ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

3 หนึ่งคืนกับปีศาจ

ชื่อตอน : 3 หนึ่งคืนกับปีศาจ

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.4k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2561 23:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 หนึ่งคืนกับปีศาจ
แบบอักษร


2018-01-07

หลิงหลงนั่งรอพี่ชายกลับบ้านอย่างใจจดใจจ่อ จนเมื่ออี้เทากลับมาถึงก็นำข่าวดีมาบอกกับเด็กน้อยเช่นกัน

"พี่หางานได้แล้วแล้วนะน้องหลง เป็นเสมียนที่ร้านหนังสือของเถ้าแก่โส่ย และถ้าพี่คัดลอกตำราจบเล่มก็จะได้เงินพิเศษอีกด้วยนะ คราวนี้เราก็ไม่ต้องย้ายออกจากบ้านนี้แล้ว" 

เถ้าแก่โส่ยเห็นว่าอี้เทาศึกษาอยู่ที่ชั้นกลางแล้วแถมยังลายมืองดงามจึงรับเขาไว้ รวมทั้งให้เงินเดือนมากเกือบเท่าคนโตๆอี้เทาจึงดีใจนัก

"ท่านพี่เก่งมาก แต่ข้าก็มีเรื่องจะบอกท่านเช่นกัน"

"มีเรื่องอะไรดีหรือน้องหลง" อี้เทามองใบหน้าเบิกบานของน้องชาย 

"มีคนแอบออกไปซุกซนนอกบ้านมาใช่ไหม"

"ข้าจึงเปล่าซุกซน ถ้าออกไปหาที่อยู่ให้พวกเราสองคนต่างหาก"

"น้องพี่ เจ้ายังเล็กนักอย่าได้กังวลไปเลย ปล่อยข้าเป็นผู้จัดการเรื่องต่างๆเถิด" อี้เทาน้ำตาร่วงดึงน้องมากอด

"พี่อย่าร้อง ข้าเจอบ้านที่เป็นของเราแล้ว" หลิงหลงปาดน้ำตาให้อี้เทา

"หืม เจ้าไปเจอเข้าที่ไหน" เด็กชายรวบน้องมานั่งตัก

" บ้านร้างท้ายตลาดในที่มีทางเดินปูด้วยหินสีเทาอมเขียวไงล่ะ ป้ายหน้าบ้านบอกว่าถ้าเราอยู่ได้พ้นคืนเราจะซื้อบ้านนั้นได้ในราคาสิบตำลึงเงิน" หลิงหลงตาเป็นประกายคล้ายว่าได้บ้านนั้นเป็นของตนแน่นอนแล้ว

"หลิงหลง บ้านนั้นมีปีศาจ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจอยู่ได้ แม้แต่ข้าสมัยเป็นเด็กเร่ร่อนยังไม่เห็นมีผู้ใดกล้า คนที่เข้าไปล้วนหวาดกลัวจนเสียสติ ที่สำคัญคือถึงแม้เราอยู่ได้ข้าก็ไม่มีเงินสิบตำลึงหรอก" อี้เทาอธิบายให้น้องฟัง

"ข้าเข้าไปในนั้นมาแล้วไม่เห็นจะมีผีสักตัว ส่วนเงินสิบตำลึงข้าคนหีบสมบัติของท่านแม่เจอเงินตั้งเยอะ นี่ไงล่ะ" หลิงหลงไปที่กล่องไม้หอมที่เคยอยู่ข้างเตียงมารดา

อี้เทาอุ้มน้องลงจากตักแล้วเดินไปเปิดหีบไม้ พบเห็นง่วนป้อเงินแวววาวอยู่ในกล่อง นับได้ถึง 30 ตำลึงเงิน เขายิ้มออกมา

"เอาล่ะเราแก้ปัญหาเรื่องเงินได้แล้วทีนี้ต้องทำอย่างไรต่อ" 

"พวกเราก็ไปหาคนชื่อเจิ้งลี่เฉิงอะไรนั่น บอกว่าพวกเราจะขอซื้อบ้านด้วยเงื่อนไขนี้" 

"เจิ้งลี่เฉิงหรือ ไม่รู้ว่าใช่ผู้เฒ่าเจิ้งบิดาของเถ้าแก่เจิ้งหลวนคุนเจ้าของเหลาสุราไผ่เขียวหรือเปล่า ข้าจะลองไปถามป้าจางดู เจ้ารออยู่ที่บ้านนะ"

"ให้ข้าไปกับพี่เถอะ ถ้าใช่พวกเราจะได้ไปหาเถ้าแก่เจิ้งกันเลย เงื่อนไขดีๆแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกคนอื่นตัดหน้าไปหรอก" หลิงหลงฉุดมืออี้เทาไปหาป้าจาง คนเป็นพี่ได้แต่หัวร่อมิออกร่ำไห้มิได้ ผู้ใดจะแย่งบ้านที่มีปีศาจสิงสู่เช่นนี้กัน แม้แต่ป้าจางเมื่อทราบเรื่องยังยกมือทาบอก

"ตายแล้ว เจ้าสองคนพี่น้องเปลี่ยนความคิดเสียเถอะ บ้านอัปมงคลเช่นนั้นทุกคนที่เข้าไปถ้าไม่ตายก็กลายเป็นบ้า ถ้าเจ้าไม่มีที่อยู่ให้ข้าช่วยหางานให้พวกเจ้าพร้อมที่กินอยู่ยังจะดีเสียกว่า ตอนนี้ยังเปลี่ยนใจทันนะ"

"ขอบคุณป้าจาง แต่พวกข้าไม่เปลี่ยนใจหรอกขอตัวก่อน" หลิงหลงก้มหัวให้ป้าจางแล้วลากพี่ชายออกมา

"เฮอะ จะมาเป็นห่วงอะไรเราจนป่านนี้ตอน แรกไล่เราออกจากบ้านแท้ๆ"

อี้เทาได้แต่ยิ้มอ่อนไม่รู้จะห้ามน้องอย่างไร เพราะสิ่งที่หลิงหลงพูดเป็นความจริงทุกอย่าง


 สองพี่น้องจูงมือกันมาหาเถ้าแก่เจิ้งที่เหลาสุราไผ่เขียว เมื่อแจ้งความจำนงกับเสี่ยวเอ้อที่ถลาออกมารับแล้ว เสี่ยวเออก็หน้าบูด

"ที่นี่ไม่รับคนงานเพิ่มเจ้าไปให้พ้น" เสี่ยวเอ้อผู้นั้นโบกมือไล่อย่างไม่เกรงใจ

"ข้าจึงมิได้มาของงานทำถ้ามีธุระต้องการพบเถ้าแก่เจิ้ง เจ้าจงนำข้าไปพบเถ้าแก่เดี๋ยวนี้" หลิงหลงทำปากยื่นใส่ เขาเกลียดคนที่ตัดสินผู้อื่นจากภายนอกแบบนี้ที่สุด

"เถ้าแก่ของเราไม่มีเวลาว่างมาพบกับเด็กเล็กแบบเจ้าหรอก ถ้าไม่ได้มาของานทำก็คงจะมาขอเงินล่ะสิ" เสี่ยวเอ้อพูดอย่างดูถูก 

"ข้าไม่มีความจำเป็นต้องมาขอเงินผู้ใด ข้าบอกว่ามีธุระคือมีธุระ มิใช่เรื่องของเจ้าที่จะมาตัดสินแทนเถ้าแก่" หลิงหลงพูดอย่างมีอารมณ์ เด็กน้อยเริ่มมีโทสะแล้ว

"เอะอะอะไรกัน" เสียงแตกของเด็กชายเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มดังขึ้น ขัดจังหวะการถกเถียงของคนทั้งคู่ 

"มีเด็กจะมาขอเงินเถ้าแก่ขอรับคุณชาย" 

"ข้ามิได้มาขอเงิน ข้ามีธุระต้องการคุยกับเถ้าแก่เจิ้งต่างหาก" หลิงหลงเถียงใบหน้าน่ารักยู่ลงอย่างขัดใจ

เด็กหนุ่มผู้มาใหม่มองเด็กเล็กช่างเจรจาตรงหน้า เด็กผู้นี้ถึงแม้จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดาแต่ใบหน้าช่างน่ารักนักผิวพรรณสะอาดสะอ้านดุจดังลูกผู้ดีมีตระกูล ตากลมโตและแก้มยุ้ยชวนให้ผู้คนรักเวทนาส่วนคนพี่ก็หน้าตาเกลี้ยงเกลาน่าเอ็นดู เสี่ยวเอ้อของเขาช่างตาต่ำที่คิดว่าเด็กเช่นนี้จะมาขอเงิน

"ข้าชื่อเจิ้งจื่อยี่เป็นบุตรของเถ้าแก่เจิ้ง เจ้าพอจะบอกได้หรือไม่ว่ามีธุระอันใดกับบิดาข้า"

"ขออภัยที่ข้าเสียมารยาทคุณชายเจิ้ง ข้ามีธุระเกี่ยวกับบ้านท้ายตลาด"

"ที่แท้ก็ลูกค้านี่เอง ขอเชิญท่านทั้งสองทางด้านนี้" คุณชายเจิ้งผายมือไปด้านใน อี้เทาจูงน้องเดินผ่านหน้าเสี่ยวเอ้อผู้นั้นไปโดยที่หลิงหลงปรายตาจิกใส่เต็มที่

"ท่านพ่อมีคนสนใจบ้านเขียว มาขอพบท่าน"  เจิ้งจื่อยี่ส่งเสียงบอกบิดา

"โอ้ อย่างนั้นหรือเชิญนั่ง" เถ้าแก่เจิ้งเชื้อเชิญเด็กทั้งสองโดยมิได้แสดงอาการถือตัว ที่จริงเขาทราบแต่แรกแล้วว่าจะต้องมีคนมาหาด้วยเรื่องของบ้านหลังนั้น

"ข้าแซ่ถางมีนามว่าหลิงหลง นี่พี่ชายข้านามอี้เทา เราสองคนสนใจบ้านของท่านที่ท้ายตลาด"

"ทำไมเจ้าสองคนพี่น้องถึงสนใจบ้านร้างหลังนั้นกันล่ะ ไม่ได้ยินข่าวลือที่บอกว่าบ้านนั้นมีปีศาจสิงอยู่หรือ" เถ้าแก่ถาม ใบหน้าเขาประดับรอยยิ้มการค้าไว้ตลอดเวลา

"ข้าไม่กลัว ข้าไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจและพวกเราก็ไม่มีทางเลือกมากนัก" หลิงหลงยู่ปากจนเจิ้งจื่อยี่อยากจะหยิกแก้มยุ้ยนั้น 

"เพราะเหตุใดเล่า" เถ้าแก่เลิกคิ้วถาม

"มารดาของพวกเราเพิ่งเสียชีวิตลง พวกเราเหลือเงินไม่มากนักพอดีกับข้าพบเห็นบ้านของท่านขายในราคาถูก จึงคิดว่าจะนำเงินที่เหลือมาซื้อบ้านของท่านจะดีกว่า อย่างน้อยที่ก็กว้างพอให้ข้าปลูกผักเลี้ยงไก่ได้" หลิงหลงตอบอย่างฉะฉาน

"เช่นนั้นหรอกรึ แล้วถ้าข้าเสนองานพร้อมที่พักและอาหารให้กับพวกเจ้าล่ะ พวกเจ้าจะเปลี่ยนใจหรือไม่" เถ้าแก่เจิ้งเห็นหลิงหลงพูดจาฉะฉานก็ถูกชะตา จึงเกิดความเป็นห่วงมิอยากให้ไปพักที่บ้านหลังนั้น

"ขอบคุณท่านแต่ข้าก็อยากมีที่ทางเป็นของตัวเอง อย่างน้อยให้ข้าได้ลองทำตามเงื่อนไขของท่านก่อนจะดีกว่า ถ้าข้าไม่สามารถอยู่บ้านหลังนั้นได้ข้ามคืน ข้าจะมาของานท่านทำเช่นนี้เป็นไร"

"ฉลาดพูดนัก เสียดายที่ข้าไม่มีโอกาสได้พบเจอมารดาของเจ้า ช่างอบรมบุตรได้ดีนัก" เถ้าแก่เจิ้งตบขาตัวเองอย่างถูกใจ

"ถ้าเช่นนั้น...." หลิงหลงมองหน้าเถ้าแก่เจิ้งอย่างมีความหวัง

"ถ้าจะให้จื่อยี่พาเจ้ากลับไปบ้านหลังนั้น อย่าคิดเล่นตุกติก พวกข้าจะคอยเฝ้ามองอยู่เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าสองคนอยู่ในบ้านนั้นได้จนรุ่งเช้า ถ้าเจ้า ปลอดภัยกลับมา ข้าจะขายบ้านให้เจ้าในราคาสิบตำลึงเงิน"

"ขอบคุณขอรับเถ้าแก่ ถ้าเช่นนั้นข้าสองคนขอตัวกลับบ้านไปเตรียมของสักครู่ แล้วจะกลับมาพบคุณชายเจิ้งที่เหลาสุรานี้" 

"เจ้าไม่ต้องกลับมาหรอก อีกหนึ่งชั่วยามไปเจอกันที่ปากทางเข้าบ้านก็แล้วกัน" เจิ้งจื่อยี่ออกจะสงสารเด็กทั้งคู่อยู่ไม่น้อย

เด็กทั้งคู่ตกลงตามนั้น พวกเขากลับบ้านมารับประทานอาหารเย็น แล้วเตรียมผ้าห่ม น้ำดื่มและชุดไฟออกจากบ้านไปพบเจิ้งจื่อยี่

🐼🐼🐼🐼🐼🐼🐼🐼🐼🐼🐼🐼

"จะดีหรือท่านพ่อ" เจิ้งจื่อยี่มองตามหลังเด็กสองคน

"เจ้าก็รู้คำสั่งของท่านปู่ ขนาดเจ้าทดลองอยู่ในบ้านหลังนั้นยังอยู่ได้ไม่ถึงชั่วยาม ท่านทวดไม่ยอมรับเจ้า" 

"แล้วท่านทวดจะยอมรับเด็กสองคนนั้นหรือข้าไม่ยอมหรอก" จื่อยี่แสดงสีหน้าขัดใจ เขาหวังในบ้านหลังนั้นมาตั้งแต่เด็ก

"หรือพ่อมิเคยหวังในบ้านหลังนั้นเช่นเดียวกับเจ้า พวกเรามีแต่ต้องยอมรับเท่านั้น เจ้ารู้หรือไม่ว่าเด็กคนนั้นเปิดประตูบ้านได้แล้ว"

"จริงหรือท่านพ่อ" จื่อยี่ตระหนก

"จริง เจ้าก็ลองดูคืนนี้ว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง ข้าไปเตรียมทำสัญญาซื้อขายดีกว่า เสียดายจัง ข้าอยากได้บุตรชายน่ารักๆแบบนั้นบ้าง" เถ้าแก่เจิ้งเดินบ่นออกจากห้องไปไม่สนใจบุตรชายอีก


เจิ้งจื่อยี่นำบ่าวชายไปสี่คน ถึงเขาจะไม่พอใจที่บ้านอาจจะตกเป็นของผู้อื่นแต่ก็ยังเป็นห่วงเด็กทั้งสองคน จึงนำบ่าวที่ผ่านการฝึกฝนมาด้วยเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

เมื่อมาถึงจุดนัดหมาย จื่อยี่ก็เห็นสองพี่น้องยืนถือห่อผ้ารออยู่แล้ว

"พร้อมหรือไม่" จื่อยี่ถามย้ำ

"พวกเราพร้อมแล้ว" อี้เทาตอบแทน เขาจูงมือน้องเดินตามจื่อยี่ไป ตอนแรกเด็กหนุ่มจะจูงมือหลิงหลงแต่โดนเด็กน้อยชักสีหน้าใส่จึงเดินนำไปอย่างเก้อๆ

"พวกข้าส่งเจ้าแค่นี้ เจ้าต้องอยู่ในนี้จนถึงรุ่งเช้า เมื่อเห็นแสงตะวันจึงจะออกมาจากบ้านได้เข้าใจหรือไม่" 

"ข้าต้องอยู่ในตัวบ้านหรือเพียงบริเวณบ้านก็พอ" หลิงหลงถาม 

"จะอยู่ตรงไหนก็ได้แล้วแต่เจ้า เกิดกลัวขึ้นมาหรืออย่างไร" จื่อยี่เย้า

"ข้าจึงไม่กลัว เพียงแต่ว่าในบ้านฝุ่นออกจากมากเสียหน่อยไม่เหมาะกับการนอน" หลิงหลงย่นจมูก

"ไม่กลัวก็ไม่กลัว" จื่อยี่หยิกแก้มยุ้ยอย่างอดไม่ได้จึงถูกหลิงหลงเตะหน้าแข้งจนร้องโอย

"เราไปกันเถอะพี่"หลิงหลงจูงมืออี้เทากำลังจะเข้าบ้าน แต่ถูกจื่อยี่เรียกไว้แล้วส่งห่อซาลาเปาในมือให้

"เอาไว้รองท้อง พวกเจ้ายังเด็กรับประทานใหีมากไว้" 

"ท่านนี่นิสัยดีกว่าหน้าตานะ" หลิงหลงคว้าหมับ

"ขอบคุณท่าน" อี้เทากล่าว 

จื่อยี่มองเด็กสองคนหายลับไปหลังประตูบานใหญ่ เขาขยับไปหาที่นั่งเหมาะๆรอเหตุการณิที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ

ความคิดเห็น