ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

​บาปที่ ๘ ข้าอกตัญญู

ชื่อตอน : ​บาปที่ ๘ ข้าอกตัญญู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 218

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2561 16:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​บาปที่ ๘ ข้าอกตัญญู
แบบอักษร

บาปที่ ๘ ข้าอกตัญญู



เรื่องราวความรักระหว่างองค์ราชาและองค์ราชินีเปี่ยมเมตตาผู้มาจากสามัญชนนั้น เป็นเรื่องราวดั่งเทพนิยายที่ทั่วทั้งอาณาจักรนิยมเล่าขานสู่กันฟัง 


   บ้างว่าทั้งสองพระองค์พบรักกันเมื่อครั้งราชายังเป็นองค์ชายรัชทายาท ท่านปลอมตัวไปสำรวจความเป็นอยู่ของชาวประชาแล้วบังเกิดรักแรกพบกับหญิงสามัญชนผู้งดงามดุจนางสวรรค์


บ้างว่าองค์ราชินีเคยเป็นหญิงรับใช้ต้อยต่ำในพระราชวังที่อาศัยความอ่อนโยนเอาชนะพระหทัยองค์ชายผู้สูงศักดิ์


บ้างว่าพระนางเป็นเด็กหญิงที่ใช้ร่างรับคมดาบของนักฆ่าที่หมายชีวิิตเจ้าชาย


จากเรื่องราวทั้งหมดที่องค์ราชินีทรงได้ยินผ่านพระกรรณมา เรื่องที่สามนี้ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด แต่ต้องแก้ไขรายละเอียดเสียเล็กน้อย...


นักฆ่าที่ใช้คมมีดหมายชีวิตเจ้าชายคือเด็กหญิง


และผู้ที่ทำร้ายเด็กหญิงจนปางตายคือองค์ชายพระชนมายุเก้าพรรษา



***



ผืนแผ่นดินอาบชุ่มไปด้วยเลือดของมนุษย์และอสูร ซากศพมากมายของคู่แค้นสองเผ่าพันธุ์กระจัดกระจายเกลื่อนกราดพื้นสกปรก เมื่อไร้ซึ่งชีพจรแล้วทั้งสองฝ่ายล้วนกลับสู่ธรณีไม่ต่างกัน


บนสนามรบนั้นไม่มีผู้ใดถูกผิด มีเพียงว่าใครก่อกรรมใดต่อกันเพียงเท่านั้น


เหล่าชายฉกรรจ์นับหมื่อที่ถูกเกณฑ์ตัวมาเป็นกำแพงต้านข้าศึกนั้นหดหายตายจากไปมาก บางชีวิตที่ถูกสังเวยเป็นเพียงเด็กหนุ่่มแรกรุ่นที่เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนยังเล่นหัวกับผองเพื่อนด้วยซ้ำไป


เหตุใดต้องเป็นเขา?


ทำไมพวกทหารจึงละทิ้งเขาไป?


ฟ้าไม่มีตาหรือ? เขามิเคยทำผิดอันใดทำไม...


ทำไม...


ทำไม...


หลากหลายคำถามเกิดขึ้นในห้วงคำนึงสุดท้ายของหลายร้อยหลายพันชีวิต ผู้ที่ตายไปแล้วล้วนไม่มีโอกาสได้รับฟังคำตอบ


ในขณะที่ผู้มีชีวิตอยู่ทำได้เพียงดิ้นรนต่อไป!



กองกำลังอสุราที่ยกพลมานั้นรวดเร็วและมหาศาลจนเกินกว่าที่องค์ราชินีคาดคะเน หมายสารที่ส่งไปถึงเมืองหลวงเมื่อสามเดือนก่อนระบุเพียงว่าพบเห็นศัตรูประมาณร้อยตนที่บริเวณพรมแดนเท่านั้น แล้วเหตุใดทัพอสูรมากมายขนาดนี้จึงบุกถึงเมืองได้ในเวลาอันสั้น 


ต้องเตรียมการล่วงหน้ากี่ปี...แล้วต้องมีคนทรยศกี่สิบกี่ร้อยคนจึงทำให้ฝ่ายมนุษย์เสียเปรียบถึงเพียงนี้


พระนางนึกถึงใบหน้าเจ้าเมืองคนก่อนที่นางสังหารทิ้ง บางทีเจ้านั่นอาจเป็นผู้คอยขัดแข้งขัดขากองทัพก็เป็นได้ นึกแล้วก็แค้นใจ นางมิน่าปราณีปล่อยให้มันตายสบาย


เจ้าไก่อ่อนนั่นก็ชักช้านัก ก่อนที่ทัพหลวงจะมาถึง ไม่ใช่เพียงเมืองนี้ที่จะถูกลบหายจากแผนที่ แต่พวกมันคงกระจายกันไปทั่วดินแดนดุจโรคร้าย ฉีกทำลายทุกหมู่บ้านและแหล่งชุมชนสิ่งให้ย่อยยับสิ้น!


“ยกเลิกคำสั่งถอยทัพ! นำกำลังทั้งหมดที่มีทุ่มใส่ศัตรูหมดหน้าตัก!”

คำสั่งแข็งกร้าวจากองค์ราชินีทำให้เหล่าทหารชั้นสูงรอบกายคิดว่าตนหูฝาดไป


“แต่ว่านั่นมิใช่แผนการนะเพค-”


“แต่ว่า! แต่ว่า! อยู่นั่นแหละ! พูดเป็นอยู่คำเดียวใช่ไหมนังโง่! สถาณการณ์เปลี่ยนไปแล้ว หากมัวรีรอคงได้ตายกันหมด!”

“อ...องค์...องค์ราชินี...”


นี่เป็นครั้งแรกที่หัวหน้าหน่วยราชองครักษ์ที่สองผู้ติดตามราชินีมานานเห็นธาตุแท้ของพระนาง ปรกติแล้วองค์ราชินีจะคงความสง่างามไว้เสมอแม้ย่ำอยู่ในแอ่งเลือดของขุนนางฉ้อฉล แต่ยามนี้ใบหน้าที่อารีอยู่เป็นนิจกลับบึ้งตึงหงุดหงิด ยิ่งเสียงตวาดนั่นทำให้เหล่าคนสนิทได้แต่ทำปากพะงาบๆเป็นปลาทองในโถแก้ว หาคำพูดต่อไปไม่ถูก


“ชิ! ไร้ประโยชน์สิ้นดี!”

อดีตมือสังหารกระชากผ้าคลุมรุ่มร่ามบนกายทิ้ง นางฉุดร่างอัสวินดวงซวยลงจากหลังม้าของเขาแล้วกระโดดขึ้นขี่แทนที่ จากนั้นสะบัดบังเหียนสั่งให้มันมุ่งตรงไปยังสนามรบในฉับพลัน! ส่วนบรรดาอัสวินที่สมองหยุดทำงานไปครู่ใหญ่ เมื่อเห็นฝุ่นตลบตามหลังอาชาไนยที่แบกร่างหนึ่งในสองบุคคลสำคัญที่สุดในดินแดนไปหาอันตรายจึงได้สติ และรีบเร่งหันขบวนทัพกลับไปคุ้มกันองค์ราชินีในทันที!


อัสวินหญิงหัวหน้าหน่วยราชองครักษ์ที่สองเริ่มเข้าใจหัวอกของหัวหน้าหน่วยสามขึ้นมารางๆแล้ว...


จิตใจสตรีชั้นสูงนั้นยากแท้หยั่งถึง!



***



บัดนี้เขตแดนการสู้รบขยายวงกว้างครอบคลุมทั้งตัวเมือง เสียงฟาดฟันและแสงจากมนตราเกิดขึ้นทั่วทุกท้องถนน จากเมืองแห่งการค้าขายแปรเปลี่ยนกลับไปเป็นหน้าด่านสงครามเผ่าพันธุ์เช่นเมื่อสองร้อยปีก่อน


แต่ว่าในเวลานี้เหล่ามนุษย์ผู้น่าสงสารไม่มีท่านผู้กล้าให้หวังพึ่งอีกต่อไป


หนี้แค้นของเหล่าอริราชคงถูกชำระในเร็ววัน!


[ควับ! กี๊ซ!]


แขนหนาของปีศาจตนหนึ่งถูกเส้นแสงสีเงินสว่างสะบั้นขาดออกจากร่าง! อสูรร้ายแยกเขี้ยวขู่คำรามหาตัวผู้กระทำ แต่ก่อนที่มันจะทันได้ทำสิ่งใด ศรีษะอัปลักษณ์ของมันพลันถูกลำแสงอีกเส้นบั่นกระเด็น!


ร่างระหงของราชินีเพรฌฆาตทรงบนหลังม้าเร็วมุ่งตัดถนน มีดเงาสะท้อนแสงคบเพลิงในพระหัตถ์ฟันฉวัดเฉวียงรอบกาย บังเกิดเส้นแสงอันตรายมุ่งเข่นฆ่าอสุราผู้ไม่รู้ต่ำรู้สูงที่กล้าขวางทางพระแม่แห่งแผ่นดิน! สองข้างทางที่เสด็จผ่านเต็มไปด้วยเดรัจฉานที่ถูกเชือดเฉือนเป็นชิ้นเนื้อ!


[ฮี่!]


หนึ่งในอสูรกระโจนออกมาจากเงามืดของรัตติการเข้าขย่ำคอม้าทรง! อาชาที่ตื่นตระหนกดีีดตัวพยายามสลัดมารร้ายที่ติดพัน! ในที่สุดมันไม่อาจทนพิษบาดแผลได้จึงล้มลงคลุกฝุ่นตลบ! องค์ราชินีรีบกระโดดลงพื้นเรียบก่อนที่พระองค์จะทรงติดร่างแหไปด้วย!


[กี๊ซ!!]


ร่างอสูรร้ายดินทุรายภายใต้ร่างของสัตว์ใหญ่ที่ล้มทับ ก่อนที่องค์ราชินีจะใช้มีดจ้วงแทงตัดเสียงร้องบาดหูน่ารำคาญ!


แม้ไร้ซึ่งพาหนะ อสรพิษแห่งราชวงศ์ไม่อาจหยุดยั้งแต่เพียงนี้! พระองค์ร่ายเวทลมนำพาร่างขึ้นอาคารสูงแล้วโลดโผนโจนทยานผ่านหลังคาตึกมากมายมุ่งหน้าสู่กำแพงหินแกร่ง!


กองกำลังที่ติดตามมาไม่อาจทราบถึงตำแหน่งเจ้าชีวิตในเมืองกว้างได้ พวกเขาจึงจัดทัพกระจายกำลังไปรบรากับเหล่าสัตว์ร้ายที่คิดครองเมือง!


บรรดาชายกล้าที่ยืนหยัดตั้งมั่นมานานหลงระเริงดีใจในที่สุดกองทหารก็หันกลับมาช่วยเหลือ!


เพียงเท่านี้พวกเขาก็มีโอกาศเอาชีวิตรอด!


เพียงเท่านี้ก็สามารถผลักดันผู้รุกรานให้ถอยร่นกลับไปได้!



ไม่มีทาง!

หากง่ายดายเพียงนั้นเหล่าทหารคงไม่ถอยทัพไปแต่แรก


พวกเขาหาได้กลับมาเพื่อหวังเอาชัย หากแต่กลับมาเพื่อสังเวยชีวิตเป็นสหาย!


องค์ราชินีที่เสด็จถึงจุดหมายเร่งพาร่างตนขึ้นไปประหัตประหารเหล่าอสูรบนกำแพงสูง! เมื่อทอดพระเนตรลงไปอีกฟากฝั่ง พระองค์เห็นภาพปีศาจร้ายมากมายที่ใช้ร่างและพลังเวทเข้ากระแทกกำแพงโบราณหมายให้มันพังทลายลง!


พระนางรู้ดีว่าอสูรที่สามารถปีนกำแพงขึ้นมาได้เป็นเพียงเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำเท่านั้น ไม่อยากคาดคิดว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อพวกมันด้านล่างนั่นสามารถลุกล้ำเข้าเขตแดนมนุษย์ได้!


สมาธิทั้งหมดจึงต้องจดจ่อกับศัตรูรอบกาย ไม่อาจเสียเวลาเป็นห่วงเป็นไยผู้อื่น


...กระทั่งเจ้าของนัยน์ตามรกตงดงามคู่นั้น...


...ไม่รู้ป่านนี้เป็นตายร้ายดีไปเช่นไร...



‘บางอย่างไม่ถูกต้อง!’

สัญชาตญาณของอดีตนักฆ่ากู่ร้องลั่น! นางรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ใกล้เข้ามา! บางสิ่งที่ทำให้ขนทั้งกายลุกชันอย่างตื่นกลัว! บางสิ่งที่ทำให้นางอยากหันหลังหนีไปให้ไกล!


ข้าศึกนอกกำแพงแหวกช่องทางให้บางสิ่งที่กำลังจะมาถึง 


บางสิ่งที่ทรงพลัง! 


กระทั่งอสุราร่างใหญ่ที่ใช้กายกระแทกกำแพงหนาจนร่างโชกเลือดยังหยุดและรอคอย



ความตายของมวลมนุษย์มาถึงแล้ว!


‘นั่นมันคืออะไร!?’


สิ่งที่ปรากฎกายออกมาจากแมกไม้ป่าใหญ่เป็นสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่องค์ราชินีไม่อาจหาศัพท์ใดมาอธิบายรูปร่างได้!


พระนางรู้เพียงว่ามันต้องไม่ใช่สิ่งที่ทวยเทพรังสรรค์ขึ้น!


[ฮูม!!!]

มารร้ายใช้สิ่งที่มีลักษณะคล้ายปากส่งเสียงคำรามลั่นสะเทือนปฐพี! แม้ผู้อพยพที่เดินทางหลบหนีไปได้ไกลแล้วยังได้ยินเสียงที่เสียดแทงถึงจิตวิญญาณและหลั่งน้ำตาออกมาอย่างอดกลั้นไม่อยู่! เหล่าทหารผู้กล้าหาญถึงกับปล่อยอาวุธในมือลงและล้มลงกับพื้นดินอย่างหวาดกลัว!


กระทั่งองค์ราชินียังชะงักพระวรกายค้างแข็ง! สองพระเนตรหมดสิ้นทุกความหวัง!


มันไม่มีประโยชน์ที่จะดิ้นรนอีกต่อไปแล้ว...


ไม่ว่าจะเป็นองค์ราชา มหาปราชญ์หรือกระทั่งอาจารย์ใหญ่แห่งนอร์ทฟอเรส ไม่มีมนุษย์เดินดินคนใดที่สามารถต้านทานมารร้ายตรงหน้าได้...


มนุษย์ผู้อ่อนแอเอ๋ย...จงหยุดดิ้นรนและน้อมรับความตายแต่โดยดีเถิด...


[ตู้ม!!!]

กำแพงหินหนาที่ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินมนุษย์มากว่าห้าร้อยปีพังทลายในทันทีที่มารร้ายใช้ร่างกระแทก!


เศษหินใหญ่มากมายกระเด็นไปทับทั้งร่างทั้งมนุษย์และอสูรจนร่างแหลกเหลว! โลหิตแดงฉานกระเซ็นปะปนกับฝุ่นควันหนา


ร่างของสตรีคนสำคัญผู้อยู่บนกำแพงถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงสู่เบื้องล่าง! 



แต่ก่อนที่องค์ราชินีจะตกกระทบพื้นแข็ง กลับมีสองมือน้อยมาประคองร่างพระองค์ไว้



รอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมา ปลอบประโลมจิตใจว้าวุ่นให้ผ่อนคลายลงโดยพลัน



ดวงตาสีฟ้าไร้แสงกลับจุดประกายความหวังแด่พระนางอีกครั้ง





“...นางฟ้า...”



ใบหน้าจิ้มลิ้มชะงักไปชั่วครู ก่อนแย้มปากเล็กเอ่ยเสียงใสดุจกระดิ่งสวรรค์



“มิใช่ดอกท่านหญิง ข้าน้อยเป็นเพียงคนบาปเท่านั้น”

***



กำแพงสูงพังทลายเป็นช่องกว้าง แหวกทางให้ทัพอสูรหลากไหลเข้ามาดุจธารน้ำกรด! หมายมุ่งพุ่งทำลายทุกผู้ทุกคนที่ขวางหน้า!


[ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!]


แต่ก่อนที่พวกมันจะได้ทำตามที่ใจหวัง พวกมันกลับรู้สึกได้ถึงของมีคมขนาดเล็กนับไม่ถ้วนที่พุ่งลงจากท้องนภากว้างมาทิ่มแทง! แต่ไม่มีทางที่อาวุธกระจ่อยร่อยเหล่านั้นจะล้มทัพอสุราไปได้!


แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงของเข็มโลหิตที่บุตรีเคานต์เสกขึ้นมานั้น หาได้อยู่ที่พลังการทำลายล้างไม่!


[กี๊ซ!!!]

เสียงกรีดร้องบาดหูดังประสานมาจากข้าศึกที่บัดนี้ไม่อาจขยับกายได้! เข็มแหลมที่ทิ่มแทงนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงพาหะที่นำพาพลังเวทของดรุณีอำมหิตให้กระจายภายในร่างศัตรูดุจโรคร้าย!


ดวงตาสีขุ่นที่นางเลียนแบบสตรีชรามานั้น ผิวเผินเสมือนไร้เทียมทาน แต่แท้จริงแล้วยังตั้งอยู่บนหลักการชักชูงจิตใจ การสั่งองครักษ์ผู้จงรักภัคดีกับบิดานั้นทำได้ง่ายดาย แต่การควบคุมศัตรูต่างเผ่าพันธุ์นั้นจำต้องอาศัยสื่อกลางมาช่วยเหลือ!


นางเพียงพลิกแพลงจากน้ำชาของหญิงชราเป็นหยาดเลือดที่อัดแน่นด้วยพลังเวท!


โลหิตและพลังของอสูรที่นางสั่งสมมานั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือแทรกซึมบ่อนทำลายอสูรตนอื่นจากภายใน ไม่นานทุกสิ่งทุกอย่างในกายาล้วนถูกควบคุม! แม้มีชีวิต แต่เสมือนตายไปแล้ว!


ทำได้เพียงรอคอยให้เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าจางมาช่วงชิงทุกสรรพสิ่งสิ้น!



แต่ในกลุ่มอริราชนี้หาได้มีเพียงอสูรชั้นต่ำเช่นที่เด็กหญิงรับมือก่อนหน้า!


อสูรชั้นสูงและชั้นกลางหลายตนใช้พลังเวทหักล้างปรสิตที่ลุกล้ำร่างกาย! อนิจจา! ด้วยจำนวนศัตรูที่มากมาย พลังที่ถูกแบ่งเฉลี่ยไปยังอสูรแต่ละตัวย่อมลดลง!


เวทมนตร์ของธิดาขุนนางจึงทำได้เพียงชะลอพวกมันลงเพียงเท่านั้น!



แต่เท่านั้นก็เพียงพอ!



[ควับ! กี๊ซ!]


อาวุธนับพันนับหมื่นของผู้ล่วงลับถูกพลังที่มองไม่เห็นควบคุมให้ลอยขึ้นแล้วจ้วงแทงข้าศึก! แม้อสูรจะมีผิวหนังแข็งแกร่งทนทาน แต่การรับคมอาวุธนับไม่ถ้วนนั้นย่อมสร้างบาดแผลอันตรายถึงชีวิต!


ภาพสตรีร่างเล็กผู้ยืนอยู่กลางอากาศที่สามารถเข่นฆ่าอสูรดั่งมดปลวกสะท้อนเข้าสู่ดวงตาเหล่าทหารกล้าที่เมื่อไม่กี่อึดใจก่อนหมดสิ้นทุกความหวัง หากแต่ตอนนี้สถาณการณ์กลับตาลปัตร บรรดาผู้คนที่ถูกนางช่วยไว้ก่อนหน้าเริ่มส่งเสียงสรรเสริญผู้ที่พวกเขาเข้าใจเป็นเทวทูตจากฟากฟ้า


อดีตมือสังหารที่เด็กหญิงนำมาส่งลงบริเวณปลอดภัยเองก็แหงนพระพักตร์จับจ้องร่างเล็กไม่วางพระเนตร ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าพระนางกำลังคำนึงสิ่งใด



แต่มิใช่เพียงมนุษย์ที่สังเกตเห็นร่างเล็กที่ยืนนิ่งบนท้องฟ้าสีหมึก


[ฮูม!!!]


มารร้ายที่เห็นพวกพ้องตายจากดั่งใบไม้ร่วงคำรามอย่างเคียดแค้นและกระโดดขึ้นหมายกัดกินดรุณีให้ดับดิ้น!


หากแต่ท่านหญิงตามืดบอดสามารถใช้เวทสัมผัสจับทิศทางการโจมตีและหลบหลีกได้! นางขยับมือสั่งอาวุธทั้งหมดที่ตนควบคุมให้พุ่งตรงเข้าใส่ร่างใหญ่!


ในบรรดาคมดาบนับหมื่นนั้นมีดาบตัดเกล็ดมังกรปะปนไปด้วย! ในโลกนี้มีไม่กี่สิ่งที่สามารถต้านทานพลังการทำลายล้างของมันได้!


แต่กายเนื้อของมารร้ายเป็นหนึ่งในนั้น!


ไม่มีอาวุธใดที่สามารถเสียดแทงฝ่าผิวหนังของมัน! บ้างแตกหัก! บ้างถูกหักเหเกิดเป็นประกายไฟ! กระทั่งเหล็กกล้ายังไม่อาจฝ่าฟัน ไม่มีทางที่โลหิตของนางจะเจาะทะลุเข้าไปได้!


ปีศาจไม่รีรอให้เด็กหญิงโจมตีฝ่ายเดียว มันร่ายบทเวทแปรเปลี่ยนอากาศรอบกายของบุตรีเคานต์ให้กลายเป็นระเบิดไฟ!


[บรึ้ม!!!]


ท้องฟ้ายามค่ำคืนคืนกลายเป็นเพลิงเผาไหม้แสบร้อนในพริบตา! เด็กหญิงที่รีบใช้น้ำแข็งหุ้มกายถูกแรงระเบิดผลักในลอยละลิ่วไปไกล!


[ฮูม!!!]


บนแผ่นหลังของมารร้ายงอกเงยบางสิ่งที่มีลักษณะคล้ายปีกออกมาแล้วกระพือพัดให้ร่างใหญ่โผ่บินขึ้นฟ้า! มุ่งตรงไปหมายซ้ำเติมร่างเล็ก!


อดีตจอมยุทธเรียกพลังเวททั้งหมดกลับคืนเข้าร่าง ในมือน้อยถือดาบเล่มบางคล้ายกระบี่ที่นางคุ้นเคย ใบดาบคมหุ้มด้วยพลังเวทเหมันต์เตรียมรับมือศัตรูคู่แค้น!


น้ำแข็งและเพลิงร้อนปะทะกันกลางฟ้ามืด บังเกิดหมอกขาวสว่างที่แปรเปลี่ยนรัตติกาลมืดให้สว่างจ้าเป็นกลางวัน!


ในสายตาคนเบื้องล่าง การต่อสู้ห้ำหันกันกลางอากาศระหว่างนางฟ้าจากสรวงสวรรค์และปีศาจจากขุมนรกเป็นภาพที่เสมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายและตำนานปรัมปรา ไม่มีมนุษย์คนใดที่หาญกล้าละตาจากปาฏิหาริย์ที่บังเกิดตรงหน้า!


ร่างเล็กและร่างใหญ่ผลัดรุกผลัดรับกลางเวหา! จากระยะไกลทั้งสองดูสูสี ต่างฝ่ายต่างไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กันได้ แต่ถ้าสังเกตให้ใกล้จะเห็นว่าดรุณีน้อยนั้นถึงขีดจำกัดแล้ว!


จากอาการป่วยในวัยเยาว์ทำให้ร่างกายของนางอ่อนแอย่ำแย่กว่าคนทั่วไปมาก การยัดเยียดพลังเวทล้นหลามของอสูรหลายพันตัวเข้าร่างเล็กทำให้นางเจ็บปวดคล้ายร่างจะปริแตกออกมาเป็นเศษส่วน! ยิ่งการต่อสู้ยืดเยื้อเท่าไร นางยิ่งเสียเปรียบเท่านั้น!


ในที่สุดมารร้ายก็สบโอกาส





[กรี๊ด!!!]

อสูรกายใช้คมเขี้ยวกัดกินแขนข้างถนัดของเด็กหญิงจนขาดสะบั้น!


ร่างของนางฟ้าตัวน้อยตกลงสู่พื้นดินดั่งนกปีกหัก

ดับสิ้นความหวังของมนุษยชาติให้กลายเป็นเศษเถ้าธุลี


***



บนสมรภูมิไม่มีผู้ใดผิดถูก มีเพียงว่าใครก่อกรรมใดต่อกันเพียงเท่านั้น

‘เจ้าฆ่าพี่น้องข้า ข้าจักทำลายพี่น้องเจ้า’

วังวนความแค้นเช่นนี้ดำเนินไปไม่มีจบสิ้น ไม่รู้ว่าผู้ใดเริ่มต้น และไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหน

แล้วพวกเจ้าเล่า ชิงชังข้าเพียงใด

ในสายตาผู้คน พวกเจ้าคือผู้รุกราน

ในสายตาพวกเจ้า ข้าคือผู้ช่วงชิง

แต่น่าเสียดาย...ไม่ว่าพวกเจ้าจะส่งสายตาโกรธแค้นหรืออ้อนวอนเพียงไร ข้าไม่อาจรับรู้ถึงมันได้ ต้องขออภัยพวกเจ้าด้วย

[ฮูม!!!]



แล้วเจ้าเล่าเดรัจฉานเอ๋ย เจ้ากรีดร้องด้วยเหตุผลใด?

เจ้าเคียดแค้นแทนพี่น้องที่ตายจากใช่หรือไม่?

เจ้าโกรธเกียจข้าผู้เข่นฆ่าผองเพื่อนใช่หรือไม่?

หรือว่าเจ้าหวาดกลัวที่จะกลับสู่ธรณีเช่นมิตรสหายกัน?


มารร้ายที่กัดกลืนแขนของบุตรีหันดวงตาไปจับจ้องมนุษย์ผู้น่าสมเพชเบื้องล่าง อุปสรรคของมันนั้นถูกทำลายไปแล้ว การเข่นฆ่าหนอนแมลงอ่อนแอที่หลงเหลือนั้นแสนง่ายดาย



เดรัจฉานเอ๋ย บาปของข้าคือการช่วงชิงสรรพสิ่งของพี่น้องเจ้า

องค์ราชินีรีบใช้เวทลมรองรับร่างสตรีตัวน้อยที่ตกลงมา พระนางเร่งใช้เวทรักษาพยายามห้ามเลือดที่ไหลออกจากหัวไหล่ของเด็กน้อยอย่างน่ากลัว! ‘ได้โปรดเถิด! ได้โปรดเถิดพระผู้เป็นเจ้า! อย่าให้ตัวแทนของท่านเป็นอันใดเลย!’



บาปของเจ้าคือการไม่ดับชีพข้าในคมเขี้ยวเดียว


ก่อนที่มารร้ายจะทำได้เช่นใจหวังมันกลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ปะทุอยู่ในกาย!



เพราะตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจอยู่...


มันรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกลมหายใจเข้าออกทำให้ความทรมานเพิ่มพูนทบเท่าทวี!



...กายเนื้อนั้น...เป็นของข้า...


แขนที่อยู่ในท้องมันนั้นเป็นพาหะของพลังเวทที่เป็นดั่งปรสิตกัดกินร่างมันจากภายใน! มันพยายามสำรอกพิษร้ายออกมาหากแต่สายเกินไปแล้ว!



...โลหิตนั้น...เป็นของข้า...


สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อนำความตายสู่มวลมนุษย์ หนาวสั่นหวาดกลัวเฉกที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันได้ยินเสียงเล็กที่แม้แผ่วเบาดั่งเสียงกระซิบ หากสามารถทะลวงถึงสมองมันได้ไม่ตกหล่นแม้ครึ่งคำ!



...พลังนั้น...เป็นของข้า...


พลังเวทของเด็กหญิงกระจายไปทั่วร่างของอสูรกาย ภายในไม่นานทุกสิ่งทุกอย่างของมันล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของนาง! ร่างใหญ่โตตกลงสู่พื้นดินบังเกิดเสียงสนั่นลั่นธรณี! หากไม่ใช่เพราะเสียงร้องที่ออกมาจากลำคอ สภาพของมันคงไม่ต่างจากรูปปั้นไร้ชีวิต!


[ฮูม!!!]


ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด! ได้โปรด!


มารร้ายกรีดร้องอ้อนวอนขอชีวิต หากแต่มันไม่เข้าหูเด็กหญิงผู้แทบไม่รับรู้สิ่งใดอีกต่อไปแล้ว



...ข้าสั่งตาย...


ร่างมโหฬารกระตุกอย่างรุนแรงก่อนที่จะระเบิดออกเป็นเศษส่วน! โลหิตจำนวนมากกระเซ็นไปในอากาศแล้วตกลงอาบไล้พื้นที่โดยรอบ ดูแล้วคล้ายหยาดฝนสีชาดแปดเปื้อนโลกา!


เหล่าทหารกล้าผู้มองเห็นเหตุการณ์แต่ต้นจนจบนั้นตะโกนกู่ร้องอย่างยินดียิ่ง ทั้งหมดพากันส่งเสียงสรรเสริญนางฟ้าผู้ตอบรับเสียงภาวนาของพวกเขา!


โดยหารู้ไม่ว่าบัดนี้เด็กหญิงผู้นั้นหายใจรวยระรินอยู่ภายในอ้อมอกขององค์ราชินี ที่พยายามร่ายทุกเวทรักษาที่ตนรู้มาต่อชีวิตน้อยๆของนางเอาไว้!


พระนางตะเบ็งเสียงตะโกนเรียกหาแพทย์สนามมาช่วยเหลือ!


“หมอ!!! ช่วยด้วย!! หมอ!!! -ฟังเสียงฉันไว้! ได้โปรดรออีกนิด! ได้โปรด!- ช่วยด้วย!!! -ฟังเสีย...




ท่านพ่อขอรับ

ท่านแม่ขอรับ

บุตรนั้นอกตัญญูยิ่ง

ข้าน้อยคงทำให้พวกท่านต้องร่ำไห้อีกครั้ง


ความคิดเห็น