ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บาปที่ ๕ ข้าประมาท

ชื่อตอน : บาปที่ ๕ ข้าประมาท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 154

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2561 16:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บาปที่ ๕ ข้าประมาท
แบบอักษร

บาปที่ ๕ ข้าประมาท


ข้าชอบคืนข้างแรม

ในป่าไพศาล กิ่งไม้ใหญ่แข่งกันชูสูงไคว้กันปิดฟ้าเพื่อแย่งชิงแสงจากเบื้องบน แม้ในยามกลางวันแดดเปรี้ยง แสงสว่างยังแทบมิอาจเล็ดลอดใบไม้ลงกระทำพื้นดินได้ ในคืนที่มีเพียงหมู่ดาวอ่อนแสงเช่นนี้ พื้นที่ป่าสุดลูกหูลูกตาเปรียบเสมือนมีม่านหมอกควันดำปกคลุมทุกซอกส่วน มองไม่เห็นกระทั่งสุดปลายนิ้วมือตน

ข้าชอบมันนัก

อาการป่วยในวัยทารกทิ้งผลกระทบที่มิอาจรักษาได้อยู่ นั่นคือนัยน์ตาทั้งสองของข้าที่บอบช้ำจากการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงเป็นเวลานาน ข้าไม่เชิงตาบอด เพียงแต่ไม่สามารถสู้แสงสว่างได้เท่านั้น กระทั่งเปลวเทียนยังทำให้ดวงตาข้าพร่ามัวแสบร้อนดั่งมองดวงสุริยะ

แม้หลับตาก็ยังรู้สึกได้

สองงตาของข้าจึงต้องมีผ้าเวทมนตร์ตัดแสงทาบทับอยู่ตลาดเวลา แม้แสงที่ผ่านเข้ามาได้จะน้อยนิดพอให้ข้าไม่ชนสิ่งกีดขวาง แต่ก็ยังรู้สึกระคายเคืองอยู่ร่ำไป

บางคราที่ข้ามองสะท้อนของตนในคันฉ่อง ดวงตาสีเขียวขุ่นที่สะท้อนมาช่างคล้ายกับดวงตาสีฟ้าขาวที่บัญญัติแน่นในความทรงจำ...ดูท่าหญิงชราที่ชายจองหองล่วงเกินจะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะจินตนาการได้

มีเพียงที่มืดสนิทเช่นนี้ที่ข้ารู้สึกปลอดโปร่งอย่างถึงที่สุด

ข้าใช้ปลายเท้าถีบรากไม้สูงใหญ่ โจนทยานผ่านป่าสงัดดุจนกน้อยโบยบิน สายลมเย็นที่กระทบใบหน้าทำให้ข้าสดชื่นกระปี้กระเป่า ข้าเร่งความเร็วหลบซ้ายหลีกขวาผ่านกิ่งไม้หนามากมาย ในใจลิงโลดเช่นครั้งข้าเป็นผู้ฝึกยุทธในชาติก่อ-

บางอย่างไม่ถูกต้อง!

ข้าหยุดกายนิ่งบนกิิ่งไม้ใหญ่และแผ่พลังเวทรับรู้ถึงอาณาเขตโดยรอบ สอดสายหาอันตรายรอบกายดั่งที่สัญชาตญาณร้องเตือน!

ข้ารู้สึกถึงบางสิ่งที่อยู่ไกลออกไป...

...บางสิ่งที่ซ่อนตัวในเงามืดของแมกไม้ป่าลึก...

...บางสิ่งที่ทำให้ขนข้าลุกชันอย่างตื่นกลัว...

...บางสิ่งที่ทำให้เส้นเลือดของข้าสูบฉีดไปทั่วกายา...

...ข้ารู้สึกได้ว่ามันจะเคลื่อนไหวในไม่ช้านี้


“พวกท่านสัมผัสมันได้ใช่ไหม?”

เหล่าทหารองครักษ์ที่แฝงกายในร่มไม้เผยตัวออกมา พวกเขาไม่ประหลาดใจนักที่ศิษย์มหาปราชญ์สามารถรับรู้การคงอยู่พวกเขาได้ สายตาทุกคู่มองไปยังทิศทางเดียวกับที่ท่านหญิงน้อยจับจ้อง แม้จะแผ่วเบา แต่พวกเขาสามารถสัมผัสมันได้เช่นกัน


“คุณหนูรีบกลับไปเก็บสัมพาระให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่...ก่อนที่จะสายเกินไป!”


“ไม่จำเป็นดอกท่าน...ข้าคิดว่า...บัดนี้น่าจะสายไปเสียแล้ว”


***


“ป่านนี้แล้ว เหตุใดท่านจึงยังไม่จัดเตรียมกำลังพลหรือสั่งอพยพผู้คนเล่า?”


เสียงหวานกังวาลใสถูกส่งตรงไปยังท่านเจ้าเมืองผู้บัดนี้มีใบหน้าซีดเซียวขาดสีชาด เขารู้ดีว่านั่นมิใช่คำถาม หากแต่พระนางเพียงแจกแจงความผิดที่เขาก่อ


ร่างระหงตรงหน้าคือสตรีผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพธิดาอวตาร 


นางผู้เป็นแม่พระของปวงชล 


ศิษย์เอกอันดับสองของมหาปราชญ์แห่งยุค 


องค์ราชินีผู้เปี่ยมเมตตาบัดนี้ทรงยืดอยู่ตรงหน้าเขา


พระพักตร์ของพระองค์ทรงมีรอยยิ้มโอบอ้อมอารีประดับอยู่


รอยยิ้มนั้นทำให้เจ้าเมืองหายใจไม่ทั่วท้อง เนื่องจากเขารู้อีกหนึ่งสมญานามของพระนางจากสหายในเมืองหลวง...


 “พระ...พระราชอาญาไม่พ้นเกล้าพ้นกระหม่อม หน่วยลาดตระเวนเพียงเห็นอสูรที่ชายแดนไม่กี่ตนเท่านั้น เพียงตื่นตระหนกให้เรื่องเล็กเป็น...เป็นเรื่องใหญ่...”


เจ้าเมืองเลียริมฝีปากแห้งปากของเขา หลบเลี่ยงสายตาเย็นยะเยือกของเหล่าทหารทั้งหลายในห้องประชุม พระโอษฐ์ขององค์ราชินีทรงมีรอยยิ้มที่ฉีกกว้างขึ้น


“หลายร้อยปีมานี้ เดรัชฉานเหล่านั้นเพียงเข่นฆ่ากันเอง...หามีมันสมองพอที่จะรวมกำลังกันไ-”


[ตุบ!]


ร่างท้วมใหญ่ของท่านเจ้าเมืองล้มลงกระแทกพื้น เลือดมากมายไหลหลั่งจากทรวงอกกลวงเปล่าของเขาแปดเปื้อนผืนพรมราคาแพง


[ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก...]


ภายในพระหัตถ์ขององค์ราชินีคือก้อนหัวใจของชายไร้ประโยชน์


พระนางผูู้เปี่ยมเมตตาเสด็จไปตรงหน้าหัวหน้าหน่วยลาดตระเวน ทุกย่างก้าวของพระองค์ดุจเทพีผู้มาโปรดโลก



“นี่คือของขวัญแสดงความยินดีแด่ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ หวังว่าท่านจะชอบพอ”



“…พระเดชพระคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อมพะย่ะค่ะ!”


เขามองก้อนเนื้อชุ่มเลือดในมือที่องค์ราชินีพระราชทานให้ด้วยน้ำลายฝาดคอ เขารีบหันไปสั่งการนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เมื่อไม่ถึงอึดใจก่อนเขาต้องค้อมศรีษะให้


“ยืนรออะไรเล่า! ประกาสกฎอัยการศึกบัดเดี๋ยวนี้! รวมรวมกำลังพลให้มากที่สุด! มันจะเป็นนักล่า, ทหารรับจ้าง หรือพ่อครัวเอามาให้สิ้น! แล้วแบ่งกองพลไปดูแลการอพยพของประชาชน มุ่งไปทางนอร์ทฟอเรส! เร็วเข้า!”


ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ไม่อยากร่วมชะตากรรมรุ่นพี่ของเขา ไม่รู้ว่าชายผู้ล่วงลับลืมพระสมัญญานามของพระนางหรือเยี่ยงไร จึงกล้าต่อปากต่อคำกับพระองค์ท่าน...



อสรพิษแห่งราชวงศ์


‘ราชินีเพชฌฆาต’



***



บุตรีเคานต์และเก้าองครักษ์เร่งฝีเท้าทะยานแหวกนภากลับเข้าตัวเมืองด้วยความรวดเร็ว ในสายตาคนนอก ทั้งสิบร่างคงเปรียบเสมือนทวยเทพที่สามารถลอยตัวเหาะเหินในอากาศได้โดยเสรี แต่หากสังเหตุให้ใกล้จะเห็นก้อนน้ำแข็งบางใสมากมายที่ดรุณีสูงศักดิ์เสกขึ้นมาใช้เป็นแท่นเหยียบกลางฟากฟ้าก่อนแตกสลายหายไปเป็นเกล็ดประกายระยับ


เหล่าองครักษ์ได้แต่เก็บความรู้สึกทึ่งใจไว้ในอกและพยายามติดตามร่างเล็กที่นำละล่ิวไปด้านหน้า


ไม่นานทับสิบเห็นตัวเมืองที่สว่างไสวไปด้วยแสงคบเพลิง จากมุมสูงทั้งหมดสามารถเห็นภาพประชาชนที่เร่งเก็บทรัพย์สินที่รวบรวมมาทั้งชีวิต กลุ่มชายฉกรรจ์ที่สามารถถืออาวุธได้ล้วนถูกเกณฑ์กำลังไปร่วมรบ ในขณะที่เหล่าทหารพยายามจัดต้อนฝูงชนวุ่นวายไม่ให้เหยียบกันตายเสียก่อนที่ศัตรูจะมาถึง


“พวกเจ้าสองคนเร่งจัดเตรียมม้าเร็ว อีกสามไปหาเสบียงกับสัมภาระ ส่วนเจ้าไปสอบถามสถาณการณ์กับทหาร ที่เหลือติดตามข้าไปหาท่านลุง ท่านป้า! รวมตัวอีกครั้งที่หน้าประตูเมือง!”

เด็กหญิงจัดแจงหน้าที่ของแต่ละคน หล่อนไม่มีความกระดากอายแม้แต่น้อยเมื่อออกปากสั่งการนายทหารมากประสบการณ์ แต่ไม่มีใครคิดท้วงติงบุตรีเคานต์ สายตาคมกร้าวของนางแสดงถึงประสบการณ์ที่พวกเขาไม่รู้ว่านางสั่งสมมาจากที่ใด พวกเขารู้เพียงว่าไม่อาจขัดคำท่านหญิงน้อยได้จึงรีบแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตน


บุคคลที่เหลือยืนรอคำสั่งอยู่บนแผ่นน้ำแข็งใสที่บุตรีเคานต์บังคับให้ลอยน่ิงในอากาศ เด็กหญิงหยิบผ้าขึ้นผูกกันแสงแยงตาจากเปลวคบเพลิง และปลดปล่อยพลังเวทมาแผ่สัมผัสหาสหายบิดาทั้งสอง


“ท่านป้าอยู่ในบ้านพัก พานางไปรอที่จุดนัดพบ ไม่ต้องเก็บสมบัติ!”

หนึ่งในองครักษ์ค้อมหัวรับคำและรีบกระโจนไปยังทิศที่นางสั่ง เหลือเพียงหนึ่งเจ้านายและสององครักษ์ที่ยังยืนรับลมหนาวนิ่งไม่ไหวติง



“เตรียมอาวุธไว้ให้พร้อม พวกเราสามคนจะไปชิงตัวท่านลุงจากกองทัพ!”


ความคิดเห็น