facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 20 : กลัว (50% ครึ่งตอนจบ) ​💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 : กลัว (50% ครึ่งตอนจบ) ​💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.5k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2561 17:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 : กลัว (50% ครึ่งตอนจบ) ​💛
แบบอักษร

30 นาทีผ่านไป

ผมตื่นขึ้นอีกครั้งท่ามกลางห้องนอนห้องเดิมที่รู้สึกว่ามันไม่ต่างจากห้องขังเลยสักนิด ผมหรี่ตามองไฟบนเพดานห้องเพราะสายตายังสู้แสงได้ไม่ดีนัก ก่อนจะหันมองไปทางขวาเมื่อประตูห้องถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับซีคที่เดินเข้ามา

“ตื่นแล้วรึ” ซีครีบตรงมาที่เตียงทันที

“ท่านไปไหนมา” ผมยิ้มรับพยายามหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง ในใจคิดดีใจเล็ก ๆ ที่เห็นมือสองข้างของซีคไม่มีกุญแจมือคล้องไว้แล้ว

“ข้าไปเจรจากับพวกมันมา เจ้าเจ็บแผลมากรึเปล่า” ซีคเดินมานั่งซ้อนหลังแล้วจับให้ผมนั่งพิงอกก่อนใช้อ้อมแขนแกร่งโอบกอดอย่างหลวม ๆ

“ยังเจ็บนิดหน่อย แล้วพวกมันว่าไงบ้าง…” ความจริงแล้วผมระบมไปทั่วทั้งใบหน้าแถมยังรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ซะด้วยซ้ำ

“ข้าตกลงเป็นคู่ค้าพันธมิตรกับมันเรื่องขุดบ่อน้ำมัน” พูดจบซีคก็ผละตัวผมออก ผมหันหน้าไปมองเขาแล้วถาม

“ทำไมล่ะ ไหนว่าจะไม่ยอมไง” เขาหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นลูกกุญแจที่น่าจะมีไว้สำหรับปลดล็อกกุญแจมือ

“เพื่อแลกกับสิ่งนี้และส่งตัวเจ้าไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลแถบชานเมือง ข้าจึงตกลงทำธุรกิจกับมัน” หัวสมองสั่งให้ชักมือหนีทันที แต่ซีคก็ดึงมือผมกลับมาแล้วใช้กุญแจไขเพื่อปลดล็อกกุญแจมือให้ ข้อมือสองข้างไร้ซึ่งเครื่องพันธนาการแต่ในหัวมันมีแต่คำถามที่อยากรู้ว่าซีคจะได้ไปด้วยกันรึเปล่า

“แล้วท่านล่ะ ท่านจะไปข้ามั้ย”

“ไม่ ข้าไปไม่ได้ ข้าต้องอยู่ที่นี่”

“ทำไมล่ะ ท่านก็บาดเจ็บเหมือนกันนี่ ไอ้นายหัวมันใช้ไม้เท้าฟาดท้องท่านจนช้ำเลยนะ ใคร ๆ ก็เห็น” ผมขยับตัวไปหาเขาแล้วดึงฝ่ามือหนามาจับอย่างหลวม ๆ

“ข้าไม่เป็นอะไร  แต่แผลเจ้าถ้าไม่รีบรักษามันจะอักเสบ เพราะงั้นรีบไปเถอะ” ซีคถอนหายใจตอบแล้วหันหน้าไปทางอื่น

“ท่านมองหน้าข้าสิ… เวลาคุยกันก็ต้องมองหน้ากันไม่ใช่หรอ” ผมเอื้อมมือไปจับใบหน้าซีคให้หันกลับมา แต่แล้วเขาก็หลบเลี่ยงสายตาไปทางอื่นแทน

“ทำไมไม่มองหน้าข้าล่ะ”

“เพราะข้าไม่อยากเห็นรอยช้ำบนหน้าเจ้า มันทำให้ข้ารู้สึกเจ็บกว่าเจ้าหลายเท่า เจ็บยิ่งนักที่ข้าเป็นถึงโอรสที่สองแต่กลับปกป้องเมียแต่งตัวเองไม่ได้”

“แต่ข้าอยากเห็นหน้าท่านนะ อยากมองตาท่านด้วย” ซีคยอมส่งสายตามองกลับมา คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยเหมือนมีอะไรบางอย่างอยากจะบอก ทำไมผมถึงรู้น่ะหรอ ก็เพราะซีคเป็นพวกเก็บความรู้สึกไม่เก่งน่ะสิ

“ฟังนะวีนัส” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ได้ฟังหนักแน่นกว่าทุกครั้ง ผมพยักหน้าตอบพร้อมลดมือลงมากุมมือเขาอีกครั้งและรอฟังประโยคต่อไป

“ไอ้นายหัวมันยื่นข้อเสนอว่าข้าถ้าตกลงทำธุรกิจกับมัน มันจะปล่อยเจ้าและส่งเจ้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ที่นั่นมีทหารดูแลอย่างดี มีอาหาร มียารักษา เจ้าจะได้ไม่ต้องมาตกระกำลำบากกับข้าแบบนี้ไง”

“…” ในหัวตื้อไปหมด ไม่คิดว่าซีคจะยอมทำตามข้อตกลงโดยง่ายเพียงเพราะเพื่อให้พวกมันปล่อยตัวผม

“ไม่ ข้าไม่ไป ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น”

“เจ้าต้องไป มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ววีนัส”

“มันต้องมีสิ !” ผมโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดลึกล้ำ

“งั้นบอกมาว่านอกเหนือจากนี้แล้วมีวิธีไหนอีกที่จะทำให้เจ้าปลอดภัย”

“ท่านก็คิดแต่จะผลักไสข้าอย่างเดียว ทั้งที่ข้าอยากอยู่เคียงข้างท่านตลอดเวลาแท้ ๆ ข้าไม่เอาด้วยหรอก ข้าไม่อยากไปโรงพยาบาล ข้าไม่อยากได้รีบการรักษา ข้าแค่อยากอยู่กับท่าน ก็แค่นั้น”

“สุดท้ายเจ้าก็ไม่เคยฟังข้าเลยสักนิด” ซีคชักมือออก เขาส่ายหัวนั่งนวดขมับตัวเอง

“ข้าก็เป็นของข้าแบบนี้ ท่านไม่ชินอีกหรอ” เราสองคนเริ่มหลุดประเด็นสำคัญและกลับมาทะเลาะกันอีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องน่าดีใจเลยสักนิดที่รู้ว่าตัวเองจะได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่ซีคต้องอยู่ที่นี่คนเดียวโดยไม่มีผม

“ยังไงข้าก็ไม่ไป ข้าจะอยู่กับท่าน หรือถ้าจะไปไหนเราก็ต้องไปด้วยกัน”

“ไปซะวีนัส อย่างน้อยมันก็ทำให้ข้าสบายใจ เจ้าอยากให้ข้าห่วงเจ้าจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลยรึไง” ว่าแล้วซีคก็ดึงผมไปกอดแน่น มันทำเอาผมเกือบหายใจแทบไม่ออก

“ไม่… ฮึก ! ข้าอยากอยู่กับท่าน” เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าไม่อยากกอดเขาเลยสักนิด ผมคิดว่ามันคือกอดแห่งการบอกลาว่าคืนนี้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้นอนกอดกันหรือแม้แต่ทะเลาะกัน

“ฮือ… ข้าไม่ไป ข้าไม่เคยขออะไรท่านเลยนะ เพราะงั้นข้าขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ข้าขออยู่กับท่านที่นี่” น้ำตาสีใสไหลพรากอาบแก้มทั้งสองข้าง ขณะนั้นผมเงยหน้ามองซีค ฝ่ามือรั้งดึงเสื้อที่เขาสวมใส่แล้วเอนศีรษะซบอกกว้าง มันเป็นกอดที่กอดเพราะไม่ต้องการจะแยกจากกัน

“ข้าขออยู่กับท่านได้มั้ย… ไหนบอกว่าเมียแต่งต้องอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่องค์ราชาไง ถึงท่านจะไม่ได้เป็นราชาก็เถอะ แต่ทำไมข้าถึงอยู่กับท่านไม่ได้ล่ะ” ยิ่งร้องไห้ก็ยิ่งปวดแผลในโพรงปากจนพูดแทบไม่เป็นคำ แต่แล้วสิ่งที่กำลังรู้ต่อไปนี้เกี่ยวกับข้อตกลงของนายหัวกับซีคก็ทำเอาอกซ้ายของผมเจ็บปวดรวดร้าวชาไปหมดเมื่อซีคพูดว่า

“ถ้าเจ้าไม่ไป ข้าต้องตาย มันจะฆ่าข้าและทหารทุกคน รวมถึงเจ้าด้วย”

“…” ผมถึงกับพูดไม่ออกได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาจนสายตาพร่ามัว

“เข้าใจมั้ยวีนัส เจ้าต้องไป” ซีคกำชับสั่งเชิงบังคับ

“ข้าไม่ไปได้มั้ย… ฮึก ! ข้าไม่อยากให้ท่านอยู่คนเดียว”

“เจ้ารักข้ามั้ย” ซีคถามอย่างเหลวไหล ทำไมผมจะไม่รักเขาล่ะ

“รักสิ ข้ารักท่าน” ผมตอบ สองมือกอดเขาแน่นกว่าเก่า

“เพราะฉะนั้นจงฟังแล้วจำไว้ว่าถ้าอยากเห็นหน้าข้าอีก เจ้าต้องไป” ซีคไม่พูดเปล่า เขาผละผมออกแล้วจับไหล่ผมไว้ก่อนจรดปลายจมูกโด่งลงบนหน้าผาก ผมพยักหน้าตอบจำเป็นต้องยอมรับทั้งน้ำตา มันสวนทางกันไปหมดจนไม่รู้ว่าจะร้องไห้ให้กับเรื่องไหนก่อนดี

“ข้าไปก็ได้ แต่ข้ายังไม่รู้เลย ว่าถ้าข้าไปแล้วมันจะทำยังไงกับท่าน มันจะส่งท่านกลับเมืองรึเปล่า หรือมันจะให้ท่านอยู่ที่นี่รอข้ากลับมาจากโรงพยาบาลก่อนแล้วเราค่อยกลับเอิร์กพร้อมกัน”

“เรื่องนั้นข้าก็ยังไม่รู้ แต่ตอนนี้เจ้าควรไปได้แล้ว ก่อนที่ฟ้าจะมืดไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะเดินทางลำบากเอา แล้วอีกอย่าง อย่าร้องไห้ให้ทหารพวกนั้นเห็นเด็ดขาด ข้าไม่อยากให้พวกมันคิดว่าเมียข้าอ่อนแอ เข้าใจมั้ย” ซีคพูดแล้วใช้นิ้วโป้งปาดเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน มันเป็นสัมผัสที่ไม่เคยได้รับ มันทั้งอบอุ่นทั้งโหยหาซึ่งกันและกันในเวลาเดียวกัน อยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ อยากหยุดไว้นาน ๆ หรือไม่ก็ขออยู่ต่ออีกสักวินาทีเดียวก็ยังดี

30 นาทีผ่านไป

สามสิบนาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าตึกเพื่อรอรถม้าและเหล่าทหารที่จะพาไปรักษาตัวยังโรงพยาบาล ส่วนซีคนั้นยืนมองผมอยู่หน้าระเบียงชั้นสาม เขามาส่งได้แค่นี้เพราะโดนนายหัวคุมตัวเอาไว้ ซึ่งไอ้นายหัวเองก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ยอมห่างแม้แต่ก้าวเดียว

ดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นการเฉลิมฉลองที่ซีคยอมตกลงทำสัญญากับพวกมัน ทหารใต้อำนาจของนายหัวกำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน

ผมเหลียวหลังกลับไปมองหน้าซีคขณะที่ถูกทหารสองนายคุมตัวให้เดินไปยังรถม้า สองขาก้าวอย่างช้า ๆ กลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหล สายตาตอนนี้เห็นซีคโดดเด่นกว่าใครแม้เขาจะสวมเพียงชุดเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวสีขาวเท่านั้น แม้ท้องฟ้าตอนนี้จะมืดมิดเพียงใดแต่ก็ยังเห็นได้ถึงใบหน้าและแววตาของเขา

ถึงพลุสีสวยจะลั่นเสียงดังไปทั่วทุกอาณาเขต ครั้นคำพูดซีคก็แว๊บเข้ามาในหัว *‘ไปซะวีนัส อย่างน้อยมันก็ทำให้ข้าสบายใจ’* นี่เขาสบายใจจริง ๆ ใช่มั้ย ผมก้าวขาขึ้นไปบนรถม้าพลางคิด

เมื่อขึ้นมานั่งแล้วผมก็หันหน้ากลับไปอีกครั้ง ล้อรถค่อย ๆ เลื่อนอย่างช้า ๆ รถม้าค่อย ๆ ออกตัววิ่งไปข้างหน้า เราสองคนค่อย ๆ ห่างกันออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ จนใบหน้าซีคเริ่มเลือนรางแต่เรายังคงสบตามองกันอยู่

*‘นานมั้ยกว่าเราจะได้กลับมาเจอกัน นานมั้ยกว่าเราจะได้กอดกันอีกครั้ง’*มันเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่มีคำตอบตายตัว จนกลัวว่าคำตอบที่ได้รับมันจะทำให้ผมรับไม่ได้ นั่นก็คือการที่เราสองคนจะไม่ได้เจอกันอีก

ผมทอดสายตามองไปยังซีค และแล้วดอกไม้ไฟดอกใหญ่ก็ถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้า มันกระจายเป็นวงกว้างส่องแสงสีทองสว่างวาบระยิบระยับสะท้อนให้เห็นถึงนัยน์ตาคมฉายชัดแสดงออกซึ่งความเจ็บปวดที่มี

ภาพซีคที่ส่งสายตาเรียบนิ่งมองมาทางผมแต่รอบดวงตากลับเอ่อคลอไปด้วยน้ำตามันฝังอยู่ในหัว ผมกระสับกระส่ายอยู่ไม่เป็นสุขอยากจะลุกขึ้นแล้วกระโดดลงจากรถไปหาเขาตอนนี้เลย พลางคิดว่าการที่เขาร้องไห้มันต้องไม่ใช่การจากลาที่ดีแน่ ๆ คนบ้าอำนาจฆ่าคนเป็นผักปลาอย่างซีคเนี่ยนะจะร้องออกมา มันทั้งไม่อยากเชื่อทั้งทำให้ผมกลัวไปหมด

กลัวว่านายหัวจะเล่นแง่กับพวกเราแล้วตลบหลังฆ่าซีคให้สิ้นเสีย กลัวความอยากรู้ของตัวเองว่าถ้าทำลงไปแล้วแบบไหนมันจะดีกว่ากัน ระหว่างยอมทำตามข้อตกลงของนายหัวหรือจะดื้อดึงยอมทำตามใจตัวเองแล้วกลับไปหาซีค คนที่ผมรักและไม่อยากให้เขาอยู่ที่นี่โดยไม่มีผม


--------------------------------------

ทำไมตอนแต่งฉากวีนัสเงยหน้ามองท่านซีคที่ยืนอยู่บนตึกนั้นฉันต้องร้องไห้ด้วยนะ ทำไมม

เสียน้ำตาหนักมากกับตอนนี้ สงสาร ปวดใจ

​31.12.17

💛​อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้น้องวีนัสด้วยนะ💛​

ความคิดเห็น