ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

THE DRAGON EP 0 ห้องเชียร์

THE DRAGON

EP 0

ห้องเชียร์

 

“น้องคะ! นั่งกันเร็วๆ สิคะ พี่ๆ มารอนานแล้วนะคะ!”

 

“นั่งแล้วเงียบๆ ด้วยค่ะน้อง ห้องเชียร์นะคะ ไม่ใช่ตลาดสด”

 

“จะคุยกันอีกนานมั้ยคะ คุยเสียงดังแบบนี้อยากนั่งเข้า (ระ) เบียบเชียร์กันเหรอคะ!”

 

“ถ้าน้องยังไม่หยุดคุยแบบนี้ พี่ขอตัวแทนนั่งเข้าเบียบเชียร์ด้วยค่ะ!”

 

“...”

 

“ไม่มีคนสั่งเหรอคะ มนุษยศาสตร์รุ่นนี้ไม่มีคนกล้าแสดงออกเหรอคะ พี่เชียร์ก็สอนการเข้าเบียบเชียร์ไปแล้วนะคะน้อง สองร้อยกว่าชีวิตในที่นี้ ไม่มีใครสั่งเป็นเลยเหรอคะ!”

 

“ขออนุญาตสั่งค่ะ!”

 

“เชิญค่ะ”

 

“เบียบเชียร์!”

 

สู้ดดด

 

“เบียบเชียร์”

 

สู้ดดดด

 

“เบียบเชียร์”

 

สู้ดดดดด

 

สิ้นสุดเสียงสูดลมหายใจครั้งสุดท้าย เด็กคณะมนุษยศาสตร์สองร้อยกว่าชีวิตก็นั่งนิ่งราวกับเป็นโขดหินที่เหมือนถูกมนต์สะกดให้ต้องคำสาปโดยการห้ามขยับเขยื้อนไปไหน คล้ายๆ กับถูกสั่งให้เป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต...

 

ตอนนี้พวกเราทำได้แค่เพียงนั่งนิ่งๆ พร้อมกับยืดหลังตรง วางมือทั้งสองข้างไว้บนหน้าตักและส้นเท้าชิด ปลายเท้าเปิดอยู่บนสแตนด์เชียร์แข็งๆ นี่เท่านั้น สายตาทั้งสองข้างต้องมองตรงไปยังข้างหน้าที่มีเพียงแต่ท้องฟ้าสีเทาอันมืดครึ้มดูหม่นหมองและนกที่พากันบินกลับรัง พร้อมกับเสียงลมที่ดังแว่วมาเป็นระยะๆ ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจทำให้จิตใจของเด็กปีหนึ่งสงบลงได้เลย...

 

ทั้งอัฒจันทร์สนามกีฬากลางแห่งนี้ ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัด ไม่มีเสียงโต้ตอบหรือคุยกันใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงสายตาสี่คู่ที่จ้องมาทางเด็กปีหนึ่งอย่างไม่ลดละ เพื่อเช็คความเป็นระเบียบเรียบร้อยและแน่นอนว่าสายตาที่มองมานั้น กำลังจ้องจับผิดเด็กปีหนึ่งอยู่และเมื่อมีคนใดคนหนึ่งทำผิด คนๆ นั้นต้องพูดคำว่า

 

“หลุดค่ะ ขอโทษค่ะ/ครับ”

 

ซึ่งเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะได้ยิน เรียกได้ว่า...ได้ยินบ่อยจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาของทุกวัน! เพราะไม่ว่าเราจะปวดแข้ง ปวดขา ปวดหน้า ปวดหลัง หรือแม้แต่ขยับปัดยุงนิดเดียวก็อย่าหวังเลยว่าจะรอดพ้นสายตาเหยี่ยวของเหล่าพี่เชียร์ทั้งสี่สาวไปได้ บอกได้เลยว่า...

 

ไม่รอด ตายสถานเดียวค่ะ!

 

ซึ่งฉัน...ก็เป็นหนึ่งในเด็กพวกนี้

 

(-.-)

 

โอ๊ยยย! ทำม้าย ทำไม ชีวิตของอีน้ำพิงค์แสนสวยคนนี้ ต้องมานั่งแหกปากร้องเพลงและต้องมานั่งเป็นโขดหินให้พี่ว้ากกับพี่เชียร์ด่าด้วยวะ!!

 

แม้เจ้าโว้ย!

 

อยากจะกระโดดลงไปด้านล่างแล้วเอาหน้ามุดเข้ากับสนามหญ้าเทียมเสียจริง

 

เบื่อเด้ เบื่อเด้!

 

ฉันไม่เข้าใจกฎของมหาวิทยาลัยเลยจริงๆ นะ หรือทั้งหมดเป็นเพียงกฎที่รุ่นพี่พากันสร้างขึ้นมาเองก็ไม่รู้ ที่ต้องให้น้องปีหนึ่งมาเข้าห้องเชียร์เนี่ย ยิ่งเป็นคณะมนุษยศาสตร์ของฉันนะ ต้องเข้าหนึ่ง

 

เดือนเต็ม ย้ำ! หนึ่งเดือนเต็ม

 

ดู๊ดู! ช่างโหดร้ายกับเด็กเฟรชซี่ใสๆ อย่างฉันมากค่ะซิส~ (ToT)

 

แถมในแต่ละวัน ตารางเรียนใช่ว่าจะสวยสดงดงามหรือสุดลั้นลาแฮปปี้แลนด์มากเว่อร์ซะเมื่อไหร่ด้วยนะ เพราะเรียนเสร็จก็นู่นเลยค่ะ ห้าโมงเย็นแล้ว หากทว่ายังต้องหอบสังขารรีบมาเข้ากิจกรรมบ้าบอตอแตกแบบนี้อีก นี่มันระบบโซตัสชัดๆ กับการบังคับให้น้องมานั่งแหกปากร้องเพลง พอไม่ได้ดั่งใจก็มาด่าน้องเนี่ย เลิกกิจกรรมทีก็ดึก กว่าจะปล่อยก็ตอนสองหรือสามทุ่มได้ แล้วไอ้ฉันที่เป็นเด็กใหม่ใสๆ หัวใจหนึ่งดวง ยังไม่มีรถขับกับเขาด้วยไง งานนี้เลยจำเป็นต้องเดินเท้ากลับหอ เดินตั้งแต่หน้ามอยันท้ายมออะ เพราะหอในของมหาวิทยาลัยใช่ว่าจะอยู่ใกล้ มันกลับอยู่ท้ายมอเลยต่างหาก แต่นั่นว่าลำบากและทรมานมากแล้วกับการเดิน ไม่สิ! วิ่งมากกว่า เพราะรุ่นพี่บังคับให้ฉันวิ่งตลอด เอะอะๆ ก็วิ่งๆๆๆ เดี๋ยวอีกสักหน่อยฉันจะไปตามล่าคว้าเหรียญทองในวงการนักวิ่งมาราธอนละ (-_-)

 

แต่ฉันคนนี้ก็ยังสงสัยและไม่เข้าใจกับรุ่นพี่นะคะว่าทำไมเขาถึงไม่เอารถไฟฟ้ามารับน้องให้ไปส่งที่หอใน ซึ่งรถไฟฟ้าในมอ วิ่งตลอดยาวจนถึงสี่ทุ่มของทุกวัน การปล่อยน้องในเวลาสองถึงสามทุ่ม มันก็ยังมีรถและมีหลายคันมาก แต่ทำไมให้น้องเดินกลับโดยมีพี่ๆ คอยเดินขนาบข้าง พร้อมกับสั่งให้เดินๆ วิ่งๆ เพื่ออะไรฉันก็ยังไม่เข้าใจมาจนถึงทุกวันนี้และฉันเองก็ยอมเดินเท้ากลับหอในมาแล้วสองอาทิตย์ เหอๆ

 

“พิงค์ ปวดฉี่ว่ะ” 

 

พราว เพื่อนใหม่ที่เข้ากับฉันได้ดีแบบเหนือความคาดหมาย มันเอาเท้ามาสะกิดเท้าฉัน พร้อมกับกระซิบเบาๆ แต่เบาๆ ของมันก็ดังจนทำให้พี่เชียร์คนที่หนึ่งเงยหน้าขึ้นมามองอะ (-_-)

 

“ทนไป ขี้เกียจขออนุญาตเข้าห้องเชียร์” ฉันบอก มันมองค้อนฉันนิดนึง ก่อนจะหันหน้าไปมองตรง

 

บนห้องเชียร์นี้จะปวดอะไรก็ต้องทนค่ะ เพราะทุกอย่างต้องได้รับอนุญาตจากพี่เชียร์และมันยุ่งยากมากที่จะต้องแหกปากตะโกนให้ทุกคนได้รับรู้ว่าจะไปทำอะไร แถมต้องรอให้พี่เชียร์ตอบตกลงอีก ถึงตอนนั้นฉันว่าคนที่ปวดฉี่ ฉี่ต้องราดก่อนแน่ๆ ทนนั่งขมิบตูดแป๊บเดียว เดี๋ยวก็หายยังจะง่ายกว่าอีก เห็นด้วยกับฉันไหม (-_-)

 

“พิงค์ ไม่ไหวแล้วว่ะ”

 

“ขออนุญาตดิ”

 

“ไม่กล้าอะ”

 

“เอ้า! ถ้าไม่บอกก็ไม่ได้ไปสิวะ”

 

“น้องบนสุดตรงกลางสองคนนั้นน่ะ คุยอะไรกัน บนห้องเชียร์คุยกันได้เหรอคะ!”

 

นั่นไง...โดนแล้วอีพิงค์เอ้ยย!

 

ฉันกับพราวรีบหันหน้ากลับมาทางเดิม นั่งนิ่งๆ ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลบเกลื่อนความผิดแบบหน้าด้านๆ ก่อนที่จะส่งกระแสจิตไปบอกไอ้พราวว่าอั้นไปก่อนละกันนะเพื่อนจ๋า (TOT) เพราะตอนนี้สถานการณ์มันอันตรายมาก!

 

“สนุกกันมากเหรอคะน้อง อยู่บนสแตนด์พี่รู้พี่เห็นทุกอย่างนะคะ”

 

จ้าาา!! พี่เล่นจ้องจับผิดขนาดนี้ ไม่เห็นก็ไม่รู้จะว่าไงละ

 

“โตๆ กันแล้วนะคะ เพลงก็ร้องไม่ได้ แต่ยังจะคุยเล่นกันอีก ไม่อยากได้รุ่นกันใช่มั้ยคะ"

 

ดราม่ามาแล้ว (TOT)

 

เวลาพวกฉันร้องเพลงไม่ได้ ร้องเสียงไม่ดัง คุยกันนิดเดียวพวกพี่เชียร์ก็จะพากันดราม่าชามโตๆ พร้อมใส่พริกเม็ดใหญ่ๆ และถลึงตามาให้ เป็นนัยๆว่า พวกมึงอยากลงวินัยกันนักใช่ไหม! และไม่นานเหล่าพี่ว้ากตัวร้าย(มาก)ก็จะแหกปาก เอ้ย! ส่งเสียงตะโกนขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า...

 

“เฮ้ยยย!! อะไรกัน ขึ้นห้องเชียร์กันมากี่วันแล้ว ยังไม่รู้กฎกันเหรอครับน้อง!”

 

ก็ประมาณนี้จ้ะ...

 

เมื่อเหล่าพี่ว้ากตัวอันตรายขึ้นมาครบทั้งห้าท่านแล้ว บนอัฒจันทร์หรือแสตนด์เชียร์ก็จะเงียบเป็นพิเศษ

 

พวกฉันเกรงกลัวเหล่าพี่ว้ากมากๆ กลัวยิ่งกว่าพี่เชียร์อีก เพราะพี่ว้ากมีอำนาจเหนือกว่าทุกคนในที่นี้ไงเล่าและที่สำคัญเวลาพี่ว้ากลง พวกฉันต้องนั่งนิ่งกว่าเดิมเป็นสองเท่า ไม่อย่างนั้นก็จะโดน..

 

“เฮ้ย! มองอะไรกัน!”

 

“มองหน้านี่คืออยากมีเรื่องเหรอ!”

 

จ้ะ :) แบบนี้เลย

 

ส่วนใครที่อยู่หน้าๆ ก็จะโดนกดดันหน่อย โดยพี่ว้ากจะยืนจ้องหน้าและหาเรื่อง กระทั่งมีเด็กกลัวแล้วร้องไห้เป็นลมก็มีมาแล้ว

 

“ไหนร้องเพลงมาร์ชมอให้ฟังหน่อย”

 

ทุกคนเมื่อรู้ว่าต้องร้องเพลงก็มีการขยับ เพื่อเตรียมความพร้อมนิดนึง แต่ดูเหมือนพี่ว้ากจะไม่เข้าใจ...(OoO)

 

“ขยับอะไรกันเล่า! เป็นอะไรกัน!”

 

“ในห้องเชียร์ขยับได้ด้วยเหรอหะ!”

 

“จะร้องกันมั้ย เพลงอะ”

 

“สั่งเข้าเบียบเชียร์กันสิ ไม่อยากกลับหอกันเหรอ!”

 

เมื่อไม่มีคนสั่งเข้าเบียบเชียร์ก็จะ...

 

“เป็นใบ้กันเหรอ! ไม่อยากกลับหอกันใช่มั้ย!”

 

และทุกอย่างจะดีขึ้น เมื่อ...

 

“ขออนุญาตสั่งครับ!”

 

ทั้งอัฒจันทร์ปลื้มปริ่มกันถ้วนหน้า ฉันนี่แทบจะก้มลงไปกราบงามๆ ให้กับผู้กล้าหารซะจริง นายทำดีมากเพื่อน! นายช่วยให้ปีหนึ่งมีชีวิตรอดได้! :)

 

“เชิญ!”

 

สุดท้ายเราก็นั่งเข้าระเบียบเชียร์ แต่เรื่องมันยังไม่จบเพียงเท่านี้ค่ะ!!!

 

ทุกคนอย่าเพิ่งคิดว่าพี่ว้ากจะทำแค่นี้ เพราะสิ่งที่ทุกคนเห็นมาในทีวีหรือในนิยายมันตรงกันข้ามกับความเป็นจริงเสมอ...

 

“หยุดดดด! ร้องอะไรกัน!”

 

“เสียงมีกันแค่นี้เหรอ!”

 

“ทำไมยังมีบางคนร้องไม่ได้”

 

“บางคนก็เอาเปรียบ ไม่ช่วยร้องเลย”

 

“ไม่เคยกลับไปซ้อมกันเลยเหรอ ห่วยจริงๆ!”

 

ยังๆ ยังไม่หมด นี่แค่เริ่มต้น...

 

“พี่เชียร์สอนน้องยังไง ทำไมห่วยขนาดนี้!”

 

“พวกคุณตั้งใจสอนน้องหรือเปล่า ทำไมน้องร้องไม่ได้”

 

“ปีหนึ่งห่วยหรือพี่เชียร์มันห่วย!”

 

“พี่เชียร์ลงไปด้านล่าง!”

 

ความร้อนปะทุขึ้นภายในอัฒจันทร์เป็นสิบเท่า สงครามกำลังร้อนระอุพร้อมที่จะทิ้งระเบิดใส่เด็กปีหนึ่งให้ราบเป็นหน้ากอง

 

เมื่อเหล่าพี่ว้ากตัวร้ายพากันไม่พอใจที่พวกฉันร้องเพลงไม่ได้และไม่ช่วยกันร้อง ถึงแม้ว่าพวกฉันจะตะโกนแหกปากจนถึงขีดสุดแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่อาจเพียงพอที่จะทำให้พี่ว้ากพอใจได้และเมื่อทำอะไรพวกฉันไม่ได้แล้ว พี่ว้ากจึงหันไปเล่นงานพี่เชียร์แทน!!!

 

“พี่เชียร์คุณได้สอนน้องหรือเปล่า!”

 

“สอนค่ะ!”

 

พี่เชียร์ที่เป็นผู้หญิงล้วนสี่คนยืนเรียงแถวหน้ากระดานและตะโกนกลับมาทางพี่ว้าก สีหน้าแต่ละคนดูเคร่งเครียด ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ พี่เชียร์คนสุดท้ายมีน้ำตาคลออยู่ที่ใบหน้าของตัวเองด้วย ซ้ำร้ายสถานการณ์ตอนนี้เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้เลย...

 

“แล้วทำไมมันถึงห่วยแบบนี้”

 

“...”

 

ไม่มีเสียงตอนรับใดๆ กลับมา แล้วมันก็ยิ่งบีบหัวใจเด็กปีหนึ่งอย่างพวกฉันเป็นอย่างมาก

 

“ในเมื่อพี่มันห่วยก็วิ่งรอบสนามสิบรอบ ปฏิบัติ!”

 

“วิ่งรอบสนามสิบรอบ!”

 

พี่เชียร์พากันกอดคอและเริ่มวิ่งออกไป

 

“เฮ้ย....”

 

เสียงของพวกฉันดังกระหึ่ม เมื่อพี่ว้ากสั่งลงโทษพี่เชียร์ ฉันอยากจะตะโกนดังๆ ว่าพวกฉันตั้งใจทำเต็มที่สุดแล้วนะเว้ย แล้วมันก็ไม่ใช้ความผิดของพี่เชียร์เลยนะ จะลงโทษพวกพี่เขาไม่ได้ พวกเขาตั้งใจทำกันที่สุดแล้วจริงๆ

 

แต่ฉันคงทำได้แค่เพียงประท้วงอยู่ในใจเท่านั้น...

 

“ปีหนึ่ง! คุณจะวิ่งแทนหรือจะให้พี่ของพวกคุณวิ่ง!”

 

“วิ่งแทนค่ะ/ครับ”

 

เสียงของเด็กปีหนึ่งดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย คำตอบล้วนเป็นเสียงเดียวว่าต้องการวิ่งแทนพี่เชียร์ นี่คือสิ่งที่ฉันรักของการเป็นเด็กมนุษยศาสตร์ปีนี้ แม้จะหัวแข็งกันแค่ไหน

 

แต่สุดท้าย...พวกฉันก็รักกัน

 

“ไม่เอาดีกว่าพวกคุณร้องไม่ดังเอง”

 

“ให้พี่ของพวกคุณวิ่งแบบนั้นดีแล้ว ไม่อยากฟังเพลงแล้ว ร้องห่วย!”

 

“วันนี้พวกคุณแย่มาก พี่เชียร์ต้องถูกลงโทษเพราะพวกคุณ ถ้าพวกคุณยังทำไม่ได้ พี่คุณก็จะโดนแบบนี้แทนคุณ เห็นคนอื่นต้องรับโทษแทน สนุกกันมั้ย?”

 

“พรุ่งนี้! ใครไม่มีลายเซ็นพวกผม คุณโดนหนักแน่!”

 

“วันนี้ห่วย!”

 

“ห่วย!”

 

“ห่วยยยยยยย...”

 

พี่ว้ากพากันเดินเรียงกันกันลงไปด้านล่างจนหมด ส่วนพี่เชียร์ตอนนี้ก็ยังคงวิ่งรอบสนามที่ใหญ่และกว้าง

 

อันที่จริงพวกฉันโดนแบบนี้ทุกวันแหละ บางทีพวกฉันจะถูกลงโทษให้ร้องเพลงซ้ำไปซ้ำมาและจะมีบางครั้งที่พี่เชียร์จะถูกทำโทษโดยการให้ร้องเพลงแทนพวกฉันบ้าง ถึงพวกฉันอาจจะไม่ชอบพี่เชียร์เวลาพวกนางจิกกัดพวกฉันนะ แต่พวกฉันก็ไม่อาจเห็นพวกพี่ๆ ถูกทำโทษเพราะพวกฉันร้องเพลงไม่ได้เรื่อง ฉันเชื่อว่าทุกคนมีความคิดแบบเดียวกับฉัน เพราะสีหน้าแต่ละคนไม่สู้ดีนัก บางคนน้ำตาซึมและร้องไห้ออกมาก็มี

 

“เปิดหนังสือหน้าแรกค่ะ ใครได้ลายเซ็นแล้วเดินลงเรียงแถวมารับข้าวและกลับหอได้ วันนี้น้องๆ ยังทำได้ไม่ดีนะคะ พรุ่งนี้ตั้งใจกว่าเดิมนะคะ น้องๆ”

 

“น้องคนที่ไม่มีรถเดินลงมาเข้าแถวก่อนเลยค่ะ”

 

หัวหน้าห้องเชียร์กับประธานสโมสรนักศึกษาพูดอยู่ด้านล่างพร้อมกับเซ็นสมุดให้เด็กทุกคน

 

สมุดห้องเชียร์เป็นสมุดเล่มเล็กๆ ที่ต้องรักษายิ่งชีพ ห้ามหายเด็ดขาด ในนี้มีเพลงทุกเพลงที่ต้องร้องให้ได้และมีตารางเป็นช่องๆ ที่เอาไว้ให้พี่เชียร์เซ็นว่ามาเข้าร่วมกิจกรรมห้องเชียร์ ถ้ามาครบก็จะผ่านและมีในหน้าของการขอลายเซ็นรุ่นพี่ มีพี่ว้าก พี่สันทนาการ พี่เชียร์ พี่พยาบาล/สวัสดิการ พี่ในคณะ พี่สโมสรนักศึกษาและพวกแม่บ้าน กับลุง รปภ.

 

ถ้าถามถึงในสมุดฉันมีลายเซ็นใครบ้าง หึๆ โล่งโจ้งประหนึ่งเป็นลานจอดเครื่องบินเลยจ้า แต่แม้ร่องรอยดินสอยังไม่มีให้เห็นอะ คิดดู๊! คนจริง2018 ปะละ :)

 

เมื่อทุกอย่างบนอัฒจันทร์เสร็จสิ้น ฉันก็รีบวิ่งลงไปเอาข้าวกล่องและรีบลงไปเข้าแถว พร้อมกับบริหารร่างกายในการวิ่งกลับหอ เหอะๆ วิ่งมาสามวันยังไม่ชินค่ะและไม่มีทางชินด้วย รีบๆ กลับหอแล้วอาบน้ำนอนจะดีกว่า เพราะพรุ่งนี้เจ้ากรรมนายเวรในรูปแบบของการเรียนกำลังรอฉันอยู่

 

เอาเข้าจริง ในแต่ละวันกว่าจะผ่านไปได้นี่ก็ช่างจะทุกข์ระทมขมขื่นนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนที่ตารางเรียนอัดแน่นยิ่งกว่าปลากระป๋องหรือการเข้าห้องเชียร์ของคณะแล้ว ร่างกายของฉันก็เหนื่อยล้าแทบแตกสลายกลายเป็นผงเลยล่ะ แต่ทว่าถึงแม้จะเหนื่อยเพียงไร อีพิงค์และทุกคนก็ต้องไหว เพื่อใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่า! (เหรอ!)

 

และฉันหวังว่า....พรุ่งนี้ฉันจะได้ลายเซ็นพี่ว้าก เพื่อที่จะไม่ตกนรกที่หาลายเซ็นพวกเขาไม่ได้หรอกนะ.....

 

เนื่องจากมันน่ากลัวมาก หากถูกพี่ว้ากซ่อม!

 

......

เบียบเชียร์ = ระเบียบเชียร์

เป็นระเบียบของการนั่งบนห้องเชียร์ โดยการนั่งนิ่งๆ ไม่ไหวติงอะไรทั้งสิ้นบนอัฒจันทร์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำกิจกรรมสำหรับห้องเชียร์ของคณะนั้นๆ (ทุกคณะไม่ได้เหมือนกัน อาจมีความแตกต่างกันไป) และการพูดเบียบเชียร์จะพูดก็ต่อเมื่อต้องการให้เด็กปีหนึ่งอยู่ในความสงบ โดยพี่เชียร์จะให้ตัวแทน(อาสา)ของเด็กปีนั้นๆ สั่งเพื่อนในรุ่นเดียวกันเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สีดำ = จบแล้ว      สีแดง = กำลังแต่ง 

 

รวมนิยายทั้งหมดของเนยครีมในปัจจุบัน  

 

❤️ THE GANG (เซ็ตเดอะแก๊ง) ❤️ 

 

🧡 เฮียใหญ่ของแก๊ง 

THE KRISTIAN มาเฟียพันธุ์โหด [คริสเตียน+เจสสิก้า] 

 

💛 เฮียรองของแก๊ง 

DAMN IT! THE MIDNIGHT ให้ตายสิ ยัยนี่น่ารักชะมัด [มิดไนท์+มิน่า] 

 

💚 4 สหายพี่ชายคนกลางของแก๊ง 

(Dictator) THE AIRPORT รักขัดใจของคุณชายป่าเถื่อน (แอร์พอร์ต+อบเชย] 

(Dictator) THE DOCTOR (PEACH) หมอมาเฟีย เมียขี้ดื้อ [หมอพีช+มายมิ้นต์] 

(Dictator) THE SHARK รักเผด็จการของเจ้านายสายโหด [ฉลาม+พริกแกง] 

(Dictator) THE YORCH หนูดื้อนะ ลุงไหวเหรอ! [ยอร์ช+ยีน] 

 

💜 ราชาวิศวะ The Kings of Engineering น้องรองของแก๊ง 

The Kings of Engineering The Dragon ถ้าพี่ว้ากนักเดี๋ยวจับมารักเลย [มังกร+น้ำพิงค์] 

The Kings of Engineering THE HELL!!! หวานใจนายนรก [เฮล+แอร์ไลน์] 

The Kings of Engineering THE MARATHON ยัยก๋ากั่นคนนี้ มันคือเมียผม [มาราธอน+แป้มหอม] 

The Kings of Engineering THE BIGBEN แพ้รักยัยเด็กดื้อ [บิ๊กเบน+แป้นยิ้ม] 

The Kings of Engineering THE TIME-THAI ผัวโหดโหมดน่ารัก [ธามไท+น้ำพั้นซ์] 

The Kings of Engineering THE WHALE รักร้ายๆ ของนายเฮดว้าก [ปลาวาฬ+ขนมปัง] 

 

💖 เดนนรก น้องเล็กของแก๊ง 

THE EVILS ‘WINNER’ คู่หมั้นที่ไม่ต้องการ [วินเนอร์+ชอบอ้อน] 

THE EVILS ‘NAKROP’ สยบใจยัยปากเก่ง [นักรบ+ชมพู่] 

THE EVILS ‘TIGER’ รักนี้ ผมแพ้ให้ราบคาบ [เสือ+มีนตรา] 

THE EVILS ‘MI-SAK’ เมียกะทันหัน [ไม้สัก+ แก้มใส] 

THE EVILS ‘STORM’ จ้างรักนักเรียนช่าง [พายุ+สายฟ้า] 

 

💞 เซ็ต ลูกเดอะแก๊ง 

[BAD XX] THE MATHE รักร้ายของนายไร้หัวใจ [มาเธ (ลูกมาราธอน) +เพลงไท (ลูกธาม) ] 

LOVE WARNING ระวังไว้ให้ดี รักนี้มันอันตราย [เซบัสเตียน (ลูกคริสเตียน) +ฟางเซียน] 

LIMERENCE เถียงนักเดี๋ยวจับมารักเลย [ซิดฟรีด (ลูกมังกร) +ละอองฟอง] 

My Heart แค่พี่น้อง? [ฮาร์ท (ลูกเฮล) + วาฟเฟิล (ลูกปลาวาฬ)] 

 

❤️ THE GANG เซ็ตรวมเดอะแก๊ง รวมทุกคน  

 

ความสัมพันธ์ทางสายเลือด 

คริสเตียนเป็นอาของมังกร 

แอร์พอร์ตพี่ของแอร์ไลน์ 

น้ำพั้นซ์พี่สาวของน้ำพิงค์ 

ฉลามพี่ชายปลาวาฬ 

 

 

💗 นิยายที่ไม่ใช่เป็นเซ็ต 

Love This อ่อนรักให้อยู่หมัด [ไดร์ฟ+นำ้ปั่น] 

สงครามรักอันตรายของนายเลือดเย็น [ก้าวทัพ+ฟรังก์] 

เหนื่อยมั้ยคนดี มีหนูตามจีบ [เฮงซวย+กอหญ้า]  

รักนี้ มีเจ้ากรรมนายเวรเป็นเนื้อคู่ [ขุนเขา (เพื่อนฮาร์ท)] + [ญาริน (เพื่อนวาฟเฟิล)] 

สิ้นเดือนนี้ ฉันจะลาออก [ค่าย + จันจ้าว] 

RUN AWAY รักฉันต้องไม่ใช่นาย [ลีวาย + เอิงเอย] 

มองหน้า อยากมารักเหรอเฮ้ย! [เวน + น้ำเงี้ยว] 

 

 

 

ประกาศ :  

ไรท์แต่งนิยายลงใน ธัญวลัย ReadAWrite และ Fictionlog เท่านั้นนะคะ  

ไม่มีที่อื่นนอกเหนือจากนี้  

 

 

ผลงานติดลิขสิทธิ์ทุกเรื่อง! 

ห้ามดัดแปลงเนื้อหาและห้ามคัดลอกผลงานเด็ดขาด หากพบเห็นจะแจ้งกับทางธัญวลัยและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปให้ถึงที่สุด!!! 

 

 

 

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจและเข้ามาสนับสนุนผลงานของไรท์ ทั้งเหรียญและกุญแจ ขอบคุณคอมเมนต์ของทุกคนที่เป็นพลังบวกต่อการเขียนนิยายของไรท์ ไรท์จะพัฒนางานเขียนไปเรื่อย ๆ นะคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ  

 

 

 

 

 

 

เริ่มแต่งปี 2560 ปลายปีสักเดือนที่จำไม่ได้5555 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น