ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 1 (100%)

อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

เสียงรถฉุกเฉินโรงพยาบาลประจำอำเภอเชียงแสนแล่นฝ่าความมืดในยามรัตติกาลมุ่งหน้าไปยังชายป่าที่อยู่ติดกับชายแดนทันทีที่ได้รับแจ้ง ว่ามีนายทหารถูกยิงจากการปะทะกับแก๊งค์ขนยาบ้า

ในรถฉุกเฉินมีเด็กหนุ่มสวมหมวกสีดำปิดใบหน้าเกือบครึ่งทำให้มองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริง พนักงานหลายคนที่เดินทางมาด้วยต่างคิดว่าเขาคงเป็นผู้ช่วยหมอจึงไม่ติดใจซักถาม

เมื่อมาถึงยังจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองทัพจู่โจมจากกองกำลังผาเมืองสี่ห้านายยืนล้อมวงปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งยืนหันหลังมองฝ่าความมืดในมือถือปืนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์คับขัน

ทันทีที่ประตูรถฉุกเฉินเปิดออกเด็กหนุ่มที่ไม่พูดไม่จามาตลอดทางก็พุ่งตัวไปที่คนเจ็บเป็นคนแรก สร้างความแปลกใจให้หลายๆคน ซ้ำยังผลักนายทหารร่างสูงใหญ่สองนายที่ยืนเกะกะขวางทาง เมื่อเห็นว่าเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งพวกเขาก็อ้าปากจะสั่งสอนสักคำสองคำแต่เด็กคนนั้นกลับคว้ากระเป๋าปฐมพยาบาลเปิดออกจัดการห้ามเลือดที่ขาข้างซ้ายของคนเจ็บด้วยความคล่องแคล่วว่องไวเหมือนคุณหมอ พวกนายทหารต่างมองด้วยความตื่นตะลึง 

คนเจ็บที่นอนหลับตาจับความผิดปกติได้จึงลืมตาขึ้นมอง ใครจะไปคิดพอเขาเห็นเด็กหนุ่มก็ยิ่งเบิกตากว้างยิ่งกว่าไข่ห่าน 

ไม่น่า…เราคงไม่ซวยขนาดนั้น

คิดว่าเพราะความมืดสายตาจึงเลอะเลือนไปบ้าง แต่พอขยับเข้าไปใกล้ทั้งร่างก็แข็งทื่อไปหลายอึดใจ จะมองอย่างไรหน้าตาก็คล้ายกับ “ตัวหายนะ” แน่แท้ จึงยกมือขึ้นชี้ “ตัวหายนะน้อยๆ” ไม่ใช่สิ…ความซวยใหญ่หลวงต่างหาก

ร่างสูงพยุงตัวลุกขึ้นเอื้อมมือดึงหมวกที่ปิดบังใบหน้าเด็กหนุ่มออก ในใจภาวนาว่าขอให้เขาดูผิด

หมวกสีดำถูกดึงออกทำให้เห็นดวงหน้าพริ้มเพราของผู้หญิงคนหนึ่ง ดวงตาที่มองมากระจ่างใสยิ่งกว่าแสงดาว ริมฝีปากแดงระเรื่อ เธอเงยหน้าขึ้นมาช้าๆสบตากับอีกฝ่ายที่ดวงตาทั้งสองข้างมีดวงไฟลุกโชนสองดวง เธอไม่กลัวเกรงสักนิดซ้ำยังฉีกยิ้มหวานมาให้เขาอย่างไม่กลัวตาย ผู้หญิงคนนี้คือร้อยตรีแพทย์หญิงศิศิราหรือหมอกวาง 

“กวางน้อย!!!” เขาชี้ไปที่คุณหมอสาวแหกปากเรียกชื่อเสียงดังลั่นป่า เพราะโมโหจัดขาข้างซ้ายที่ถูกยิงจึงมีเลือดไหลออกมามากกว่าเดิม

คุณหมอสาวแอบชมตัวเองในใจว่าช่างเป็นคนมองการณ์ไกล เธออมยิ้มน้อยๆพลางหยิบของบางอย่างจากกระเป๋าพยาบาล ซ้ำยังฉีกยิ้มอ่อนหวานให้เขาอีกครั้ง จากนั้นก็โป๊ะจมูกคนเจ็บด้วยท่วงท่าสง่างามไม่มีที่ติ  

ดวงตาสองดวงคล้ายลูกไฟของคนเจ็บปิดสนิททันที เธอหันไปประคองศีรษะให้เขานอนลงอย่างเบามือ

พวกทหารพรานที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ลูกตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า 

เธอถึงกับกล้าโป๊ะยาสลบหัวหน้า!!!

ทุกคนต่างสบตากัน ทั้งตกใจและนับถือ ว่าแต่คุณหมอสาวไปกินดีหมีมาหรืออย่างไรถึงได้กล้าโป๊ะยาสลบหัวหน้า พวกเขาต่างมองเธอด้วยเครื่องหมายคำถาม 

“พี่เรยิ่งโมโหเลือดก็ยิ่งออกมาก” เธออธิบายเสร็จก็ก้มหน้าก้มตาทำแผลต่อด้วยสีหน้าจริงจัง

คุณหมอสาวรู้จักชื่อเล่นหัวหน้าแสดงว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ธรรมดา เสียดายที่ตอนนี้สถานการณ์คับขัน ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะได้ขอฝากเนื้อฝากตัว 

แต่ว่าทำให้หัวหน้าขายหน้ายังงี้ ถ้าฟื้นขึ้นมาหน้าตาหล่อเหลาของเขาคงไม่น่ามองสักเท่าไหร่

ทหารพรานลูกน้องต่างหันหลังออกไปปรึกษากันเงียบๆ ว่าคืนนี้ใครจะอยู่ยามเฝ้าหัวหน้าและเพื่อความยุติธรรมพวกเขาจึงใช้วิธี…จับไม้สั้นไม้ยาว 

พันตรีนเรศถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลประจำอำเภอตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากร้อยตรีแพทย์หญิงศิศิราทำแผลให้เขาเสร็จก็กำชับเรื่องสำคัญกับลูกน้องที่โชคร้ายจับไม้สั้นไม้ยาวแพ้อยู่หลายคำกว่าจะกลับไป ทั้งที่ในใจอยากอยู่เฝ้าคนเจ็บแต่เมื่อกี้มีคนไข้ฉุกเฉินเธอจึงทำตามใจตัวเองไม่ได้ 

เช้าวันถัดมาขนตางอนยาวหนาเป็นแพของร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงก็กระเพื่อมไหวช้าๆในที่สุดเขาก็เปิดเปลือกตามองไปรอบๆ เรียบเรียงความจำไม่นานนัยน์ตาคมก็เบิกโต แหกปากร้องหาลูกน้องสุดเสียง

“หัวหน้าฟื้นแล้ว” นายทหารลูกน้องที่นอนเฝ้าไข้ทั้งคืนพยายามฉีกยิ้มกว้างที่สุดตั้งแต่เกิดมา เพราะตอนนี้ผู้พันเรหน้าตาเหมือนกลืนลูกระเบิดเข้าไปสักสิบลูก หน้าตาหล่อเหลาคมคายเวลานี้น่ากลัวยิ่งกว่าวิญญาณเร่ร่อนที่มีความแค้นเต็มอกไม่ยอมไปผุดไปเกิด

“กวางอยู่ไหน ไปบอกให้มาหาผมเดี๋ยวนี้เลย” เขาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยสีหน้าและแววตาดุดัน ขนาดลูกน้องตัวโตที่ร่วมงานกันมานานยังเสียวสันหลังวาบ ไม่รู้หมอกวางรูปร่างบอบบางจะรับมือกับหัวหน้ายังไง

“หมอกวางวันนี้ยุ่งทั้งวันเลยหัวหน้า”

“ยังไม่ไปตามแล้วรู้ได้ยังไง” ถูกหัวหน้าตวัดสายตาคมยิ่งกว่ามีดดาบมองเขาก็แข้งขาอ่อน รวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดอธิบายต่อ

“เมื่อกี้หมอกวางแวะมาดูหัวหน้า ก่อนออกไปสั่งไว้ยังงี้จริงๆครับ”

เด็กบ้าเอ๊ย! กลัวเขาจะอาละวาดถึงได้คิดเอาตัวรอด

พันตรีนเรศตวัดสายตาคมกริบไปที่ลูกน้องแล้วสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า “ไปลากตัวเด็กคนนั้นมา!”

นายทหารลูกน้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดังมีหรือที่จะอยู่อธิบายออกหน้าแทนคุณหมอสาว เขารีบหมุนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวระเบิดที่อัดแน่นในท้องหัวหน้าจะระเบิดออกมาจริงๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นคนดวงซวยอย่างเขาก็ชะตาขาดเป็นแน่แท้

ทหารพรานในชุดเครื่องแบบสีดำตามหาคุณหมอไม่นานก็พบเธอด้านหลังโรงพยาบาล นั่งกินไอติมชมนกชมไม้ด้วยสีหน้าเบิกบาน เขามองซ้ายมองขวาว่าแถวนี้มีพานสักใบไหมจะได้อัญเชิญคุณหมอไปพบหัวหน้า แล้วลูกน้องอย่างเขาจะได้มีวันคืนที่สงบสุขกลับคืน

“หมอกวาง” เขาส่งยิ้มให้คุณหมออย่างประจบ

“พี่เรให้มาตามกวางใช่ไหม” เธอมองนายทหารหนุ่มที่อายุไล่เลี่ยกันแล้วก้มหน้าก้มตาละเลียดไอติมรสมะนาวของโปรดไม่มีทีท่าจะเดือดเนื้อร้อนใจสักนิด เขาอุตส่าห์เป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เช่นนี้ก็เท่ากับเปลืองสมองเปล่าๆน่ะสิ

“หมอกวางไปหาหัวหน้าสักแป๊บไม่ได้เหรอครับ” เขาอ้อนวอนด้วยเสียงที่คิดว่าอ่อนโยนที่สุด แต่เธอกลับไม่เสียเวลาคิดสักนิดส่ายหน้าไปมาด้วยสายตาดื้อรั้น

“บอกพี่เรว่ากวางกำลังประชุมอยู่ ช่วงนี้ยุ่งมากอีกสามสี่วันถึงจะไปเยี่ยมได้”

เห็นๆอยู่ว่าคุณหมอกำลังว่างงาน นั่งกินไอติมสบายใจเฉิบ ถ้าหัวหน้ารู้ความจริงคนส่งสารหล่อๆอย่างเขาก็หมดหล่อน่ะสิ

“หมอกวางไปหาหัวหน้าแค่แป๊บเดียวเองไม่ได้เหรอครับ” เขายังไม่ยอมแพ้ 

“ไม่ได้” ดวงตาคู่สวยมองด้วยแววตาจริงจังเป็นงานเป็นการ พูดเพียงสองคำสั้นๆแต่ได้ใจความ 

นายทหารหนุ่มหดคอ หมุนตัวเดินคอตกกลับไป

“ว่าไงนะ!!!” คนที่ถูกยิงที่ขาตอนนี้คล้ายเสือบาดเจ็บความดุร้ายก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว เสียงตะคอกของเขาปานเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งชั้น

กวางน้อยเป็นตัวหายนะอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด 

แต่ถ้าคุณย่ากับพี่ชายทั้งสองของเธอรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ก็ต้องฝากฝังให้เขาดูแล แต่ตอนนี้เขายังไม่พร้อมจะรับผิดชอบใครทั้งนั้น โดยเฉพาะตัวหายนะที่อยากหลบหลีกอย่างกวางน้อย ทางที่ดีเขาควรจะโทรฯบอกที่บ้านเธอ พวกเขาจะได้รีบพาตัวหายนะไปให้ไกลๆจากชีวิตเขา

“มือถือผมล่ะ”

“หมอกวางบอกว่าจะดูแลให้หัวหน้าเอง”

เส้นเลือดของผู้พันหนุ่มตรงขมับปูดโปน ทั้งร่างสั่นเป็นเจ้าเข้าเพราะความโมโห เลือดลมตีกลับจนผ้าพันแผลสีขาวมีเลือดซึมออกมา 

เธอถึงกับกล้ายึดมือถือ! 

มือถือก็ไม่มี เบอร์โทรญาติผู้ใหญ่ของเธอเขาก็จำไม่ได้สักคน ซ้ำร้ายกวางน้อยก็ยังไม่ยอมมามอบตัวให้เขาได้ตีก้นสั่งสอนหลายๆที ขาที่ได้รับบาดเจ็บทำให้เขาเดินไปไหนไม่สะดวก แต่ถ้าไม่จัดการเรื่องนี้โดยเร็วเขาเป็นต้องเลือดลมตีกลับ…ตายเพราะกะอักเลือดเป็นแน่

ร่างสูงลุกขึ้นคว้าไม้ค้ำยันที่วางข้างเตียงโขยกเขยกออกไปจากห้อง ปล่อยให้ลูกน้องตามมาห่างๆ ในใจก็อดเป็นห่วงคุณหมอสาวไม่ได้ 

“พรุ่งนี้หมอกวางอาจจะมาเยี่ยมหัวหน้าก็ได้ ถ้ายังไงผมว่า…”

“หุบปาก!!!”

ลูกน้องหดคอ ยกมือขึ้นปิดปากกลัวตัวเองเพราะกลัวจะหลุดคำพูดออกไปทำให้หัวหน้าโมโหแล้วจัดการเขาด้วยไม่ค้ำยัน คราวนี้เป็นต้องเสียหล่ออย่างไม่ต้องสงสัย

รังสีคุกคามและใบหน้าบูดบึ้งของผู้พันเรทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แม้แต่คนเดียว คุณหมอวัยกลางคนคนเดียวกับที่อยู่ในรถฉุกเฉินเมื่อคืน…บังเอิญมาเห็นเข้าส่ายหน้าพลางพึมพำกับตัวเอง

“หมอกวางหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ”

โขยกเขยกอยู่นานจนเหงื่อท่วมตัวผู้พันหนุ่มก็ไม่ย่อท้อ กวาดสายตาคมกริบมองหากวางน้อยที่สมควรจะได้รับโทษด้วยการจับมาตีก้นหลายๆที 

รัศมีใกล้ๆไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้ามาเพราะใบหน้าบูดบึ้งของเขาก็จริง แต่ร่างสูงสง่ากำยำล่ำสันชวนมองก็ทำให้สาวๆหลายคนชะเง้อมองมาด้วยสายตาสื่อความหมาย ลูกน้องที่ตามมาจึงได้รับผลพลอยได้ไปด้วย ถ้าไม่ติดที่หัวหน้ากำลังโมโหจนตัวสั่นเขาก็จะขอเบอร์โทรฯ ไลน์ไอดีพวกสาวๆไปแล้ว โอกาสดีเช่นนี้เขาจะไม่ปล่อยให้หลุดลอยไปเด็ดขาด แต่เสียดายเหลือเกินที่หัวหน้ากำลังอารมณ์ไม่ได้

หมอกวางอยู่ไหน…รีบๆมาหาหัวหน้าที

ทหารพรานลูกน้องโอดครวญในใจ

รอยยิ้มจากริมฝีปากหยักกดลึกเมื่อหางตาสะดุดกับร่างอ้อนแอ้นคุ้นตา แต่นัยน์ตาคมกริบกลับเยียบเย็นจนหลายๆคนแถวนั้นต่างขนแขนตั้งชันโดยไม่มีสาเหตุ 

“โครม!!!” จู่ๆคนไข้ที่นั่งริมขอบเตียงให้หมอกวางตรวจร่างกายก็ตกเตียงไปเสียดื้อๆ ดวงตาคู่สวยเบิกโตหันขวับไปมองไม้ค้ำยันที่เป็นสาเหตุให้คนไข้ตกเตียง

ร่างบางแข็งทื่อ อ้าปากกว้างจนยัดไข่สองฟองเข้าไปได้สบายๆ หลังจากกระพริบตาปริบๆสองทีแล้วจึงได้สติ

“พี่เรทำอะไรคนไข้!” คนไข้ถูกรังแกคุณหมอสาวก็ยืดอกปกป้องทันที ลืมความผิดติดตัวของตัวเองไปเสียสนิท

เขาแค่นเสียงหึแล้วใช้สายตาคมกริบคล้ายจะฟันคนขาดเป็นสองท่อน 

“ไม่ต้องรักษามันแล้ว!”

เมื่อกี้เขาทันเห็นคนไข้อายุยี่สิบกว่าๆทำหน้าหื่นกระหาย…มองกวางน้อยคล้ายกับจะกลืนกินเธอลงท้องคำเดียวก็คันไม้คันมือ ร่างกายตอบสนองรวดเร็วกว่าความคิด ใครจะไปคิดว่าเผลอแป๊บเดียวก็ทำให้อีกฝ่ายลงไปนอนแอ้งแม้งกับพื้นแล้ว

คุณหมอสาวตกตะลึงหาคำพูดไม่เจออยู่เป็นนานสองนาน พอรู้ตัวอีกทีก็ถูกร่างสูงใหญ่ที่หน้าตาบึ้งตึงแผ่รัศมีไม่น่าเข้าใกล้ลากตัวไปที่ห้องทำงานตัวเองที่อยู่ใกล้ๆแล้ว 

ใครจะไปคิดว่าพี่เรถูกยิงแล้วก็ยังไม่หมดเขี้ยวเล็บ ฤทธิ์เดชยังมากเหมือนเดิม

ลูกน้องที่ตามมาติดๆจับตามองหนุ่มสาวที่อยู่ด้านหน้า พยายามเงี่ยหูฟังไม่ให้คำพูดพวกเขาตกหล่น จะได้ไปนินทา ไม่ใช่สิ! รายงานความคืบหน้าให้พวกเพื่อนฝูงที่รอฟังข่าวได้ถูก

“ปัง!!!” ประตูห้องคุณหมอสาวถูกปิดลงกะทันหัน โชคดีที่เขาหลบทันไม่อย่างงั้นจมูกโด่งเป็นสันต้องดั้งหักเสียโฉมไปแล้ว 

ถูกกันอยู่ข้างนอกแต่ลูกน้องที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องเจ้านายก็ยังไม่ละความพยายาม เอาหูแนบประตูทำตัวเป็นตุ๊กแกเกาะประตูไม่ห่วงภาพพจน์ของตัวเองแม้แต่นิดเดียว

“พี่เรทำแบบนั้นกับคนไข้กวางได้ยังไง กวาง…” สลัดมือใหญ่ที่เกาะกุมออกแล้ว คุณหมอสาวก็เท้าสะเอวต่อว่าคนก่อเรื่องทันที แต่แววตาคมกริบและดุดันคู่นั้นทำให้เธอพูดไม่ออก หุบปากทันที เพราะปกติพี่เรมักจะเป็นคนขี้เล่นทำตัวตามสบาย พอเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังเช่นนี้เธอจึงทำตัวไม่ถูก 

เมื่อสาวน้อยสงบปากสงบคำเขาจึงชี้ให้เธอนั่งลง ส่วนตัวเองก็นั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังโต๊ะแทนเจ้าของห้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ…น่าหมั่นไส้ที่สุด เมื่อรู้ว่าสู้เขาไม่ได้เธอจึงก้มหน้าทำปากขมุบขมิบแอบด่าผู้ชายที่ทำตัวได้น่าชังอยู่ในใจ

“กวางพูดอะไร…พี่ไม่ได้ยิน” แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นขี้เล่นซ้ำยังใช้มือป้องหูยื่นใบหน้าหล่อเหลาชะโงกเข้ามาใกล้ๆ ตั้งอกตั้งใจฟังเต็มที่

เมื่อดวงหน้าเล็กเงยขึ้นมาก็แข็งทื่อไปฉับพลันเพราะรอยยิ้มนิดๆแต่มีเสน่ห์ดึงดูดใจของเขา 

เลือดฝาดที่แล่นซ่านอยู่บนใบหน้าเนียนและแววตาไร้เดียงสาของเธอช่างน่าหยอกล้อ ผู้พันหนุ่มจึงลืมความผิดของแม่สาวน้อยไปชั่วครู่

“กวางเป็นอะไร…ทำไมหน้าถึงแดงยังงี้” ไม่พูดเปล่าเขายังยื่นนิ้วเรียวไล้ใบหน้าเนียน ดวงตาคู่นั้นแสร้งทำเป็นห่วงเป็นใย ทั้งที่กลั้นเสียงหัวเราะไว้เต็มท้อง รู้จักกันมานานก็เพิ่งจะรู้ว่ากวางน้อยน่ารัก อะแฮ่ม! น่าแกล้งแค่ไหน ถ้ารู้อย่างนี้เขาหาเรื่องมาหยอกล้อเธอให้หายเบื่อไปนานแล้ว

“เป็นอะไรไปล่ะ…ให้พี่ช่วยไหม” เขายังแสร้งทำเป็นผู้ใหญ่ใจดีได้อย่างแนบเนียนต่อไป เล่นละครเก่งจนตัวเองยังยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ

หญิงสาวถลึงตาใส่เขาทีหนึ่งแต่ก็ยังไม่ยอมหลบสัมผัสที่ทำให้ใบหน้าร้อนผ่าว คล้ายกับว่าเฝ้ารอความใกล้ชิดเช่นนี้มาเนิ่นนานแล้ว เขาชักมือกลับแล้วนั่งหลังตรงแน่วทำหน้าตาเป็นงานเป็นการ มองเธอครู่หนึ่งแล้วยื่นมือออกมาข้างหน้า

“อะไรคะ?” เธอเอียงคอมองเขาแล้วเอ่ยถาม

“มือถือของกวาง”

เธอส่ายหน้าพลางตอบ “กวางลืมทิ้งไว้ที่บ้าน” ขืนเอามาด้วยพี่เรก็ติดต่อพวกพี่ชายเธอได้ง่ายๆน่ะสิ พอพวกพี่ชายรู้ข่าวว่าเธออยู่ที่นี่แล้วเธอจะตามล่าหาหลานเขยกลับไปให้คุณย่าได้อย่างไร

“แผนสูงนะเรา” เขาถลึงตาใส่เธออย่างคาดโทษ “เบอร์พี่ชายทั้งสองคน…กวางก็จำไม่ได้สิท่า” เขาดักคอเธออย่างรู้ทัน

หญิงสาวสะดุ้งนิดๆแล้วส่ายหน้ายืนยันว่าเธอจำไม่ได้จริงๆ 

พันตรีนเรศส่ายหน้าอย่างระอา เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด เด็กคนนี้ตั้งใจทำให้เขาปวดหัวตุบๆ โมโหจนเลือดลมตีกลับชัดๆ หายใจเข้าปอดเพื่อสงบสติอารมณ์ได้แล้วเขาก็มองหน้าเธอนิ่งๆ จากนั้นก็ชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ 

“พาสเวิร์ด?” ร่างบอบบางที่ทำหน้าสงบเสงี่ยมเรียบร้อยสะดุ้งสุดตัว กระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด

“พี่เรจะเอาเบอร์พี่ช้างใช่ไหมคะ เดี๋ยวกวางต่อสายให้เลย” ในที่สุดเธอก็ยอมยกธงขาว 

“สามวินาทีก่อนกวางบอกว่าจำไม่ได้” เขาฉีกยิ้มแต่แววตาคู่นั้นน่ากลัวเป็นที่สุด หญิงสาวเรียกความกล้าที่มีทั้งหมดในตัวก่อนตอบ

“จู่ๆกวางก็จำได้เฉยเลย” หญิงสาวยิ้มให้เขาแหยๆอย่างรู้ความผิด

เมื่อเธอยอมแพ้ง่ายๆ ตื่นเต้นลนลานเหมือนคนทำผิดแล้วถูกจับได้ เขาก็ยิ่งอยากรู้ว่ากวางน้อยปิดบังอะไรกันแน่  

“พาสเวิร์ด” นัยน์ตาคมหรี่ลงเป็นสัญญาณอันตราย แทนคำพูดว่าถ้าขืนไม่ยอมบอกวันนี้เธอก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากห้องนี้เลย

คุณหมอสาวทำท่าฮึดฮัดไม่ยินยอม ตอนแรกตั้งใจว่าไม่ว่าพี่เรจะมาไม้ไหนเธอก็จะไม่มีวันเปิดเผยความลับที่น่าขายหน้าเป็นอันขาด แต่ใบหน้าดำทะมึนเหมือนคนมีความแค้นสักสิบชาติ น่ากลัวออกอย่างนั้นแล้วเธอจะมีปัญญาอะไรจะปฏิเสธได้ สุดท้ายจึงลุกขึ้นมาหยุดยืนอยู่ด้านข้างคนตัวโต คว้าเม้าส์ กดแป้นคีย์บอร์ด โดยมีสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนที่นั่งเป็นเจ้าเฝ้าศาลจับตามองอยู่อย่างไม่คาดสายตา

“ใครอนุญาตให้ใช้วันเดือนปีเกิดของพี่…ฮึ” 

“ถ้างั้นกวางเปลี่ยนพาสเวิร์ดก็ได้” 

“ไม่ต้อง” เขาโพล่งออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เธอหันกลับไปมองจอคอมพิวเตอร์จึงไม่รู้ว่านัยน์ตาดุดันคู่นั้นเปลี่ยนเป็นขี้เล่นทันทีเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เธอต้องการปิดเป็นความลับคืออะไร เขารู้มานานแล้วว่ากวางน้อยตัวนี้ชอบเขามาก แต่ไม่คิดว่าเธอจะมีความชอบลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ไม่รู้เขาควรจะพยักหน้ายอมรับความรู้สึกของเธอหรือว่าควรจะถอยห่างออกไปเหมือนที่ทำมาต่อไปดี แต่แล้วจู่ๆก็คิดได้ว่าเธอเป็นตัวหายนะใหญ่หลวง ขืนยอมให้กวางน้อยอยู่ใกล้ๆชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะมีความสงบสุขอีกเลย

เห็นเขานิ่งอึ้งอยู่เป็นนานสองนานคุณหมอสาวไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปจึงยืนรอรับ ‘คำสั่ง’ ของเขาคล้ายเด็กนักเรียนตัวน้อย 

พี่เรต้องโทรฯไปฟ้องพี่ช้างกับพี่เสือ คราวนี้ก็อย่าหวังว่าเธอจะได้อยู่ที่นี่ต่อ ส่วนเรื่องหาหลานเขยให้คุณย่าสงสัยว่าเธอต้องใช้แผนสุดท้ายที่เตรียมไว้ ทั้งๆที่ไม่อยากจะใช้วิธีนั้นเลยแต่จะทำอย่างไรได้เล่า พี่เรคงเห็นเธอเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง…ไม่มีทางที่เขาจะคิดกับเธอเป็นอื่นอยู่แล้ว หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความกลัดกลุ้ม

“โป๊ก!!!” แล้วเจ้าเฝ้าศาล ไม่ใช่สิ! พี่เรก็ใช้ตำราแพทย์หนักประมาณสามกิโลเคาะหน้าผากเธอสองที

“มัวยืนเหม่ออะไร” ท่าทางของเธอช่างชวนให้ผู้คนคิดสงสาร 

ไม่ได้…ไม่ได้ เธอยังมีคดีติดตัวอยู่ คิดแล้วก็คว้าไม้ค้ำยันที่วางข้างโต๊ะตีก้นงอนๆไปสามที

“โอ๊ย!!! พี่เรตีก้นกวางทำไมเนี่ย” เสียงใสๆโวยวายเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม

“กล้านักนะเรา ติดรถพยาบาลไปถึงชายแดน ถ้าเกิดอะไรขึ้นพี่จะเอาลูกสาวที่ไหนไปคืนให้พ่อแม่เรา แล้วยังคุณย่ากับพวกพี่ชายที่รับมือยากของเราอีก”

“สุดท้ายพี่เรก็ไม่ได้เป็นห่วงกวาง แต่กลัวพวกผู้ใหญ่” เธอช้อนตามองคนตัวโต ต่อว่าเขาด้วยความน้อยอกน้อยใจ

เห็นเช่นนั้นหัวใจแกร่งยิ่งกว่าเหล็กไหลก็หดเกร็งอย่างไม่รู้ตัว แต่เสียงทุ้มกลับตะคอกด้วยเสียงดังลั่นจนคนข้างนอกที่ไม่ได้แอบฟังก็ยังได้ยิน

“พูดเพ้อเจ้ออะไร ต่อสายถึงพี่ช้างเร็วๆ” หญิงสาวที่ถอยห่างจากไม้ค้ำยันเพื่อรักษาก้นน้อยๆของตัวเองจำต้องเดินคอตกกลับมาอย่างไม่เต็มใจ พึมพำเบาๆ

“คนอะไรปลอบใจซักคำก็ไม่มี”

ใบหน้าหล่อเหลากลอกตามองเพดาน พลางพึมพำในใจว่า…

ใจแข็งไว้…ใจแข็งไว้ กวางน้อยคือตัวหายนะใหญ่หลวงอย่าเผลอใจอ่อนเด็ดขาด!




———————————

01/01/2018

สวัสดีปีใหม่ค่ะ หวังว่าของขวัญชิ้นนี้จะถูกใจทุกๆคนนะคะ ปีใหม่นี้ขอให้แฟนๆทุกคนสุขภาพแข็งแรง คิดอะไรก็ขอให้สมความปรารถนา ขอให้เงินทองไหลมาเทมา ขอให้รวยๆๆๆ ค่ะ :-)



กลับหน้าเรื่อง
 
 
สวัสดีค่ะ 
ทักทายคนเขียนได้ที่ Facebook และที่ Line ค้า
Line id: pukekokiwi
อย่าลืมกดไลท์เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวนิยายนะคะ
ขอบคุณมากค่ะที่ติดตามอ่าน
 
https://www.facebook.com/awesomeniyays
 
ดวงดุษณี
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น