหนอผู้หญิง” ความริษยานี่ช่างน่ากลัวนัก

“เชอะทำอย่างกับอาจารย์ไม่ใช่สตรี ตัวอาจารย์ก็ควรระวังตัวไว้เช่นกัน ยามนี้ถึงมีท่านเป็นชายาหนึ่งเดียวก็จริงแต่ต่อไปก็ต้องมีรับชายารองและอนุ ถึงยามนั้นท่านก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ”

“ถ้าเป็นเรา พวกนางไม่มีทางโผล่หน้าขึ้นมาหาเรื่องได้หรอก”

เย่จงนึกถึงสมัยก่อน ยามนั้นเคยมีผู้หญิงที่เลยเส้นที่ตกลงกันไว้คอยระรานผู้หญิงอื่นของเขา เขาจึงตัดสินใจจัดการผู้หญิงที่ล้ำเส้น บุรุษหากคุมผู้หญิงของตัวเองไม่ได้ก็อย่าเป็นผู้ชายเลย

“เราไม่สามารถทำอะไรพวกนางได้ พวกนางเป็นสนมฮ่องเต้” องค์หญิงเฟยไม่อยากทำตัวให้ท่านอาตกที่นั่งลำบาก

“แม่หนูน้อยเราถามซักคำ ผู้ใดใหญ่สุดในวังหลัง”

“…ฮองเฮา” องค์หญิงเฟยขมวดคิ้วสงสัยคำถามอาจารย์

“ยามนี้ผู้ใดมีน้ำหนักในใจฮ่องเต้มากที่สุด”

“ไทเฮากับท่านลุง” องค์หญิงเริ่มเข้าใจที่ชายหนุ่มพูด

“เจ้าเป็นที่รักของผู้เป็นใหญ่ในวังหลังอีกทั้งเป็นศิษย์ของเราผู้เป็นที่รักของอ๋องลี่หยางและไทเฮาแล้วจะกลัวอะไรอีก หัดทำตัวเลวร้ายบ้างก็ได้”

“นางเป็นสนมของฮ่องเต้นะ”

“ถ้าไม่ถึงตายไม่มีใครสนใจเรื่องเล็กน้อยหรอก หัดใช้อำนาจในมือบ้างแม่หนูน้อย” ชายหนุ่มตบบ่าของเด็กน้อย

“ไปเราไปสร้างภาพเล่าเรื่องตลบตะแลงจัดการคนโอหังเมื่อครู่กันดีกว่า” องค์หญิงเฟยทำตาลุกวาวมองอาจารย์

“อาหารที่เจ้าตั้งใจนำขึ้นถวายฮองเฮาถูกใครนะ”

“ซูเฟย!” องค์หญิงเฟยรีบเป็นลูกคู่

“ใช่ซูเฟยขวางขบวนทำให้…”

“โถใส่อาหารตก!” พูดจบตระกร้าไข่เจียวขององค์หญิงก็ถูกปล่อยตกพื้น

“ดีมาก” เย่จงยิ้ม

“พวกเจ้าเห็นอะไรหรือไม่!” องค์หญิงเฟยถามผู้ติดตาม

“ไม่เห็นสิ่งใดเพคะองค์หญิง”

“ดีมาก ไปตำหนักฮองเฮา เราจะฟ้องฮองเฮาเรื่องสนมโอหังกล้าขวางขบวนอาหารของฮองเฮา!”

“จำไว้นะยายหนู ศัตรูของศัตรูคือมิตร หาเป่าหูสนมคู่แข่งของนางอีกซักรายสองรายให้ช่วยเหยียบให้จมจะได้ฟื้นตัวยากขึ้น”

องค์หญิงเฟยโบกมือให้อาจารย์ก่อนจะรีบเดินไปตำหนักฮองเฮา


ความคิดเห็น