facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 22 : หน้าที่ [50%ครึ่งตอนแรก] 💛​​

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 : หน้าที่ [50%ครึ่งตอนแรก] 💛​​

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.6k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 15:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 : หน้าที่ [50%ครึ่งตอนแรก] 💛​​
แบบอักษร

​เข้มข้นขนาดนี้ไม่พรีนิยายได้ไง

สอบถามเพิ่มเติม : Facebook Fanpage นิ้วกลาง


4 ชั่วโมงต่อมา

สายลมเย็นที่พัดผ่านเข้ามาในหน้าต่างบานใหญ่ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายขึ้น ผมเอนหลังนั่งพิงอกซีคที่กำลังนั่งพิงหัวเตียง เสียงผ่อนลมหายใจของอีกฝ่ายดังให้ได้ยินทำให้ริมฝีปากหลุดยิ้มที่วินาทีนี้ถึงจะอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายแต่เราทั้งสองต่างมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ

“ท่านยังเจ็บแผลอยู่รึเปล่า” ผมถามเพราะเห็นว่ามีเลือดไหลซึมออกมาจากผ้าจนเปื้อนหมอนที่รองขาซีคเอาไว้ ถึงมันจะไม่มากก็แต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี

“มันชาไปหมดแล้วล่ะ” แค่พูดไม่พอซีคยังลองยกขาให้ดู

“อย่าขยับสิ เดี๋ยวอักเสบ !” แค่เห็นว่าผมเป็นห่วงซีคก็ขำในคอแล้วใช้อ้อมแขนโอบกอดเอวผมไว้อย่างหลวม ๆ  

“ห่วงข้ารึ” เขาถาม ไม่รู้ทำไมพอฟังแล้วหัวใจถึงได้เต้นแรงกว่าปกติ

“เปล่า !” ที่ตอบออกไปเสียงห้วน ๆ เป็นมะนาวไม่มีน้ำ

“จนผัวจะตายอยู่แล้ว ยังปากแข็งอยู่ได้”

“ผัวบ้าผัวบออะไรกัน ฟังแล้วจั๊กจี้เป็นบ้า หยุดพูดเถอะท่าน ข้าจะนอน” ผมพูดปัดแล้วดึงผ้ามาห่ม ไม่อยากจะเสวนาต่อกับคนชีกอไม่ดูเวล่ำเวลา

“สถานการณ์แบบนี้เจ้ายังหลับลงอีกรึ” ซีคไม่พูดเปล่า เขาดึงผ้าห่มออกแล้วใช้มือข้างขวาเชยคางผมให้เงยหน้ามองไปยังเขา ผมรีบสะบัดหน้าหนีรู้ตัวดีว่าเขินจนแก้มสองข้างออกสีแดงจาง ๆ แต่ซีคก็จับหน้าผมให้หันกลับไปทางเขาอีกครั้ง

“รู้ตัวไว้ซะวีนัสว่าเจ้าควรพยศให้มันน้อย ๆ หน่อย”

“ข้าเปล่าพยศ เอะอะก็หาว่าข้าพยศอยู่ได้ ! เมียนะไม่ใช่ม้าจะพยศได้ไง !” บอกตามตรงว่าไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่นี่แหละที่เรียกว่าพยศ ซีคคลี่ยิ้ม เขาเลื่อนนิ้วมาจิ้มบนหน้าผากผมแล้วคลึงนิ้วลงเบา ๆ ก่อนใช้คำพูดเปรียบเทียบเชิงเย้าแหย่ที่ฟังแล้วชวนให้คิดตามว่าคนอย่างเขามีอารมณ์ขันด้วยหรอ

“หน้าบึ้งบูดเป็นตูดม้าแถมยังเริ่มขึ้นเสียงกับข้าแบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าพยศแล้วจะเรียกว่าอะไร” อ้อมแขนแกร่งออกแรงกระชับกอดให้แน่นกว่าเก่าพลางยื่นหน้ามาหา ฝ่ามือหนาไล่ลูบตามพวงแก้มบวมช้ำแล้วละมือมาเกลี่ยที่ไรผมอ่อนนุ่ม ผมชำเลืองตามองมือนั้นและดูทุกการกระทำของเขาเพราะเราไม่เคยทำกันแบบนี้มาก่อน

“คนนี้น่ะรึเมียแต่งข้า” ซีคพูด ขณะนั้นนิ้วโป้งก็วนลูบบนรอยช้ำเหนือคิ้ว

“เป็นคนธรรมดา ปากร้าย ไม่ยอมใคร มาจากประเทศไทย แถมยังเป็นผู้ชายอีก ข้าชักไม่แน่ใจแล้วสิว่าเราเป็นเนื้อคู่กันจริง ๆ รึเปล่า ฮ่า ๆ” อย่าว่าแต่เขาไม่แน่ใจเลย ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโชคชะตาวาสนาเล่นบ้าอะไรผมถึงได้มาพบรักต่างแดนได้แฟนเป็นผู้ชายแถมดันเป็นถึงเจ้าชายอีกต่างหาก  

“ใช่ ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” ผมพยักหน้ารัว นี่เราเป็นอะไรไปทำไมท่าทางและคำพูดถึงได้เงอะงะจนดูตลกไปหมด แต่กลับกัน ซีคดันขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

“เอาอย่างนี้ ถ้าไม่แน่ใจข้าจะพาเจ้าไปดูดาวฤกษ์ทางทิศเหนือ ที่นั่นมีดาวดวงหนึ่งชื่อดาวลูซิอัส มาจากภาษาละตินแปลว่าแสงสว่าง บรรพบุรุษข้าเชื่อว่าเฉพาะคนในราชวงศ์และคู่แท้ของเขาเท่านั้นที่จะเห็นดาวดวงนั้น ซึ่งแม่ข้าเห็น แม่พี่ท่านก็เช่นกัน”

“นั่นก็หมายความว่าท่านทั้งสองคือคู่แท้กันงั้นหรอ”

“ใช่” ทันทีที่ซีคพูดจบผมก็หลบเลี่ยงสายตาไปทางอื่น ไม่ใช่กลัวว่าตัวเองจะมองไม่เห็นดาวลูซิอัสแต่กลัวว่าเราจะไม่มีโอกาสได้กลับไปยังเมืองเอิร์กเพื่อดูดาวดวงนั้นมากกว่า และเพราะเป็นพวกเก็บอารมณ์ไม่เก่งซีคเลยรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“เป็นอะไรไปวีนัส” เขาถามพร้อมเขย่าตัวผมเบา ๆ

“เปล่า ข้าแค่กลัว…”

“กลัวอะไร”

“ข้ากลัวว่าเราจะไม่ได้กลับไปดูดาวลูซิอัส ข้ากลัวว่าเราจะตายก่อนกลับไปที่นั่น”

“โถ่ อย่าพูดแบบนั้นสิ” ฝ่ามือหนาจับมือผมไว้ ซีคดึงผมไปกอดแน่นกว่าเก่า ผมพยักหน้าตอบเงยมองหน้าเขาครั้นในใจคิดว่าเกลียดความกลัวที่มันทำให้ผมกลายเป็นคนอ่อนแอยิ่งนัก

แต่แล้วประตูห้องก็เปิดเข้ามาพร้อมกับใครบางคนที่สวมชุดสีขาวล้วน ผมไล่สายตามองตั้งแต่รองเท้าหนังขึ้นไปยันใบหน้าก็พบว่าคนคนนั้นคือนายหัว มันหัวเราะเยาะเย้ยเมื่อเห็นซีคกำลังปลอบผมคนที่เพิ่งถ่มน้ำลายใส่หน้ามันไปเมื่อตอนเย็น คงจะชอบใจที่เห็นว่าพวกเราหมดทางสู้เต็มที

“ดูเหมือนจะมีคู่รักอยากไปดูดาวด้วยกัน ฟังแล้วโรแมนติกยิ่งนักจนอยากเอาไปแต่งเป็น… นิยาย” ไม่พอมันยังกระแทกไม้เท้าลงพื้นหนึ่งครั้งแล้วก้าวขาเดินมายืนชิดข้างขอบเตียง

“ไง… วีนัส เอพพิล็อก นักแต่งนิยายสัญชาติไทยที่ออกเดินทางมาเมืองเอิร์กเพื่อตามหาแรงบันดาลใจแต่ต้องมาตกระกำลำบากเพราะรักแท้…” มันหยุดยืนอยู่ข้างเตียงและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“แหมถ้าข้าเป็นเจ้านะ ป่านนี้ข้ายอมยกตัวเองเป็นเมียเก็บนายหัวไปแล้ว ในเมื่อเอิร์กรับได้ที่ท่านซีคมีเมียแต่งเป็นผู้ชาย เพราะงั้นชอวน์ก็ไม่น่าจะมีปัญหา บางทีทหารของข้าอาจชอบที่มีนายหญิงเป็นผู้ชายก็ได้” คำพูดสกปรกของมันทำเอาซีคกำมือแน่น และมันก็เดินเข้ามาใกล้อีกก่อนยกไม้เท้าขึ้นมาจรดที่สันกรามของผมแล้วกดน้ำหนักเหมือนสั่งให้ผมเชิดหน้ารับ

“อาห์… ไม่ธรรมดา… ” เพราะความขยะแขยงผมจึงสะบัดหน้าหนี และซีคก็ปัดไม้เท่านั้นออกก่อนตะโกนลั่น

“อย่าแตะต้องเมียข้า !” ซีคกัดฟันแค่นเสียงบอกด้วยความไม่พอใจ เขาผลักผมออกแล้วย้ายตำแหน่งมานั่งข้างหน้าเพื่อเอาตัวเองบังผมไว้ ทำให้ไอ้นายหัวไม่พอใจอย่างมาก มันเม้มปากถลึงตาใส่เราสองคนอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“เจ้าชาย ! กำลังจะตายอยู่แล้วยังไม่รู้จักลดราวาศอกอีกรึ !” มันใช้ไม้เท้าชี้หน้าซีคที่ส่งสายตามองมันด้วยแววตาราวโรจน์โกรธสุดขีด

“ข้าไม่จำเป็นต้องอ่อนข้อให้คนชั้นต่ำชิงสัตว์หน้าขนมาเกิดเยี่ยงเจ้า !”

“ดี ! งั้นข้าจะยื่นข้อเสนอสุดท้ายตรงนี้ ! ถ้าท่านยอมส่งตัวเมียท่านไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เมียท่านและทหารทุกคนจะเป็นอิสระ แต่ถ้าไม่ !” พูดไม่ทันจบมันก็หยิบปืนกระบอกเดิมออกมาจ่อกลางหน้าผากซีคแล้วพูดต่อ

“ลูกตะกั่วจะฝังหัวท่าน”

“เดี๋ยว !” ผมหยัดตัวลุกขึ้นนั่งคุกเข่ารีบปัดกระบอกปืนไปทางอื่น เพราะถ้าไม่เป็นคนเจรจาเองซีคคงทำให้มันโมโหจัดจนอาจลงมือฆ่าเขาขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้

“เราค่อย ๆ คุยกันดีกว่า” น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคออย่างฝืน ๆ ก่อนผมจะคลานเข่าออกมาจากข้างหลังซีคแล้วก้าวขาลงจากเตียง

“วีนัส ! อย่า” ซีคฉุดข้อมือผมไว้

“ไม่เป็นไร ท่านไม่ต้องห่วง” ไม่ใช่แค่น้ำเสียงหนักแน่นที่เป็นตัวบอกกับซีคว่าทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยดี แต่ผมยังบีบฝ่ามือนั้นเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืนก้าวขาไปหานายหัวที่เหน็บกระบอกปืนไว้กับซองปืนข้างเอว

“ถ้าเรายอมไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทหารใต้อำนาจของเราจะเป็นอิสระจริงรึเปล่า” ผมแกล้งถามทั้งที่ในใจไม่เชื่อคำพูดของมันเลยสักนิด มันยิ้มรับแล้วเอื้อมมือมาจับไหล่ผมสองข้างก่อนลูบมือลงมาจนสุดปลายแขน ฝ่ามือหยาบกร้านออกแรงขยำฝ่ามือชุ่มเหงื่อของผมบ้างลูบไล้ไปมาจนรู้สึกขนลุก

“ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าการที่ข้ายื่นข้อเสนอนี้ก็เพื่อท่านทั้งสอง ลองคิดดูสิว่าตอนนี้ท่านอควาห์ก็ตายไปแล้ว เหลือแต่น้องชายที่ถ้าขึ้นครองราชย์ยังไงซะก็ไม่มีองค์รัชทายาทให้สืบทอด ซึ่งเอิร์กก็คงล่มสลายเข้าสักวัน ถ้าไม่อยากให้เป็นแบบนั้นนอกจากบ่อน้ำมันแล้วก็ยกเมืองทั้งเมืองให้ข้าเถอะ”

“ฟังดูดีนี่” ผมเอ่ยชมในความคิดอันโง่เง่าของมัน ถึงซีคจะไม่มีองค์รัชทายาทให้สืบทอดแต่เขาคงไม่ปล่อยให้เอิร์กล่มสลายเป็นแน่ และพอคิดทบทวนดีแล้วจึงรู้ว่านายหัวตั้งใจยึดครองเอิร์กตั้งแต่แรกโดยดูจากเหตุการณ์ที่เคยส่งคนไปลอบฆ่าท่านอควาห์นั่นก็เพราะรู้ว่าซีคไม่มีคู่หมั้น และถ้าโอรสที่หนึ่งสิ้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโอรสที่สองที่ต้องขึ้นครองราชย์แทน แต่ในเมื่อไม่มีองค์รัชทายาทให้สืบทอดมันจึงแกล้งยื่นมือมาช่วยด้วยการเอาเรื่องบ่อน้ำมันมาอ้าง แต่แท้จริงกำลังใช้สันดานโจรปล้นแม้กระทั่งบ้านเมืองคนอื่น

สายตาผมชายมองไม้เท้าในมือข้างซ้ายของมัน แต่จู่ ๆ ไอ้นายหัวก็ชักปืนออกมาอีกครั้งแล้วจ่อเข้าที่กลางหน้าผากผม มันคงจับได้ไล่ทันว่าผมกำลังคิดไม่ซื่อ

“ลงไปนั่งซะและอย่าแม้แต่จะคิดต่อกรกับกระหม่อม ท่านวีนัส” เกลียดนักเวลาใช้คำนำหน้าว่า ‘ท่าน’ กับพวกเราทั้งที่ความจริงไม่มีความเคารพให้เลยสักนิด

ซีคฉุดข้อมือผมให้ลงไปนั่งกับเขา ผมยอมทำตามอย่างว่าง่ายโดยไม่ขัดขืน และมันก็ใช้มืออีกข้างกระดิกนิ้วชี้ซ้ำ ๆ ส่งสายตามองมายังดาบสั้นเป็นการบอกโดยภาษากายว่าให้ผมส่งดาบให้มัน ผมจำเป็นต้องหยิบดาบสั้นที่วางไว้หัวเตียงยื่นให้เพราะขณะนั้นปลายกระบอกปืนก็ยังคงจ่อลงมากลางหน้าผากผม

“รักกันมากขนาดนี้ตายพร้อมกันเลยดีมั้ย” พูดจบไอ้นายหัวก็โยนดาบสั้นไปข้างหลัง ผมมองตามอยากจะไปเก็บแต่ซีคก็กอดผมไว้แล้วพูดเบา ๆ ข้างหู

 “นิ่งไว้วีนัส”

“ใช่ นิ่งไว้ กระหม่อมเองก็ไม่อยากปลิดชีวิตท่านทั้งสองนักหรอก ลำพังท่านอควาห์เองข้ายังเสียดายที่ต้องฆ่าทิ้งเสียเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ รู้อย่างนี้ไม่น่าสั่งให้เอกอลลากคอไปฆ่าหลังเนินทรายแล้วควักหัวใจมาให้ดูเลยจริง ๆ เฮ้อ… นี่ข้าเสียนักพัฒนาไปหนึ่งคนแล้วสินะ… เอาเป็นว่าข้าจะไว้ชีวิตพวกท่านก็แล้วกัน เผื่อสักวันจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย”

ฟังแล้วมันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลยสักนิดที่รู้ว่ามันจะไว้ชีวิตพวกเรา ปลายกระบอกปืนถูกเคาะลงหน้าผากผมซ้ำ ๆ เหมือนตั้งใจเย้ยหยันและขู่ขวัญให้กลัวเล่น ๆ ผมเบือนหน้าหนีเหงื่อแตกซิกเต็มหน้าผาก ก่อนที่หูสองข้างจะได้ยินเสียงดัง

ปัง !!!

เสียงปืนดังลั่นห้อง ผมสะดุ้งตัวโยนเพราะความตกใจจึงรีบยกมือขึ้นสองข้างมาอุดหูตัวเองก่อนจะหันหน้าไปทางประตูห้องก็พบว่าต้นเสียงของการลั่นไกปืนดังมาจากชายปริศนาที่สวมชุดขาวล้วนและมีผ้าโพกพันศีรษะสีดำลงมาจนถึงลำคอเพื่อปกปิดใบหน้า

“พี่ท่าน !” ซีคพูด

คำพูดของซีคทำให้ฉงนในใจไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นท่านอควาห์ในเมื่อท่านอควาห์ตายไปแล้ว และแล้วความสงสัยก็ถูกเฉลยเมื่อชายคนนั้นเงื้อมือข้างขวาขึ้นมาคลี่ผ้าสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้าออกเผยเห็นใบหน้าขาวแก้มสองข้างมีกะจาง ๆ สายตาเรียบนิ่งและผมสีส้มสว่างที่เป็นการยืนยันว่าคือท่านอควาห์จริง ๆ

ท่านอควาห์ที่ใช้ปืนยิงเข้ากลางหน้าอกของนายหัวด้วยมือข้างซ้าย ผมแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าจะเป็นเขาที่ปกติเอาแต่อ่านหนังสืออยู่ในห้อง

“เพราะความใจร้อนของพวกเจ้า เกือบพากันตายหมดแล้วเห็นมั้ย” เขาพูดพร้อมเดินเข้ามาหาเราสองคน ขาข้างซ้ายใช้เขี่ยร่างของนายหัวให้พ้นทางก่อนจะจิ๊ปากด้วยความไม่สบอารมณ์

“พี่ท่านยังไม่ตาย” ซีคพูดแล้วฝืนลุกขึ้นยืน แต่ท่านอควาห์ก็กดไหล่ซีคให้นั่งลงไปก่อน ผมพูดไม่ออกไม่รู้จะดีใจดีที่พบเขาหรือจะตกใจดีที่เห็นคนถูกยิงต่อหน้าต่อตาแบบนี้ และท่านอควาห์ก็หันหน้ามาพูดกระชากเสียงใส่ผมอย่างไม่เคยทำมาก่อน

“ถ้าเจ้าไม่กลับมา ทุกอย่างจะไม่ยุ่งยากแบบนี้ วีนัส” น้ำเสียงเขาขึ้นจมูกดูเหมือนไม่พอใจ ผมพยักหน้าตอบยอมรับความผิด แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขายังไม่ตาย

“พี่ท่านอย่าตำหนิวีนัสเลย เพราะถ้าเป็นข้า ข้าก็ทำเช่นเดียวกับวีนัส” ซีคกำลังปกป้องผม ซีครู้ว่าผมกำลังน้ำตาคลอเพราะคำตำหนิของท่านอควาห์ คนที่ใจดีกว่าใครแต่เมื่อถึงคราวดุขึ้นมาก็ทำเอาผมใจฝ่อได้เหมือนกัน

แต่แล้วร่างของนายหัวที่นอนหงายอยู่บนพื้นก็เริ่มขยับเขยื่อน มันชูมือข้างที่ถือปืนขึ้นหวังยิงมาทางท่านอควาห์ ผมกับซีคยังไม่ทันบอกให้ท่านอควาห์หลบแต่ท่านควาห์ก็หันหน้าไปแล้วลั่นไกใส่ชนิดที่ว่าแม่นยำเหมือนจับวาง

ปัง !!!

“อ๊าก !” กระสุนลูกนั้นทะลุผ่านข้อมือข้างขวาส่งผลให้กระดูกข้อมือแตกเลือดสีแดงสดไหลนองเต็มพื้น ท่านอควาห์นั่งลงข้างนายหัวอย่างช้า ๆ มันหายใจหอบส่งสายตามองกลับมาด้วยความเคียดแค้นและอาฆาต

“ตายยากนักนะ นายหัว”

“ทำไมแกยังไม่ตาย ! อ่ะ อั่ก !” มันถามท่านอควาห์ ซึ่งท่านอควาห์ก็ตอบออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ก็เอกอลทหารคนสนิทเจ้าน่ะสิ ดันกลับคำบอกว่าจะขอรับใช้เราไปตลอดชีวิต แถมยังฆ่าทหารไปหนึ่งนายแล้วควักหัวใจใส่กล่องไปให้ดูแทนหัวใจเรา ก็เจ้าออกปากเองไม่ใช่รึว่าจะไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเราตายจนกว่าจะเห็นหัวใจมนุษย์สด ๆ เสียใจด้วยนะนายหัว ที่ทหารของเจ้าไม่ได้ให้การรับใช้เจ้าจากหัวใจ รวมถึงสการ์เองก็เช่นกัน” มันเป็นแบบนี้นี่เอง ทันทีที่พูดจบท่านอควาห์ก็เรียกให้สการ์และเอกอลเข้ามาในห้อง

“สการ์ เอกอล เข้ามา” ทั้งสองเดินเข้ามาพร้อมกัน แค่นั้นนายหัวก็ถลึงตามองค้อนสองทหารที่หักหลังเขาจนเขาแพ้พวกเราหมดรูป

“ไอ้ !” มันพูดไม่จบเพราะโดนท่านอควาห์จ่อกระบอกปืนเข้าไปในปาก

“เจ้าเก่งเรื่องการพัฒนา แต่ดันโง่เขลาเรื่องการคุมคน เจ้าดีแต่ใช้อำนาจกดขี่ข่มเหง เพราะแบบนี้ไงทหารใต้อำนาจถึงได้พร้อมใจกันทรยศเจ้าทุกเมื่อ”

“ไอ้เลว ! แค่ก ๆ”

“ไง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะเชิญข้ากับไลลามาคุยที่นี่อีกมั้ย”

“อ่อก ! แค่ก ๆ” มันสำลักในคอเมื่อท่านอควาห์กดปลายกระบอกปืนลึกลงไปถึงคอหอยก่อนที่ท่านอควาห์จะพูดต่อ

“ใช้อะไรคิดที่รับสการ์ไปเป็นทหารข้างกายทั้งที่สการ์ให้การรับใช้น้องชายข้าตั้งแต่ยังเด็กแถมยังโตมาด้วยกัน ข้าอยากจะไว้ชีวิตเจ้านะ แต่ทั้งโง่ทั้งเลวแบบนี้ตายซะดีกว่า ขืนอยู่ต่อไปก็หนักแผ่นดินซะเปล่า”

ปัง !!!


------------------------------------------------

กรี๊ดดดดดดดดดดด นังไรท์ ทำไมเธอตัดแบบนี้ รอจ้า กำลังเข้มข้น อิอิ

​11.01.18

💛​อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้น้องวีนัสด้วยนะ💛​

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว