ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ : แพ้สามี!!!

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : แพ้สามี!!!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2560 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : แพ้สามี!!!
แบบอักษร


ตอนพิเศษ แพ้สามี!!!



“อ้าว หายไปไหน”

จิรกฤตลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงียหลังรู้สึกตัวได้ว่าข้างกายเย็นเฉียบไร้ความอบอุ่นแบบที่ควรจะเป็น ในสมองยังงุนงงไม่ทันทำงานประมวลผลเท่าไหร่แต่พอเห็นว่าข้างกายมีแต่ความว่างเปล่าดวงตาคมก็รีบเหลียวซ้ายแลขวามองหาภรรยาทันทีเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้นอนเคียงข้างกันเหมือนก่อนเข้านอน


ร่างหนาดันตัวลุกขึ้นมานั่งนิ่งๆ เพื่อตั้งสติอยู่สองสามวินาทีก่อนจะลุกขึ้นเดินไปดูที่ห้องน้ำก็ยังไม่เจอคนที่ตามหา ขาทั้งสองจึงเปลี่ยนทิศทางก้าวไปที่ประตูและเปิดกระชากออกอย่างรวดเร็วจนในที่สุดเขาก็พบสาวน้อยแสนซนนั่งแก้มตุ่ยกินขนมอยู่บนโซฟาซึ่งมีทีวีจอใหญ่กำลังฉายซีรี่ย์เกาหลีเรื่องที่เธอดูค้างไว้เมื่อช่วงหัวค่ำ


“ทำไมยังไม่นอนล่ะพราว หรือว่านอนไม่หลับ”


เสียงทุ้มเจือไปด้วยความง่วงงุนนิดๆ เอ่ยถามอย่างสงสัยพร้อมเดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กบอบบางซึ่งตอนนี้พนิดายังคงสภาพสวยงามเพรียวระหงเช่นเดิมเสียแทบทุกส่วนยกเว้นหากสังเกตให้ดีจะมีก็เพียงบริเวณหน้าท้องมนเท่านั้นที่นูนเด่นออกมาน้อยๆ บ่งบอกว่าเธอกำลังจะเป็นว่าที่คุณแม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า


“ค่ะ รู้สึกคาใจอยากดูพระเอกเคลียร์ปัญหาตอนนี้อีกหน่อยแล้วก็หิวนิดๆ ด้วย”


พนิดาจ้องมองตาใสแป๋วไร้วี่แววความง่วงนอนใดๆ ตอบชายหนุ่มก่อนจะเลื่อนกลับมาหน้าจอตามเดิม ในมือก็หยิบคุกกี้ช็อกโกแลตเข้าปากไม่ยอมหยุดเหมือนคนหิวโหยไม่มีอะไรตกถึงท้องมานานทั้งที่เมื่อช่วงเย็นก็กินไปตั้งเยอะ


“แต่นี่มันตีสอง พราวควรนอนพักผ่อนได้แล้ว” เขาตักเตือนเสียงเข้มด้วยความเป็นห่วงหลังเงยหน้าขึ้นดูนาฬิกาแขวนผนังแล้วก็พบว่าตอนนี้มันล่วงเข้าสู่วันใหม่กว่าตีสองครึ่งซึ่งไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะมานั่งดูหนังแบบนี้เลยสักนิด


ที่ผ่านมาหากเมื่อจิรกฤตทำเสียงดุหน้าโหดแบบนี้เด็กสาวตัวน้อยก็มักแสดงสีหน้าละห้อย หูลีบ หางตกเหมือนลูกหมาโดนดุและยอมทำตามโดยดี แต่ทว่าช่วงหลังมานี้เหตุการณ์กลับพลิกผันแตกต่างจากเดิมไปไกลโข


“ลูกกำลังหิวแล้วยังอยากดูหนังอยู่เลยนะคะ พี่กราฟต้องเข้าใจลูกหน่อยสิ”


เธอเถียงกลับด้วยน้ำเสียงขุ่นเขียวอย่างไม่ยอมแพ้พร้อมขมวดคิ้วทำหน้ามุ่ยบูดบึ้งผิดวิสัยพนิดาคนเดิมที่มักยอมโอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของสามีเสมอ แต่พอตั้งครรถ์เท่านั้นแหละนิสัยของเธอกลับเปลี่ยนกลายเป็นคนดื้อรั้นเอาแต่ใจแถมยังขี้วีนขี้เหวี่ยง อารมณ์แปรปรวนเอาง่ายๆ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


และเป็นอีกครั้งเมื่อเจอเหตุผลนี้เข้าไปจิรกฤตก็ได้แต่ปั้นหน้ายากไปต่อไม่ถูก ช่วงหลังมานี้หากพนิดาต้องการอะไรซึ่งบางครั้งเขารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องหรืออันตรายควรต้องห้ามปรามเสียบ้างแต่สุดท้ายเมื่อหญิงสาวงัดไม้ตายขึ้นมาว่าลูกอยากทำ อยากกิน อยากดูหรืออยากได้ ชายหนุ่มก็รู้ในทันทีว่านั่นหมายถึง ‘อย่าขัดใจ’ ผู้เป็นแม่ต่างหาก


“ถ้าพี่กราฟง่วงก็นอนเถอะค่ะ เดี๋ยวพราวง่วงเมื่อไหร่จะเข้าไปนอนเอง”


“ให้พี่นอนก่อนเหรอ?”


“ค่ะ... ไปเถอะ” เสียงใสตอบรับสั้นๆ ห้วนๆ เหมือนไม่สนใจแต่ดวงตาสีเข้มแอบเหลือบมองร่างสูงกำยำที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มขายาวสีเทาอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะรีบกลับมาจ้องหน้าทีวีตามเดิมโดยพยายามอย่างยิ่งที่จะพ่นลมหายใจออกมาแบบสงบนิ่งให้มากที่สุด


เพราะเธอนั่งแต่เขายืน... ระยะสายตาจึงปะทะกับจุดกึ่งกลางร่างกายของเขาพอดีแล้วไอ้กางเกงผ้ายืดแบบนี้มันก็ทำให้เห็นความอวบอ้วนสมบูรณ์ตรงนั้นแบบชัดๆ เต็มๆ ตาในระดับเอชดีชนิดไม่ต้องเพ่งมองเลยอีกต่างหาก


เอาอีกแล้ว... มันมาอีกแล้วความรู้สึกแบบนี้


ไม่ได้นะพนิดา! เธอแค่ตื่นขึ้นมาเพื่อดูหนังกับกินเฉยๆ ไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้นสักหน่อย


ทำไมช่วงนี้ถึงเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยเนี่ย?


ว่าที่คุณพ่อเลิกคิ้วมองว่าที่คุณแม่เล็กน้อยก่อนอมยิ้มออกมาเพราะผ่านกรณีแบบนี้มาหลายครั้งแล้วจึงรู้ดีว่าแท้จริงในใจของพนิดากำลังต้องการอะไร จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่แค่หญิงสาวที่เปลี่ยนอารมณ์ง่ายหรอกตัวเขาเองก็แปรปรวนเหมือนสภาพอากาศในประเทศไทยไม่ต่างกัน


นอกจากนี้ยังฟอร์มเยอะแถมปากไม่ตรงกับใจอีกต่างหาก


“พี่เปลี่ยนใจแล้ว ขอนั่งอยู่ด้วยได้ไหม”


ชายหนุ่มออดอ้อนเสียงหวานแถมไม่รอให้หญิงสาวตอบก็พลันรีบจัดแจงนั่งลงข้างๆ เธอทันที ดวงตาคมส่งประกายวิบวับด้วยความเอ็นดูปนขบขันเมื่อเห็นดวงตากลมเบิกกว้างพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่นราวกำลังหวาดกลัวบางอย่าง


ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะตอนนี้คุณแม่คนสวยกำลังเผชิญอยู่กับวิกฤตความกลัวที่อัดแน่นทรมานอยู่เต็มอก


ไม่ได้กลัวเขาหรอกแต่กลัวตัวเองนี่แหละ...


เรือนร่างเปล่งปลั่งเริ่มขยับตัวออกห่างเล็กน้อยพร้อมกลืนน้ำลายฮึกใหญ่ ทั้งน้ำเสียง ไออุ่นรวมถึงกลิ่นตัวหอมอ่อนๆ แบบมาดแมนของจิรกฤตมันช่างเร้าอารมณ์ชวนกระโจนเข้าใส่อย่างยากจะต้านทานไหวจริงๆ


ไม่รู้ทำไมยิ่งอยู่ในช่วงตั้งท้องในสายตาเธอถึงได้มองเห็นเขาน่าฟัดน่ากินเลเวลอัพกว่าปกติอีกหลายเท่าทั้งที่เมื่อก่อนเสน่ห์ชายชาตรีของชายหนุ่มมันก็มีมากจนล้นหลามอยู่แล้ว


เฮ้ออออ... อย่าสติแตกปล้ำสามีอีกเชียวนะ คราวที่แล้วไม่เข็ดหรือไง!


แต่ถึงกำลังประสบปัญหาว้าวุ่นระดับชาติพนิดาก็ยังคงนิ่งเงียบปากแข็งไม่ยอมรับกับตัวเองง่ายๆ ว่าในเวลานี้สติสมาธิของเธอไม่ได้อยู่ที่ภาพจากโทรทัศน์ตรงหน้าแล้วแต่กลับเป็นผู้ชายที่นั่งข้างๆ กันนี่ต่างหาก ความปั่นป่วนราวกับมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในบริเวณท้องน้อยทำเอารู้สึกร้อนรนครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาเมื่อเผลอสบตาหวานเชื่อมเหมือนกำลัง ‘อ่อย’ ของสามี


อดทน... อดทน... อดทนไว้!


“เอ่อ... พี่กราฟไปนอนก็ได้ค่ะ อีกสักพักพราวจะนอนแล้วเหมือนกัน”


“ถ้าอย่างนั้นพี่นั่งรอตรงนี้แหละ เราจะได้เข้านอนพร้อมกันไง” ใบหน้าหล่อเหลาขยับโน้มเข้ามาใกล้ น้ำเสียงนุ่มๆ เย้ายวนใจกระซิบข้างใบหูเล็กแถมยังยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ดวงตากลมโตนั่นแบบที่ทั้งตัวมีมารยาชายกี่ร้อยเล่มเกวียนจิรกฤตทุ้มใส่หมดตัว


‘โอ๊ย!!! อย่ายิ้มแบบนั้นได้ไหม?’


ภายในหัวของเธอได้แต่พร่ำบอกคำนี้อยู่ในหัวหากก็ไม่ได้พูดออกมา มือน้อยจิกเล็บกำเข้าหากันแน่นพร้อมพยายามนับหนึ่งถึงสิบเพื่อเอาชนะกิเลสอันร้อนระอุของตัวเองและการยั่วยวนร้ายกาจของสามี ใบหน้าหวานที่บัดนี้แดงระเรื่อรีบสะบัดหนีกลับมาจ้องหนังซีรี่ย์อย่างตั้งใจแต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าเธอดูไม่รู้เรื่องแล้ว


พนิดากดหยุดแผ่นซีดีพร้อมปิดโทรทัศน์ด้วยสีหน้ากระวนกระวายรุ่มร้อนในจิตใจ ร่างอวบอิ่มนิดๆ ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วจึงหันมามองผู้ชายหน้าตายแต่สายตาระยิบระยับคล้ายกำลังส่งกระแสล่อลวงให้เคลิ้มตามไม่หยุด และสายตาแบบนั้นนี่เองที่ทำให้หญิงสาวแทบกลั้นหายใจก่อนจะกัดฟันพูดตัดปัญหาในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการลิบลับ


“พราวง่วงแล้ว รีบนอนเถอะค่ะ”


ถึงอารมณ์และฮอร์โมนในร่างกายจะแปรปรวนเพราะการตั้งครรถ์อยู่ก็ตามแต่เธอจะไม่ยอมปล่อยให้มันเข้ามาครอบงำสติหรือความยับยั้งชั่งใจกันได้อีกเด็ดขาด


โธ่ ลูกจ๋า... ทำไมต้องหื่นตามพ่อด้วยนะ?



เนื่องจากตอนนี้พนิดาตั้งครรถ์ได้ครบสิบสองสัปดาห์แล้วดังนั้นช่วงนี้จึงมีหลายคนถามเธอบ่อยๆ ว่ารู้เพศของลูกหรือยังหากหญิงสาวก็ได้แต่ส่ายหน้าตอบกลับไปเพราะถึงแม้เธอจะไปอัลตร้าซาวด์ดูแล้วตาภาพที่ปรากฏบนหน้าจอยังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่อีกทั้งคุณหมอยังบอกว่าลูกนอนหันหลังไม่ยอมสู้กล้องฉะนั้นถึงพยายามส่องดูตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ดี

ใครๆ ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าท้องนี้ต้องได้ลูกผู้หญิงแน่ๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ร่างกายที่งดงามเปล่งปลั่ง ผิวพรรณเนียนใสไร้สิวฝ้าตกกระใดๆ ทั้งสิ้น ทรวงอกอวบอิ่มสะโพกผายเห็นส่วนโค้งเว้าชัดเจนทั้งที่กำลังตั้งครรถ์ได้สี่เดือนแล้วอีกทั้งเรื่องการสไตล์แต่งตัวก็เปลี่ยนไปกลายเป็นคนรักสวยรักงามช่างสรรหานู่นนี่มาไม่หยุดและนั่นย่อมสามารถดึงดูดสายตาแก่ผู้พบเจอมากมายซะจนจิรกฤตเคยบ่นว่าไม่อยากให้เธอออกมาทำงานร้านอาหารที่ดูแลอยู่เลยเพราะมันไกลหูไกลตาเขา


จากปกติก็ขี้หวง ขี้หึงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเจอแบบนี้เข้าไปสามีตัวดีแทบหอบงานมาทำด้วยเพื่อเฝ้าเธอกันเลยทีเดียว


“ขออนุญาตเก็บเงินนะคะ ทั้งหมด 1,250 บาทค่ะ”


มือเล็กเรียวบางยื่นรายการอาหารและค่าบริการทั้งหมดให้ลูกค้าที่เรียกคิดเงินเมื่อสักครู่ก่อนจะยืนรอด้วยความสงบเสงี่ยมเรียบร้อยตามหน้าที่หากแต่ฝ่ายนั้นซึ่งเป็นชายหนุ่มทั้งโต๊ะกลับแอบอมยิ้มมองหน้ากันไปมาเหมือนอยากพูดอะไรแต่ดันเกี่ยงไม่ยอมมีใครกล้าเอ่ยออกมาก่อนจนกระทั่งผู้นั่งหัวโต๊ะซึ่งอยู่ใกล้พนิดาที่สุดตัดสินใจพูดขึ้นมา


“เอ่อ ขอโทษนะครับ น้องมีแฟนหรือยังครับ”


“คะ? อะไรนะคะ?” ดวงตากลมกะพริบปริบๆ ทำหน้างุนงงคล้ายไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของคนถาม


“คือพอดีเพื่อนพี่คนนั้นน่ะ...” พูดแล้วเขาก็ชี้ชวนให้หญิงสาวหันไปทางเพื่อนที่นั่งเงียบหน้าแดงไม่ยอมพูดจา “มันชอบน้องมาก นั่งมองน้องตั้งแต่ตอนแรกจนไม่ยอมกินข้าวสักคำ”


พนิดามองเหล่ากลุ่มลูกค้าชายล้วนตรงหน้าแล้วก็ได้แต่ยิ้งแห้งๆ พร้อมแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา มือเล็กเลื่อนมากุมหน้าท้องที่นูนเด่นน้อยๆ ทันทีพลางคิดอยู่ในใจว่าคนอื่นเขามองไม่ออกหรือไงว่าเธอกำลังท้องตั้งสี่เดือนแล้ว


สงสัยอาจจะเพราะเป็นท้องแรกอย่างที่หลายคนบอกไว้ว่าถ้าไม่ใส่ชุดคลุมท้องไว้ส่วนใหญ่มักมองไม่ค่อยออกอีกทั้งน้ำหนักก็ไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ด้วย


“ว่าไงครับ คนสวย”


อีกฝ่ายเห็นเธอนิ่งค้างไปจึงเร่งถามซ้ำเสียงหวานเยิ้มอีกครั้งแต่แล้วยังไม่ทันได้ยินคำตอบพวกเขาทั้งกลุ่มเป็นต้องหน้าเจื่อนถอดสีเมื่อจู่ๆ ข้างกายของหญิงสาวก็มีชายหนุ่มตัวใหญ่โผล่พรวดพราดมาจากไหนไม่รู้เข้ามายืนขนาบข้างซะแนบชิด ใบหน้าคร้ามดุมองกราดจ้องเขม็งชนิดไม่วางตายืนจังก้าเหมือนพร้อมกดสวิสต์เตรียมระเบิดทำลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลองได้ตลอดเวลา


ส่วนพนิดาที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะสงสัยในการปรากฏตัวแบบพอดิบพอดีของสามีพอเห็นอาการขบกรามแน่นใกล้อาละวาดของจิรกฤตแล้วจึงรีบเอ่ยรัวเร็วด้วยกลัวพายุระดับทอร์นาโดจะเกิดกลางร้านซะก่อน


“ต้องขอโทษด้วยนะคะ มีสามีกับลูกแล้วค่ะ” เธอส่งรอยยิ้มแหยพร้อมยกนิ้วนางข้างซ้ายขึ้นเพื่อโชว์แหวนแต่งงานให้ทุกคนได้เห็นเต็มตาบ่งบอกชัดเจนว่าสถานะที่เป็นอยู่ตอนนี้มันยิ่งกว่าการประกาศว่ามีแฟนแล้วเสียเป็นร้อยเท่า


“ได้ยินกันแล้วนะครับ” เสียงทุ้มราบเรียบเจือไปด้วยความเย้ยหยันนิดๆ พูดย้ำให้กับคนที่ทะเล่อทะล่าหมายจะจีบเมียเขาอีกครั้ง รอยยิ้มมาดร้ายกระตุกยกขึ้นมุมปากด้วยความสาแก่ใจ ดวงตาสีเข้มจัดคมกริบวาววับเจิดจ้าอย่างขึงขังจริงจัง


‘อย่ามายุ่งกับเมียของเขา’


ความจริงถ้าไม่ดูน่าเกลียดจิรกฤตคงพูดคำนี้ออกไปแล้วแต่เพราะเห็นว่าพวกนั้นเป็นลูกค้าหากหัวหมอเอาไปเขียนรีวิวเสียหายขึ้นมาพนิดาจะลำบากซะเปล่าๆ


และเพียงแค่นั้นเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลายก็พากันรีบจ่ายเงินรีบสลายตัวไปในทันทีส่วนคุณแม่ที่ดูไม่เหมือนคนท้องก็ถูกลากเข้ามาเก็บตัวไว้ในห้องทำงาน นัยต์ตาคมที่แม้จะฉายความรักแว่วหวานหากในขณะเดียวกันก็เห็นได้ชัดถึงความหงุดหงิดไม่พอใจยามเมื่อพิจารณาเรือนร่างขาวผ่องในชุดพนักงานที่เธอสวมอยู่


แม้มองเผินๆ ก็ดูเรียบร้อยดีอยู่หรอกแต่เพราะมันเป็นชุดเดิมที่พนิดาเคยใส่มานาน ดังนั้นส่วนต่างๆ บนร่างกายที่ขยายอวบอิ่มขึ้นจึงสามารถสังเกตถึงความเต็มแน่นน่าขย้ำอย่างชัดเจน ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแค่ชุดพนักงานร้านอาหารธรรมดาทำไมพอเธอใส่แล้วมันถึงเซ็กซี่ขยี้ใจขนาดนี้


“ทำไมถึงไปนั่งข้างนอก หื้ม?”


ถึงในใจของชายหนุ่มจะกำลังรู้สึกทั้งชอบทั้งหงุดหงิดกับภาพที่เห็นตรงหน้าแต่เสียงที่เอ่ยออกมานั้นกลับอ่อนโยนไพเราะเสียจนคนที่ถูกกึ่งดึงกึ่งลากเข้ามานั่งในห้องนี้ยิ้มตอบไปกลับอย่างหวานซึ้ง เมื่อครู่เธอเกือบตวัดเสียงเขียวตำหนิสามีแล้วที่เข้าไปทำหน้าเป็นยักษ์มารไล่ลูกค้าแบบนั้นแต่พอเจอลูกอ้อนเข้าไปความโกรธเคืองทั้งหมดก็พลันลอยหายไปในอากาศ


“พอดีพี่ขิงลาป่วยน่ะค่ะ คนไม่พอพราวก็เลยต้องไปเก็บเงินแทน” เสียงใสอธิบายบอกไปก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานซะหน่อยทำไมจิรกฤตถึงโผล่มาแบบกะทันหันเช่นนี้ “แล้วพี่กราฟมาได้ไง นี่มันเที่ยงอยู่เลยนะคะ”


“ช่วงนี้สิ้นปีปิดโปรเจคไปเยอะแล้ว งานที่เหลือก็ไม่มีอะไรเร่งมากพี่ก็เลยหอบเอามาทำข้างนอกได้น่ะ” เขาพูดแล้วก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปนั่งชิดติดกับตัวของสาวน้อยมากขึ้น ดวงตาคมทอประกายสื่อความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาแบบไม่ปิดบังและมักเป็นอย่างนี้เสมอเมื่อได้มองหน้า ได้ใช้เวลาร่วมกันกับหญิงสาว


โดยเฉพาะช่วงนี้ดูเหมือนพนิดาจะปล่อยสารฟีโรโมนคอยกระตุ้นเร้าอารมณ์ให้เขาหลงเตลิดมากขึ้นกว่าปกติ


สวย... หอม... หวาน... อร่อย


น่าจับกินลงท้องชะมัด! หรือจะยั่วให้เธอเป็นฝ่ายจับเขากินแทนดีล่ะ?


“อ๋อ... งั้นเหรอคะ”


คราวนี้เสียงขานกลับไปเริ่มสั่นสะท้านเล็กน้อย พยายามเขยิบถอยหลังเพื่อให้จมูกที่ช่วงนี้ไวต่อการได้กลิ่นออกห่างร่างสูงใหญ่กำยำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ เร้าอารมณ์ซึ่งทำเอาแทบคลั่ง


มาอีกแล้วอาการ ‘แพ้กลิ่นสามี’


จากที่เคยศึกษามาตอนแรกนั้นก็พบว่าหลายคนมักเจออาการแพ้แบบเหม็น เบื่อ ไม่อยากเจอ ไม่อยากยุ่งกับสามีตัวเองจนบางรายต้องแยกกันนอน แต่พอมาเจอของจริงแล้วพนิดาก็พบว่าการแพ้ของตัวเองกลับไม่ใช่ประเภทเห็นหน้าสามีแล้วอยากจะอ้วกเหมือนคนอื่นนะที่เป็นกันหรอก


เพราะสำหรับเธอมันคือยิ่งได้กลิ่นตัวหรือเห็นหน้าของจิรกฤตในระยะประชิดมากๆ ก็มักจะเกิดอาการคันไม้คันมืออยากโผเข้าไปหาซุกไซ้ไปตามอยากกระโจนใส่ซะอยู่เรื่อย


เมื่ออาทิตย์ก่อนจะจัดมาราธอนหกชั่วโมงรวดไม่ยอมปล่อยจิรกฤตลงจากเตียง! บ้าไปแล้ว... ไม่อยากเชื่อว่าเธอกล้าทำอะไรแบบนั้นจริงๆ


“อยู่แค่ในนี้ไม่ได้เหรอ” ใบหน้าคมสันมีรอยยิ้มขึ้นมาหลังเห็นพฤติกรรมจิกมือเข้ากับเบาะเก้าอี้แล้วก็มั่นใจว่าอีกไม่นานหญิงสาวต้องพ่ายแพ้ให้แก่ความต้องการที่อัดแน่นล้นอกแน่นอน ยังคงหวังและรอคอยด้วยใจจดจ่อว่าจะมีวันที่พนิดาสติกระเจิงเหมือนวันนั้นอีก


“มะ... ไม่ได้หรอกค่ะ” เมื่อรับรู้ได้ถึงแผ่นหลังที่ชนเข้ากับผนักเก้าอี้อย่างไม่มีพื้นที่ให้หนีต่อร่างเล็กจึงรีบผุดลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าหวานเลิ่กลั่กคิดหาทางเอาตัวรอดจากการออดอ้อนยั่วยวนของสามีตัวเองที่ตอนนี้ช่างอ่อยช่างทอดสะพานซะเหลือเกิน “คือ... หน้าร้านไม่มีใครคิดเงิน ถ้าให้คนอื่นทำก็ไม่คล่องเดี๋ยวคิดผิดขึ้นมาแย่เลยแล้วก็ไม่กล้าไว้ใจฝากใครถือเงินเยอะๆ ด้วย”


จิรกฤตนิ่งไปชั่วขณะหลังได้ยินประโยคนั้นราวกับกำลังคิดตามคำพูดของเธอแล้วความวาบหวามเมื่อครู่ก็ถูกเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองใจขึ้นมาแบบชะงัก ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งขรึมอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ความจริงนี่ก็ถือเป็นปัญหาใหญ่ของเขาเพราะถ้าปล่อยพนิดาออกไปข้างนอกอีกก็ไม่รู้ว่าภรรยาคนสวยสุดเซ็กซี่ผู้นี้จะไปสะดุดตาใครเข้าอีกหรือเปล่า


ไอ้พวกนี้มันไม่มีตาหรือไงถึงได้มองผู้หญิงกำลังท้องไม่ออก...


“พี่จะทำให้เอง”


“คะ? พี่กราฟน่ะเหรอ” เธอเลิกคิ้วทำหน้าฉงนเนื่องจากคาดไม่ถึงว่าเขาอาสารับทำงานแทนแม้จิรกฤตจะเคยมาช่วยทำหน้าที่นี้ช่วงเทศกาลมาบ้างแล้วก็ตาม


ส่วนชายหนุ่มที่ถูกมองอย่างงุนงงกลับคลี่ยิ้มบางๆ พร้อมลุกขึ้นมาตามหญิงสาว มือใหญ่คว้าข้อมือกลมกลึงเอาไว้ก่อนจะพามานั่งบนเก้าอี้ที่เดิม


“ใช่ครับ คราวนี้ก็ไม่มีปัญหา ยอมนั่งนิ่งๆ เป็นเด็กดีของพี่ได้แล้วนะ”



กว่าชายหนุ่มจะกลับเข้ามาในห้องทำงานของภรรยาอีกครั้งก็เป็นเวลาช่วงเย็นแล้วเมื่อมารดาของพนิดาเข้ามาช่วยทำหน้าที่แทนจึงพอปลีกตัวออกมาได้ ทันทีที่เปิดบานประตูเข้าไปจิรกฤตก็อ้าปากเตรียมเอ่ยถามหญิงสาวว่าวันนี้เธออยากกินอะไรในมื้อเย็นแต่เมื่อเห็นภาพที่ปรากฏตรงหน้าเขาก็รีบปิดปากเงียบลงอย่างรวดเร็ว


ร่างแน่งน้อยกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวพร้อมกอดหมอนข้างใบเล็กโดยที่ยังไม่รู้สึกตัว ใบหน้านวลใสเนียนละเอียดแต้มอมยิ้มมุมปากน้อยๆ ท่าทางเหมือนเด็กสาวที่หลับปุ๋ยฝันดีและมีความสุขมากจนเขายิ้มตามไปด้วย


ร่างสูงย่องฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้คนนอนหลับอย่างเงียบกริบก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ส่วนที่ยังว่างอยู่ ชายหนุ่มไม่คิดแตะต้องร่างกายเปล่งปลั่งเย้ายวนอย่างที่ใจลึกๆ ต้องการในตอนนี้ ด้วยกลัวว่าสัมผัสจากเขาจะไปรบกวนการพักผ่อนของภรรยาคนสวยและทำให้เธอตื่น


ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็มีเพียงการจับต้องทางสายตา... นัยน์ตานุ่มลึกสีเข้มทอดมองหญิงสาวเป็นประกายเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปที่หน้าท้องนูนน้อยๆ นั่นแล้วหัวใจของเขาก็พลันเต้นรัวเร็วโลดแล่นอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก


มันคงเป็นความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มี ‘ครอบครัว’ ของตัวเอง...


ครอบครัวที่เขากับเธอจะช่วยประคับประคองกันไปจวบจนวันสุดท้ายของชีวิตโดยมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิม


‘ไม่รู้ลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?’


จู่ๆ ในหัวของจิรกฤตก็เกิดคำถามขึ้นแบบกะทันหัน แม้เรื่องนี้จะไม่ได้สำคัญอะไรมากมายเพราะไม่ว่าเป็นเพศไหนเขาก็จะรักและตั้งใจเลี้ยงดูให้ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่บางครั้งเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มันก็ทำให้อดลุ้นไม่ได้เนื่องจากวีรกรรมต่างๆ ที่ผ่านมานั้นธรรมดาซะที่ไหน


‘ซ่าส์ตั้งแต่อยู่ในท้องเลยนะ ลูกพ่อ’ เขาคิดอยู่ในใจก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับลูกคนนี้ที่ชวนให้น่าค้นหาและคาดการณ์ไม่ถึงตั้งแต่เริ่มต้น


พนิดาแพ้ท้องแบบแปลกๆ ที่พอได้กลิ่นตัวของเขาใกล้ๆ เป็นต้องหน้ามืดตามัวไล่จับปล้ำ (แพ้อย่างนี้ก็ชอบอยู่เหมือนกัน)


ผลอัตราซาว์ดซึ่งแม้จะเห็นว่าแข็งแรงดีแต่กลับนอนหันหลังไม่ยอมโชว์หน้าตาหรือเพศให้ปู่ย่าตายายที่รอลุ้นได้ไปซื้อเสื้อผ้าของใช้มาเตรียมไว้ก่อน


และที่สำคัญเขาแต่งงานกับหญิงสาวมา 3 เดือนแต่ขณะนี้เธอกำลังตั้งครรถ์ได้ 4 เดือน!!!


นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดแม้กระทั่งตัวพนิดาเอง หญิงสาวยืนยันหนักแน่นว่ากินยาคุมกำเนิดเป็นประจำไม่เคยขาดแต่ไม่รู้ทำไมยาแผงสุดท้ายก่อนตัดสินใจเลิกกินถึงเกิดข้อผิดพลาดทำให้เธอท้องก่อนที่ตั้งใจหากแต่ยังนับว่าโชคดีที่เป็นก่อนแต่งงานแค่เดือนเดียวไม่เช่นนั้นเขาอาจถูกแม่ตัวเองซึ่งพอรักษาโรคมะเร็งจนหายดีแล้วก็กลับมาแข็งแรงสุขภาพดีแล้วตีหัวแบะแน่ๆ


จิรกฤตจำได้แม่นว่ามารดาเคยบอกให้เขากับพนิดาเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีๆ เพราะแนวโน้มลูกคนนี้จะแก๋น เซี๋ยว เปรี้ยว ซ่าส์นั้นมีเปอร์เซ้นต์สูงมากทีเดียว


แต่ก็ไม่แน่หรอกม้างงง อาจจะเรียบร้อยประหนึ่งผ้าพับไว้ก็ได้...


“อื้อออ พี่กราฟมาแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงงัวเงียดังขึ้นหลังรู้สึกตัวและเห็นสามีนั่งมองอยู่ใกล้ๆ เรียวแขนทั้งสองข้างบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยเล็กน้อยไปมาส่วนปากจิ้มลิ้มก็หาววอดๆ แบบไม่หลงเหลือมาดสาวน้อยผู้เรียบร้อยสงบเสงี่ยมเป็นกุลสตรีใดๆ


“โทดนะ พี่ทำให้พราวตื่นเหรอ” เขาแสดงสีหน้าตกใจนิดๆ เพราะไม่แน่ใจว่าเผลอขัดเวลาการนอนของหญิงสาวเข้าหรือเปล่า


“เปล่าหรอกค่ะ พราวตื่นเอง” ใบหน้าหวานส่ายหวืดก่อนจะค่อยๆ ขยับดันตัวลุกขึ้นมานั่งให้อยู่ในระดับเดียวกันกับชายหนุ่ม มือน้อยเลื่อนขึ้นมาลูบท้องเบาๆ พร้อมทำตาละห้อยเหมือนเด็กน้อยน่าสงสาร “หิวข้าวแล้วด้วย”


จิรกฤตหัวเราะให้กับท่าทางแบบนั้นอย่างเอ็นดู เขายกมือไปเขย่าศีรษะทุยด้วยความมันเขี้ยวปลายนิ้วไล่ไปตามเส้นผมยาวสลวยพร้อมสายตาอ่อนโยนชวนเคลิ้มฝัน น้ำเสียงที่เอ่ยกับสาวน้อยในดวงใจนั้นหากคนอื่นมาได้ยินเข้าคงเป็นต้องขนลุกทำหน้าสยองขวัญกันเป็นทิวแถวว่าหุ่นยนต์หน้าตายที่พวกเขาเห็นแท้จริงแล้วซ่อนความหวานละมุนไว้ด้านในมากขนาดไหน


“เมื่อกี้คุณแม่ฝากพี่มาถามพอดีว่าวันนี้พราวอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”


“อืมมม” เธอนิ่งคิดพร้อมกรอกตาไปมาก่อนฉีกยิ้มหวานน่ารักซะจนสะท้านใจคนมอง “ต้มยำไข่เจียวกับทอดมันข้าวโพดค่ะ”


ชายหนุ่มได้ยินคำตอบซึ่งชื่ออาหารทั้งสองอย่างแล้วก็ได้แต่หัวเราะร่วนเพราะมันกลายเป็นอาหารประจำครอบครัวของเขาไปแล้ว ปลายนิ้วที่ลูบไล้เล่นกับเส้นผมของหญิงสาวเปลี่ยนมีจับแก้มนวลใสก่อนจะบีบเบาๆ แบบไม่ออกแรงก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาหลังกลับมาเก๊กสีหน้าให้สงบราบเรียบเหมือนกำลังพูดเรื่องจริงจัง


“กินอย่างอื่นแทนเถอะ”


“อ้าว ทำไมล่ะคะหรือว่าพี่กราฟเบื่อแล้ว” ดวงตาใสมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย น้ำเสียงเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยตามอารมณ์แปรปรวนง่ายของคนท้อง ในใจคิดไปไกลหลายตลบว่าจิรกฤตอาจเบื่ออาหารสองอย่างที่เป็นหนึ่งในความทรงจำของเธอกับเขาแล้วก็ได้


“ไม่ใช่หรอกน่า อย่าเพิ่งเบ๊ะหน้าแบบนั้น” เห็นท่าทางเหมือนจะคิดไปเองของภรรยาสาวเขาจึงรีบปฏิเสธรัวเร็วก่อนจะบอกเหตุผลที่แท้จริงออกมา “แค่อยากกินสองอย่างนี้เฉพาะฝีมือเมียพี่คนเดียว ใครทำก็ไม่อร่อยเหมือนพราว”


พนิดาหน้าร้อนฉ่ากับคำชมที่ได้รับแม้จะคุ้นเคยกับสามีแค่ไหนแต่เมื่อได้ยิน ได้เห็นการแสดงออกของเขาที่เปี่ยมด้วยความรักอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะขัดเขินทุกทีแต่ทว่าเหมือนครั้งนี้มันจะเกิดความรู้สึกอื่นแอบแฝงตามมาด้วย


หอม... หอมจัง


กลิ่นที่ดมเท่าไหร่ก็ไม่เคยเบื่อแบบนี้เธออยากจะดมไปตลอดชีวิตเลย


หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักยามเมื่อร่างกำยำแข็งแกร่งของจิรกฤตขยับเข้ามาอยู่ใกล้แค่เอื้อม จมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้สบายใจแต่ก็กระตุ้นอารมณ์ให้เตลิดอย่างง่ายดายไปพร้อมกัน สัมผัสจากปลายนิ้วใหญ่ที่คลอเคลียข้างแก้มราวหยอกล้อเห็นเธอเป็นลูกแมวน้อยนั้นก็ทำให้รู้สึกเหมอืรกำลังถูกเขาขับกล่อมจนเคลิบเคลิ้ม นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองคนตรงหน้าอย่างหยาดเยิ้มโดยไม่ตัวเลยว่าการกระทำแบบนั้นส่งผลให้ชายหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคอแบบฝืดเฝื่อน


แม่สาวน้อยคนนี้จะกี่ปีก็ทำให้เลือดลมสูบฉีดปั่นป่วนได้ตลอดจริงๆ


“พราว...”


“พี่กราฟ...”


เสียงหวานดังเหมือนละเมอเพ้อเรียกชายคนรักที่โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาจนระยะห่างเหลือไม่หนึ่งฟุต ฝ่ามือและเรียวนิ้วร้อนระอุที่เคยวนเวียนแถวพวงแก้มเนียนใสเริ่มไต่เลื่อนสอดแทรกตามเรือนผมนุ่มสลวยก่อนจับกระชับท้ายทอยไว้แน่น นัยน์ตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่มันก็ยังประทับตราตรึงอยู่ในหัวใจอยู่เช่นเดิม


ไม่มีการห้ามปรามหรือพยายามหลบเลี่ยงใดๆ เหมือนหลายครั้งก่อนหน้านี้อีกคล้ายตัวหญิงสาวเองก็หลุดหลงเข้าไปยังอีกโลกใบหนึ่งเรียบร้อยแล้ว ความตั้งใจจะระงับอารมณ์ความต้องการของตัวเองไว้จนกว่าอาการแพ้ท้องแปลกประหลาดแบบนี้จะหายไปถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี


พอแล้ว... ไม่สนอะไรอีกแล้ว... สามีของเธอน่ากินขนาดนี้จะอดใจไหวได้ยังไง!


ยังไงจิรกฤตก็เป็นสามีของเธออยู่แล้ว ถึงจับขังไว้บนเตียงทำตามใจสักกี่ชั่วโมงไม่น่าจะใช่เรื่องผิดสักหน่อย


‘ก๊อกๆๆ’


ท่ามกลางความเงียบงันมีเพียงเสียงเต้นของหัวใจนั้นการเคาะประตูแรงๆ กลายเป็นสิ่งฉุดดึงสติความยับยั้งช่างใจที่ปลิวลอยหายไปให้กลับคืนมาได้แบบชะงัก ร่างของทั้งสองคนรีบผละห่างออกจากกันเหมือนแม่เหล็กคนละขั้วทันที พนิดานั่งหอบหายใจตัวโยนพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนทำอะไรไม่ถูกในขณะที่จิรกฤตเป็นฝ่ายกลับมาตั้งสติได้ก่อนร่างสูงจึงลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูแล้วก็พบบิดาของพนิดายืนรออยู่หน้าห้องด้วยท่าทางแปลกใจไม่น้อย


“อ้าว กราฟเลิกงานแล้วเหรอ”


ชายสูงวัยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูให้ไม่ใช่ลูกสาว... ไม่สิ เขาควรสงสัยตั้งแต่ประตูห้องทำงานที่มักเปิดเอาไว้อยู่เสมอมันล็อกแล้วมากกว่า


“ครับ คุณพ่อ” เสียงทุ้มติดแหบพร่านิดๆ ตอบกลับสั้นๆ พลางนึกในใจว่าสงสัยพ่อตาจะไม่ได้คุยกับแม่ยายว่าเขามาช่วยงานที่ร้านตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว


คุณชนินทร์พยักหน้าตอบรับและไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ เนื่องจากจิรกฤตส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนพูดเก่งอยู่แล้ว เขาเดินเข้าไปในห้องเมื่อลูกเขยเบี่ยงตัวหลบให้เพื่อพูดคุยกับลูกสาวเกี่ยวกับงานโดยไม่รู้เลยว่าสองหนุ่มสาวแอบส่งสายตาให้กันอย่างละห้อยแฝงด้วยความหมายที่แค่มองตาก็รู้ใจ


หึ! รอกลับบ้านก่อนเถอะ... 



จบแล้วจ้าาา ตอนนี้ไม่มี NC นะคะ 555 จินตนาการต่อกันเองเน้อ ฮาาาา เจอกันเรื่องหน้านะทุกคน จุ๊บๆ ^^

ถ้าหากใครยังคิดถึงพี่กราฟกับน้องพราวก็ยังสามารถติดตามทั้งสองคนนี้ต่อได้ในเรื่อง ล้อมรัก นะจ๊ะ น่าจะมีออกมาเล็กๆน้อยๆเหมือนแบบเฮียหยางกับหนูแพรอ่ะเนอะ ไม่ใช่ในบทบาทของพระเอกนางเอกแล้วกลายเป็นคุณพ่อคุณแม่แทนน้าาา ^^

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว