ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่เจ็ด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2560 16:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่เจ็ด
แบบอักษร

หลังจากที่ถวายการรับใช้องค์ชายสามเสวยพระกระยาหารเช้าแล้วเรไนล์ก็มีเวลาพักเป็นของตัวเองเนื่องจากทรงเสด็จไปไปยังกองบัญชาการทหาร เมื่อมีเวลาพักเขาก็รีบลงไปขอมื้อเช้าแบบไม่มีผักกับราอุส ในโรงครัวจะมีเพียงราอุสที่เป็นพ่อครัวและทาโอกับทีอัสที่เป็นผู้ช่วยอยู่เท่านั้น ราอุสเป็นคนอารมณ์ร้ายดูเป็นคนชอบดุ ตรงกันข้ามกับผู้ช่วยทั้งสองที่เป็นคนยิ้มง่ายอารมณ์ดี แต่น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้สึกกลัวราอุสเลยแม้แต่น้อยกลับคิดว่าอีกฝ่ายใจดี


“อยากกินอะไรก็รีบบอกมา อย่าชักช้าข้ามีเวลาไม่มาก” เพียงแค่เดินถึงหน้าประตูครัวน้ำเสียงเย็นชาก็พูดดักทันทีเรไนล์ส่งยิ้มหวานให้พ่อครัวจอมดุก่อนจะเอ่ยขอเมนูที่ไม่มีผักปนหนึ่งอย่าง และแน่นอนว่าจะได้ยินเสียงบ่นว่าไม่กินผักอีกตามเคยพร้อมทิ้งท้ายแบบเดิมๆว่า ‘คราวหน้าถ้าไม่กินผักจะไม่ทำให้กินอีกแล้ว’ เรไนล์ก็ทำแค่เพียงส่งยิ้มออดอ้อนกลับไปให้พ่อครัวใหญ่แล้วค่อยหันมาสบตายิ้มๆกับผู้ช่วยทั้งสอง กินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยเรไนล์ก็กลับขึ้นมาหมกตัวอยู่ในห้องสมุดส่วนพระองค์เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอเจ้าของตำหนักกลับมาจากข้างนอกเวลาผ่านไปเนิ่นนานไม่มีวี่แววว่าเจ้านายจะกลับคนที่รอจึงฟุบหลับไปกับชั้นหนังสือด้วยความง่วงงุน


เฮอร์เมสชะงักไปเล็กน้อยเมื่อกลับมาเห็นมหาดเล็กผู้เป็นเวรประจำวันถวายการปรนนิบัติวันนี้ฟุบตัวหลับกับชั้นหนังสือ เซปที่ตามเสด็จมาติดๆจะเดินเข้าไปปลุกแต่กลับได้ยินเสียงรับสั่งเบาๆว่า ‘ไม่ต้อง’ นั่นทำให้เขาอ้าปากค้างอยู่ในใจหลังจากนั้นเซปผู้เป็นองครักษ์ข้างกายก็ต้องอยู่คอยถวายการรับใช้แทนเมื่อเจ้านายของตนทรงงานต่ออยู่ในห้องสมุด 


ตะวันตกดินไปนานแล้วภายนอกตำหนักมืดสนิทเรไนล์จึงงัวเงียตื่นขึ้น เมื่อคืนเพราะมัวแต่ตื่นเต้นเขาเลยนอนไม่หลับทั้งคืนสุดท้ายก็มาหลับในตอนทำงาน เมื่อสติกลับมาก็รีบกวาดสายตาสำรวจว่าก็พบกับเจ้าของใบหน้าคมคายแต่เย็นชากำลังทรงงานอย่างเคร่งเครียด คล้ายผู้เป็นเจ้านายจะรู้ว่าเขาตื่นแล้วจึงยกมือให้คนหน้าดุที่ยืนรับใช้แทนเรไนล์ออกไป นี่ก็มืดแล้วน่าจะเลยเวลาสรงน้ำไปแล้วแต่เรไนล์ยังเห็นฝ่าบาทอยู่ในชุดสีดำชุดเดิมที่ทรงใส่ออกไปข้างนอกแสดงว่ายังไม่อาบน้ำ


“เอ่อ…ฝ่าบ..”


“ข้าจะอาบน้ำ” รับสั่งจบผู้เป็นเจ้านายก็ลุกออกจากโต๊ะแล้วเดินนำไปยังห้องสรงทันที เรไนล์รีบเดินตามไปช่วยถอดฉลองพระองค์แล้วทำหน้าที่ขัดถูร่างกายอย่างเอาใจใส่ที่สุดเพื่อชดเชยความผิดที่ตนแอบหลับในเวลางาน สรงน้ำเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาสำหรับกระยาหารเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่เรไนล์ทรมานที่สุดเพราะองค์ชายสามผู้นี้ทรงโปรดผักเป็นอย่างมากในทุกเมนูอาหารจะต้องมีผักใบเขียวปนอยู่ด้วยเสมอเวลาที่ชิมอาหารแต่ละจานเขาแอบชำเลืองมองผู้เป็นเจ้านายเล็กน้อยเห็นว่าอีกฝ่ายมองมายังตัวเองด้วยสีหน้าท่าทางหงุดหงิดแต่ก็ไม่ได้เอ่ยว่าอะไร หลังจากนั้นเขาก็นั่งเฝ้าอีกคนทรงงานอยู่จนค่อนคืน เรไนล์จึงได้เปลี่ยนฉลองพระองค์ถวายแล้วจึงเดินไปดับไฟในห้องบรรทมให้เรียบร้อยก่อนจะออกมายังห้องบรรทมส่วนนอกที่ถูกกั้นไว้ด้วยม่านสีดำผืนบางเรไนล์หาที่นั่งหลับแถวๆนั้นเผื่อถูกเรียกใช้จะได้ไม่ผิดพลาด


ชิ้ง!


เฮอร์เมสทาบมีดสั้นคมปลาบลงไปบนลำคอขาวของคนที่เขาคาดว่าจะเป็นนักฆ่าปลอมตัวมา ทว่านักฆ่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยยังคงนอนหายใจสม่ำเสมอ ไม่มีสะดุดแม้แต่น้อย เขารั้งมีดกลับมาแล้วสอดกลับเข้าไปในฝักแรงๆจนเกิดเสียงด้วยความหงุดหงิด นักฆ่าก็ยังไม่รู้สึกตัวมีเพียงเสียงท้องร้องโครกครากออกมาทักทาย


ช่างเป็นนักฆ่าที่ไร้ความสามารถเสียจริงทั้งยังไม่มีความระวังตัวอีกทาสอะไรช่างขี้เซานักไม่มีความรู้สึกตื่นตัวคอยรับใช้เจ้านาย แล้วทาสที่ไหนมีกลิ่นกายหอมกรุ่น ผิวขาวเนียนต่างจากคนในจักรวรรดิอียิปต์ที่มีผิวสีน้ำผึ้ง สุดท้ายเขาก็ต้องมานั่งทำงานเพราะนอนไม่หลับ


“มีอะไรแปลกๆบ้าง”


“หากเป็นพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเป็นนักฆ่านั้นไม่มีเลยพ่ะย่ะค่ะ แต่ถ้าเป็นนิสัยแปลกๆก็มีหลายอย่าง เช่น ไม่ชอบกินผักเป็นอย่างมาก ชอบดอกไม้ทุกชนิดถึงขั้นเคยบ่นว่าฝ่าบาทไม่ทรงรักธรรมชาติ เรียกแทนตัวว่าน้องและเรียกคนที่อายุมากกว่าว่าพี่ไม่ค่อยแทนตัวว่าข้า วันที่เข้าวังมาสวมใส่อาภรณ์แปลกตาและยังคล้ายกับกระโปรงของสตรีพ่ะย่ะค่ะ”


ถึงขั้นแอบว่าเขาว่าไม่รักธรรมชาติเพียงเพราะว่าเขาไม่มีดอกไม้ในตำหนักนิสัยสตรียิ่งนัก!


“จับตาดูต่อไปหากเกิดอะไรฉุกเฉินอย่าพึ่งลงมือก่อนจะได้รับคำสั่ง”


“พ่ะย่ะค่ะ”


"....." 


"......" 


มันรับคำแล้วเหตุใดจึงยังยืนนิ่ง


“มีอะไร?” น้ำเสียงห้วนและเข้มเอ่ยถาม


เซปค้อมศรีษะลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยกราบทูล


“ขออนุญาติเสนอความคิดเห็นพ่ะย่ะค่ะ”


“ว่ามา”


“เด็กคนนี้ไม่มีทางเป็นนักฆ่าได้ ทั้งแววตาที่ไร้เดียงสา ทั้งรูปร่างท่าทาง ไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”


“ไปถูกใจอะไรมันเข้าล่ะ ถึงได้เข้าข้างมันนัก ไปได้แล้ว เรื่องนี้ข้าจะเป็นคนตัดสินใจเอง”  บุรุษในชุดดำค้อมตัวถวายความเคารพก่อนจะแฝงกายกลมกลืนเดินออกไปกับความมืด


ไม่มีแววตานักฆ่าอย่างนั้นหรือ....ใช่ เขาเองก็ไม่เคยเห็นแต่แววตาที่เปล่งประกายแปลกๆทุกครั้งที่มองเขามันหมายความว่าอย่างไร เขาเกือบจะเลิกสงสัยแล้วหากไม่ใช่ว่าตาโตๆนั่นจะมองมาที่เขาทุกครั้งที่มันคิดว่าเขาเผลอและไม่รู้ตัว


หากมันไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง แล้วเหตุใดต้องลอบมองเขาตลอดเวลา


ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าทุกคนกำลังสงสัยในตัวเขา เพราะปรกติแล้วหากเขาสงสัยใครแค่ฆ่ามันทิ้งซะก็หมดเรื่องเพราะฆ่าผิดยังดีกว่าปล่อยให้มันเป็นภัยคุกคามในทีหลังไม่สนใจว่ามันจะเป็นคนของกาเบรียลหรือของใคร แต่กับทาสอ้อนแอ้นผู้นี้เขากลับปล่อยให้ตนเองคาใจ


​โปรดติดตามตอนต่อไป.....

ความคิดเห็น