ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 8 ทานอาหารไทย

ชื่อตอน : บทที่ 8 ทานอาหารไทย

คำค้น : ปรารถนาจอมบงการ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2564 07:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 ทานอาหารไทย
แบบอักษร

ลูคัส พา เวทิดา ไปเดินหาซื้อเสื้อผ้า ของใช้ที่จำเป็นสำหรับไปสัมมนา ซึ่งในการสัมมนานั้นจะจัดมีขึ้นสองวัน โดยส่วนใหญ่จะไปจัดที่รีสอร์ทต่างจังหวัดและจะนอนพักหนึ่งคืน  

“หิวไหม?” ลูคัส หันมองมายัง เวทิดา ยกมือขึ้นจับที่แก้มหญิงสาวเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถาม  

“นิดหน่อยค่ะ” เวทิดา ตอบอย่างอายแต่รู้สึกอบอุ่นกับการกระทำของชายหนุ่ม เสก้มลงมองหน้าอกของชายหนุ่ม 

“ผมก็หิวแล้ว แต่หิวคุณนะ! หึๆๆ” ชายหนุ่มก้มลงกระซิบข้างใบหนูเล็ก เวทิดา หันไปมองหน้าชายหนุ่ม อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดอย่างนี้ออกมากลางห้างสรรพสินค้าแบบนี้ แล้วหุบปากลงทำแก้มป่อง ดูแล้วช่างน่ารักจริง  

“คุณนี้เซี้ยวใหญ่แล้ว ช่างไม่อายบ้างเลย” หญิงสาวส่งค้อนวงใหญ่ให้หนึ่งวง  

“ฮ่าๆๆ โอเค ไม่แกล้งแล้วก็ได้! งั้นเราไปหาอะไรกินกันดีกว่า” ลูคัส ว่าพลางจับจูงมือหญิงสาวเดินหาร้านอาหารกัน 

ลูคัส เลือกร้านอาหารไทย โดยให้หญิงสาวข้างตัวเป็นคนเลือกเมนูอาหารให้ลองทาน  

“เว เลือกอาหารให้ผมลองหน่อยนะ ผมทานอะไรก็ได้ง่ายๆ” ชายหนุ่มบอกแก่หญิงสาว  

‘ทานง่ายใช่ไหม จัดไปอย่าให้เสีย ฮึๆ แล้วจะรู้ว่านรกมีจริง’ เวทิดา คิดแผนแกล้งชายหนุ่มอยู่ในใจ อยากรู้นักว่าเขาจะทนเธอได้สักกี่น้ำ 

“สองที่ค่ะ” เวทิดา กล่าวกับพนักงานต้อนรับของร้านอาหาร แล้วพนักงานร้านก็พาทั้งสองเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะที่ว่างอยู่ แล้วก็เอาเมนูมาให้เลือก 

“ขอปลาเนื้ออ่อนลาดพริกหนึ่ง, ผัดพริกแกงไก่หนึ่ง, ต้มยำกุ้งรสแซ่บๆ หนึ่ง ข้าวสวยสอง และน้ำเปล่าสองค่ะ” เวทิดา สั่งอาหารซึ่งมีแต่เมนูเผ็ดๆ ทั้งนั้น  

‘ไม่ปากพองก็ให้มันรู้ไปสิ’ เวทิดา นึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ และเมื่ออาหารทยอยมาเสิร์ฟที่โต๊ะ เวทิดา ก็บริการชายหนุ่มอย่างดีเยี่ยม คอยตักโน้นนี่นั้นให้เขา และเมื่อเขาตักต้มยำกุ้งเข้าปากคำแรก เท่านั้นแหละ ชายหนุ่มก็เรียกหาน้ำแทบไม่ทัน จนหญิงสาวกลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่ 

         “อร่อยไหมคะ?" เวทิดา กล่าวถามทำหน้าตาซื่อๆ  

“ก็อร่อยดี” ลูคัส มองหญิงสาวอย่างรู้ทัน  

‘เดี๋ยวให้ถึงโรงแรมก่อนเถอะ พ่อจะลงโทษ จัดหนักจัดเต็มให้ดู’ ชายหนุ่มคิดในใจ  

“ถ้าอร่อยก็ทานเยอะๆ นะค่ะ” เวทิดา ก็ยังแกล้งตักโน้นนี่ให้ชายหนุ่มอยู่ไม่ขาด  

ซึ่งเธอนั้นกินเผ็ดได้สบายมาก เพราะเธอชอบกินเผ็ดอยู่แล้ว แต่ชายหนุ่มนี่สิ ผู้ไม่เคยกินเผ็ดเลย เมื่อมากินเผ็ดเป็นครั้งแรกก็ทำให้ปากเจ่อ น้ำหูน้ำตาไหลกันเลยทีเดียว ดูแล้วช่างน่าสงสารเป็นยิ่งนัก  

แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังกินอาหารที่ เวทิดา ตักใส่จานให้จนหมดไม่เหลือหลอ พอได้แกล้งชายหนุ่มจนหนำใจแล้ว หญิงสาวก็มานั่งนึกหวั่น กลัวว่าชายหนุ่มจะท้องเสีย แล้วหากเกิดเป็นหนักมีหวังได้เข้าโรงพยาบาลหยอดน้ำเกลืออย่างแน่นอน  

‘ไม่น่าแกล้งเขาเยอะเลย เลยต้องมานั่งกลุ้มใจเอง เวนะเว’ หญิงสาวคิดในใจ 

“เอ๊! อร ดูผู้หญิงกับผู้ชายในร้านอาหารนั้นสิ ใช่ คุณลูคัส กับยายเลขาของ คุณหัศนัย หรือเปล่านั่น?” พิมประภา กล่าวพร้อมกับทำท่าทำทางให้ อรอุมา ดูชายหญิงที่นั่งทานข้าวอยู่ในร้านอาหารไทย  

“ใช่เลยแหละ ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ” อรอุมา ยืนยันกับเพื่อน ซึ่งทั้งสองสาวทำงานเป็นเลขานุการ ที่บริษัทที่ เวทิดา ทำงานอยู่เช่นกัน แต่ทำคนละฝ่าย 

“แม้! ยายนี้ก็ไวไฟเหมือนกันนะ เห็นหงิมๆ ติ๋มๆ อย่างนั้น ที่แท้ก็แรดพอตัวเลยทีเดียวนะเนี่ย” พิมประภา เอื้อนเอ่ยกับ อรอุมา  

“เธอก็ว่าไปนั้น เขาอาจจะแค่คอยแท็กแคร์ และพามาทานข้าว เท่านั้นเองล่ะมั้ง” อรอุมา กล่าวขึ้น  

“ตอนนี้เธอวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ใช่ไหม? ออกมาได้แล้ว” พิมประภา ว่าให้เพื่อน  

“อะไรของเธอยะ วิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์นะ? ฉันงง!” อรอุมา ถามกลับ  

“เอ้ายายนี่! ก็พวกมองโลกในแง่ดีไงล่ะยะ” พิมประภา เอ่ยตอบเพื่อน 

“หึ! ฉันว่ายายนั้นเสร็จ คุณลูคัส แล้วอย่างแน่นอน ไม่งั้นไม่มานั่งออเซาะฉอเลาะกันอย่างนี้หรอก” พิมประภา พูดต่อ  

“เธออิจแม่นั้นเหรอ ที่หล่อนได้นั่งทานข้าวจู่จี่ดี้ด้ากับ คุณลูคัส น่ะ?” อรอุมา ถามเพื่อน  

“ก็เออนะสิ!.. จะบ้าเหรอเธอก็ ฉันก็แค่เห็นว่ามันไม่เหมาะไม่ควร ไม่งาม ก็เท่านั้นเอง คุณลูคัส เป็นถึงหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท แล้วยายนั้นเป็นใคร ก็แค่พนักงานธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ชอบเอาเต้าไต่ก็เท่านั้นเอง” พิมประภา พูดแก้ตัว  

“ที่บอกว่าเอาเต้าไต่นี่ ใช่ยายนั้นเหรอ คงไม่น่าใช่นะฉันว่า” อรอุมา เอ่ยกลับแล้วเหร่มอง พิมประภา  

“เอ๊! ยายนี้นี่ เธอเป็นเพื่อนฉันหรือว่าเธอเป็นเพื่อนยายนั้นกันแน่ยะ? ถึงได้เข้าข้างมันดีจังเลย” พิมประภา กล่าวอย่างมีโมโหที่เพื่อนไปเข้าข้างคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้าอยู่ก่อนแล้ว 

“ฉันก็เพื่อนเธอนี่แหละ จะเพื่อนใครละ อย่าโมโหเลยนะ เดี๋ยวไม่สวยนะ” อรอุมา กล่าวล้อๆ เพื่อน  

“ไปๆๆ เราไปกันเถอะ นี่ก็เย็นมากแล้ว เดี๋ยวกลับบ้านช้าอีก รถยิ่งติดบรมอยู่ด้วย พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นเช้าไปสัมมนาอีก” ทั้งสองสาวจึงเดินจากหน้าร้านอาหารไทยไป โดยไม่สนใจคนข้างในร้านอีก แต่ใครเลยจะรู้ ความลับไม่มีในโลก เรื่องคาวๆ ของคนอื่นนี้ในออฟฟิศสมัยนิยมนี้ชอบกันเลยทีเดียวเชียว  

แม้เลขาพิมประภาขา ช่างสอดรู้สอดเห็นอะไรอย่างนี้คะ..... ​ 

เว เธอก็ระวังตัวไว้ให้ดีนะ อย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อให้มันมากนัก เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน อิอิ..... ;) 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว