ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
STAR SECRETS : INTRO


INTRO​

Interviewer : วันนี้เป็นการสัมภาษณ์นายแบบที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้นะคะ เขามีงานมากมาย และเป็นนายแบบที่มีโฆษณามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง เสื้อผ้า รองเท้าและอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยใบหน้าที่หล่อสไตล์อปป้าเกาหลีที่สาวๆ หลายคนชอบ ขอเชิญพบกับ คุณโซล นายแบบคนดังล่าสุดแห่งยุคค่ะ

เสียงปรบมือดังไปทั่วห้องส่ง เมื่อม่านของเวทีรายการแห่งหนึ่งเปิดขึ้น แฟนคลับและคนชมในห้องส่งอยากที่จะเห็นใบหน้าหล่อๆ และร่างกายที่สมบูรณ์แบบของเขา รองเท้าผ้าใบคู่แพงเดินตรงออกมาจากหลังเวที รูปร่างของเขาที่มีส่วนสูงถึง 185 ซม. ใบหน้าหล่อสไตล์เกาหลี ริมฝีปากแดง จมูกโด่งเป็นสัน ใบหน้าเรียวยาว ทรงผมที่ไถข้างออกทั้งสองข้าง สร้างเสน่ห์ให้เขาด้วยต่างหูสีดำนับสิบที่ติดอยู่ทั้งสองข้าง ดวงตาคมเรียบเฉย ถอนหายใจออกมาเป็นระยะ วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมลงสามเม็ดจนเห็นรอยสักที่ชวนน่าหลงใหลบริเวณอก และข้อมือขวาที่สักรูปสามเหลี่ยมธรรมดา นั่งลงไขว่ห้างด้วยใบหน้าที่หงุดหงิดจนผู้สัมภาษณ์เหงื่อตก ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่ดูดีและร่างกายที่แสนจะเพอร์เฟ็ก ทุกอย่างบนตัวของเขามันดีเลิศ ยกเว้น...

นิสัยจอมเหวี่ยงวีนที่เขาล่ำลือกันไง!

Interviewer : ถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราขอสัมภาษณ์คุณโซลเลยก็แล้วกันนะคะ

โซล : อือ ด่วนด้วย ผมมีงานต้องไปทำต่อ

Interviewer : คือเป็นคำถามที่แฟนๆ ของคุณอยากรู้นะคะ เกี่ยวกับประวัติของคุณ ก่อนที่จะมาเป็นนายแบบที่โด่งดังจนถึงตอนนี้ เมื่อก่อนคุณเคยเป็นเนตไอดอลที่ชื่อดังมากเลยใช่ไหมคะ?

โซล : ใช่ เมื่อก่อนผมเป็นแค่เนตไอดอลธรรมดาเท่านั้นล่ะ

Interviewer : แล้วที่มีข่าวลือมาว่าคุณเป็นเนตไอดอลที่ชอบเปลือยโชว์ของลับจนโด่งดังนี่ล่ะคะ

โซล : ข่าวแบบนั้นจ้องจะโจมตีผมอยู่แล้วล่ะ ถ้าทุกคนรู้จักผมดี จะรู้นะว่าผมดังเพราะเล่นกีต้าร์ ร้องเพลงลงยูทูป กระทั่งมีแมวมองจากบริษัทชนะศึกมาติดต่อให้ผมไปทำงานถ่ายแบบ เพราะเห็นว่าหุ่นของผมและหน้าตาของผมดีก็เลยตกลงไป หลังจากนั้นก็เลยเป็นแบบทุกวันนี้

โซลถอนหายใจออกมายอย่างหงุดหงิด เขามองนาฬิกาที่ข้อมือที่บ่งบอกว่าได้เวลาที่เขาจะต้องไปปาร์ตี้กับเพื่อนนายแบบ นางแบบที่คอนโดแถวชายทะเลตอนเที่ยงคืน แต่ถ้ายังให้สัมภาษณ์อยู่แบบนี้ มีหวังไปสายแน่!

Interviewer : จนถึงตอนนี้คุณก็โด่งดังมาก และคุณคิดยังไงกับการที่จู่ๆ จากเนตไอดอลธรรมดากลายมาเป็นนายแบบชื่อดัง คุณคิดว่ามันเปลี่ยนแปลงคุณมากไหมคะ?

โซล : ก็มากนะ เพราะมันทำให้ผมมีเงินและก็ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ ตอนแรกอาจจะไม่ชอบแต่ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่าตัวเองเหมาะกับอะไร

Interviewer : งั้นขอสอบถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวหน่อยนะคะ เคยมีข่าวว่าคุณกิ๊กกับตากล้องสาวคนหนึ่งในบริษัทนี่จริงหรือเปล่าคะ?

โซล : คนอย่างผมน่ะเหรอจะไปกิ๊กกับผู้หญิงที่แมนๆ แบบนั้น ไม่มีอะ

Interviewer : ถ้างั้นตอนนี้หัวใจของคุณก็กำลังว่างใช่ไหมคะ

โซล : ใช่ ผมเบื่อที่จะต้องผิดหวังแล้วล่ะ พอที

Interviewer : ที่ว่าเบื่อ ผิดหวัง คงไม่ได้หมายถึง ‘นางแบบ’ ที่ชื่อดังอีกคนที่เพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศเพราะไปเล่นหนังหรือเปล่าคะ

โซลยกยิ้มมุมปาก เมื่อผู้สัมภาษณ์พูดพาดพิงถึงใครบางคนที่เขาลืมไปแล้ว ใช่สิยัยนั่นเพิ่งจะกลับมาจากไปโกอินเตอร์เล่นหนังที่เมืองนอกนี่นา เห็นว่าได้ประกบกับพระเอก- นางเอกดังของฮอลลีวูดด้วยนี่ ใบหน้าหล่อหรี่ตาจิกไปที่กล้อง หวังว่ายัยนั่นคงจะฟังอยู่นะ เพราะถ้าได้ฟังคงจะปรี๊ดแตกแน่นอน

โซล : หึ ผู้หญิงแบบนั้นไม่มีผลอะไรกับชีวิตผมหรอกครับ ก็แค่ผู้หญิงจองหองที่ทำตัวเป็นพญาหงส์ แต่ที่แท้... ก็แค่เป็ดที่ร้องอยู่ในลำคลอง

เรียกเสียงฮือฮาในทันที โซลลุกขึ้นยืนหมุนตัวออกจากรายการไปในทันที รอยยิ้มร้ายกระตุกขึ้น แม้แต่ผู้จัดการส่วนตัวยังห้ามเขาไม่ได้ที่คว้าเอากุญแจรถสปอร์ตไฮบริดจากปอร์เช่รุ่น Porsche 918 Spyder สีเทาที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ เขาก้าวเท้าขึ้นรถของตัวเองและบึ้งออกจากสถานีไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเปิดหลังคารถเพื่อรับลม

Let's go party seoul”

ตุ้บ

“กล้าดียังไงมาว่าฉันเป็นเป็ดกัน ไอ้บ้า!”

ร่างสวยระหงที่ยืนกอดอกดูสัมภาษณ์ในทีวีจอยักษ์อยู่บนคอนโดสุดหรูของตัวเอง เมื่อกลับมาจากเมืองนอกหลังจากไปโลดแล่นอยู่กับการเล่นหนังครั้งแรกในชีวิต ‘พริกหวาน’ นางแบบสาวสุดฮอตที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ เธอกลับมาพร้อมกับความสำเร็จที่ถล่มทลาย เมื่อก้าวไปสู่อีกขั้นของการเป็นนางแบบ ใบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโต ริมฝีปากนูนน่าสัมผัสอิ่มเป็นสีชมพู ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวเป็นลอนกลางแผ่นหลัง เจ้าของส่วนสูง 170 ซม. และสัดส่วนเป็นที่น่าอิจฉาของผู้หญิงทุกคน 34b-24-34 หุ่นที่แสนจะเพอร์เฟ็ก เหมาะกับงานถ่ายแบบที่เธอทำอยู่

เธออยู่ในชุดนอนสีขาวสายเดี่ยวสุดเซ็กซี่ เพิ่งกลับมาถึงที่นี่ตอนเย็น เพราะเข้าไปต่อสัญญากับทางบริษัทชนะศึก และไม่คิดว่าการที่เธอกำลังจะผ่อนคลายเพื่อให้ผิวหน้าของเธออิ่มและสวยเพื่อรับงานในวันพรุ่งนี้ กลับต้องมาอารมณ์เสียเพราะการให้สัมภาษณ์ของไอ้บ้าที่อยู่ในทีวี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เอ่ยชื่อเธอ แต่ประโยคที่ว่าเป็นนางแบบที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ มันจะเป็นใครกันถ้าไม่ใช่เธอ!

“ตัวเองดีตายล่ะ ไอ้บ้าโซลจอมวีน!”

เธอและเขาเป็นนายแบบ นางแบบสังกัดเดียวกัน แต่ทว่าด้วยความที่นิสัยต่างกันสุดขั้วทำให้ไม่ลงรอยกันเท่าไหร่ ที่ไม่ลงรอยคงเห็นจะมีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น เพราะมันเคยมีเรื่องทำนองนี้มาก่อนไง

“คงจะแค้นฉันล่ะสิที่หักอกนาย หึ” ริมฝีปากอวบอิ่มเหยียดตรงและยกไวน์แดงขึ้นจิบ นั่งลงไขว่ห้างและมองออกไปนอกระเบียงที่ตอนนี้มืดสนิทแต่เห็นแสงไฟจากตึกมากมายที่รายล้อมอยู่

“คนอย่างนาย ต่อให้หล่อมากแค่ไหน คนอย่างฉันก็ไม่สนหรอก นิสัยแย่ ทำตัวแย่ ชิ!” เธอหยิบหนังสือที่มีปกของเขาดูและเขวี้ยงทิ้งลงถังขยะ ถึงแม้จะเป็นพวกที่หยิ่งจองหองแต่ถ้าได้ทำงานเธอจะเปลี่ยนเป็นคนละคน เพราะเธอแยกแยะออกไง แต่สำหรับไอ้บ้านั่น ไม่เคยแยกแยะออกหรอก! คงคิดว่าตัวเองดังแล้วดับไม่เป็นมั้ง

นึกไปถึงตอนนั้นก็ขำไม่หาย... ตอนนั้นที่เธอทำให้เขาอับอายขายขี้หน้าคนทั้งประเทศน่ะ หึหึ


สองปีที่แล้ว

“พวกคุณสองคนร่วมงานกันบ่อยแบบนี้ แถมยังดูเหมือนจะสนิทกันด้วย คงจะมีลุ้นให้แฟนคลับจิ้นหรือเปล่าคะ?”

“มีครับ / ไม่มีค่ะ” โซลและพริกหวานมองสบตากัน หลังจากที่มางานแฟชั่นโชว์ หลังจากที่พวกเขาได้ร่วมงานกันครั้งแรกกับการถ่ายแบบเสื้อผ้ากีฬายี่ห้อหนึ่งก็ทำให้เป็นที่จับตามองของทุกคน จนกระทั่งมันดังเปรี้ยงแฟนคลับคิดว่าทั้งสองคนกำลังสานสัมพันธ์กันอยู่ โดยที่โซลออกอาการได้ชัดว่าตามจีบ

“เออ ยังไงกันแน่คะ”

“สำหรับพริกนะคะ พริกโฟกัสที่งานดีกว่าค่ะ เรื่องที่เราจิ้นกันก็ขอให้เป็นเพียงแค่จิ้นนะคะ ไม่จริงค่ะ”

“แต่ฉันอยากให้เป็นจริง ไม่ได้แค่จิ้น” พริกหวานหันไปมองโซลที่โอบเอวเธอให้แนบชิดกับร่างกายแกร่ง ใบหน้าหล่อยกยิ้ม ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมถึงได้อยากจีบยัยนี่ที่ทั้งหยิ่งและจองหอง แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่จะทำให้กระแสของเราดังขึ้นไปอีก มันเป็นผลดีต่อตัวของเขาและบริษัทด้วย ที่สำคัญการจีบยัยนี่มันท้าทายเขามาก เพราะพริกหวานสวย และดูจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แต่เขาเนี่ยล่ะจะทำให้มันเป็นผลสำเร็จเอง

จีบติดก็คบสิ รออะไรเล่า!

“ว้าว คุณโซลเล่นหยอดหวานแบบนี้ คุณพริกหวานว่ายังไงคะเนี่ย?”

“คือ...”

“ผมจีบพริกเขาอยู่น่ะครับ เขาอาจจะกำลังเขินอยู่ก็ได้” ใบหน้าสวยเหวอไปในทันที โซลมันจีบเธอตอนไหนกัน ไม่เห็นจะพูดบ้าอะไรเลยนี่ คิดจะทำให้ชื่อเสียงของเธอป่นปี้หรือไงกัน? คิดจะเล่นกับพริกหวานงั้นเหรอ

ได้จัดให้นะโซล!

“ค่ะ แต่พริกไม่เล่นด้วย”

“!”

“ผู้ชายอย่างโซลไม่ใช่สเปกพริกหรอกค่ะ เรานิสัยต่างกันที่สำคัญนะคะ... หล่อแค่ไหนก็กินไม่ได้ค่ะ” โซลเบิกตากว้างที่โดนยัยหยิ่งคนนี้หักหน้ากลางงานแฟชั่นและต่อหน้านักข่าวอีกนับร้อย เขากลายเป็นตัวตลกในทันทีที่ผู้หญิงคนนี้ปฏิเสธการจีบของเขา ผู้ชายที่ชื่อโซล ผู้หญิงแค่เห็นก็ยอมสยบแล้วนะ ยัยบ้านี้เป็นใครกัน? แค่หยิ่งจองหองคิดว่าจะเอาชนะเขาได้งั้นเหรอวะ!

“เพราะฉะนั้นไม่จริงนะคะ ขอโทษด้วยนะโซล นายไม่ใช่สเปกฉันอะ”

“...”

“ขอโทษพี่นักข่าวด้วยนะคะ ที่ฟังโซลเขาคนเดียว ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังนะคะ บายค่ะ” พริกหวานโบกมือและทิ้งให้โซลยืนนิ่งอยู่กลางดงนักข่าวที่ถามเขาเรื่องที่เกิดขึ้น

และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเกลียดขี้หน้ากันอย่างสุดขีด!


“เฮ้ยโซล เช้าแล้วนะมึง”

“งือ กูจะนอน”

“มึงต้องเข้าบริษัทไม่ใช่หรือไงวะ ตื่น!” สายตาของผมโฟกัสที่ร่างสูงของเพื่อนนายแบบที่ชื่อตัง มันเก็บของที่เกลื่อนเต็มพื้นคอนโดและนายแบบอีกหลายคนที่นอนตายอยู่เกือบสิบชีวิตและร่างของนางแบบสาวที่นอนอยู่บนโซฟา ผมลุกขึ้นนั่งยีผมตัวเองอย่างหงุดหงิด หาวออกมาเพราะเมื่อยล้าจากเมื่อคืนที่หนักไปหน่อย

“ทำหน้าวีนเหวี่ยงตลอดนะมึง”

“กูฝันได้โคตรเลวร้ายเลยว่ะ”

“ฝัน? ฝันอะไรของมึง” ผมจิ๊ปากและหยิบซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต ควานไฟแช็กแต่ไอ้ตังก็โยนมาให้ผมจุดสูบพ่นควันไปทั่วห้อง

“ฝันร้ายว่ะ คือแบบอย่างหลอน”

“ฝันถึงยัยนั่นล่ะสิ เรื่องนั้นหรือไง?”

“มึงหุบปากไปเลยไอ้ตัง กูอุตสาห์ลืมไปได้แล้วนะ... กลับมาทำซากอะไร โด่งดังไกลแล้วไม่ใช่หรือไงกัน”

“แหม ก็ต้องกลับมาเซ็นสัญญาต่อหรือเปล่า? รับงานต่างประเทศที่ไม่ได้เซ็นสัญญาตายตัว มึงคิดว่าจะอยู่รอดปะล่ะ” ไอ้ตังสูบบุหรี่ตามผม และนั่งมองออกไปนอกระเบียงที่เห็นวิวทะเลยามเช้า

“แล้วมึงไม่มีงานเช้า?”

“ไม่อะ กูมีงานเข้าตอนบ่าย ไปถ่ายแบบที่ต่างจังหวัดหลายวันอะ”

“ชิ กูแม่งได้แต่งานถ่ายที่บริษัท ลำไยสัด!”

“แหม ก็ดีไม่ใช่หรือไง สบายจะตายไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปๆ มาๆ แบบกู เหนื่อยฉิบหาย” ผมนั่งสูบบุหรี่จนหมดมวนสักพักพี่จอยที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวก็โทรตามผมยิกเลย ผมขับรถตรงกลับมาถึงคอนโดของตัวเองอาบน้ำและแต่งตัวเตรียมเข้าบริษัท เมื่อมาถึงบริษัทผมก็เดินตรงไปหาพี่จอยที่ยืนรออยู่แล้ว

“น้องโซลมาช้าจังนะคะ ตอนนี้กำลังจะประชุมกันเรื่องงานใหม่นะคะ”

“แล้วไงล่ะครับ แค่สิบนาทีเอง” พี่จอยกุมขมับทันทีก่อนจะเดินนำผมไปที่หน้าลิฟต์ ขึ้นไปยังชั้นที่ต้องการ เมื่อมาถึงประตูห้องเปิดขึ้นพร้อมกับคณะกรรมการและทีมงาน รวมไปถึงนายแบบ-นางแบบในสังกัด และมันก็เป็นการเผชิญหน้าครั้งแรกในรอบสองปีของผมกับ...

ยัยพริกหวาน

เธอมองสบตากับผมด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง เบ้ปากด้วยใบหน้าที่หยิ่งจองหอง เธอสวมชุดเดรสสีดำ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด เหมือนเดิมทุกอย่างเลยนะในระยะสองปีที่ไม่ได้เจอกัน ตั้งแต่ครั้งที่หล่อนหักหน้าผมและบินตรงไปทำงานที่ต่างประเทศ

“มาช้านะโซล”

“ขอโทษครับ พอดีตื่นสาย” น้ำเสียงเรียบๆ ดังขึ้นที่หัวโต๊ะ ไม่ใช่ประธานบริษัท แต่เขาเป็นกรรมการบริษัทที่ทั้งประธานและรองประธานต่างไว้วางใจให้ทำงาน เพราะเขาเป็นคนของตระกูบชนะศึกนี่นา เขาเป็นน้องชายของประธานบริษัท รู้สึกจะเป็นน้องชายคนเล็กสุดเพราะเขาเพิ่งจะอายุแค่สามสิบสองปีเท่านั้น ทั้งที่ประธานของบริษัทอายุก็ปาเข้าไปจะห้าสิบปีแล้ว ส่วนลูกชายของประธานที่เป็นรองประธานรู้สึกว่าจะไปดูแลภรรยาของตัวเองที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ และตัวของเขาคุณนพหรือพี่นพ ก็เลยทำหน้าที่นี้แทน ที่สำคัญเขายังมีงานอดิเรกคือเป็นตากล้องจำเป็นเวลาช่างภาพไม่ว่างด้วย

“คราวหน้าถ้าตื่นสาย ฉันจะซื้อนาฬิกาปลุกให้นายสักสิบเรือน”

“คราวที่แล้วพี่นพก็ซื้อให้ผมตั้งห้าเรือแล้วนะ”

“หึ แล้วไงมันช่วยนายได้หรือเปล่า?”

“ไม่นี่ครับ ผมก็ยังตื่นสายเหมือนเดิม” ผมส่งยิ้มให้กับเขา มีไม่กี่คนที่จะเรียกเขาได้สนิทสนมขนาดนี้ อ่อมีอีกคนที่เรียกเขาด้วยน้ำเสียงแอ๊บๆ ก็คือยัยพริกเน่าไง

“เอาล่ะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน วันนี้เราขอต้อนรับการกลับมาของพริกหวานนะที่ไปทำงานไกลถึงต่างประเทศ สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทด้วย แต่ตอนนี้เธอกลับมารับงานที่นี่อย่างถาวร ขอเสียงปรบมือด้วย”

ดวงตาของผมกลอกไปมาอย่างหงุดหงิด เบ้ปากมองพริกหวานที่ลุกขึ้นโค้งศีรษะให้กับทุกคนในห้อง ใบหน้าสวยยิ้มแย้มอย่างสุขใจราวกับว่าดีใจ แต่ที่แท้มันก็แค่การแสดงของเธอนั่นแหละ ตัวจริงหยิ่งจองหองอย่างกับอะไร ชิ

“เมื่อวานพริกหวานเพิ่งจะกลับมา และวันนี้ก็จะมาเซ็นสัญญากับบริษัทต่อไปอีก... งานแรกของพริกหวานก็ไปเป็นแบรนด์เปิดตัวน้ำหอมชื่อดังที่ห้างนะ”

“...”

“ทุกคนอาจจะงงที่ผมมานั่งที่ผู้บริหาร อันเนื่องจากประธานและรองประธานต่างมีหน้าที่ที่ต้องจัดการ เลยให้ผมมาดูแลในส่วนนี้แทน ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะ สำหรับใครที่มีงานอยู่แล้วก็ไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดนะ ผมมีเรื่องจะพูดเท่านี้ล่ะ” พี่นพพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับทีมงาน เห็นว่าจะไปเป็นตากล้องให้กับนางแบบใหม่มั้ง เพราะตอนนี้ช่างภาพของบริษัทฮอตเหลือเกินจนแทบจะไม่เหลือติดบริษัทล่ะ ผมเบ้ปากมองทุกคนที่เดินออกไปก่อนจะมองร่างสวยของพริกหวานที่ลุกขึ้นมาบ้าง

“ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยหรือไง?”

“จำเป็นด้วยเหรอ หรืออยากจะให้ทัก... เรื่องตอนนั้น”

“หึ”

“ดูสดใสกว่าเดิมเยอะเลยนะ คงจะหาผู้หญิงมาดามใจเพราะอกหักจากฉันได้ล่ะสิ” พริกหวานพูดด้วยน้ำเสียงแหลมสูง และไอ้ท่ายืดคอระหงนั่นมันทำให้ผมรู้สึกอยากจะกระโจนเข้าไปหักคอเธอจริงๆ

“ก็นะ คนนั้นดีกว่าเธอร้อยเท่าซะด้วยสิ”

“...” แทงใจดำล่ะสิ ยัยนี่เป็นพวกที่ไม่ชอบให้คนอื่นเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครไง จุดอ่อนโคตรเดาง่าย

“เป็ดอย่างเธอก็เป็นได้แค่เป็ดล่ะ เพราะฉันในตอนนี้ไม่ใช่นกกระจอกแบบเมื่อก่อนนะ” ผมลุกขึ้นยืนเดินอ้อมไปหาเธอที่ยืนประจันหน้ากับผมอยู่ ส่วนสูงที่ผู้หญิงทุกคนอย่างได้ สัดส่วนที่ผู้หญิงทุกคนอยากมี มาอยู่บนตัวยัยนี่หมดทุกอย่าง ผมแสยะยิ้มมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าและเลื่อนมาสบตากับดวงตากลมโต

“ตอนนี้ฉันเป็นพญานกที่บินเหนือกว่าเธอ และที่สำคัญนะ... ความสวยของเธอมันก็กินไม่ได้หรอก บาย”

“ซะ โซล!”

“ฮ้า จำชื่อฉันได้ด้วย น่าดีใจนะ” ใบหน้าของผมก้มลงไปใกล้ชิดกับเธอที่ขยับตัวหนี กลิ่นตัวหอมๆ ของพริกหวานยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ไอ้กลิ่นบลูเบอร์รี่ที่หวานหอมแบบนี้ เธอผลักไหล่ผมออกและเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้ผมยืนเบ้ปากเดินตามหลังเธอไป ผมเดินตรงมาที่ห้องแต่งตัวเพราะมีงานเช้าและช่วงเย็น มันน่าเบื่อใช่ไหมที่มีงานแบบนี้บ่อยๆ ผมถึงได้วีนเหวี่ยงก็เพราะตารางที่มันโคตรจะเยอะแบบนี้ไงเล่า เมื่อเปิดห้องเข้ามาก็ไม่เห็นมีช่างแต่งหน้าเลย หรือว่าพี่จอยจะไปตามอยู่ ช่างเถอะ

ตุ้บ

“เหอะ มือไม้อ่อนจริงนะไอ้โซล!” ผมหลับตาลงและก้มลงไปใต้โต๊ะกระจกขนาดกว้าง เพราะดันหมุนกุญแจในมือจนมันล่วงหล่นไปไกล

ปัง

“บ้าจริงพริก ทำไมต้องใจเต้นแบบนี้ด้วยนะ!”

หือ? ยัยพริกหวาน ทำไมถึงได้เข้ามาในห้องแต่งตัวผมด้วยนะ แต่... ยัยนี่กำลังใจเต้นเพราะใครอะ? เอ๋ หรือว่าผมกันแน่นะ เฮ้ยจริงเหรอ! ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าเธอจะใจเต้นเพราะผม ที่ทำเหมือนไม่ชอบขี้หน้านี่คือต้องการรักษาหน้าตัวเองหรือไง แบบนี้ต้องออกไปแกล้งให้ตกใจนะ

“ทำไมพี่นพต้องยิ้มให้แบบนั้นด้วยนะ”

“!”

“จะให้ชอบไปถึงไหนกันคนบ้าเอ่ย ชอบจนไม่มีใจไปชอบใครแล้วนะ” ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ที่ยัยนี่ใจเต้นไม่ใช่เพราะผม แต่เป็นพี่นพกรรมการบริษัทและช่างภาพจำเป็นเหรอ?

เฮ้ยนี่มันเรื่องใหญ่มากจนกลบข่าวโลกแตกหรือของแพงเลยนะเนี่ย! จริงดิวะ ผมนั่งเม้มริมฝีปากของตัวเอง ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออกมาได้ ก็หยิบมือถือขึ้นมากดบันทึกเสียงยัยพริกหวานที่นั่งเก้าอี้ข้างๆ ผม

เออ ดีนะที่นั่งห่างไม่งั้นคงเห็น... (คิดเอาเองเพราะเธอดันสวมเดรสกระโปรงสั้นกุดนี่นา)

“ทำไงดีเนี่ย กลับมาเพราะว่าคิดถึงก็จริง แต่พอเห็นหน้าก็แทบจะไปไม่เป็นเลยนะพี่นุช พี่จะมาหรือยัง?”

พี่นุชคือผู้จัดการส่วนตัวของยัยพริกหวาน อ่อเรื่องนี้มีแค่สองคนที่รู้สินะ แต่ตอนนี้เพิ่มเป็นสามนะจ๊ะเบบี๋

“ก็พริกยังชอบพี่นพไม่เปลี่ยนนี่คะ คิดว่าสองปีที่ไม่ได้เจอคงจะตัดได้แต่ไม่เลยนะ พริกคิดถึงพี่นพทุกวันทุกคืน อยากจะบอกแต่ก็ไม่กล้า อายุของเราสองคนห่างกันราวกับลุงหลานเลยนะคะ”

ก็แหงล่ะสิ เธอเพิ่งจะยี่สิบสอง พี่นพปาเข้าไปสามสิบกว่าแล้ว ไม่โดนข้อครหาก็ดีแค่ไหน

“เปล่าคะ ตอนนี้พริกอยู่ในห้องแต่งตัว ไม่มีคนอยู่ ถึงได้พูดเสียงดังฟังชัดแบบนี้ได้ไงล่ะคะ”

ใช่ พูดดังๆ เลยยัยพริกเน่า คราวนี้เธอได้เน่าของจริงแน่... แผนการเอาคืนของฉันที่จะทำให้เธอยอมสยบ ความหยิ่งจองหองของเธอ ฉันจะกำจัดมันให้เองนะ จะหยิ่ง จะจองหองกับใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กับโซลนะที่รัก หึ

“ค่ะ งั้นพริกออกไปรอที่หน้าบริษัทก็แล้วกันนะคะ คิดถึงพี่นุชเหมือนกันค่ะ”

ทันทีที่พริกหวานลุกออกจากเก้าอี้ ผมก็ผุดออกมาจากใต้โต๊ะ มองแผ่นหลังบางที่กำลังเดินออกประตูไป พลางยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ ชัยชนะของผมจริงๆ นี่นา

“อ้าวๆ จะรีบไปไหนซะล่ะ พริกหวาน”

“!” เธอชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงของผม ร่างบางหันมาด้วยใบหน้าที่ตกใจสุดขีด มือถือตกลงสู่พื้น พริกหวานอ้าปากหวอจนผมยิ้มขำ ไม่เคยเห็นเธอหลุดแบบนี้มาก่อนเลยนะ ถึงได้บอกไงว่ายัยนี่มันก็แค่เป็ด ไม่ใช่หงส์หรอก

“นะ นายเข้ามา...”

“อ่อ ฉันน่ะเหรอเข้ามานานแล้วล่ะ นานพอจะได้ยิน ‘ความลับ’ บางอย่างจากปากของนางแบบจอมหยิ่งอย่างเธอไง”

“!” ผมพิงขอบโต๊ะกระจกและเปิดเสียงที่บันทึกให้เธอฟัง แน่นอนว่ายัยพริกหวานแทบจะเน่าไปในทันที แหมเสียงของเธอมันดังฟังชัดขนาดนี้ ถ้าจะคิดว่าผมปลอมแปลงเสียงคงไม่ใช่นะ เพราะเนี่ยเสียงของเธอแน่นอน ไม่มีใครแปลงได้เหมือนหรอก เสียงแหลมเล็กแบบนี้อะ

“นะ นาย!”

“ไง ตกใจล่ะสิ พอดีว่ามือมันลั่นไปกดปุ่มบันทึกเสียงอะ โทษทีนะพริกหวาน”


และแล้วแผนการเอาคืนก็เริ่มต้นขึ้น... นับแต่วินาทีนี้ล่ะ หึ

เปิดตัวโซลนายแบบหนุ่มขี้เหวี่ยง กับนางแบบสาวสุดหยิ่งที่เป็นคู่กัดกัน

ฟีดแบคมาโน้ยตัวเอง! เดี๋ยวจะได้มาลงตอนต่อไปนะ

เมนต์ ถูกใจให้หน่อยตัวเอง

    อีกช่องทางหนึ่งที่สามารถติดตามผลงานของไรท์ได้นะคะ จิ้มเลยจ้า > Dek-D                > Fictionlog                > ReadAwrite  สำหรับลีดเดอร์ที่ตามไรท์นะคะ ขอบคุณพวกคุณมากๆ นะ ขอบคุณที่ติดตาม รักไรท์และรักนิยายของไรท์ สัญญาว่าจะพัฒนาฝีมือและตั้งใจแต่งนิยายดีๆ ให้พวกคุณได้ติดตาม และไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ         ลิงค์อีบุ๊คทุกเรื่องของไรท์ใน MEB นะคะ กดเลย :: www.mebmarkat.com              ฝากแฟนเพจด้วยจ้าาา   ไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของไรท์ และการอัพนิยายแต่ละเรื่อง กดถูกใจและติดตามได้เลยจ๊ะ -3-   // Sweet_Moon
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น