ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

5 อดีตของปีศาจ อนาคตของเด็กน้อย

ชื่อตอน : 5 อดีตของปีศาจ อนาคตของเด็กน้อย

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 13:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 อดีตของปีศาจ อนาคตของเด็กน้อย
แบบอักษร

บ้านที่ซื้อมา10 ตำลึงเงิน

2018-01-11

"ข้าอยู่ที่นี่มานานขนาดนี้เลยหรือฮ่าๆๆๆ ข้าทำสำเร็จแล้ว" หลิ่วอินหัวเราะก้อง ท่าทางเขาดีใจมากกว่าจะเสียใจ สองพี่น้องสบตากันหรือว่าเขาจะกราบปีศาจสติไม่ดีมาเป็นอาจารย์กันล่ะนี่

"พวกเจ้าคงไม่เข้าใจ ข้าจะเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นให้ฟัง สมัยนั้นบ้านเมืองเดือดร้อนระส่ำระสายด้วยวิญญาณและภูตผีปีศาจ พวกมันมีพลังอำนาจที่มนุษย์ไม่มี มีเพียงผู้มีอาคมบางคนเท่านั้นที่พอจะต่อสู้กับพวกมันได้แต่ก็มีจำนวนน้อยจนน่าใจหาย จนกระทั่งต้องฝึกหัดคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับปีศาจ ข้าบังเอิญได้พบอาจารย์ลึกลับท่านหนึ่ง ท่านให้สรรพตำรามาและชี้แนะแก่ข้า เมื่อทดลองฝึกก็สามารถดึงพลังแฝงในร่างกายออกมาได้ ทำให้มีพลังมากกว่าผู้ใดปราบปีศาจร้ายใดๆล้วนสำเร็จ ไม่ว่าคนหรือภูติผีล้วนกลัวเกรง แต่นอกจากวิชาปราบผีข้ายังมีวิชาอื่นอีกหลายแขนงเพราะข้าเป็นอัจฉริยะ โฮะๆๆๆ" หลิ่วอินปิดปากหัวเราะทำเอาหลิงหลงรู้สึกคันเท้ายิบๆ

"แล้วอย่างไรต่อหรือขอรับท่านอาจารย์" อี้เทารีบถามต่อก่อนที่น้องชายจะทำการประทุษร้ายอาจารย์หมาดๆ

"ข้าตรวจสุขภาพของตัวเองพบว่าข้าไม่มีชีวิตยืนยาว ข้าจึงศึกษาตำราเพิ่มและพบวิธีถอดวิญญาณข้าถอดวิญญาณออกมาและรักษาร่างไว้ ข้าจึงสั่งพี่ชายข้าให้รักษาบ้านนี้ไว้รอคนที่มีพลังวิญญาณที่เหมือนกับข้า"

"อาจารย์หมายถึงพวกข้าเหรอ" หลิงหลงชี้หน้าตัวเองเหรอหรา

"เพิ่งรู้ตัวหรือเจ้าลูกสุกร ถ้าเจ้าไม่มีพลังวิญญาณเหมือนกับข้ามีหรือจะได้เข้ามาในบ้านนี้" หลิ่วอินดึงแก้มลูกศิษย์ตัวน้อยยืดอย่างหมั่นเขี้ยว

"ข้าก็มีพลังด้วยหรือขอรับท่านอาจารย์" อี้เทาไม่คาดคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน

"สำหรับเจ้าแม้จะมีพลังน้อยแต่ก็จัดเป็นประเภทเดียวกับข้าแน่นอน ซึ่งข้าคิดวิชาที่เหมาะกับเจ้าไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องกังวลไป" มือใหญ่โยกศีรษะเด็กชาย

"แล้วร่างของท่านอยู่ที่ไหนล่ะ" หลิงหลงถาม 

"อยู่ในบ้านหลังนี้แหละ ข้าใช้ห้องหยกเก็บไว้ด้านล่างแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดมันเจ้าไม่ต้องสนใจ" 

"อย่างนั้นหรือ แล้วถ้าท่านจะให้ข้าเรียนวิชาปราบผีไปปราบใครล่ะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นผีสักตัว" หลิงหลงหาวเวลานี้ดึกไปสำหรับเด็กเล็กๆแบบเขา

"เรื่องผีนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล มีมาให้เจ้าปราบแน่นอนขอเพียงมีความสามารถเพียงพอ แต่ตอนนี้นอนเสียเถิด พรุ่งนี้จงไปจัดการเรื่องบ้านให้เรียบร้อย ถ้าเป็นไปได้บอกให้เถ้าแก่เจิ้งของเจ้ามาหาข้าที่บ้านหลังนี้ด้วย"

"ขอรับอาจารย์" เด็กสองคนรับคำ หลิงหลงตาปิดไปแล้วส่วนอี้เทาก็ลืมตาแทบไม่ไหวแล้ว

"ช่วยไม่ได้นะ" หลิ่วอินดีดนิ้วคราหนึ่งก็มีบ่าวชายผู้หนึ่งมาอุ้มเด็กทั้งคู่ไปไว้ที่เตียงที่ตอนนี้มีผ้าห่มและหมอนที่สะอาดเตรียมไว้

"หวังว่าพวกเจ้าจะไม่ทำลายความหวังของข้านะ" หลิ่วอินยิ้มเศร้า


อี้เทารู้สึกตัวตื่นเพราะได้ยินเสียงนกร้องจากด้านนอก เด็กชายลืมตาโพลงพอได้สติก็รีบมองหาน้องชาย ตอนแรกเขาใจหายวูบที่ไม่เห็นน้อง แต่พอดูดีๆก็พบว่าหลิงหลงนอนกลิ้งไปอยู่ตรงปลายเท้า

อี้เทามองไปรอบๆ พวกเขากลับมาอยู่ที่ห้องโถงด้านหน้าที่ก่อกองไฟไว้ ยามนี้กองไฟมอดหมดแล้วเหลือเพียงขี้เถ้าและไม้บางส่วนที่เผาไหม้ไม่หมด

"เมื่อคืน ข้าคงฝันไปเองสินะว่าได้กราบปีศาจเป็นอาจารย์" อี้เทาพึมพำกับตัวเอง

"เจ้าว่าผู้ใดเป็นปีศาจ" หลิ่วอินปรากฏตัวขึ้นพร้อมใบหน้าบูดบึ้ง

"อาจารย์" อี้เทาครางเสียงอ่อย

"ปลุกเจ้าลูกสุกรไปล้างหน้าแล้วมารับประทานอาหารเช้า จากนั้นเจ้าจะได้ไปทำสัญญาซื้อขายบ้านนี้กับหลานข้าเสียที" 

อี้เทารีบปลุกน้องชายที่พลิกตัวนอนคว่ำก้นโด่ง ถ้าเป็นยามอื่นเขาคงหัวเราะเย้าแหย่น้องรักไปแล้ว แต่เมื่อมีอาจารย์ปีศาจคอยบงการจึงได้เพียงเขย่าตัวหลิงหลงเท่านั้น

"ฮ้าวววว...... เช้าแล้วเหรอ" หลิงหลงยันตัวขึ้นมานั่งทั้งยังหลับตา กระเพาะน้อยๆร้องครวญครางจะไม่ตื่นก็ไม่ได้

"ไปล้างหน้าไป มีซาลาเปาที่คุณชายเจิ้งให้มาพอจะรองท้องได้ แล้วเราค่อยไปหาเถ้าแก่เจิ้งกัน"

สองพี่น้องจูงกันไปที่บ่อน้ำหลังบ้าน หลังหน้าล้างตาเสร็จแล้วก็มานั่งรับประทานซาลาเปาเป็นอาหารเช้า

"อาจารย์หิวหรือเปล่า" หลิงหลงถาม ปากก็เคี้ยวแก้มตุ่ย

"ข้าไม่มีความรู้สึกหิวแบบมนุษย์เพราะข้ามีแค่วิญญาณ นอกจากบางทีจะอยากรับประทานบ้าง" หลิ่วอินนั่งบนเก้าอี้แกะสลักงดงามมองดูลูกศิษย์ตัวน้อยที่นั่งกับพื้น

"แล้วที่จริงบ้านนี้เป็นแบบไหนกันแน่ เป็นแบบเมื่อวานหรือเป็นแบบวันนี้" อี้เทาถาม

"หึ เป็นได้ทุกแบบอย่างที่ข้าอยากให้เป็น บ้านหลังนี้อยู่ภายในวงเวทย์ของข้า ถ้าเจ้าตั้งใจเรียนต่อไปก็ทำได้เอง" หลิ่วอินกล่าวอย่างภูมิใจ

เด็กสองคนได้แต่พยักหน้า เมื่อวานก็เห็นกับตาตนเองแล้วจะไม่เชื่อก็ไม่ได้

หลังรับประทานเสร็จ ทั้งคู่ก็ออกจากบ้านมีหลิ่วอินมาโบกมือส่งถึงหน้าบ้าน ทั้งคู่พบเจิ้งจื่อยี่รออยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ เมื่อเห็นเด็กสองคนเปิดประตูออกมาเขาปราดเข้ามาพลิกหลินหลงดูจนพอใจแล้วก็มาลูบคลำอี้เทา แต่ถูกหลินหลงที่ตั้งสติได้กระโดดถีบเข้าก่อนที่เขาจะได้เปิดเสื้อของอี้เทา

"เจ้าคนวิปริต เด็กเล็กยังไม่เว้นแม้กลางวันแสกๆ เจ้าข้าเอ๊ย ช่วยด้วยๆ มีคนวิป.." หลินหลงพูดยังไม่ทันจบก็ถูกเจิ้งจื่อยี่ตะครุบปิดปากน้อยๆนั้น แต่ถูกหลินหลงกัดเข้าเต็มแรงจนต้องปล่อย

"โอ๊ย" เจิ้งจื่อยี่สะบัดมือเร่า ยังไม่ทันหายเจ็บก็ถูกหลินหลงพุ่งเข้าใส่ ด้วยความสูงของเด็กน้อยทำให้กระแทกถูกกล่องดวงใจของเจิ้งจื่อยี่จนคนร่วงลงไปนอนกุมส่วนนั้นหน้าเขียวอยู่ที่พื้น

"รุนแรงไปหรือไม่หลินหลง" อี้เทาก้มลงประคองเจิ้งจื่อยี่ขึ้นนั่ง ผู้ติดตามของเขาค่อยได้สติเข้ามาดูแล อี้เทาจึงถอยออกมาให้พวกเขาดูแลกันเอง

ผ่านไปพักใหญ่ เจิ้งจื่อยี่อาการดีขึ้นยกมือชี้หน้าหลินหลง

"เจ้าเด็กใจโหด ข้าอุตส่าห์เป็นห่วงเกรงว่าเจ้าจะบาดเจ็บ กลับตอบแทนข้าได้เจ็บนัก ซี๊ด..."

"แล้วเจ้าจะถอดเสื้อพี่ข้าทำไม" หลินหลงเท้าเอวถาม

"ข้าแค่จะตรวจดูอาการบาดเจ็บ หาได้มีความคิดลามกไม่"

"ถ้ามีก็กลายเป็นคนวิปริตแล้ว พวกข้ายังเป็นเด็กนะ" หลินหลงเบ้ปากใส่

"เฮอะ เจ้านี่นิสัยไม่น่ารักเหมือนหน้าตาแม้แต่น้อย ว่าแต่เมื่อคืนเจอสิ่งใดหรือไม่" เจิ้งจื่อยี่เปลี่ยนเรื่องก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนวิปริตเข้าจริงๆ

"ย่อมเจอ แต่ข้าขอไปเล่าให้บิดาท่านฟังคราวเดียวเลยแล้วกัน พวกเราไปทำสัญญาซื้อขายบ้านกันก่อน" หลินหลงเกรงว่าเถ้าแก่เจิ้งเปลี่ยนใจ จึงอยากจะทำสัญญาให้เสร็จสิ้น

"เช่นนั้นก็ได้" เจิ้งจื่อยี่พาสองพี่น้องกลับไปที่บ้าน ตอนนี้ยังเช้าเกินไปบิดาน่าจะยังไม่ออกไปที่เหลาสุรา 

เถ้าแก่เจิ้งหลวนคุนต้อนรับเด็กทั้งคู่อย่างดี จัดอาหารเช้าให้รับประทานที่หลินหลงฟาดจนพุงป่อง จากนั้นจึงพาไปพบผู้เฒ่าเจิ้งลี่เฉิง

"พวกเจ้าต้องไปทำสัญญากับบิดาข้า เชิญทางนี้" เถ้าแก่เจิ้งหลวนคุนพาเด็กๆเข้าไปตัวตึกด้านใน พบท่านผู้เจิ้งลี่เฉิงรออยู่แล้วที่ห้องหนังสือ

"คารวะผู้เฒ่าเจิ้ง" เด็กทั้งคู่ประสานมือด้วยมารยาทอันดี ทำให้เจิ้งจื่อยี่ทำปากมุบมิบทีกับเขาไม่เห็นจะมารยาทดีแบบนี้บ้าง

"นั่งสิ หลานข้ายืนยันว่าพวกเจ้าสองพี่น้องอยู่ที่บ้านต้นหลิวได้ข้ามคืนอย่างนั้นรึ" สายตาคมปลาบผิดกับผู้สูงวัยทั่วไปจ้องเด็กน้อยนิ่ง

"ถูกต้องแล้ว"

"เจ้าพบใครบ้าง"

"อาจารย์หลิ่วอิน" อี้เทาตอบ

"เช่นนั้นแสดงว่าท่านอายอมรับเจ้าจริงๆ และยังยอมรับเจ้าเป็นศิษย์ด้วยใช่หรือไม่"

"เป็นดังท่านว่า และอาจารย์บอกว่าให้ท่านเข้าไปพบท่านที่บ้านด้วยหลังจากทำสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้ว" หลินหลงบอก เด็กน้อยกลัวว่าท่านผู้เฒ่าจะบิดพริ้ว

"เจ้าเด็กน้อยนี่คงกลัวว่าข้าจะบิดพลิ้วล่ะสิ ต่อให้ข้าอยากบิดพริ้วจริงข้าก็ไม่กล้ากับท่านอาหรอก เจ้าประทับลายนิ้วมือตรงนี้ก็ถือว่าบ้านหลังนั้นเป็นของเจ้าโดยสมบูรณ์" ผู้เฒ่าเจิ้งหัวเราะ ออกจะเอ็นดูเด็กน้อยอยู่มาก

หลินหลงอ่านสัญญาอย่างรอบคอบ เห็นว่าเรียบร้อยดีก็ประทับลายนิ้วมือลงบนกระดาษแล้วส่งให้พี่ชายเก็บไว้ ท่ามกลางสายตาทึ่งๆของคนตระกูลเจิ้ง

"เอาล่ะ ข้าจะพาท่านไปหาท่านอาจารย์ เสร็จธุระแล้วพวกเราจะได้เริ่มขนย้ายกันเสียที" หลินหลงกระโดดลงจากเก้าอี้ เด็กน้อยจูงมือพี่ชายก้าวนำทุกคน แต่ถูกผู้เฒ่าเจิ้งพานั่งรถม้าไปแทน


เมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าบ้านเขียวที่พวกหลินหลงเพิ่งทราบว่าที่จริงแล้วชื่อบ้านต้นหลิว ทุกคนต่างตะลึงเมื่อเห็นบ้านที่ร้างมานานดูแวววับเหมือนมีคนมาทำความสะอาด หลินหลงเปิดประตูเชื้อเชิญทุกคนเข้าไป แต่ปรากฏว่าเฉพาะคนตระกูลเจิ้งเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้ ส่วนบ่าวไพร่คล้ายถูกกำแพงล่องหนกั้นไว้

"พวกเจ้าจงรออยู่ด้านนอก" ผู้เฒ่าเจิ้งสั่งบ่าว ดวงตาของเขาทอประกายรำลึกถึงความหลังขณะที่เดินผ่านประตูเข้าไป

หลินหลงชักนำทุกคนไปยังห้องโถง ก็เห็นบุรุษรูปงามนั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าบ้าน ห้องโถงรกร้างเมื่อเช้าเปลี่ยนเป็นสะอาดสะอ้าน มีเก้าอี้ทำจากไม้สูงค่าสลักเสลาอย่างปราณีต ประดับด้วยพรมปูลาดอยางดี

"ท่านอา" ผู้เฒ่าเจิ้งเสียงสั่น งกๆเงิ่นๆคารวะหลิ่วอิน ส่วนสองพ่อลูกเจิ้งหลวนคุนและเจิ้งจื่อยี่อ้าปากค้าง

"โตขึ้นมากเลยนะลี่เฉิง" หลิ่วอินทักขึ้นด้วยเสียงอบอุ่น ที่หลินหลงคิดว่าสร้างภาพมากๆ



ความคิดเห็น