ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

4 อาจารย์ปีศาจ

ชื่อตอน : 4 อาจารย์ปีศาจ

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.5k

ความคิดเห็น : 56

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 13:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4 อาจารย์ปีศาจ
แบบอักษร

อาจารย์ปีศาจ รูปงามดุจเทพเซียนแต่นิสัยปรวนแปร ปากร้ายมาก


2018-01-08

สองพี่น้องจูงมือกันก้าวข้ามประตูใหญ่เข้ามา พอคล้อยหลังประตูก็ปิดเข้าหากันดังปังใหญ่

อี้เทาตัวสั่นนิดๆแต่มือยังกุมมือน้องไว้แน่น เด็กชายเหลียวมองไปรอบๆด้วยความหวาดระแวง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาด้านในจึงอดที่จะสนใจตามประสาเด็กไม่ได้

"ไปสำรวจหาที่พอจะนอนพักกันเถิด พอดึกลมจะแรงขึ้นเดี๋ยวเจ้าจะป่วยเอาได้" อี้เทาชวนน้อง

"ที่จริงข้ามองห้องโถงใหญ่ไว้ ไม่ทราบว่าฝุ่นจะมากหรือเปล่า" นิ้วสั้นป้อมชี้ไปทางตึกด้านหน้า

"ตัวตึกดูมั่นคงดี เรารีบไปสำรวจกันก่อนหมดแสงตะวันก็ดี"  อี้เทาเห็นด้วย มือหนึ่งกระชับห่อผ้าบนไหล่ มือหนึ่งกระชับมือน้องจูงกันเดินไปยังประตูเรือน

หลิงหลงที่มือว่างเป็นคนผลักประตูออก ประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างง่ายดายพร้อมเสียงดังครืนแบบที่หลิงหลงเคยได้ยินในครั้งแรก

"เมื่อเช้าตอนข้าแอบเข้ามาข้าก็ได้ยินเสียงแบบนี้" หลิงหลงบอก ตากลมโตกวาดมองภายในห้อง

"เจ้าเด็กซุกซน ข้าสั่งให้เจ้าอยู่บ้านใช่หรือไม่" อี้เทาชี้หน้า

"เหอะ" หลิงหลงพองแก้มใส่ ชาติที่แล้วเขาแก่จนเป็นพ่อเจ้าได้เลยนะ

"ฝุ่นไม่มากอย่างที่คิดปัดกวาดเสียหน่อยคงจะพออยู่ได้ เรารีบทำความสะอาดกันเถอะ เดี๋ยวจะได้ไปหาฟืนกัน" 

สองพี่น้องช่วยกันทำความสะอาดด้านหนึ่ง อี้เทาดึงผ้าม่านเก่าขาดที่เต็มไปด้วยฝุ่นลงมาใช้แทนผ้าขี้ริ้ว หลิงหลงออกไปหาบ่อน้ำ เจอเข้าที่หลังบ้านซึ่งมันยังสะอาดใช้งานได้ เด็กน้อยเจอถังไม้กลิ้งอยู่แถวนั้นจึงทำความสะอาดแล้วตักน้ำหิ้วตัวเอียงมาหาพี่ชาย

"เก่งมากน้องหลง เจ้านั่งพักก่อน พี่จะเช็ดตรงนี้เอง" 

หลิงหลงพยักหน้าหงึกหงัก ทำงานในร่างเด็กแบบนี้เหนื่อยง่าย เขาจึงยินยอมนั่งดูพี่ชายปัดกวาดเช็ดถู เพียงครู่เดียวอี้เทาก็ทำความสะอาดเสร็จ คนเป็นพี่ชักชวนน้องเอาน้ำสกปรกไปเททิ้งพร้อมกับหาฟืนกลับเข้ามา ทั้งคู่ได้ฟืนมาหอบใหญ่และตัดสินใจว่าจะก่อกองไฟที่มุมห้องด้านหนึ่ง พื้นห้องทำจากหินจึงไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหาย

เมื่อเห็นหลิงหลงหาว อี้เทาจึงตัดสินใจว่าได้เวลาเข้านอนแล้ว

"ยังไม่ได้สำรวจห้องด้านหลังเลย" เด็กน้อยบ่นทั้งที่ตาปรือใกล้หลับอยู่รอมร่อ

"ถ้าบ้านเป็นของเราแล้วเจ้าค่อยสำรวจก็ยังไม่สาย ถึงเวลานั้นเจ้าจะมีเวลาสำรวจอย่างเหลือเฟือเชียวหละ" อี้เทากระชับอ้อมแขนที่กอดน้องเข้าหาตัวให้มั่นใจว่าน้องน้อยจะปลอดภัยในอ้อมแขนของเขา จากนั้นจึงหลับตาลง

"ถึงเป็นเด็กข้าก็ไม่ออมมือ​ให้หรอกหนะ" เสียงเย็นๆของบุรุษดังขึ้นในความเงียบ


ทางฝั่งเจิ้งจื่อยี่ที่เฝ้ารออยู่ด้านนอก ผ่านไปเกือบ1ชั่วยามสถานการณ์ภายในยังคงสงบไม่ได้ยินเสียงใดเล็ดลอดออก จนบ่าวผู้หนึ่งถามขึ้น

"ปล่อยเด็กๆเข้าไปแบบนี้จะดีหรือขอรับคุณชาย"

"ท่านพ่อปฏิบัติตามเงื่อนไขกับทุกคนอย่างเท่าเทียม เมื่อพวกเขาต้องการทดลอง ข้าย่อมต้องให้เขาทดลองดู"

"เด็กๆเข้าไปเกือบ 1 ชั่วยามแล้วนะขอรับ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะอยู่ได้นานขนาดนี้" บ่าวอีกผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

"ต่อให้อยู่ได้หนึ่งชั่วยามแล้วอย่างไรถึงอย่างไรพวกเราก็ต้องรอ ให้พวกเขาอยู่ให้พ้นคืนนี้" จื่อแอบลุ้นให้เด็กๆสามารถผ่านเงื่อนไขที่บรรพบุรุษตั้งขึ้น เพราะเขาเองก็อยากเข้าไปสำรวจบ้านนี้เช่นกัน


ด้านในบ้านสองพี่น้องยังคงหลับสบาย ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ามีเงาร่างสายหนึ่งเดินผ่านเขาไปมา เงานั้นเดินวนรอบหลายรอบห้องเด็กทั้งสองก็ยังไม่ตื่นจึงเริ่มอารมณ์เสีย เปลี่ยนมายืนเท้าเอวจ้องมองพวกเขาที่ด้านข้างแต่เมื่อเห็นแก้มยุ้ยของหลิงหลงก็อารมณ์ดีขึ้น เงานั้นเอื้อมมือไปหยิกแก้มเด็กน้อยจนติดมือขึ้นมา ทำให้หลิงหลงเจ็บจนตื่น

"โอ๊ย" เด็กน้อยร้องขึ้นมาเสียงดังอี้เทาได้ยินเสียงน้องร้องจึงตื่นขึ้นมาด้วย

"ท่านพี่เขาหยิกแก้มข้า" หลิงหลงฟ้องทันที

"ท่านเป็นใคร" อี้เทาเลื่อนตัวมาขวางหน้าน้องด้วยความระแวง ชายผู้นี้ไม่มีที่มาที่ไปอยู่ๆก็โผล่เข้ามาในบ้านน่าสงสัยว่าจะไม่ได้มาดี

"ข้าก็คืออาจารย์ของเจ้าอย่างไรล่ะ" ชายแปลกหน้าพูดอย่างภาคภูมิ

"เราไม่เคยเจอหน้ากันเสียหน่อย" หลิงหลงจ้องคนแปลกหน้าตาแป๋ว เด็กน้อยชักรู้สึกชอบนิสัยแปลกๆของคนตรงหน้า

"เจ้าย่อมไม่เคยเจอข้า แต่ข้าถูกใจเจ้าสองคนพี่น้องเป็นลูกศิษย์" ชายแปลกหน้าพูดอย่างภาคภูมิ

"พี่อี้เทาปกติเขารับลูกศิษย์กันง่ายๆแบบนี้หรือ" หลิงหลงกระซิบถาม

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" อี้เทาที่เผชิญโลกมามากกว่ายังงง

"ข้าเป็นลูกศิษย์ท่านไม่ได้หรอก คืนนี้เราต้องอยู่ที่นี่จนถึงรุ่งเช้าถึงจะสามารถซื้อบ้านหลังนี้ได้ในราคา 10 ตำลึง ไม่งั้นพวกเราสองคนพี่น้องได้กลายเป็นเด็กเร่ร่อนแน่ๆ"

"ทำไมเจ้าจะซื้อไม่ได้ในเมื่อข้าเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้"  ชายแปลกหน้ายืดอก

"ท่านโกหก เจ้าของบ้านคือเถ้าแก่เจิ้งต่างหาก" หลิงหลงเถียงจึงถูกชายแปลกหน้าจิ้มหน้าผากจนหน้าหงาย

"คนอย่างข้าไม่เคยโกหกเถ้าแก่เจิ้งที่เจ้าว่าคงจะเป็นหลานของข้า"

"นั้นยิ่งโกหกเข้าไปใหญ่ เถ้าแก่เจิ้งมีลูกชายคนหนึ่งแล้วจะเป็นหลานของท่านได้อย่างไร" ปากน้อยๆยังเถียงไม่หยุด

"ถ้าข้าไม่แสดงบางอย่างให้เจ้าดู เจ้าคงไม่ยอมเชื่อใช่ไหม" ชายแปลกหน้าแสยะยิ้มแต่ไม่สามารถลดความงดงามของใบหน้านั้นได้เลย

ชายแปลกหน้าเพียงโบกมือคราหนึ่ง ห้องโถงที่เต็มไปด้วยหยากไย่ก็กลับกลายเป็นห้องที่สะอาดสะอ้านเต็มไปด้วยเครื่องเรือนสูงค่า พ่อบ้านวัยกลางคนประคองชุดน้ำชาออกมาตั้งโต๊ะ รินน้ำชาให้ชายแปลกหน้าแล้วถอยไปยืนด้านข้าง

สองพี่น้องอ้าปากด้วยความตกตะลึง

"ทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้เล่าให้พวกข้าเสียเวลาทําความสะอาดอยู่ตั้งนาน" หลิงหลงบ่น

"ออกแรงเสียบ้างเจ้าลูกสุกร อ้วนจนแทบจะกลิ้งได้อยู่แล้ว" ชายแปลกหน้าจิ้มพุงของหลิงหลง 

"ข้าเป็นเด็กก็รูปร่างแบบนี้แหละ พอโตขึ้นข้าก็จะเป็นบุรุษที่งามสง่าพร้อมซิกแพค" หลิงหลงเชิดหน้าพูด 

"ซิกแพกอะไรของเจ้า แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ จะคุกเข่ากราบข้าเป็นอาจารย์ได้หรือยัง"

"ท่านเป็นใครข้ายังไม่ทราบเลย อยู่ๆจะมาให้ข้ากราบท่านเป็นอาจารย์ได้อย่างไร เป็นคนดีหรือคนชั่วก็ไม่รู้"

"เจ้าสามารถค่อยๆใช้เวลาศึกษาข้า แล้วค่อยตัดสินใจว่าข้าดีหรือชั่ว แต่ที่แน่ๆข้าไม่ใช่คน ฮ่ะฮ่ะฮ่า" ชายแปลกหน้าหัวเราะอย่างน่าหมั่นไส้

"ไม่จริง" หลิงหลงวิ่งเข้าไปตะครุบชายตรงหน้า แต่ตะครุบได้เพียงอากาศจนหน้าคะมำลงกับพื้น

"ปีศาจ! ที่แท้เจ้าคือปีศาจที่ชาวบ้านร่ำลือกัน" อี้เทาอุทาน รีบไปอุ้มน้องถอยห่างจากชายแปลกหน้า

"เดี๋ยวนี้ชาวบ้านเรียกข้าว่าปีศาจหรอกหรือ เมื่อก่อนออกจากยกย่องข้าแท้ๆ แต่ก็นั่นแหละนะบางคนก็กลัวข้าจะตาย" ชายแปลกหน้าพูดอย่างไม่ยี่หระ

"ท่านเป็นใครกันแน่" หลิงหลงตั้งหลักได้แล้วถามอย่างไม่กลัวเกรง 

"คำนับข้าเป็นอาจารย์ก่อนแล้วข้าจะเล่าให้ฟัง" 

"คารวะท่านอาจารย์" หลิงหลงคุกเข่าโขกศีรษะ 3 ครั้งเหมือนที่เคยดูในหนังจีนเมื่อชาติก่อน

อี้เทาเห็นน้องโขกศีรษะคำนับอาจารย์ก็รีบโขกตาม ใครจะปล่อยให้น้องน้อยที่แสนน่ารักของเขาเรียนกับปีศาจแต่ลำพังกันเล่า

"ดีมากยกน้ำชามาคารวะอาจารย์สิ"

หลิงหลงมองถาดน้ำชาบนโต๊ะที่พ่อบ้านยกมา เขาจึงรินน้ำชาใส่ถ้วยยื่นให้พี่ชายก่อน แล้วก็ถือของตัวเองมาคารวะชายแปลกหน้า

"เอาล่ะทีนี้ก็พิธีการรับศิษย์ของเราก็เสร็จเรียบร้อย ตามมาข้าจะเล่าเรื่องที่เจ้าอยากรู้ให้ฟัง แต่คิดว่าที่นี่คงไม่เหมาะ ไปหาที่นั่งสบายๆกันดีกว่า"

ชายแปลกหน้าเดินลึกเข้าไปด้านใน ทำให้สองพี่น้องต้องรีบเดินตาม พวกเขาเดินผ่านห้องหับมากมายไปจนถึงห้องด้านหลัง 

ห้องนี้กว้างขวางใหญ่โตมีทั้งโต๊ะเก้าอี้ที่ดูน่านั่งอยู่หลายตัว 

"นั่งลงสิแล้วข้าจะค่อยๆเล่าให้พวกเจ้าฟัง" ชายแปลกหน้าผายมือไปที่เก้าอี้ พ่อบ้านยกน้ำชาและขนมมาให้ทุกคน หลิงหลงมองขนมตาวาวตั้งแต่มาเกิดใหม่ความเป็นผู้ใหญ่ของเขาลดลงเรื่อยๆมีแค่ความรู้เท่านั้นที่ยังเหมือนเดิม

ชายแปลกหน้าเห็นตาแป๋วๆของเด็ก 2 คนก็ยิ้มเอ็นดู "รับประทานขนมพลางจิบชาไปพลางระหว่างที่ข้าเล่าให้ฟังก็ได้ พวกเจ้ายังเป็นเด็กอยู่ รับประทานให้มากเข้าไว้"

หลิงหลงไม่เกรงใจอีกต่อไป มือเล็กหยิบขนมหน้าตาสวยงามบนโต๊ะขึ้นใส่ปาก อี้เทาที่เริ่มจะหิวก็หยิบขึ้นมารับประทานบ้าง เพราะวันนี้พวกเขารับประทานอาหารเย็นกันเร็วกว่าปกติ

"ข้าแซ่เจิ้ง มีนามว่าหลิ่วอิน"

"ท่านเป็นญาติเถ้าแก่เจิ้งหรือ ข้าเห็นป้ายประกาศขายเป็นชื่อเจิ้งลี่เฉิง"

"อ้อ เขาเป็นบุตรของพี่ชายข้าเอง ป่านนี้เจ้าเด็กคนนั้นคงจะโตเป็นหนุ่มแล้วสินะ"

สองพี่น้องมองหน้ากันเป็นอี้เทาที่เป็นฝ่ายอธิบาย

"ผู้เฒ่าเจิ้งลี่เฉิงเป็นบิดาของเถ้าแก่เจิ้งหลวนคุนตอนนี้เป็นเจ้าของเหลาสุราไผ่เขียว เท่าที่ข้าเห็นมีหลานชายหนึ่งคนชื่อเจิ้งจื่อยี่อายุน่าจะ14-15แล้ว"

หลิ่วอินได้ฟังก็นิ่งไป

"ท่านไม่ทราบหรอกหรือว่าเวลาผ่านไปนานมากแล้ว ท่านคงจะตายตั้งแต่ยังหนุ่มล่ะสิ" หลิงหลงถามสายตาทอแววเวทนาอยู่หลายส่วน

"ข้าอยู่ที่นี่มานานขนาดนี้เลยหรือนี่ฮ่าๆๆ ข้าทำสำเร็จแล้ว" หลิ่วอินหัวเราะก้อง ท่าทางเขาดีใจมากกว่าจะเสียใจ สองพี่น้องสบตากันหรือว่าเขาจะกราบปีศาจสติไม่ดีมาเป็นอาจารย์กันล่ะนี่


ตัดให้ค้าง ว่ะฮ่ะฮ่ะฮ่า

ความคิดเห็น