ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ท่านพี่อย่าทำให้กลัว

ชื่อตอน : ท่านพี่อย่าทำให้กลัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2561 19:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านพี่อย่าทำให้กลัว
แบบอักษร

หลังจากการเข้าครัวทำอาหารครั้งนั้นทำให้แม่สามีโปรดเย่จงมากขึ้น ลูกเจี๊ยบพันปีสูตรช่วยชะลอวัยคืนความสาว ไทเฮาบังคับสูตรลับจากปากของเย่จงจนลอกสูตรลับไปได้จึงยอมปล่อยชายหนุ่มออกมา

“อือ ออกแรงอีกนิด เราอยากได้ลูกพรุนชิ้นนั้น อ้ำ” เย่จงในสภาพนอนเอกเขนกขาไหล่มีสาวใช้นวดซ้ายขวา ปากอ้ารับของป้อนจากมือสาวใช้มือนิ่ม

สวรรค์ สวรรค์ มีสาวๆประกบซ้ายขวารื่นรมย์นัก เย่จงยิ้ม กริ่มจนกระทั่งเจ้าของจวนเดินเข้ามา

“ดูท่าพระชายามีความสุขจริงๆ” อ๋องลี่หยางยืนมองคนตรงหน้า

“ท่านไม่เคยได้ยินหรือ ไม่เสพสุขระวังสวรรค์จะลงโทษ”

“หึ ก็คงจะจริง” อ๋องลี่หยางโบกมือไล่สาวใช้ให้ออกไปจากบริเวณ

“ท่านอ๋องข้าน้อยเป็นเพียงผู้หลงทางเข้ามาไม่ทราบท่านมีแผนเช่นไรระยะยาว”

เย่จงโดยปกติมีนิสัยสบายๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าโง่งม ตั้งแต่เล็กจนโตมีแต่คนคอยจ้องหน้าตาที่งดงามราวภูติของตนทั้งหญิงและชาย ดังนั้นสิ่งที่ควรมีก็คือเขี้ยวเล็บ นานวันเข้าเขี้ยวเล็บก็ได้กลายมาเป็นเนื้อเดียวกับตนเอง เรื่องเล็กน้อยอย่างความคิดคนตรงหน้าก็พอจะเดาได้

“พระชายาคิดอย่างไรละ” อ๋องลี่หยางลงนั่งข้างๆชายหนุ่ม

“ไม่คิด” เย่จงดึงเส้นผมที่ถูกชายตรงหน้าเอาไปม้วนนิ้วเล่น

“คิดบ้างก็ดีนะ” อ๋องลี่หยางยิ้ม

“เราเป็นผู้ชายไม่ชอบเรื่องหยุมหยิมคิดมากเช่นผู้หญิง” เย่จงตอบชายหน้ากาก

อ๋องลี่หยางยิ้มเย็นก่อนจะใช้มือจับคางเย่จงให้หันมามองที่ตน

“พระชายาดูเจ้าจะไม่ค่อยเข้าใจ ขณะนี้เจ้าเป็นหมากตัวใหญ่ตัวประกันหนึ่งเดียวของแคว้นใต้ หากตายไปก่อนเจ้าครองแคว้นตัวน้อยจะเติบใหญ่จนว่าราชการด้วยตัวเองได้

แคว้นฉีในฐานะแคว้นที่ชนะศึกและรับเครื่องบรรณาการคงต้องเปลี่ยนเจ้าครองแคว้น

แคว้นใหญ่อย่างฉีไม่มีปัญหาที่จะกลืนแคว้นเล็กเช่นแคว้นใต้เข้าปาก แต่...คนแคว้นใต้คงแค้นและสาปแช่งชายารักจนตกนรกหมกไหม้”

“หมายความว่า…” เย่จงมีลางสังหรณ์ไม่ดี

“ทหารของเราพบศพสตรีนอนเสียชีวิตในแม่น้ำทางผ่านของขบวนเจ้าสาว เจ้าคิดเช่นไรเล่า” เย่จงกลืนน้ำลาย

“เออ...” เขาพยายามอ้าปากเอ่ยคำพูด นี่เขาต้องมาปลอมตัวสวมชุดรุ่มร่ามเช่นนี้ตลอดชีวิตหรือไง ไม่เอานะ

“พระชายาที่รักไม่ต้องตื้นตันใจที่จะได้อยู่กับเราไปอีกนานเท่านาน เดิมก่อนหน้าเราก็กลุ้มใจอยู่จะจับเจ้าสาวตัวประกันเมืองไปโยนขังไว้ส่วนไหนของจวนดี แต่เมื่อเห็นหน้าพระชายารัก...” อ๋องลี่หยางค่อยๆลูบเส้นผมของเย่จง เล่นเอาเย่จงขนลุก

เย่จงน้ำตาไหล ผู้ชายตรงหน้าช่างเหมือนฆาตรกรโรคจิตจริงๆ

ทุกวันชายหนุ่มได้แต่เป็นตุ๊กตาให้สาวใช้จับแต่งตัวโดยมีอ๋องหน้ากากเหล็กนั่งชม ชีวิตอะไรมันจะแย่ได้ขนาดนั้น เย่จงทั้งชีวิตก็มีบ้างที่คิดอยากนั่งกินนอนกินสุขสบาย แต่พอเอาเข้าจริงชีวิตที่ไม่ทำงานมันไร้ค่าสิ้นดี เมื่อคิดได้เขาจึงลุกขึ้นมาต่อต้านชีวิตง่อยเล็กๆ

“ทนไม่ไหวแล้ว!” ชายหนุ่มใช้มือปัดมือนุ่มๆที่คอยแต่งผมแต่งหน้า

“หือ?” อ๋องลี่หยางเลิกคิ้ว ชายหนุ่มนั่งเอกเขนกพิงพนักเก้าอี้มองพระชายาที่ถูกสาวใช้จับแต่งตัว

“เบื่อ” เขาบอกคนตรงหน้า นับวันยิ่งชินกับพฤติกรรมโรคจิตของคนตรงหน้า ทุกครั้งที่เขาโดนจับแต่งตัวแล้วหงุดหงิดชายตรงหน้าดูเหมือนจะมีความสุข

“หยวนเอ๋อร์ของพี่อยากทำอะไรละ?” เย่จงคิ้วกระตุก หยวนเอ๋อร์?

“เรียกอาจงดีกว่า” อ๋องหน้ากากเหล็กอดหยิกแก้มชายาของตัวเองไม่ได้

“อย่าทำรุ่มร่าม” เย่จงปัดมือ

“อาจงอยากทำอะไร?”

“เราขอเปิดครัวเองได้ไหม” เย่จงช้อนตาอ้อนขอคนตรงหน้า

“จะทำแบบครั้งที่แล้วไหม?” อ๋องลี่หยางถามคนตรงหน้า ครั้งก่อนกว่าจะลิ้มรสอร่อยก็เล่นเอาแสบไปถึงคอ

“ไม่ทำแล้ว” เย่จงยิ้มประจบ

“ได้ แต่อาหารสำหรับเราคนเดียว”

“เปิดร้านทำขายได้ไหม”

เย่จงเริ่มหยั่งเท้าขอเพิ่ม เขาคือพ่อครัวมือวางอันดับโลกเลยจะให้ทำอาหารเลี้ยงคนแค่คนเดียวดูจะฟุ่มเฟือยไปไหม

“จะเอาครัวไหม?”

“ก็ได้ ก็ได้ ทำให้ท่านคนเดียว”

ครัวขนาดเล็กถูกสร้างขึ้นข้างๆเรือนนอนหลักของเย่จง ถึงจะบอกว่าขนาดเล็กแต่ก็ใหญ่กว่าห้องครัวที่เขาเคยทำงานถึงเท่าตัว ทุกวันจะมีวัตถุดิบที่เขาเขียนขอไว้มาส่งทุกวัน วัตถุดิบทุกอย่างล้วนสดและใหม่คุณภาพดีเยี่ยม

“วันนี้เราจะทำต้นอ่อนผัดน้ำมัน ไก่ตุ่นแม่ลูก กระเพาะหมูผัดผักน้ำแดง” เย่จงบอกรายการอาหารแก่สาวใช้

“พระชายากระเพาะหมูเหม็นคาวมาก เกรงว่าท่านอ๋องจะไม่โปรด”

จิ้นเอ๋อร์เป็นสาวใช้ที่ถูกส่งมาดูแลชายหนุ่ม เธอเคยเห็นท่านอ๋องโยนอาหารกลิ่นแรงทิ้งแถมสั่งโบยพ่อครัวไปเกือบสิบไม้ แล้วกระเพาะหมูกลิ่นแรงจะดีหรือ

“ไม่เหม็นหรอก เอาไปแนบไฟเสร็จก็มาขูดสิ่งสกปรกออก เอาไปล้างน้ำเกลือก่อนล้างน้ำเปล่า ทำแบบนี้ซักสามรอบจนกลิ่นหมด ส่วนตอนจะหั่น ถ้าหั่นตามเส้นกล้ามเนื้อก็จะเหนียวๆ ถ้าหั่นขวางตามเส้นแบบนี้ก็จะไม่เหนียว” พูดเสร็จก็ธิตให้ผู้ช่วยดู

อาหารทุกจานล้วนทำอย่างปราณีต เย่จงถือคติทำด้วยใจก็จะได้ใจคนกิน อาหารหลักสามจานถูกลำเลียงขึ้นวางบนโต๊ะ

“ข้าวทำไมสีม่วง?” อ๋องลี่หยางมองถ้วยข้าวขาวของตนเองที่ขณะนี้เปลี่ยนเป็นสีม่วง

“หุงกับดอกอัญชัน ท่านลองดูจานนี้ ต้นอ่อนถั่วผัดน้ำมันเราหั่นเนื้อเป็นเส้นเล็กๆ”

“อือ” ชายหนุ่มคีบกินทีละคำ

อาหารของพ่อครัวจวนเขาที่แล้วมาห่วยหรือพระชายาทำอาหารถูกปากของเขากันนะ ช่างเถอะแค่ไล่พวกไร้ค่าแล้วให้อาจงของเขาทำอาหารให้กินทุกมื้อแทนท่าจะดีกว่า

“เราตัดสินใจไล่พวกไร้ค่าที่ทำอาหารห่วยกว่าเจ้ากลับวังหลวงไปดีหรือไม่” ชายหนุ่มยิ้มเอาใจคนตรงหน้า

“...” ไม่ใช่พวกเขาไร้ค่า แต่เป็นเพราะท่านลิ้นสูงไปต่างหาก เย่จงคิด

พ่อครัวจวนล้วนน้ำตาไหล พวกเขาต้องถูกส่งกลับวังเพราะไร้ฝีมือจริงๆหรือ

เย่จงยืนมองคนตรงหน้าเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ

“เจ้าไม่นั่งลงกินด้วยกัน?”

“นั่งทานด้วยกันกับท่านได้?” เย่จงไม่เคยนั่งร่วมโต๊ะกับลูกค้ามาก่อน

“เจ้าเป็นพระชายาเราก็สมควรนั่งร่วมโต๊ะกับเรา”

“ขอบคุณ” เย่จงหยิบถ้วยข้าวขึ้นมา

“ท่านอ๋องทำไมเราไม่เคยเห็นสตรีของท่านที่จวนนี้เลยละ” เย่จงอดเปิดปากถามไม่ได้ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่จวนแห่งนี้ไม่เคยเห็นสตรีของชายตรงหน้าซักครั้ง

“ไม่มี”

“ไม่มี?” เย่จงวางตะเกียบ

“เจ้าเป็นสตรีคนแรกและหนึ่งเดียวของเราในจวน” อ๋องลี่หยางคีบเนื้อวัวเส้นวางลงบนถ้วยข้าวคนตรงหน้า

“ท่านนิยมเล่นกีฬาชนช้าง?”

“กีฬาชนช้าง?” อ๋องลี่หยางวางตะเกียบลง

“ใช่ งวงช้างทั้งคู่”

พรวด! แค่ก แค่ก อ๋องหน้ากากสำลักข้าวจนหน้าแดงหน้าดำ

“ค่อยๆกิน นี่แหละนะกินไปพูดไปก็สำลักเช่นนี้ละ” เย่จงพูดจบก็พุ้ยข้าวเข้าปาก

“…”

ความคิดเห็น