ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สตรีควรมีดีที่ปลายจวัก

ชื่อตอน : สตรีควรมีดีที่ปลายจวัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2561 22:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สตรีควรมีดีที่ปลายจวัก
แบบอักษร

“ไหนเงยหน้าให้เราดูหน่อย” ไทเฮาแคว้นฉีมองลงไปยังลูกสะใภ้สดๆร้อนๆ สายตาประเมินสตรีตรงหน้า

เย่จงเงยหน้ามองตรงไปยังคนสั่ง คราแรกไทเฮาสะดุ้งเล็กน้อยเนื่องจากไม่เคยมีใครกล้ามองหน้าตรงๆ ตัวเย่จงเองมาจากยุคที่ชีวิตทุกคนเท่าเทียมกันจึงไม่รู้สึกต้องหลบสายตาใครเวลาจะคุยด้วย

“ใบหน้างามสมกับเป็นองค์หญิงใหญ่แคว้นใต้ เสียก็แต่รูปร่าง...สูงใหญ่นิด”

เย่จงมุมปากกระตุกเล็กน้อย ไม่สูงใหญ่ได้อย่างไร เขาผู้ชายทั้งแท่ง ลูกกระเดือกใหญ่ขนาดนี้คนบ้าที่ยุคนี้มันตาบอดหมดกันหรือไง

ไทเฮารู้สึกอคติกับสะใภ้ผู้นี้เล็กน้อย ลูกของเธอต้องได้สิ่งที่ดีที่สุดแต่นี่... เอาเถอะอย่างน้อยใบหน้าผิวพรรณก็งดงามสมข่าวลือว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นใต้ แต่ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่งามไม่งามมันอยู่ที่อ๋องลี่หยางต่างหาก

“ลี่เอ๋อร์เจ้าพอใจหรือไม่” ไทเฮาอดถามบุตรคนโตไม่ได้

“พอใจมากพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่” อ๋องลี่หยางยิ้ม

“เมื่ออ๋องลี่หยางมีความสุขเราฮ่องเต้ก็ดีใจ กงกงส่งของขวัญให้พระชายาอ๋องลี่หยาง” ฮ่องเต้หนุ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขาดีใจที่พี่ใหญ่ยิ้มออกมาได้ นานแค่ไหนไม่เห็นรอยยิ้มพี่ใหญ่ เหลือแต่ยอมให้พี่ใหญ่ถอดหน้ากากเหล็กออกเท่านั้น

“ขอบคุ...ขอบพระทัยเพคะ” เย่จงย่อตัวเล็กน้อย คงต้องตามน้ำไปก่อน

กำไลหยกขาวใสแวววาวดูก็รู้ว่าของแพงถูกนำมามอบให้ชายหนุ่ม

“เย่หนิงเราได้ข่าวเรื่องความงามและความสามารถของเจ้ามานาน วันนี้จะมีโอกาสเห็นความสามารถของเจ้าที่เล่าลือมาหรือไม่” ฮ่องเต้อดเอ่ยขอชมความสามารถขององค์หญิงแคว้นใต้ไม่ได้

“...” เย่จงกลืนน้ำลาย

ความสามารถอะไรวะ เขาแอบเหลือบไปมองคนข้างๆ อ๋องลี่หยางยักไหล่ไม่สนใจทำให้เย่จงกัดริมฝีปากในใจก้นด่าคนข้างตัว

“หม่อมฉันไร้ความสามารถ มีเพียงงานอดิเรกเล็กๆไม่ทราบจะพอแสดงได้หรือไม่” เย่จงตอบฮ่องเต้

“งานอดิเรกใดหรือ” ไทเฮาอดสนใจไม่ได้

“หม่อมฉันขอเวลา 1 ชั่วยาม พร้อมครัวและลูกมือ” เย่จงตัดสินใจโชว์ฝีมือทำครัวของตนเอง เขามั่นใจว่าตัวเองทำอาหารไม่ด้อยไปกว่าพ่อครัววังแน่นอน

“เจ้าจะทำอาหาร?” ไทเฮาอดสงสัยไม่ได้ ไม่มีคุณหนูลูกผู้ดีคนไหนลงมือเหนื่อยทำอาหารเอง นี่นางเป็นถึงองค์หญิง

“ได้” ฮ่องเต้โบกมือเรียกให้กงกงไปจัดแจงเตรียมสิ่งที่พระชายาต้องการ

“เจ้าทำอาหารเป็น?” อ๋องลี่หยางกระซิบข้างหูคนข้างตัว

ด้วยความสูงที่ไม่ต่างกันมากนักของเย่จงและอ๋องหน้ากากเหล็ก ทำให้อ๋องลี่หยางไม่ต้องก้มลงกระซิบมากนักภาพจึงดูคล้ายหยอกเย้าแสดงความรักกัน 


เย่จงเดินตามกงกงไปโดยไม่สนใจคนยืนด้านข้างตน ชายหนุ่มจับเส้นผมที่มวยเกล้าแบบสตรีคลี่ออกก่อนมัดเก็บเส้นผมใต้ผ้าโพกหัว แม้ยุคนี้ไม่มีหมวกพ่อครัวแต่ก็ปรับเอาผ้ามาป้องกันเส้นผมหลุดลงอาหารได้ ชุดรุ่มร่ามถูกเขาใช้สายเชือกรัดถกเปิดแขน เสื้อถูกผ้ากันเปื้อนคลุมไว้เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกจากชุดตกลงในอาหาร

ภาพพระชายาเข้าครัวหลวงทำเอาพ่อครัวทั้งหลายแตกตื่น โดยเฉพาะท่าควงมีดบังตอของพระชายาที่คล่องแคล่วยิ่งกว่าหัวหน้าพ่อครัววังหลวงเสียอีก

“คนตรงนั้นเอาผักนี่ไปล้าง ล้างเสร็จหันแบบนี้ เจ้าคนยืนอ้าปากตรงนั้นเอาปลาตัวนี้ไปนึ่ง เจ้าคนตัวใหญ่ตรงนั้นไปหมุนเป็ดในเตาอย่างให้ไหม้!” เย่จงสั่งลูกมือในครัวให้วิ่งวุ่นเตรียมอาหารตามเขาสั่ง เขาอดโล่งใจไม่ได้ โชคดีที่มีมืออาชีพเหล่านี้เป็นลูกมือ

“เอาละ ของเด็ดครั้งนี้ลูกเจี๊ยบพันปี” เขาหันมายิ้มกับอาหารจานเด็ด ไข่นกใบเล็กๆถูกเจาะก่อนจะเทส่วนผสมไข่ รังนกแดง เหล้าจีน และเลือดนกเข้าไป

ไม่นานอาหารทุกอย่างก็เสร็จพร้อมทยอยขึ้นโต๊ะเสวย พ่อครัวที่เข้ามาช่วยรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับเมนูอาหารที่พระชายาใช้ให้พวกเขาช่วยปรุงขึ้น เมนูแปลกตารวมถึงการตกแต่งที่ไม่เคยเห็นทำให้พวกเขาอดมองที่อาหารทีพระชายาทีไม่ได้

อาหารเหล่านี้ล้วนใช้พละกำลังมากยิ่ง พ่อครัวทั้งหลายล้วนเหงื่อตกเมื่อทำหนึ่งรายการอาหาร แต่สตรีอ่อนหวาน (หรือเปล่า) ตรงหน้ากลับดูสบายๆไม่เหนื่อยล้าแต่อย่างใด

เมื่ออาหารทยอยขึ้นวางบนโต๊ะเสวย ผู้ทดสอบพิษเข้ามาตักทดสอบทีละจานจนครบก็เดินออกจากโต๊ะเสวย

“จานนี้คือ?” ฮ่องเต้มองปลาท้องกลมโตบนโต๊ะประดับด้วยผักแปดเซียน

“จานนี้ชื่อมงคลคู่เพคะ”

“มงคลคู่?” ฮ่องเต้อดสงสัยไม่ได้

เย่จงยิ้มก่อนค่อยๆขออนุญาตใช้ตะเกียบค่อยๆผ่าปลาออกจนเห็นปลายัดไส้ข้าวตัวเล็กอยู่ในท้อง ฮ่องเต้จึงอดร้องอ๋อไม่ได้

“แล้วจานนี้ละ” ไทเฮาสนใจนกพิราบทอดกรอบประดับด้วยไข่ปริศนาสีแดงฟองเล็กรอบตัวไม่ได้

“จานนี้ชื่อลูกเจี๊ยบพันปีเพคะ” เย่จงตอบ

“ทำไมมีชื่อแปลกเช่นนี้?” ไทเฮาสงสัย

“จานนี้เป็นอาหารช่วยเสริมความงามชะลอวัยเพคะ ผู้ชายทานเข้าไปธาตุหยางพลุกพล่าน สตรีใบหน้าอวบอิ่มราวย้อนวัยกลับไปวัยสาว” ไทเฮาได้ยินปุ๊บนัยน์ตาลุกวาวรีบตักเข้าปากทันที

“แล้วจานนี้?” อ๋องลี่หยางมองจานตรงหน้าตนเอง ราวกับพระชายาคนงามของเขาตั้งใจวางให้เขาทานผู้เดียว

“แกงเหลืองปลา” เย่จงไม่สนใจคนใจดำที่ปล่อยให้เขาเผชิญชะตากรรมซวยในวังแห่งนี้

“…” เมื่ออ๋องลี่หยางคีบเข้าปากเขาถึงกับทำตะเกียบค้างกลางอากาศเล็กน้อย เผ็ดจนอยากพ่นออกจากปากแต่ก็รสแปลกได้รสไม่คุ้นลิ้น เขาได้แต่กลืนลงไปพร้อมข้าวคำโต

เย่จงแอบขำไม่ได้ เขาตั้งใจไม่วางไข่เจียวคู่กับแกงเหลืองปลา แกงเหลืองไม่กินกับของทอดก็มีแต่นั่งพ่นไฟร้อนลวกคอให้เหงื่อตก แค้นนี้ได้รับการชำระแล้วก็มีความสุข

เขายิ้มมองคนตรงหน้านั่งกินของเผ็ดไปจนเหงื่อตกก่อนยกไข่เจียวไปให้ทานคู่

ความคิดเห็น