ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ภีม X ทิวา ตอนที่ 3 I Need You,babe (100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ภีม X ทิวา ตอนที่ 3 I Need You,babe (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.4k

ความคิดเห็น : 98

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ม.ค. 2558 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ภีม X ทิวา ตอนที่ 3 I Need You,babe (100%)
แบบอักษร

 

 

"ร้อนรักอันตราย" ภีม X ทิวา ตอนที่ 3 I Need You ,babe

 

 

 

                          "เดี๋ยวก่อน!........."

 

                        "กำลังคิดจะ...อ๊ะ!......!"

 

                        "อย่า!............"

 

                         "..."!

 

                         ทิวาหลับตา หัวใจเล็กๆเต้นกระหน่ำตึกๆจนร่างสูงสัมผัสได้เมื่อแนบอกกว้างเข้าหาแบบนี้ ลำแขนแกร่งข้างนึงกอดเอวบางไว้ ฝ่ามือร้อนผ่าวอีกข้างลูบเลยขยับสอดเข้าชายเสื้อ ล้วงเข้าลูบคลำไปทั่วสีข้างบอบบาง แผ่นหลังนุ่มเนียนมือแล้วโอบไว้แน่น จากนั้นภีมก็แนบริมฝีปากจูบเบาๆที่หน้าผากมนเป็นอันดับแรก 

 

                           ปากบางสั่นจนต้องขบเอาไว้ มือบางทั้งสองข้างที่วางไว้บนบ่าแข็งๆเผลอขยุ้มเสื้อเบาๆเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวย้ายมาแตะลงบนเปลือกตา ทิวาถอนใจยาว มือจิกแน่นขึ้นอีกเมื่อริมฝีปากของภีมไล่ลงมาตามสันโด่งของจมูกเล็กๆ ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ริมปากบาง

 

                         " จะทำโทษละนะ!..."

 

 

                           ภีมกระซิบพร้อมกับบดริมฝีปากลงเคล้าคลึงกับริมฝีปากนุ่มอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะค่อยๆแทรกปลายลิ้นเข้าไปลิ้มรสความหวานอย่างดูดดื่ม มือบางจิกไหล่กว้างไว้แน่น พร้อมๆกับที่ต้องขยับลิ้นเล็กๆตอบรับปลายลิ้นใหญ่ของภีมที่แทรกเข้ามาเกี่ยวแล้วดูดดึง เชิญชวน ทั้งเย้าแหย่ ล้อเล่น พร้อมกับกัดปลายลิ้นเล็กๆแล้วลากเบาๆ 

 

                           "อืมม!...." 

 

                          เสียงหวานคราง เมื่อลิ้นอุ่นๆไซร้ซอนเข้ามาตามริมฝีปากด้านใน กระพุ้งแก้มแล้วเกี่ยวลิ้นเล็กไว้อย่างชำนาญ จนร่างบางสะท้านเยือก ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ

 

                            ตาโตเบิกกว้างเมื่อรู้สึกถึงต้นขาแข็งแรงที่เบียดชิดเข้ามา แถมฝ่ามือร้อนผ่าวที่โอบแผ่นหลังบางนิ่งๆไว้ตอนแรกเริ่มขยับลูบไล้เลยเข้าหาขอบกางเกงยีนส์ด้านหลังก่อนที่ภีมจะแทรกปลายนิ้วร้อนผ่าวลง

 

                           " เดี๋ยว!..เดี๋ยว!..เดี๋ยว!......!" 

 

                           ทิวาดันอกกว้างไว้ พร้อมกับเบี่ยงหน้าหนี ไอความร้อนแผ่ซ่านไปทั้งหน้าเมื่อรู้สึกถึงเป้ากางเกงที่แข็งนูนออกมาบดเบียดหน้าขาที่แนบสนิทกันแบบนี้ มืออีกข้างของภีมดึงรั้งสะโพกของคนตัวเล็กเข้ามาแนบชิด

 

                         "นายรู้สึกอะไรบ้างไหม?" 

 

                          ภีมกระซิบถามเบาๆ พร้อมกับแนบจูบร้อนผ่าวไปทั่วลำคอระหง พร้อมกับบดสะโพกเน้นๆกระดกสะโพกแกร่งเข้าหา 

 

                         " นี่แค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เองนะ!....." เสียงทุ้มกระซิบเบาๆบอกความในนั้นทำให้ทิวามองหน้าหล่อๆตาค้าง หาา???!!!

 

                           " นายอยากรู้สึกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์มั้ย?......" คราวนี้ทิวาส่ายหน้าทันที 

 

                          "ไม่" พร้อมกับที่ร่างบางดิ้นเต็มแรง" ปล่อยสิ" ทิวาดันอกกว้างแล้วพลิกตัวหนี แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อลำตัวหนักๆของภีมทับ ลงมาเต็มที่ " ปล่อย" บอกแล้วก็เอียงหน้าหนีเมื่อภีมกดริมฝีปากร้อนๆจูบแก้มนุ่มเข้าเต็มฟอด

 

                           "จะรีบไปไหน?" เสียงทุ้มอู้อี้ถาม ขยับฝ่ามือใหญ่สอดเข้าขอบกางเกงยีนส์ด้านหลัง ก่อนจะไล้เบา แถมมืออีกข้างยังทำท่าจะปลดหัวเข็มขัด

 

                          " ไม่เอา!..ไม่ไม่!!.." ทิวายื้อเข็มขัดตัวเองไว้แน่น ภีมเลยเปลี่ยนเป้าหมายเข้าลูบไล้สีข้างนุ่มเนียนมือแทน

 

                           "อย่า!......" ทิวาขนลุกซู่ ลมหายใจสะดุดเมื่อมือร้ายขยับเข้าหายอดอกสีสวยปลายนิ้วไล้เบาๆก่อนจะบีบคลึงช้าๆ

 

                            "อ๊าา!...."  

 

                            ภีมมองภาพตรงหน้า ร่างขาวๆบิดเป็นเกรียวพยายามที่จะดิ้นหนี มือเล็กบางทั้งสองข้างพยายามยื้อยุดฉุดข้อมือใหญ่ที่สอดเข้าชายเสื้อไว้แน่น ใบหน้าเนียนตอนนี้แดงระเรือ ปากแดงๆเผยออ้าหอบหายใจสะท้าน ตาหวานหรี่ปรือมองมา แล้วเจ้าตัวก็กัดปากบางๆไว้แน่นเพื่อกลั่นเสียงบางอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้

 

                           "อื๊ออ!" ทิวาเม้มปากแน่น ขยับขาหนีร่างสูงใหญ่ที่แทรกเข้ามาคล่อมไว้ เพราะความรู้สึกบางอย่างมันพุ่งจี๊ดจู่โจมเข้าสู่ใจกลางลำตัวจนบางอย่างเริ่มหวั่นไหว อีกทั้งเริ่มเคลื่อนไหวช้าๆ ต้องรีบแล้ว ต้องรีบออกไปจากที่นี่ ก่อนที่จะ.....

 

                           "ทนไม่ไหวแล้ว ขอชิมหน่อย!...." พอสิ้นเสียงทุ้มเสื้อยืดตัวเล็กก็ถูกถลกขึ้นอย่างรวดเร็วจนร่างบางไม่ทันตั้งตัว ลำตัวขาวเนียนละออ เปิดเปลือยต่อหน้าต่อตาของภีมที่มองอย่างกระหาย

 

                            ทิวามองตามมือใหญ่ที่โยนเสื้อผืนเล็กทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันขวับมามองร่างสูง แล้วเอียงตัวหลบวูบ เมื่อภีมโน้มเข้าหา 

 

                          "อย่า!......."

 

                         "เดี๋ยวก่อน!.........."

 

                          "อ๊าา!......"

 

                          มือเล็กๆขยุ้มผมดกหนาตรงหน้าไว้แน่นจนเต็มฝ่ามือ เมื่อภีมกอดเอวบางไว้แน่น ก้มลงหายอดอกสีกุหลาบใสแล้วขบเม้มดูดกัดไล้เลียด้วยปลายลิ้นร้อนผ่าว เม้มด้วยริมฝีปากร้อนๆแล้วดึงขึ้นเบาๆ

 

                         " อ๊าาา!......อ๊าา!......อื๊ออ!" ทิวาหน้าหงายส่งเสียงครางเมื่อปลายลิ้นอุ่นโลมเลีย อาการสยิวบังเกิดขึ้นทีละน้อย เมื่อภีมไล้ริมฝีปากลงต่ำเรื่อยๆ จนร่างบางบิดตัวเร่าๆ ลำขาเพรียวขยับถูไถเท้าเล็กๆถีบยันที่นอนนุ่มปลายเท้างองุ้ม เมื่อร่างสูงใหญ่โถมตัวลงมากอดรัดไว้แน่น ความเสียววิ่งจู๊ดสู่กลางกายจนร้อนฉ่า ทำไม?........

 

                           ทำไม??......ความรู้สึกนี้?!.................

 

                           อ๊าา!.........มัน........อ๊าาา!.................

 

                           ตาโตเบิกกว้างเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือใหญ่ล้วงเข้าขอบกางเกงแล้วกอบกำแก้มก้นนุ่มๆไว้จนเต็มฝ่ามือ

 

                            เฮ้ย!?!?!?..........

 

                          เข็มขัดหลุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่????????....................

 

                            ซิปกางเกงยีนส์ถูกรูดตอนไหนวะ!!!!!!!!!..................

 

                           ทิวาเริ่มรู้สึกว่ากำลังเข้าขั้นวิกฤต! ขยับเอวดิ้นหนีมือใหญ่เต็มที่ เมื่อปลายนิ้วเรียวใหญ่ทำท่าจะล้วงเข้ามา!............

 

                           "อ๊าา!!!........." ร่างบางเกร็งเสียวสะท้าน แขนขาอ่อนหมดแรงกะทันหันเมื่อนิ้วร้ายลูบไล้ขึ้นลงตามแนวร่องก้นนุ่ม แล้วค่อยๆปักปลายนิ้วแข็งๆเข้าไป

 

                           "อย่า!!!..........." เสียงหวานครางประท้วง มือที่ดันอกแกร่งไว้เริ่มหมดแรง ตาหรี่ปรือ ขาสั่นระริกเสียวเมื่อ โดนปลายนิ้วแข็งๆปักตรึงไว้

 

                           "อย่า!....อ๊ะ" 

 

                           ร่างบางบิดเป็นเกรียว เมื่อฝ่ามือใหญ่เปลี่ยนเป้าหมายเข้ามาลูบไล้หน้าท้องนุ่มเนียนแทน "เดี๋ยวก่อน!..!"ทิวาเกือบหยุดหายใจ ขยับยึดข้อมือใหญ่ไว้แน่นเมื่อมันทำท่าจะลูบลงต่ำ ซ้ำร้ายที่ยิ่งกว่าร้ายเมื่อเจ้าแท่งเนื้อหน้าขา ดันมีปฏิกิริยาตอบรับซะงั้น 

 

                          "อื๊อ!..."ทิวากัดปาก มือบางยื้อข้อมือใหญ่ไว้เต็มที่ แต่ดูเหมือนจะไม่มีผลเมื่อปลายนิ้วร้อนผ่าวมันทำท่าจะ!...........

 

                         "อ๊าาา!......" หน้าหวานๆเหยเก ขากระตุกงอ พยายามปัดมือใหญ่ออกจากหน้าขาตัวเองพัลวัล "ปล่อย!!....อ๊าา!....อื๊ออ!" ทิวารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายปัดมือใหญ่เต็มแรงก่อนจะพลิกตัวหนี 

 

                           ภีมใช้แขนแกร่งเกี่ยวเอวบางไว้ทันเมื่อร่างบางทำท่าจะคลานลงจากเตียงก่อนจะกอดไว้แน่น " จะไปไหน? " เสียงทุ้มกระซิบริมหูพร้อมกับแนบร่างสูงใหญ่ทับจนร่างบางฟูบแนบไปกับที่นอนนุ่ม

 

                          " ปล่อยนะ!.....จะทำบ้าอะไร?"

 

                         "ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? ขนาดนี้แล้ว" 

 

                        "บ้าเอ๊ย!!..ถ้านายทำอะไร!....ฉันจะไม่ยกโทษให้นายตลอดชีวิตเลยคอยดู!......."

 

                        "ก็ดี!....เพราะฉันตั้งใจให้นายจำฉันไว้ตลอดชีวิตเหมือนกัน"

 

                        " อ๊ะ!!!......." ขอบกางเกงยีนส์ถูกมือใหญ่เกี่ยวให้พ้นสะโพกบางพร้อมๆกับที่ฝ่ามือร้อนผ่าวอ้อมมาทางหน้าขา " อ๊าาา!!......>///

 

                         ใบหน้าหวานแหงนแดงก่ำ เผยอปากบางหอบหายใจสะท้าน ผมดำยาวรุ่ยร่ายคลอเคลียแผ่นหลังบอบบางขาวเนียนที่แอ่นจนก้นโด่งอย่างเสียวกระสัน มือเล็กบางทั้งสองข้างขยุ้มผ้าปูที่นอนไว้แน่นจนข้อนิ้วเล็กๆซีดขาว ภีมมองภาพตรงหน้า ปลายลิ้นใหญ่ไล้เลียริมฝีปาก หายใจหอบก่อนจะขยับร่างโน้มตัวลงแนบปากร้อนผ่าวเข้าทาบไหล่เล็กเนียนอย่างอดใจไม่ไหว

 

                         "อ่าา!..ทิวา...ฉันนึกแล้ว...ว่านายต้องสุดยอด!" เสียงทุ้มกระซิบพร้อมกับแนบปากร้อนๆทาบไปทั่วแผ่นหลังนุ่ม คลูดฟันขบเบาๆไล้เลียชิมจนทั่ว พร้อมๆกับขยับมือร้ายรูดหนักขึ้น เร็วขึ้น สร้างความปั่นป่วนให้ร่างบางจนเกือบหายใจไม่ออก

 

                          "อ๊า!....อ๊า!.......อ๊า!........อ๊า!!......."

 

                         "อ๊า!.....อ๊า!.....อื๊ออ!!......อ๊าาา!........"

 

                         ทิวาหน้ามืด อ้าปากหอบหายใจ ความรู้สึกตอนนี้มันบรรยายไม่ถูกว่ากำลังอยู่บนสวรรค์หรือยืนอยู่บนโลกมนุษย์เมื่อมือใหญ่ร้อนผ่าวขยับรูด บีบรัด สาวมือใหญ่เข้ากับลำเนื้อบอบบางที่สั่นระริก แถมมือใหญ่ยังหยุดรีรอถูไถท้องนิ้วโป้ง ที่หัวป้านเล็กสีสวยราวกับแกล้ง 

 

                       "อ๊า!....อ๊า!......อ๊า!......อ๊า!.....ภีม!..อ๊า!....." คนตัวเล็กมองเหลียวหลัง ตาหวานๆหรี่ปรือวิงวอน เผยอปากบางสั่นระริกจนต้องขบเอาไว้ ก่อนจะหมดแรงจนหน้าเนียนแนบที่นอนที่นิ้วเล็กๆจิกขยุ้มไว้แน่น

 

                      " อ่าา!! ทิวา...." เสียงภีมกระเส่าชิดซอกคอขาวๆเย้ายวนก่อนจะทาบปากร้อนผ่าวเข้างับ มือขยับเร็วขึ้น แรงขึ้น สาวมือรูดลำเนื้อเล็กบางเมื่อเห็นคนสวยกระสับกระส่ายเด้งสะโพกเข้าหามือใหญ่ร้อนผ่าวราวกับขอ

 

                      และก่อนที่ทิวาจะทันตั้งตัว ภีมก็รั้งเอวบางไว้แน่นด้วยลำแขนแกร่ง พลิกร่างสูงใหญ่นอนหงายโดยให้ร่างบอบบาง นอนหงายทับไปบนลำตัวสูง พร้อมกับที่มือใหญ่ขยับมือเร็วขึ้น

 

                       "อ๊า!....อ๊า!.....อ๊า!......อ๊า!.......อ๊าาาา!...." 

 

                      "อ๊า!.....อ๊า!......อ๊า!......อ๊า!......!!"

 

                      ทิวาจะขาดใจเมื่อความเสียวเสียดไปรวมตัวกันอยู่ที่มือใหญ่ที่ขยับรูดลำเนื้อบอบบางที่ตั้งชันสู้มือ ร่างบางหลับตาปี้  อ้าปากหอบสะท้าน มือบางทั้งสองข้างอ่อนแรงได้แต่เกาะกอดลำแขนแกร่งของภีมไว้ ขาเรียวเล็กสั่นระริกเท้าถูไถที่นอนจนกางเกง ยีนส์หลวมๆที่ใส่อยู่หลุดพ้นข้อเท้า เหลือแต่บ๊อกเซอร์ตัวเล็กคาสะโพกไว้ 

 

                        ภีมขยับมือเร็วขึ้น เมื่อร่างบอบบางดิ้นพล่าน หอบหายใจสะท้าน สลับกับกัดปากบางๆ ของตัวเองไว้แน่น

 

                         "อื๊ออ!... อ๊า!....... อ๊า!...... อ๊า!...... อ๊า!....." 

 

                       "อ๊า!......... อ๊า!....... อ๊า!.......... อ๊า!....... อ๊า!........" 

 

                       มือร้อนๆขยับสาวลำเนื้อเล็กแข็งชันรูดเร็วขึ้น!.......เร็วขึ้น!.........เร็วขึ้น!.....เร็วขึ้นอีก!..ท้องนิ้วโป้งถูไถหัวป้านสีแดงสดหนักๆ แล้วกดไว้ มือใหญ่บีบลำเนื้ออ่อนแล้วกระตุกมือแรงๆ

 

                     " อ๊ากกกกกกก!!!!!!!!................." ร่างบางของทิวาบิดเป็นเกรียว ขาสั่นมือไม้อ่อนแรง

 

                     "อ๊าาาาาาาา!!!!!!!!!................" ก่อนที่จะกระตุกยึก  

 

                    "อื๊อออออออออ!!!!!!!!!!!!!!!................"ร่างบางอ่อนแรงฮวบหงายหลังทับไปบนร่างสูงใหญ่ของภีมอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ 

 

                    "แฮ่ก...แฮ่ก..แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก"

 

                    "แฮ่ก.........แฮ่ก.........แฮ่ก........แฮ่ก...........แฮ่ก"

 

                 ภีมยิ้มร้ายมือร้อนๆยังขยับให้ไม่หยุดทั้งๆที่ลำเนื้ออ่อนได้ปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนเต็มอุ้งมือใหญ่ ปลายลิ้นใหญ่ไล้เลียปาก มองใบหน้าหวานๆที่แหงนหงายอยู่ใกล้ๆแค่ลมหายใจกั้น แก้มเนียนๆแดงก่ำจนอดไม่ได้ที่จะยื่นปากไปจ๊วบฟอดใหญ่ ร่างบางที่ยังคงอ่อนแรงหายใจหอบไม่มีแม้แต่แรงที่จะดิ้นหนี ได้แต่ปล่อยให้ริมฝีปากร้อนผ่าวซุกไซ้ขบเม้มไปทั่วลำคอขาวๆ ปลายลิ้นร้าย ลากไล้ไปทั่วแล้วใช้ฟันกัดแทะดูดกัดราวกับกำลังกินอาหารอันโอชะ ทำเอาทิวาสะท้านเยือกขนลุกซู่ 

 

                " เดี๋ยวก่อนสิ!...จะไปไหน?!......ฉันยังไม่เสร็จธุระกับนาย!......" ภีมกระซิบพร้อมกับขยับแขนแข็งๆรัดเอวบางไว้แน่นเมื่อร่างบางเริ่มดิ้น

 

                 "อื๊ออ!!....พอแล้ว.......อ๊าาาา!!!......" ทิวากลับมาสู่อารมณ์ปกติ มือบางขยับปัดมือใหญ่ออก ภีมปล่อยมือที่กำลำเนื้ออ่อนไว้อย่างว่าง่าย แต่มันกลับไปรวมกับอีกแขนนึงแล้วกอดเอวบางไว้แน่นแทน 

 

                    ทิวาหน้าร้อนไปหมดเมื่อเห็นว่าตัวเองล่อนจ้อน กำลังหมายว่าจะลุกแต่อ้อมแขนแข็งๆกลับรัดไว้แล้วพลิกร่างบางให้นอนคว่ำ พร้อมกับที่ภีมแนบร่างสูงใหญ่ตามลงไปกอดไว้กระชับ

 

                     " บอกแล้วว่ายังไม่เสร็จธุระ จะรีบไปไหน " เสียงทุ้มกระซิบ แล้วตามด้วยจูบเบาๆที่แก้มเนียน 

 

                     " มะ..มีอะไรอีกล่ะ....ขอใส่เสื้อผ้าก่อนได้มั้ยเล่า" คนตัวเล็กโวยวาย ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ ตัวเองใส่เสื้อผ้าออกจะเรียบร้อย แต่ปล่อยให้คนอื่นตัวล่อนจ้อนแบบนี้ 

 

                      " ไม่ต้องใส่ก็ได้...แบบนี้ละสวยดี" ภีมบอกยิ้มๆ แถมยังใช้สายตาสำรวจไปทั่วร่างบางที่เริ่มแดงไปทั้งตัวอย่างขัดเขิน

 

                      "ไอ้โรคจิต...ปล่อยได้แล้ว" ร่างบางดิ้นหนีพร้อมกับมือบางขยับมือดึงกางเกงตัวเล็กขึ้น แต่ก็ทำได้แค่นั้น เมื่อภีมขยับลุกนั่งหลังอิงหัวเตียงไว้พร้อมๆกับใช้แขนใหญ่ลากเอวคนตัวเล็กให้เข้ามาอิงอกกว้าง แล้วกอดเอวบางไว้แน่น

 

                      " เฮ้ย!!?"  ตาโตเบิกกว้างเมื่อรู้สึกว่าก้นนุ่มๆนั่งทับไปบนความแข็งขึงเต็มๆ

 

                       "ปล่อยสิ!...อะไรอีกเล่า?!"

 

                      " คิดจะหนีง่ายๆเหรอ? ไม่มีทาง!" ภีมบอกยิ้มๆแล้วกระชับเอวบางไว้แน่น เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มดิ้นรนรุนแรง พร้อมกับเอียงหน้าเข้าหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่แล้วนิ่งไว้ จนทิวาหลับตาปี๋เกร็งตัวรับ เป็นนานจึงค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ มือเล็กๆพยายามปลดแขนแข็งๆ ที่กอดเอวบางไว้แต่พยายามยังไงก็ไม่ขยับ

 

                        " ปล่อยสิ! " ทิวาหน้าร้อนไปหมดเมื่อต้องตกอยู่ในวงแขนแข็งๆทั้งๆที่ตัวล่อนจ้อน ถึงจะยังมีบ๊อกเซอร์ตัวเล็กๆติดตัวไว้ก็เถอะ แต่ใครจะไม่เขินเล่า ในเมื่ออีกฝ่ายใส่เสื้อผ้าออกครบยังไม่ได้ถอดซักชิ้น

 

                       "ตอบคำถามมาก่อน"

 

                       " ก็ถามมาสิ! ถ้าเรื่องเรือนกะ...... "

 

                        "ไม่ใช่เรื่องเรือนแก้ว....แต่เป็นเรื่องของนาย......" 

 

                         " เรื่องของฉัน? หือ?....เรื่องของฉันทำไม? นายอยากรู้เรื่องอะไร? " ทิวาถามออกไปพร้อมกับหันไปมองภีม ก่อนที่ตาโตจะ เบิกกว้างเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

 

                        " ราตรีอยู่ไหน?"

 

                       ทิวามองหน้าภีมแล้วหลบตาคมวูบ หน้าหวานๆมีแววสลด ปากบางๆเม้มแน่น

 

                      " อยากรู้ไปทำไม? มันไม่มีประโยชน์แล้ว!"

 

                      " มีประโยชน์สิ!.....ฉันอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนาย!...อยากรู้ว่าทำไม?...นายต้องเรียกตัวเองว่าตรีตอนอยู่ต่อหน้าแม่ "

 

                      ร่างบางนั่งอึ้ง จนลืมไปว่าตัวเองยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ตาหวานๆที่มองสบมามีแววเศร้าจนภีมสะท้อนใจ อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร?..... หนักหนาแค่ไหน?.....ที่ทำให้ตาสวยๆเศร้าได้ขนาดนี้ 

                      

            ....................................................................................

 

 

                ภีมล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบรีโมทสะพานกดให้มันยกขึ้นอีกครั้ง หลังจากเดินออกไปเอาถุงขนมกับน้ำที่ซื้อติดรถไว้ก่อนเข้ามาที่เรือนแก้ว ร่างสูงเดินหิ้วถุงเข้าไปหาคนสวยที่นั่งหน้าหงิกในห้องนอนใหญ่ ส่งสายตาอาฆาตมาอย่างรุนแรง

 

              "แก้มัด!!" ทิวาตวาดแห้ว ผมดำยาวรุ่ยร่ายทิ้งตัวลงคลุมทั่วหลังไหล่ ร่างบางนั่งขัดสมาธิบนพื้นไม้ขัดมันวาววับแผ่นใหญ่ พลางขยับมือที่โดนมัดไพล้หลังไว้อยากขัดใจ เจ็บใจตัวเองที่เสียท่าโดนจับมัดไว้แบบนี้ แต่ก็ยังดีหน่อยที่ได้ใส่เสื้อผ้าแล้วไม่งั้น ทิวาไม่อยากนึกว่าจะเป็นยังไงถ้าไอ้โรคจิตนี่...! ฮึ้ย! คิดแล้วเจ็บใจโว้ย!! 

 

              "พูดเพราะๆซิ!" ภีมบอกพร้อมกับยื่นหน้าหล่อๆเข้ามาใกล้จนจมูกโด่งเฉียดแก้มบาง ทำเอาทิวาผละหงายหลังอย่างตกใจ พูดไม่ออกเมื่อแขนแข็งๆเกี่ยวเอวบางไว้มั่นแล้วลากร่างบางขึ้นนั่งบนตักกว้าง 

 

             "พูดขอเพราะๆแล้วจะแก้มัดให้" ภีมบอกยิ้มๆพร้อมกับแกล้งคลอเคลียจมูกโด่งๆ บนแก้มนุ่มที่เอียงหลบพัลวัล

 

            "แก้มัดให้หน่อย!" 

 

            "เพราะได้แค่นี้เหรอ?...เอาใหม่ซิ!....."

 

             "แล้วจะให้เพราะแค่ไหนเล่า...." ทิวาเอียงหน้าหนีปากร้อนๆทางโน้นทีทางนี้ทีจนคอแทบเคล็ด 

 

             " เอาให้เพราะเหมือนที่คุยกับแม่ไง..."

 

            " ไม่"

 

           " โอเค้!...ไม่ก็ไม่! " ภีมตัดบท พร้อมกับกระชับลำแขนอุ้มร่างบางขึ้น

 

            "เฮ้ย!..เดี๋ยว...จะทำอะไร?!..."

 

            " ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด ฉันว่าเรามาต่อที่ค้างไว้เมื่อกี้กันดีกว่า" ภีมยิ้มเจ้าเล่ห์ ตามองหน้าหวานที่หงายบนที่นอน แล้วก้มลงไปหา

 

           " เดี๋ยว!.." ทิวาพูดได้แค่นั้นก็ต้องหลับตาปี๋เมื่อแก้มโดนปากร้อนๆของอีกฝ่ายกดจูบลงมาหนักๆจนใบหน้าเนียนฟูบลงกับ ที่นอนนุ่ม " โอเคพูดแล้ว!..พูด..พูด..ปล่อยก่อนสิ" หน้าหวานๆได้แต่หลบพัลวัล ขยับตัวไม่ได้เมื่อโดนร่างสูงแทรกเข้ามาล็อคไว้แน่นแบบนี้

 

           "พูดว่า " หน้าหล่อๆขยับห่างออกไปตาคมมองหน้าหวานๆอย่างรอคอย แล้วเสียงหวานก็อ้อมแอ้มออกมา

 

           "ภีม....แก้มัดให้หน่อยสิจ๊ะ มัดแบบนี้เจ็บมือไปหมดแล้วนะ" ทิวาหลบตา แก้มเนียนรู้สึกวูบๆวาบๆยังกับมีใครเอาไฟมาอังไว้ แถมแวบๆหางตาเห็นไอ้หน้าหล่อฉีกยิ้มกว้างอย่างถูกใจ ฮืม! อย่าให้หลุดไปได้นะมึง! 

 

           " น่ารักมาก นายนี่สุดยอดจริงๆ" ว่าแล้วก็จ๊วบแก้มนุ่มเป็นรางวัล ทิวาไม่พูด มองกลับไปนิ่งๆเหมือนจะบอกว่า พูดแล้ว..คราวนี้ก็แก้มัดซะที..

 

            ในที่สุดมือใหญ่ก็อ้อมไปด้านหลังแล้วขยับแก้ผ้าที่มัดข้อมือเล็กให้ แต่ก็ยังไม่วายหาเศษหาเลยอ้อยอิ่ง กอดเอวเล็กไว้แน่น กว่าผ้าจะหลุด ทิวาผลักอกกว้างเต็มแรงพร้อมกับเด้งตัวลุกหนีจากเตียงอย่างรวดเร็ว ออกไปยืนมองร่างสูงอย่างอาฆาตไม่พูดไม่จา พร้อมกับร่างบาง ที่หันซ้ายหันขวามองหาบางอย่าง พอเห็นว่ามันตกอยู่ใกล้ๆประตูห้องนอน ร่างบางกำลังจะเดินไปหยิบก็ต้องชะงัก

 

            "จะไปไหน? " เสียงทุ้มถามพร้อมกับคว้าต้นแขนเล็กๆไว้แน่น 

 

             " ไปเอานั่น" หน้าหวานพยักเพยิดไปที่กระเป๋า พร้อมกับมองต้นแขนตัวเองก่อนจะมองสบตาคมเป็นเชิงบอกว่าปล่อยได้แล้ว ภีมมองตามร่างบางที่พอก้มลงคว้ากระเป๋าตัวเองได้ก็เดินหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว มือใหญ่ขยับคว้าถุงขนมแล้วเดินตามร่างบางไป  ทันได้เห็นคนตัวเล็กนั่งขัดสมาธิสางผมยาวๆอยู่ที่ระเบียงด้านหลัง มองออกไปเห็นวิวสวยๆน้ำใสๆ ลมพัดเอื่อยๆเย็นสบาย ร่างสูงจึงขยับเข้าไปใกล้แล้วนั่งลงข้างๆ  ตามองมือขาวๆที่ขยับเปียผมตัวเองอย่างคล่องแคล่ว 

 

                ภีมมองอย่างทึ่งๆ จนเมื่อมือเล็กขยับรัดหนังยางกับหางเปียเป็นขั้นตอนสุดท้าย เลยล้วงถุงหยิบโค๊กกระป๋องออกมาเปิดแล้วยื่นให้คนตัวเล็ก

 

               ทิวามองมือที่ยื่นโค๊กมาให้ ก่อนจะหันไปมองเจ้าของมือที่ยิ้มหวานประจบ ทิวามองแล้วหน้างอ มือบางคว้าโค๊กมาแล้วหันหน้าหนีพลางถอนหายใจอย่างหงุดหงิด 

 

             "อย่าโกรธเลยนะคนดี" เสียงทุ้มที่จู่ๆก็เอ่ยขึ้นเล่นเอาทิวาลำลักโค๊กไอแค๊กๆ หันขวับไปมอง ก่อนจะหน้าเลิ๊กลั๊กขยับหนีร่างสูงที่กระเถิบเข้ามานั่งจนไหล่เบียด

 

              "เฮ้ย!!...ขยับไป!...เบียดมาทำไม?!" 

 

              "เป็นไรไปเบียดนิดเบียดหน่อย เมื่อกี้เรายัง..."

 

              "หยุด!!........อย่าพูดออกมาเชียวนะ...ไม่งั้นชกจริงๆ" ไม่พูดปล่าวแถมยังยกกำปั้นเล็กๆขึ้น หน้าคนสวยยังงอไม่หาย ทำให้ภีมหุบปากจริงๆ แต่ก็ส่งยิ้มให้ ไม่ใช่เพราะกลัว อาจจะเป็นเพราะแววตาที่เปลี่ยนไปของทิวา  เมื่อกี้ภีมรู้สึกผิดที่ไปสกิดแผลที่ไม่มีวันหายของอีกฝ่ายเข้า แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กจะเข้มแข็งกว่าที่คิด

 

               "ขอโทษนะที่ถามนายเรื่องนั้น ฉันไม่คิดว่า.... " 

 

               "ช่างมันเถอะ เรื่องมันเกิดขึ้นมานานจนตอนนี้เริ่มชินแล้วละ" ทิวาตอบเบาๆ ยกโค๊กกระป๋องขึ้นดื่ม 

 

              "แล้วตอนนี้แม่นายไม่รู้เลยเหรอว่านายคือทิวาไม่ใช่ราตรี"

 

             "ตอนนี้ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าแม่หายป่วยดีรึยัง  เพราะตอนที่รถชนกันเมื่อสี่ปีก่อนตำรวจไปบอกแม่ที่บ้าน พอแม่รู้ข่าวร้ายก็ช็อคจนหมดสติไปเลย พอรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาก็เรียกหาแต่ตรี ถามหาแต่ลูกสาวที่ชื่อราตรีว่าเป็นยังไงบ้าง? แม่ไม่เอ่ยชื่อของทิวาซักคำ  อาจจะเป็นเพราะแม่สนิทกับตรีมากกว่าฉันละมั้ง?เลยทำให้แม่จำตรีได้  หมอบอกว่าแม่เสียใจเกินไปจนทำให้ความทรงจำบางอย่างหายไป ในตอนนั้นฉันคิดว่าถ้าแสดงตัวเป็นตรีแล้วไปหาแม่ มันอาจเป็นวิธีเดียวที่ทำให้แม่ดีขึ้น สภาพจิตใจของแม่ก็ดีขึ้นจริงๆ นะแหละ แต่กลับกลายเป็นว่าฉันต้องแสดงเป็นตรีตลอดเมื่ออยู่กับแม่ มันผูกพันธ์ต่อเนื่องมาจนทำให้ฉันกลัวที่จะบอกความจริง ถ้าแม่รู้ว่าตรีไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว แม่อาจช็อคอีกเป็นครั้งที่สองก็ได้ สภาพจิตใจคงรับไม่ไหว "

 

            "นายเลยทำตัวเป็นราตรีตลอดเวลาตอนอยู่หน้าแม่งั้นเหรอ?"

 

          "ก็งั้นสิ!...แล้วจะให้ทำไงล่ะ?...เป็นแบบนี้ตั้งแต่ตรีตาย มันหลายปีแล้ว!...."

 

           "แล้วเขาไม่ระแคะระคายเลยเหรอ?ว่านายไม่ใช่ผู้หญิง!....." 

 

           " เฮอะ!...ถามแบบนี้เพราะนายไม่เคยเห็นตรีนะสิ!" ทิวาหันมาถามพร้อมกับยกโค๊กขึ้นดื่มจนหมด

 

          "ทำไม? ราตรีเขาทำไม" 

 

          " ที่ต้องเรียบร้อยเวลาอยู่ต่อหน้าแม่ พูดคะพูดขาจ๊ะจ๋าหวานๆเพราะโดนแม่เคี่ยวหรอก เพราะความที่แม่เป็นครูตรีเลยโดนหนักหน่อยซึ่งต่างกับฉันที่แม่ไม่ห่วงเท่าไหร่ ยังไงก็ได้ แต่ตรีพอเวลาอยู่นอกบ้านเรียกว่าเรากอดคอกันเที่ยวได้สบายไปไหนไปกัน" 

 

            "แล้วถ้าเกิดวันนึงแม่นายนึกออกแล้วถามหาทิวาล่ะ? นายจะทำยังไง? " ภีมถามอย่างอยากรู้ 

 

           "ให้วันนั้นมาถึง ฉันจะบอกแม่ว่าทำไมต้องทำแบบนี้? " ทิวาหันไปบอกพร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายเฉียง ก่อนจะแบมือ

 

            "อะไร? " ภีมถามพร้อมกับมองมือขาวๆที่แบมาเกือบจะทิ่มหน้า

 

            "รีโมทสะพาน เอามา" 

 

           " ยังไม่ให้ อยู่อีกซักพักค่อยกลับด้วยกัน!"

 

            " เฮ้ย!..นายก็อยู่ของนายไปสิ บ้านนายนิ..."

 

           " แต่นายเป็นคนตกแต่งนะ ฉันยังไม่อนุญาตให้ไป ก็ยังไปไม่ได้ คราวนี้นั่งลง" เสียงทุ้มสั่งพร้อมกับหยิบโค๊กกระป๋องส่งให้ แต่คราวนี้ทิวาไม่รับ

 

            " ไม่กินแล้ว!" 

 

             "น่า..กินเป็นเพื่อนกันก่อน...หรือจะเอาขนม" ว่าแล้วมือใหญ่ก็ยื่นถุงขนมให้ คราวนี้คนตัวเล็กเดือด

 

             "ไม่ต้องเอาขนมมาล่อ!..ไม่ใช่เด็ก!..."  มองร่างสูงอย่างขวางๆไม่ทุกข์ไม่ร้อนเล้ย! ให้ตาย

 

             " ก็รู้อยู่แล้ว...ว่านายไม่ใช่เด็ก!" ภีมเงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่ยืนค้ำหัวอยู่ 

 

               ทิวามองขนมแล้วคิด! ถ้าขนมกับน้ำพวกนี้หมดก็คงได้กลับละ คิดได้ดังนั้นร่างบางก็นั่งลงคว้าถุงเลย์มาแกะแล้วล้วงออกมาเคี้ยวกรุ๊บๆ มือบางคว้าโค๊กมาเปิดก่อนจะดื่มอั๊กๆ คิดในใจหมอนี่ดื่มน้ำเปล่าไม่เป็นรึไงนะ?..ซื้อมาแต่โค๊กเนี่ย! แล้วก็ขนมพวกนี้!..กินหมดนี่โรคไตคงถามหา แม่งเค็มได้ใจจริงๆ คิดไปเคี้ยวไปดื่มโค๊กไป ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นตาคมมองมานิ่งๆ

 

              "มองอะไร? " ทิวาถามออกไปอย่างนึกขวาง มองอยู่ได้มองมานิ่งๆไม่พูดไม่จา ทำหน้าไม่ถูกแล้วเนี่ย..

 

              "มองคนสวย.." คำตอบตรงๆ ทำเอาทิวาสำลักโค๊กอีกรอบ โว้ย!...ไอ้โรคจิตนี่...มันยังไงของมันวะ?....ไม่เอาแล้วโว้ย! เลิกยุ่งกับมันดีกว่า! คิดได้อย่างนั้นคนตัวเล็กก็ลุกขึ้นปัดมือปัดก้น

 

              "กลับล่ะ หมดหน้าที่แล้ว นายมาดูเรือนแก้ววันนี้ก็ดี เป็นอันว่านายพอใจไม่ต้องเปลี่ยนอะไรแล้วนะ!..คุณชาย" เสียงหวานประชด 

 

              "ก็ไม่แน่หร๊อก...บางทีอาจจะเปลี่ยนสีผ้าม่าน หรือพวกของประดับอย่างแจกันนั่น หรืออะไรบางอย่างถ้าเกิด ไม่พอใจ กะทันหัน"

 

              "พอแล้ว!..แค่นี้ก็ยุ่งไปหมด..เพราะถ้านายไม่ชอบอีกคราวนี้..ฉันขอแนะนำให้เปลี่ยนบริษัทซะไม่ต้องไปที่รูมม์อีก" ว่าแล้วร่างบางก็แบมือ

 

              "รีโมท!.."

 

              "เดี๋ยวสิ...ดูเรือนแก้วกันก่อน เพราะตั้งแต่มายังไม่ได้มองเลย.." ภีมลุกขึ้นแล้วคว้ามือบางลากให้คนสวยเดินตาม 

 

             " ปล่อย! อยากดูก็ดูเองสิ ตกแต่งให้หมดแล้ว...เอารีโมทมา" ทิวาแกะมือแข็งๆออกจากข้อมือ ยื้อตัวเองไว้ไม่เดินตามแรงดึง แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จเพราะอีกฝ่ายลากให้ตามไปจนได้

 

            "น่า...เดินดูด้วยกันก่อน นายว่าเตียงมันเล็กไปมั้ย?"

 

             " ไม่เล็กหรอก พอดีแล้ว" ตอบไปแล้วก็ตาเหลือก เฮ้ย!พึ่งนึกได้...เข้าเนื้ออีกแล้วกู

 

             " นั่นสินะ! เมื่อกี้ก็ลองนอนดูแล้วนี่เน๊อะ!" ยังจะหันมาขอความเห็นอีก ไอ้ปีศาจ!

 

              "แล้วห้องน้ำล่ะ? นายคิดว่าไง? " 

 

               "ว่าไง?..อะไร? ไม่เข้าใจ!" ทิวางงจริงๆเมื่อโดนลากแขนเข้ามาในห้องน้ำที่ได้รับการตกแต่งจนสวย เครื่องอำนวยความสะดวกครบครันราวกับสปา

 

              "ใช้ได้เลยนะว่ามั้ย?...สวยมาก...งั้นเรามาลองแช่น้ำกันดูดีกว่า?"

 

             " นายอยากแช่ก็แช่ไปคนเดียว..ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย?!.." ข้อมือเล็กๆบิดหนีจนเจ็บไปหมด ไอ้บ้านี่มือเหนียวยังกับกาว จนสุดท้ายต้องเลิกดิ้น แต่กลับกลายเป็นว่าให้ฝ่ามือใหญ่ประสานไว้จนแน่น

 

             "ก็ลองไอ้ถังนั่นดูไง.." ภีมชี้ไปที่ถังไม้โอ๊กขนาดใหญ่ที่ตั่งอยู่กลางห้องน้ำ... มองออกไปเห็นวิวสวยๆจนรอบเพราะกำแพงเป็นกระจกใสทั้งหมด เวลาอาบน้ำทีก็อาบไปเสียวไป ถึงจะมองเข้ามาไม่เห็นคนที่อยู่ข้างในก็เถอะ แต่โล่งโจ้งขนาดนี้ใครจะกล้าถอดผ้าวะ! 

 

             "คนขายเขาบอกว่านั่งแช่ได้สองคนได้สบายๆ ไม่รู้จริงรึปล่าว?"

 

             "ไม่รู้ ไม่สนใจ อยากรู้ก็พาแฟนนายมาแช่สิ" 

 

              " ก็กำลังถามอยู่นี่ไง " ภีมจ้องตาคนตัวเล็ก ที่อ้าปากค้างไปแล้ว

 

               "ถามอะไรเล่า..เอารีโมทม๊าา!!... " ไอ้บ้านี่มันพูดอะไรของมัน ถามเถิมอะไรกัน  เริ่มฉุนแล้วนะเว้ย!

 

              "อย่ามาเฉไฉนอกเรื่อง....ตอบมาก่อน...." 

 

              "จะให้ตอบยังไงล่ะ?....เอา...เอาสะพานลงมาเถอะนะ..." ทิวาอ้อน รีบเผ่นเถอะ! ก่อนที่ไอ้หมอนี่จะผีเข้าอีก....

 

               แล้วราวกับมีปาฏิหาริย์ เมื่อสายเรียกเข้าสั่นครึดในกระเป๋ากางเกง ทิวาสะบัดมือใหญ่หลุดรีบล้วงโทรศัพท์ออกมาดู ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างดีใจเมื่อชื่อโชว์หรา....ปลายนิ้วเรียวกดรับอย่างรวดเร็ว

 

               " จ๊ะแม่" เสียงหวานๆที่เอ่ยขึ้นทำให้ภีมหูผึ่ง มองตามร่างบางที่กำลังจะเดินหนี

 

               ("กำลังจะกลับรึยังลูก?")

 

               "จ๊ะ...ตรีกำลังจะ..อ๊ะ" ทิวาสะดุ้งสุดตัว เมื่อเอวบางถูกรวบไว้แน่น ก่อนที่จะโดนผลักเบาๆจนแผ่นหลังบางแนบผนังห้อง น้ำที่กรุด้วยกระจกใสทั้งหมด ร่างบางดิ้นหนี ยกมือดันอกกว้างไว้ข้างนึง มืออีกข้างก็กำโทรศัพท์ไว้แน่น ส่งสายตาดุๆไปปะทะกับตาคมของอีกฝ่ายที่ก้มมาจนใกล้ ทิวาทำปากขมุบขมิบบอกให้ปล่อย ก่อนจะพูดไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วแทรกตัวเข้ามากอดเอวบางไว้แน่น

 

               ("หนู...เป็นอะไรลูก?") 

 

               "มด..มดกัด..มดกัดขาจ่ะ!...." ทิวาเอียงหน้าหนี หน้าร้อนไปหมดเมื่อหน้าท้องเนียนสัมผัสกับบางอย่างที่แนบเข้ามาจน เรียกได้ว่า แนบจนสนิทชนิดไม่ให้อากาศได้ผ่าน 

 

              (" ปัดมันออกสิจ๊ะ")

 

             "กำลัง...กำลังปัดอยู่....แม่โทรมามีอะไรจ๊ะ? ให้ตรีซื้ออะไรกลับบ้านรึปล่าว?" มือเล็กทุบไปบนอกกว้างปึ๊กๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล และนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว อีกฝ่ายยังยิ้มหวานให้แล้วซบหน้าเข้าที่ซอกคอขาวๆ ก่อนจะดูดเบาๆ เล่นเอาเข่าอ่อน 

 

                     ("ไม่มีอะไรลูก..แม่แค่จะบอกว่า..อย่าลืมเอาขนมให้คุณภีมเขานะลูก...")

 

 

                      โธ่แม่!....ไปห่วงไอ้โรคจิตนี่ทำม้ายย?..ห่วงลูกแม่ดีกว่ามั้ย!...ทำยังไงจะหลุดไปได้เนี่ย!?

 

                    " ตรีเอาให้เขาแล้วจ่ะ...ถ้าแม่ไม่มีอะไรแล้ว..อ๊ะ" โทรศัพท์ถูกแย่งจากมือไปอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันระวัง พร้อมกับกดลำโพงให้คนตัวเล็กได้ยินด้วย

 

               "สวัสดีครับคุณป้า ผมภีมครับ" 

 

             (" อ่าว? ต๊าย! อยู่ด้วยกันเหรอคะ? แหมบังเอิญจัง คุณภีมชิมขนมที่ป้าฝากไปให้รึยังคะ?")

 

             "ครับ..ขอบคุณมากครับ...ขนมบัวลอยของคุณป้าอร่อยไม่เหมือนใครจริงๆ" พร้อมกับที่ปากร้อนๆแนบเข้ากับแก้มนุ่มเต็มที่ จนทิวาหลบไม่ทัน

 

             "ทั้งหอม ทั้งนุ่ม หวานมันไม่เหมือนใครจริงๆ" ทิวาอยากฆ่าหมอนี่จริงๆให้ตาย

 

              ("แหม..ชมเกินไปค่ะ แค่บัวลอยธรรมดาเอง")

 

             "อร่อยขนาดนี้ไม่ธรรมดาหรอกครับ " พร้อมกับขยับแขนหนีมือเล็กๆที่เอื้อมมาทำท่าจะแย่งมือถือ

 

              "จะรังเกียจมั้ยครับถ้าผมจะขอชิมอีก" ภีมถามพร้อมกับกระชับมือบางอีกข้างให้แนบผนัง แล้วตรึงไว้แน่น

 

            ("ยินดีค่ะ..ปกติก็ทำบ่อยๆเพราะเป็นของโปรดยายตรีเขา....")

 

              " เหรอครับ...งั้นคงกลายเป็นของโปรดของผมด้วยแล้วละครับ..ถ้าคุณป้าไม่รังเกียจ"

 

             ("อุ๊ย..ไม่รังเกียจเลยค่ะ ยินดีด้วยซ้ำ") 

 

             ทิวาฟังเสียงสนทนาแล้วนึกสงสารตัวเอง ถ้าแม่มาเห็นสภาพลูกตัวเองจะเป็นยังไงนะ คิดแล้วฉุน ตาโตเบิกกว้างแล้วนึกได้...รีโมท...

 

            ใช่!..........

 

            รีโมท....ในกระเป๋ากางเกงหมอนี่ไง!

 

            ไวเท่าความคิด...มือบางข้างที่ยังว่างขยับล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์ของร่างสูงฉับ 

 

            โธ่โว้ย!...มันอยู่อีกข้าง....แบบนี้ล้วงไม่ถนัด!.....

 

              มือเล็กๆที่ขยับยุกยิกล้วงกระเป๋าใกล้ๆเป้ากางเกงแบบฉิวเฉียดอย่างรู้เท่าไม่ถึงการนั้น ทำเอาภีมขนขาลุกซู่ แล้วก็ไอ้ที่แนบสนิทกันอยู่นี่ทำท่าจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง

 

               "คุณป้าครับ...เท่านี้ก่อนนะครับ" ภีมไม่รอฟังอีกฝ่ายว่ายังไง มือใหญ่กดปิดโทรศัพท์ พร้อมกับเสียบเข้ากระเป๋าหลัง ทันได้ตะปบหมับเข้าทับมือบางที่แอบล้วงกระเป๋าอยู่

 

                "จะทำอะไร...ไม่ทราบ?!" เสียงทุ้มถามช้าๆ พร้อมกับยื้อมือเล็กๆไว้แน่น ทิวาชักมือกลับไม่ทัน ทีนี้ก็ดึงก็ไม่หลุดนะซิ เล่นกดมือทับไว้แบบนี้ 

 

                 " จะเอารีโมท มีอะไรมั้ย!? " ทิวายอมรับหน้าตาย แถมขยับมือยุกยิกซุกเข้าควานหารีโมทเครื่องเล็กๆก่อนจะหน้าร้อนวาบ เมื่อมือเล็กๆมันดันไปชนรีโมทอีกอันที่ใหญ่กว่า...นึกว่าใช่..เล่นเอาถอยมือไม่ทัน!

 

                  "มี....." เสียงทุ้มกระเส่า ตะปบมือบางไว้แน่น เด้งหน้าขาเข้าหาอย่างวอนขอ " อ่า!.." ใบหน้าคมซุกเข้าที่ซอกคอขาวๆ

 

                  โอยย! จะอีโรติคไปไหน ปล่อยมือก่อนได้มั้ย? ทิวาคิดก่อนจะดึงมือออกมาแรงๆ จนหลุดออกมาได้แหละ แต่ว่า โอย!! อย่าพึ่งเบียดเข้ามา 

 

                  ภีมไม่สนใจ ยึดมือบางทั้งสองข้างได้ก็ดึงให้โอบรอบคอตัวเองไว้ พร้อมกับออกแรงยกร่างบางขึ้นวางบนซิ้งอ่างล้างหน้ากว้างๆหน้ากระจก ให้คนตัวเล็กนั่งแล้วแทรกตัวเข้ากอดเอวบางไว้แน่น มือใหญ่อีกข้างกระชับเข้าที่ท้ายทอยเล็กๆ ก่อนจะแนบปากร้อนๆเข้าหา

 

               "อื๊ออ!!...." ทิวาตาเหลือกเมื่อปากบางถูกประกบเข้ามาเต็มที่ก่อนที่ปลายลิ้นใหญ่จะแทรกเข้ามาทันทีอย่างไม่ทันได้ปัดป้อง กลายเป็นว่าตอนนี้ลิ้นเล็กๆถูกเกี่ยว ถูกรัดรึงอย่างกระหาย ลิ้นสองลิ้นพันกันยุ่ง ปลายลิ้นใหญ่ไม่ยอมให้อีกฝ่ายถอยหนีตามเข้าเกี่ยวไว้ มือใหญ่ล็อคท้ายทอยเล็กไว้แน่น บดริมฝีปากร้อนผ่าวเข้าหาหนักๆ จนปากบางๆบิดเบี้ยว..เร่าร้อน อ่า! เดี๋ยวก่อน! หายใจไม่ทันแล้ว มือบางที่วางบนไหล่กว้างขยับยกขึ้นขยุ้มผมดกหนาไว้จนเต็มฝ่ามือเล็กๆ ก่อนจะใช้แรงอันน้อยนิดดึงหน้าหล่อๆออกห่าง ทำให้ปากสองปากผละจากกันจนดัง...จ๊วบ!..

 

                 ริมฝีปากร้อนผ่าวยังเฝ้าตามเล็มไปทั่วปลายคางเรียวเล็ก คลอเคลียใบหน้าหวานที่เอียงหนี ก่อนจะซุกซบซอกคออุ่นนุ่มพร้อมกับกระซิบเบาๆ

 

                " เป็นแฟนกันเถอะ!..." เสียงนุ่มทุ้มที่เอ่ยออกมาทำให้ร่างบางตัวเกร็ง ชะงักค้าง ก่อนจะใช้มือบางทั้งสองข้างจับล็อคใบหน้าหล่อๆให้อยู่นิ่งๆ 

 

                ภีมยิ้มบางๆ มองหน้าหวานๆที่ตาเหลือก...อ้าปากค้างพูดไม่ออก เอ๋อรับประทานไปเรียบร้อย... แล้วร่างสูงก็กระชับอ้อมแขนใหญ่ที่กอดเอวร่างบางที่นั่งอยู่บนซิ้งหน้ากระจกให้แน่นขึ้นอีกเป็นเท่าตัว  

 

                " เป็นแฟนกันนะ..." เสียงทุ้มย้ำอีกครั้ง เพราะกลัวคนสวยจะไม่ได้ยิน

 

               "......."

 

                ....................................................

 

 

          หลังจากวันนั้น.........

 

           มันผ่านมากี่วันแล้วนะ?......................

 

           ทิวาขลุกอยู่กับงาน...พอเลิกงานก็กลับบ้าน....เป็นแบบนี้มา...คงเกือบเดือนแล้วละมั้ง?.......................

 

           เมสเสจบ้าๆที่ปกติชอบส่งมา มอร์นิ่งกับกู๊ดไนท์ก็หายไปจริงๆ....หลังจากวันนั้น.... วันที่บอกว่า..ขอเวลาคิดหน่อย.... แล้วจะให้คำตอบ......

 

          เออ!......แล้วจะให้คำตอบว่ายังไง?......แบบไหนล่ะ?.....แล้วเขาต้องพูดว่ายังไงกันนะ?......

 

          เฮ้อ!....บ้าจริงๆ....อารมณ์แบบนี้มันอะไรกันวะ?...คิดถึงเหรอ?..ปล๊าว!!..ไม่ได้คิดถึง..เพียงแต่มันเหมือนตะหงิดๆแปลกๆ 

 

         ร่างบางเดินเตร่เข้าไปในร้านหนังสือของห้างดัง ไปหยุดยืนดูหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้เรื่อยๆ เปิดอ่านผ่านๆแล้วก็เก็บเข้าที่ หยิบเล่มใหม่มาเปิดอ่านเผื่อจะเจอหนังสือถูกใจบ้าง...จะได้ซื้อกลับไปอ่านที่บ้าน 

 

          แล้วพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคนที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น เดินผ่านหน้าไป คนตัวเล็กก้มหัวหลบแว๊บ ถึงจะรู้ว่ามองเข้ามาไม่เห็นหรอกเพราะชั้นหนังสือบังขนาดนี้ แต่ยังไงก็ขอหลบไว้ก่อนล่ะปลอดภัยที่สุด 

 

           ทิวาพาตัวเข้าหลบชั้นหนังสืออีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว แล้วค่อยๆยื่นหน้าออกไปมอง วันนี้ดูเหมือนจะดูแปลกตาเพราะ ปกติเวลาไปหาทีไรจะใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ แต่วันนี้กลับใส่สูทเต็มยศส่งให้ร่างสูงดูสมาร์ทน่ามองอีกเท่าตัว ยิ่งบวกกับใบหน้าหล่อเหลานั่นแล้วด้วยนะ ผู้หญิงคงตอมกันเกรียวละ! 

 

           ทิวาชะงักความคิดก่อนจะเดินเร็วๆตามร่างสูงไปห่างๆแล้วก็หลบแว๊บเมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดเดิน คนตัวเล็กมองตามสายตา เมื่อเห็นภีมหันไปเหมือนโดนเรียกไว้ 

 

           นั่นไง! ว่าแล้วเชียว..ผิดจากที่คิดซะเมื่อไหร่!.....สาวสวยนางหนึ่งเดินเข้ามาใกล้แล้วคล้องแขนหมับ แถมยังยื่นหน้าขึ้นจูบแก้ม ร่างสูงก็ก้มลงเอียงแก้มให้ซะดิบดี ไม่มีเขินอายเลยนะ ทั้งๆที่คนเดินผ่านไปผ่านมาเต็มห้างเยอะขนาดนั้น

 

             หน้าหล่อๆแบบนี้นะเหรอบอกไม่มีแฟน.....หนอย!..แล้วไอ้ที่ขอเราไว้คราวก่อนนั่นล่ะ? คืออะไร? ขอเอาไว้แก้ขัด!...แก้เลี่ยน! หรือเอาไว้เปลี่ยนรสชาตตอนเบื่อผู้หญิง? รึขอไว้งั้นๆล่ะ อาจจะอยากลองใจไอ้หน้าอ่อนเล่นๆ เผื่อฟลุ๊กไงล่ะ! 

 

              หึๆ เจ็บดีมั้ยล่ะ?ไอ้ทิ เกือบไปแล้ว ใครเขาจะมาจริงจังกับมึงวะ! มึงไม่ใช่ผู้หญิงนะโว้ย! ยังไงๆก็สู้สาวสวยหุ่นดีแบบนี้ไม่ได้หรอก ไม่ว่าจะเป็นผมยาวที่แต่งเป็นลอนสลวย อกอวบอะร้าอร่ามในชุดรัดรูปสีแดงสั้นจู๋ เน้นเอวคอดกิ่ว สะโพกผายๆรับกับช่วงขาเรียวยาวขาวนวล คัทชูสูงปี๊ดนั่นอีกล่ะ เดินด้วยกันแบบนี้เขาสองคนสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกเลยล่ะ

 

               เท้าเล็กๆชะงัก แล้วมึงจะเดินตามเขาไปทำแป๊ะอะไรวะ! เขาจะไปไหน? ทำอะไรก็เรื่องของเขาสิ!............

 

               กลับบ้านมึงได้แล้วไอ้โง่!..............

 

              มึงได้คำตอบที่คาใจแล้วไม่ใช่รึ?..............

 

             เออ! นั่นสินะ...ได้คำตอบแล้ว...คำตอบสำหรับคำถามที่ยังไม่ได้ตอบ...........

 

            หึๆ ตอนนี้เหมือนรู้สึกโล่งแปลกๆ เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก ราวกับหมดภาระหนักอึ้ง ดีจริงๆ ได้คำตอบแล้ว.........

 

              คนตัวเล็กหันหลังกลับ ดูเหมือนตาจะมัวๆ ลางๆ เลยไม่ทันเห็น ทำให้ไหล่เล็กๆชนเข้ากับคนที่เดินสวนมาจากข้างหลังเต็มแรง

 

            "อุ๊ย!" ถุงกระดาษในมืออีกฝ่ายร่วงกราว ทำให้ทิวาตื่นจากพวัง

 

            "ขอโทษครับ! " 

 

          " ไม่เป็นไรค่ะ.."

 

          คนตัวเล็กรีบก้มลงเก็บของ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นมือใหญ่คุ้นตายื่นเข้ามาช่วยเก็บ ทิวาหันขวับไปมอง เมื่อเห็นหน้าคนมาช่วยเก็บถนัด ร่างบางจึงรีบลุกขึ้น 

 

            " ขอโทษครับ! ขอโทษจริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ" เสียงหวานบอกพร้อมกับยื่นถุงให้เจ้าของ แล้วร่างบางก็ผละออกมา ก่อนจะรีบเดินหนี

 

            " เดี๋ยวก่อนทิวา" เสียงทุ้มคุ้นหูเรียกตามมา แต่ร่างบางทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่หันไปมอง รีบสาวเท้าเดินเร็วๆก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิ่งราวกับหนีมือปีศาจที่เอื้อมมาจากข้างหลังอย่างนั้น 

 

           พอมาถึงลานจอดรถก็มือสั่นจนเสียบกุญแจผิดๆถูกๆจนอยากตัดมือตัวเองทิ้ง กว่าจะสตาร์ทได้ หัวใจเต้นรัว ราวกับไปวิ่งร้อยเมตรมางั้นละ เออ! ก็ใช้นะสิวะ! วิ่งมานี่หว่า มิน่าล่ะ..หอบเชียว......จากนั้นร่างบางก็บังคับให้รถมอไซค์วิ่งไปตามทางจนถึงบ้านได้ในที่สุด

 

          ทิวาเสียบหัวมอไซค์จอดในโรงรถแล้วเดินเข้าบ้าน มือถือสั่นในกระเป๋ากางเกงทำให้มือบางล้วงออกมาดู ยี่สิบห้าข้อความ ปลายนิ้วเรียวกดปิดหน้าจอ หย่อนมือถือลงในกระเป๋าสะพาย ไม่สนใจที่จะเปิดอ่าน

 

           ช่างมันเถอะ เลิกกังวลซะที ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้.........

 

           เป็นแบบที่เคยเป็นก็ดีอยู่แล้ว........

 

        "กลับแล้วเหรอลูก เหนื่อยมั้ยจ๊ะ?" น้ำเสียงคุ้นหูถามอย่างอาทร

 

       " ไม่เหนื่อยจ่ะ ไม่เหนื่อยเลย" คนตัวเล็กตอบพร้อมกับหอมแก้มตอบแม่เบาๆ "ตรีขอตัวอาบน้ำแป๊บนึงนะจ๊ะ" เสียงหวานบอกพร้อมกับเดินผละจากแม่มาแล้วเดินเข้าห้อง กดล็อคแล้วเอาหลังอิงประตู

 

          Rrrrr.......Rrrrrr.......Rrrrr

 

         เสียงริงโทนดังในกระเป๋า แต่คนตัวเล็กทำเหมือนไม่ได้ยิน ปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้นแหละ! เมื่อยมือเมื่อไหร่ก็คงเลิกโทรไปเองละมั้ง? ถ้าเป็นคนที่รูมม์พรุ่งนี้ค่อยถามละกัน 

 

 

         กระเป๋าสะพายใบเก่งเลยถูกวางทิ้งเดียวดายบนโต๊ะที่เจ้าของไม่คิดจะเหลือบแลจนรุ่งสาง

 

                ............................................................................................................

 

 

                     "แม่เจ้าโว้ย!!....แลมโบกินี่!..จุ๊!..จุ๊!...จุ๊!..สีแม่งบรรยายไม่ถูกเลยว่ะ" เสียงไอ้โรจน์อุทานแล้วทำท่าชะเง้อคอมองออกไปนอกออฟฟิช ทำให้ทิวาชะงักปลายนิ้วที่กำลังจะคลิ๊กเม้าชัดดาวคอมขมวดคิ้วเหลียวคอหันมองตามออกไปข้างนอก เห็นรถสีแสบคุ้นๆจอด ตรงริมฟุตบาธ 

 

                   ตาโตเบิกกว้างอีกเท่าตัวเมื่อเห็นประตูที่กำลังยกสูง แล้วร่างสูงๆของใครบางคนที่ทิวาพยายามลืมก็ก้าวลงมาพร้อมกับหันหน้ามองมาทางนี้อย่างหมายมาดหน้าบอกบุญไม่รับ ถึงจะมองไม่ชัดก็เถอะแต่ไอ้ออร่าที่พ่นออกมาจากร่างสูงมันบอกชัด..ชัดมากกก ...ชัดจนหวาดเสียวแปลกๆ...

 

                  ร่างบางหดหัวลงแล้วหลบแว๊บเหงื่อแตกซิกทันทีทันได  มือบางคว้ากระเป๋าใบเก่งมาสะพายใหล่ พลางเก็บของลงกระเป๋าทั้งๆ ที่นั่งตัวงออยู่อย่างนั้น 

 

                   "มึงเป็นอะไรไอ้ทิ?" เสียงไอ้โรจน์ถามขึ้นใกล้ๆทำให้ทิวาชะงัก 

 

                  " กู..กูปวดท้อง!" คนตัวเล็กบอกพร้อมกับยกมือขึ้นกุมท้องตัวงอ พร้อมกับปาดเหงื่อ

 

                   " ปวดท้องก็ไปห้องน้ำซี่...โน่น!..มานั่งตัวงออยู่ได้...."

 

                   "เออ...กูกำลังจะไปอยู่นี่ไง..."

 

                  "มึงไปขี้แค่นี้ไมมึงเอากระเป๋าไปด้วยวะ?!"วิโรจน์ตั้งข้อสงสัยเมื่อเห็นอีกฝ่ายหนีบกระเป๋าไว้แน่น

 

                 "เรื่องของกู...แล้วถ้าบอสถามหา..ช่วยบอกว่ากูไปพบลูกค้านะ วันนี้ก็ไม่เข้ามาแล้วว่ะ....เจอกัน..." 

 

                  "เออ!...เออ!...ไอ้นี่แปลกขึ้นทุกวัน" วิโรจน์ส่ายหน้าพึมพำตามหลังทิวาที่ก้มหัวตัวงอวิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว 

           

 

  

                   ทิวามองเวลา  ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง..'น่าจะไปแล้วมั้งนะ?'....คิดได้ดังนั้นร่างบางก็เหลียวซ้ายแลขวาหลบออกมาจากที่ซ่อนทางด้านหลังของร้านที่ค่อนข้างแคบ หลังอิงกำแพงไว้ ก่อนจะค่อยๆโผล่หน้าออกไปมอง

 

 

                  รถคันนั้นไม่อยู่แล้ว มองไปรอบๆก็ไม่มีวี่แวว คนตัวเล็กยิ้มแล้วก็ซอยเท้าอย่างไว เดินให้ถึงเป้าหมาย คือมอไซค์คันเก่งที่จอดไว้อีกทาง 

 

                 ใครจะคิดยังไงก็ช่างแต่ตอนนี้ทิวาไม่อยากเจอหน้า ภาพที่ภีมกับสาวสวยนางนึงคล้องแขนเดินคู่กันวันนั้นมันตอกย้ำให้สำนึก ประมาณตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปกว่านี้  

 

                หึ! เราคงเป็นได้แค่ของเล่นแก้เซ็งละมั้ง!...มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่คนระดับนั้นจะมาสนใจจริงจังกับผู้ชายด้วยกัน ทางที่ดีเลิกยุ่งกับหมอนั่นดีกว่า ปล่อยให้ทุกอย่างมันกลับมาเป็นเหมือนเดิมที่เคยเป็นมา อยู่แบบเดิมๆของตัวเองน่ะดีแล้ว....

 

               ร่างบางเดินไปคิดไปจนถึงลานจอดรถด้านหลังที่จอดมอไซค์ไว้ แต่แล้วก็ต้องยืนอึ้งตาค้าง O*O!............

 

                เฮ้ย!!?.......

 

               ไอ้เปี๊ยกลูกพ่อ!.............

 

             ร่างบางถลาเข้าไปหามอไซค์สุดเลิฟ............

 

             ไหงยางแฟบงี้ล่ะ?.............

 

             ที่ร้ายหนักก็ดันแฟบล้อหน้าด้วย! ถ้าเป็นล้อหลังยังพอขับถูไถไปหาร้านซ่อมได้ เมื่อเช้าก็ขับมาดีๆ นี่หว่า? ไม่มีทีท่าว่าจะลมยางอ่อนซะหน่อย เมื่ออาทิตย์ก่อนก็เช็คแล้วนี่!.....รึเหยียบตะปูวะ!? ร้านปะยางก็อยู่ไกลเป็นกิโล กว่าจะจูงไปถึงก็คงอานแน่ๆ

 

              ร่างบางก้มลงเอามือลูบสำรวจไปทั่วยางรถมอไซค์ที่แบนแฟบจนแนบพื้น แล้วมือบางก็สะดุดกับหมุดเล็กๆที่ปักคาอยู่ ทิวาดึงออกมามองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นยืน ควานมือล้วงกระเป๋าหมายจะหยิบกุญแจปลดล็อคคอ........

 

              จู่ๆลมหายใจก็สะดุด ตาโตเบิกกว้าง ยืนนิ่งเป็นหุ่นแถมเสียวสันหลังวาบ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหันไปมอง รู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆที่เป่ารดต้นคอขาวๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมชั้นดีลอยมา ข้างหน้าก็มอไซค์ขวางไว้ แล้วข้างหลังตัวเองตอนนี้ ทิวาแน่ใจว่าไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน รับรองว่าไม่รอดจากอีกฝ่ายแน่นอน

 

            แล้วมาตอนไหน? มายังไงวะถึงได้เงียบแบบนี้? รู้ตัวอีกทีก็จ่อซะใกล้ขนาดนี้แล้ว.........

 

            "หวัดดีคนสวย" เสียงทุ้มที่กระซิบเบาๆจนชิดริมหูทำให้ทิวาหลับตา กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ 

 

             "ไหนบอกมาซิ!..ว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์!?...และถ้าคำตอบไม่น่าพอใจละก็...รับรองได้เลยว่าไม่ได้กลับบ้านแน่....ทิวา..." 

 

             พอสิ้นเสียงทุ้มทิวาก็ถีบตัวกระแทกไปข้างหลังเต็มแรงหวังจะให้อีกฝ่ายเสียหลัก แต่กลับกลายเป็นว่าร่างสูงระวังตัวอยู่แล้ว พอเห็นร่างบางขยับภีมก็ใช้ทั้งสองแขนแกร่งตะครุบไว้ทันที

 

           "อื๊ออ!....." ตาโตเบิกกว้างเมื่อปากที่กำลังจะโวยวายโดนฝ่ามือใหญ่ตะครุบหมับ

 

          "คิดเหรอว่าจะพ้น...." แขนอีกข้างก็เกี่ยวเอวบางไว้ก่อนที่ภีมจะใช้ ร่างสูงใหญ่โถมเข้ากอดไว้แน่น แถมยังซุกจมูกกับปาก ร้อนๆ เข้าที่ซอกคอหอมๆด้านหลังหนักๆอย่างคิดถึง

 

           "อ่อย!........อื๊อ!" ทิวาตาเหลือกเมื่อเอวถูกแขนแข็งๆหิ้วขึ้นจนเท้าเล็กๆลอยพ้นพื้น แล้วร่างสูงก็ขยับเดินอ้อมรถตู้คันใหญ่ของบริษัทที่จอดไว้ไม่ไกลกันนัก ร่างบางดิ้นเต็มแรงเมื่อเห็นรถสีแสบที่หายไปจากฟุตบาธหน้าออฟฟิช ที่แท้มันก็มาหลบอยู่ตรงนี้เอง

 

           "อ่อย!...อ่อยโอ๊ยย..." หน้าหวานๆพยายามบิดหนีให้พ้นจากฝ่ามือใหญ่ที่ตะปบไว้จนแน่น แขนเรียวทั้งสองข้างก็ถูกรวบไว้แนบลำตัวจนกระดิกไม่ได้ 

 

           "อื๊ออ!!...ไอ้เอ้า!..." ทิวาใช้เท้ายันข้างรถไว้ทันทีเมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังจะถูกยัดเข้าไปในรถฝั่งคนขับที่ประตูกำลังยกสูงรอ

 

          ภีมลากร่างบางออกมาจนเท้าเล็กๆที่ยันรถไว้หลุด แล้วใช้ร่างสูงใหญ่ดันคนตัวเล็กให้เข้าประตูไปอีกที พร้อมกับปล่อยมือ แล้วร่างสูงก็แทรกตามเข้าไปพร้อมกับล็อค ทีนี้ทั้งสองคนก็อยู่ในรถด้วยกันเป็นที่เรียบร้อย

 

          ร่างบางถลาไปหาประตูอีกด้าน พร้อมกับคลำไปทั่ว

 

          ???? ชิบหายแล้วไง!!!!!!......ประตูมันเปิดยังไงวะ?????......

 

          แล้วก็ฉุนกึกเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ หันขวับมามองก็ต้องหลับตาปี๋เมื่อใบหน้าหล่อโน้มเข้ามาใกล้ 

 

         "อื๊อออ..." เสียงหวานคำรามในลำคอเมื่อโดนริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจูบอย่างรวดเร็วอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว มือบางยกขึ้นดันแผ่นอกหนาในชุดสูทสีเข้มออกห่าง ตาโตเบิกกว้างเมื่ออีกฝ่ายบดเคล้าปากหนาลงมาหนักๆก่อนจะแทรกปลายลิ้นเข้ามาในโพรงปากนุ่มๆ แล้วเกี่ยวกระหวัดรัดลิ้นเล็กๆเข้ามาดูดดื่มอย่างหนักหน่วง เอวบางถูกลำแขนแข็งๆกอดไว้แล้วลากทีเดียวร่างบางก็เกยขึ้นมานั่งคล่อมบนตักกว้างเรียบร้อย 

 

           ทิวาหน้าตื่น พยายามหันหน้าหนี มือบางทั้งสองข้างยันไหล่กว้างไว้ แต่ฝ่ามือใหญ่กลับยกขึ้นกระชับท้ายทอยเล็กๆ ไว้มั่นแล้วกดย้ำจูบแทรกปลาย ลิ้นหนาเข้าไปในโพรงปากนุ่มอีกครั้ง

 

            "อ่า!...." เสียงครางคราวนี้ไม่รู้ว่าเป็นของใคร เมื่อลิ้นสองลิ้นเกี่ยวกันไว้แน่นแล้วควานหาความหวานจากอีกฝ่ายอย่างดูดดื่ม  แขนเรียวทั้งสองข้างโอบรอบคอแกร่งไว้แน่น นิ้วเรียวเล็กรั้งศรีษะของภีมไว้แล้วเอียงหน้าหวานๆให้ได้องศามากขึ้น ลิ้นเล็กๆเกี่ยวตอบรับปลายลิ้นใหญ่ที่แทรกเข้ามาพร้อมกับขยับแทรกลิ้นเล็กๆเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่ายเองอย่างใจกล้า

 

            ภีมกระชับอ้อมแขนแกร่งกอดเอวบางให้แน่นขึ้นอีก ร่างสูงสะท้านอย่างตื่นเต้นเมื่อคนตัวเล็กจูบตอบอย่างดูดดื่ม ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มปากบางใสสีอิ่มทั้งบนทั้งล่างสลับกัน แล้วแทรกลิ้นหนาเข้าไปในโพรงปากบางอย่างง่ายดายเมื่ออีกฝ่ายเปิดปาก เหมือนรออยู่แล้ว จูบที่ได้รับจึงดูดดื่ม หนักหน่วง ร้อนแรง บวกกับอารมณ์กระหายที่ไม่เห็นหน้ากันเป็นเดือน ทำให้ทั้งสองฝ่ายตะโบมจูบ อีกฝ่ายอย่างไม่มีใครยอมใคร ปากสองปากดูดกันแน่นแทบไม่มีช่องว่างจนน้ำใสๆไหลย้อยมุมปาก 

 

           "อ่าา! " ทิวาสบัดหน้าหนีเมื่อกำลังจะขาดใจ ร่างบางหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดเหมือนกับกระหาย ก่อนจะสะท้านเยือก เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบลงดูดลำคอขาวแล้วซุกไซ้ไปทั่วจนมาหยุดเม้มที่ติ่งหูเล็กๆ 

 

           "คิดถึงจัง" ภีมกระซิบเบาๆพร้อมกับจูบเล็มไปทั่วซอกคอหอมๆ แล้วใบหน้าคมก็ซบนิ่งเข้าที่ไหล่เล็กๆ แล้วกระชับกอดร่าง แน่งน้อยไว้ในอ้อมแขน

 

            "พอแล้ว..." ทิวาเริ่มรู้สึกตัว ดันไหล่แข็งๆของอีกฝ่ายแล้วทำท่าขยับตัวลงจากตัก เมื่อกี้เป็นอะไรวะ? ไปจูบตอบ แบบนั้นได้ไง..คิดแล้วอายย้อนหลังจริงๆพับผ่า T^T

 

           "ขออีกจุ๊บนึง..."  

 

          "ไม่...พอได้แล้ว...แล้วก็ปล่อยได้แล้ว..."

 

           "ทำไมล่ะ? เมื่อกี้ออกจะหวานจ๋อย...." 

 

          ทิวาจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง..ยังมีหน้ามายิ้มอีกนะ....ไอ้โรคจิต ทำอะไรไว้ยังไม่รู้ตัวอีก คิดจะจับปลาสองมือเหรอ? ไม่มีทาง.... 

 

          "ได้...อีกจุ๊บเดียวใช่มั้ย?" ทิวาถามย้ำอีกครั้ง ภีมพยักหน้ายิ้มๆ

 

           ตาหวานๆมองสบตาคมแล้วปากบางๆก็เผยอแย้มยิ้มหวานกลับไป มือบางยกประคองใบหน้าหล่อเหลาที่แหงนอยู่จนใกล้  ใกล้จนลมหายใจสัมผัสกัน จากนั้นริมฝีปากบางนุ่มหยุ่นก็ทาบลงสัมผัสบดเคล้าริมฝีปากสีเข้มได้รูปเบาๆ แล้วค่อยๆเพิ่มแรงบดเบียด ก่อนที่ปลายลิ้นเล็กๆจะแทรกเข้าไปเกี่ยวพันปลายลิ้นใหญ่อย่างร้อนแรง ดูดดื่ม หนักหน่วง

 

          ภีมจูบตอบอย่างหนักหน่วงไม่แพ้กัน กอดร่างบอบบางไว้แน่น ฝ่ามือร้อนผ่าวแทรกเข้าใต้ชายเสื้อยืดแล้วขยับลูบไล้ไป ทั่วแผ่นหลังเนียนนุ่มมือ เอียงหน้าให้ได้องศารับจูบร้อนแรงจากปากบางๆที่เป็นฝ่ายเริ่มเป็นครั้งแรกอย่างตื่นเต้น

 

          ทิวาหลับตา จดจำความรู้สึกที่ได้ในวันนี้ราวกับมันเป็นครั้งสุดท้าย ปลายนิ้วเรียวบางลูบไล้ไปทั่วใบหน้าหล่อเหลาราวกับประทับตรา  ไม่ว่าจะเป็นผมดกหนาที่นิ้วเรียวเล็กขยุ้มไว้จนเต็มฝ่ามือตอนนี้ คิ้วหนาได้รูปที่ปากบางไล่ประทับจูบ แล้วก็จุ๊บเบาๆ ไปทั่วเปลือกตาที่หลับพริ้มทั้งสองข้าง ไล่ลงตามสันจมูกโด่งสวย แล้วริมฝีปากบางอิ่มนุ่มก็มาหยุดจูบนิ่งนาน ที่ริมฝีปากร้อนผ่าวได้รูปราวกับอำลา...อ้อยอิ่ง..........      

 

         ทิวาถอนจูบ หลับตาพริ้ม หน้าผากเล็กชนไว้กับหน้าผากของอีกฝ่ายนิ่งพร้อมกับถอนใจยาว แล้วลืมตาขึ้นมองสบตาคมที่มองนิ่งมาอย่างเปิดเปลือยหัวใจ

 

          " จุ๊บเดียว...แล้วเราลากันตรงนี้เลยนะภีม..."

 

         !!!!

      

 

 

 

ความคิดเห็น