facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 17 [100%] 18+++ *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 17 [100%] 18+++ *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.8k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2562 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 17 [100%] 18+++ *แก้ไข
แบบอักษร

ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 17​ 

 

ทันทีที่ประตูห้องปิดลงร่างทั้งร่างก็ถูกดันติดบานประตูเต็มแรง ดีที่มีมือหนารองหลังศีรษะผมไว้ได้ก่อนที่มันจะกระแทกประตู ปากร้อนตามมาครอบครองกลืนกินดูดรั้งจนไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ กระดุมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาถูกถอดด้วยความรวดเร็วและกระชากออกจากร่างไป ตามด้วยเสื้อยืดของพี่มันที่มีสภาพไม่ต่างกัน 

ลมหายใจขาดห้วงเพราะแรงอารมณ์ พี่มันใช้เวลาขับรถกลับหอเพียงสิบนาทีเท่านั้น แซงรถทุกคันที่ขับช้าจนมั่นใจว่าบรรพบุรุษเราต้องหนาวๆ ร้อนๆ เพราะคำสรรเสริญตามหลังมาเป็นพรวนแน่ๆ แต่ใครจะสนใจเพราะเชื้อเพลิงตอนนี้ถูกจุดติดแล้ว กางเกงสแล็คของผมและเดฟของพี่มันหลุดออกจากร่างในเวลาไล่เลี่ยกัน เหลือเพียงกล้ามเนื้ออุ่นจนร้อนสัมผัสเสียดสี 

“อืมมมมมม” เสียงครางต่ำอย่างพึงใจดังออกจากลำคอ เมื่อมือร้อนนวดคลึงสะโพกกลมให้เสียวซ่าน ไอระอุปะทุครอบคลุมเราทั้งสองจนเหงื่อไคลไหลเป็นทาง 

แขนแกร่งพลิกตัวผมกลับอีกด้าน และดันให้ถอยหลังไปหาเตียงนุ่มโดยที่ริมฝีปากยังคงดูดกลืนช่วงชิงความหวานให้ระทดระทวย 

“อ๊ะ!” กล้ามท้องน้อยเกร็งตัวด้วยความเสียววูบเมื่อเสียหลักล้มลงบนเตียงนุ่ม สองขาถูกมือหนาจับถ่างแยกออกจากกัน พร้อมปราการด่านสุดท้ายหลุดลอยออกจากตัว 

พี่มันคุกเข่าอยู่กับพื้นแทรกกลางระหว่างขาผมที่นั่งอยู่ปลายเตียง ปากร้อนบดจูบสร้างรอยยังซอกคอขาวลากยาวมายังลาดไหล่ ก่อนไล้ต่ำลงเรื่อยๆ กล้ามเนื้อท้องผมบิดเกร็งเป็นลูกเมื่อลิ้นสากลากผ่านท้องน้อยเข้าสู่จุดอ่อนไหวที่กำลังแข็งขืน 

สัมผัสเย็นเฉียบเมื่อปลายลิ้นสากแตะทักทายส่วนปลายยอดจนร่างสั่นสะท้าน ไอ้พี่แทนไม่ปล่อยให้ผมต้องรอนาน เพราะปากร้อนเข้าครอบครองลูกรักเสียมิดด้าม พร้อมหยอกล้อลูกกลมๆ สองลูก ทำเอาใบหน้าเลิกขึ้นด้วยความซ่าน ยกมือขยุ้มผมพี่มันด้วยความลืมตัว 

“โอ๊ยยยย ซี๊ดดดด” ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกตอนนี้ว่าอะไร รู้เพียงแค่ว่าพี่มันกำลังทำให้ผมขาดใจตายในไม่ช้า ไม่รู้มันฝึกลิ้นมาจากไหนถึงได้ชำนาญขนาดนี้ จนผมเผลอโยกเอวตามจังหวะลิ้นของพี่มัน สายตาร้อนแรงเหลือบมองขึ้นมาอย่างได้ใจ ก่อนปากอุ่นนั่นดูดรัดส่วนปลายจนน้ำใสปริ่มเพราะใกล้ถึงเต็มที 

เสียงหอบกระเส่าดังคับห้อง ไม่ต้องถามถึงเรื่องวันนี้นะครับ พิมเพิมอะไรลืมไปหมดแล้ว แทบเหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ผมมีแค่พี่มันและปากที่กำลังทำรักให้ผมอย่างสุดยอด 

“อ่าาาาาาา อื้อ!” และในตอนที่ใกล้จะถึงปลายทางนั่นเอง ไอ้พี่แทนกลับหยุดลงเสียดื้อๆ พลางโถมตัวขึ้นมาประกบจูบกันอีกครั้ง รสชาติฝาดเฝื่อนของตัวเองทำสมองขาวเบลอไปชั่วขณะ แต่แรงปวดตุบด้านล่างช่วยดึงสติกลับมา เพราะผมกำลังทรมานจากความอึดอัด 

“ทำให้กูหน่อย” เสียงแหบพร่ากระซิบชิดติดริมฝีปาก พลางงับกลีบปากบนล่างของผมเล่น ถ้อยคำสั่งที่ทำเอาหน้าแดงตัวแดงไปหมด จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะดันรับปากพี่มันไปแล้วว่าจะทำอะไรยอมหมด 

...ปากพาซวยแท้ๆ 

มือสั่นเทาเลื่อนลงกอบกุมส่วนแข็งขืนที่ขยายใหญ่จนเต็มที่ของพี่มัน ความใหญ่โตทำเอาลอบกลืนน้ำลายเฝื่อนคอ ไม่ต้องถามว่าผมจะจุกแค่ไหนเมื่อสิ่งนี้กระแทกเข้ามาในร่าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่ามันสุดยอดจนลืมความเจ็บปวดไปหมด ...ทำไมผมหื่นจึงวะ 

ก็เพราะพี่มันนั่นแหละ! 

“อืมมมม” เสียงครางแหบต่ำดังเล็ดลอดลำคอพี่มันออกมาอย่างพอใจเมื่อผมรูดรั้งให้เบาๆ ทั้งที่พี่มันก็พร้อมจนไม่รู้จะพร้อมยังไงแล้ว แต่ในเมื่ออยากให้ทำให้...ผมก็จะเอาคืน 

มือเล็กเร่งความเร็วระรัวจนพี่มันคำรามลั่น หอบหนักจนเผลอกัดริมฝีปากผมแรงไปนิด เขาปัดมือผมออกจากลูกรักเพราะกลัวว่าจะเสร็จคามือผมเสียก่อน 

“เดี๋ยวจะโดน” เสียงแหบเอ่ยคาดโทษเมื่อผมหลุดเสียงหัวเราะออกไปเบาๆ อยากแกล้งคนอื่นดีนัก แต่ยังไม่ทันได้สะใจกับชัยชนะของตัวเองนานนัก ร่างแกร่งตรงหน้ากลับคว้าตัวผมลากไปยังหัวเตียง พลางหมุนตัวผมชันเข่าหันหน้าเข้าหาหัวเตียง และจับมือผมสองข้างยันกำแพงไว้ 

“ทำอะไร” ผมถามกลับไปอย่างร้อนรนเมื่อพี่มันล็อกตัวผมไว้ด้านหลังทำให้ขยับเพื่อเปลี่ยนท่าไม่ได้ และท่านี้ก็เปิดทางให้พี่มันสุดๆ 

“จะทำให้รู้ไง ว่ากูไม่มีทางไปหาใครได้อีก ...นอกจากมึง” 

เชี่ย... ดาเมจรุนแรงจนแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมความจุกเสียดโถมเข้าใส่อย่างรุนแรงเมื่อพี่มันกระแทกกายเข้ามาแบบไม่เบิกทางให้ล่วงหน้า 

“อ๊าาาาาาา เชี่ย.... เจ็บ! อื๊ออออ” ผมกรีดร้องลั่นเมื่อช่องทางด้านหลังร้าวระบม ปวดแปลบขึ้นมาถึงสันหลังจนแทบสำลักลมหายใจ ปลายเล็บจิกข่วนกำแพงจนเจ็บไปหมด แต่ผมไม่มีเวลามาสนใจ เพราะคนด้านหลังกำลังโหมแรงใส่อย่างไม่ปรานีจนหัวสั่นหัวคลอน ถึงแม้ว่าผมจะเคยทำกับพี่มันมาก่อน แต่ใช่ว่าช่องทางมันจะพร้อมตลอดเวลา ในเมื่อพี่มันไม่ได้เบิกช่องทางให้ ยังดีที่มีความรู้สึกเย็นเฉียบของเจลที่พี่มันควักออกมาชโลมแท่งร้อนของตัวเองตอนไหนไม่รู้ ทำให้ความเจ็บบรรเทาไปได้บ้าง 

“อืมมม ตอดดีฉิบหาย” ไอ้พี่แทนรัดร่างผมเอาไว้แน่น พร้อมซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอขาวขบกัดสร้างรอยรักไปทั่ว ตอนนี้แขนทั้งสองข้างของผมไร้เรี่ยวแรงจนสั่นระริก เปลี่ยนเท้าข้อศอกลงไปแทน ความเสียดแน่นแร่นริ้วไปทั้งร่าง ยามเมื่อพี่มันกระแทกเข้าโดนจุดกระสันในร่างจนระทดระทวย ถ้าไม่มีแขนแกร่งรัดร่างประคองไว้ผมคงร่วงไปแล้ว 

“อือ... อื๊อ! อ๊าาา! บ...เบา ... เบาหน่อย อ๊ะ!!” เข่าสองข้างแทบรับน้ำหนักเอาไว้ไม่อยู่ จนต้องทิ้งตัวแอ่นไปด้านหลัง ซบคอไร้เรี่ยวแรงกับบ่าแกร่งของไอ้พี่แทนไว้ เบิกทางให้พี่มันขบกัดซอกคอขาว สองมือที่กอดรัดผมไว้คลายออกเพื่อบดขยี้ยอดอกที่ชูชันอยู่ตอนนี้ ความซ่านคูณสองทำเอาร่างกระตุกวูบ เสียงครางร้องลั่นไม่เป็นภาษาเมื่อถูกโจมตีทั้งสองช่องทาง ก่อนยกหลังมือขึ้นมากัดเอาไว้เมื่อมือข้างที่ว่างของพี่มันกำรอบแก่นกายผมไว้แน่น ปลายนิ้วโป้งบดขยี้ส่วนปลายจนแทบละลาย 

ผมกำลังจะตาย... ตาคาอกพี่มันนี่แหละโว๊ยยยยยย 

“ฮ๊าาาาาา อื๊อออออ” มั่นใจได้ว่าเมื่อปล่อยฟันออก หลังมือผมต้องห้อเลือดแน่ๆ แต่ใครจะสนกันล่ะวะเมื่อผมกำลังจะระเบิดอยู่ตอนนี้ 

“อ่าห์.... อชิ...” เสียงครางเรียกชื่อผมดังระงมตามแรงอารมณ์ของคนด้านหลัง พี่มันไม่ได้เบาแรงลงสักนิด มีแต่จะเพิ่มแรงขึ้นจนแทบขาดใจ ทั้งที่ไม่ได้โดนบดจูบแต่กลับหายใจไม่ออก กำลังจะสำลักความวาบหวามตายอยู่ตรงนี้ 

“ไม่...ไหว ... ท...แทน กูจะไปแล้ว” เอ่ยบอกเสียงกระท่อนกระแท่นเพราะความรู้สึกมันเกินรับไหวแล้ว เหมือนโดนเหวี่ยงขึ้นไปในจักรวาลไร้ที่สิ้นสุด ความรู้สึกทั้งหมดไปรวมอยู่ที่จุดจุดเดียวก่อนแตกซ่านกระจัดกระจายไปทั้งร่าง ด้วยความรวดเร็ว 

“อ๊าาาาาาาาาาาา” เสียงร้องดังลั่นพร้อมน้ำรักสีขาวขุ่นฉีดพ่นใส่หัวเตียง แรงตอดรัดระรัวของผมส่งผลให้คนด้านหลังตามมาติดๆ ร้อนวูบในช่องทางรักเพราะพี่มันปลดปล่อยออกมาทุกหยาดหยดจนไหลย้อนกลับมาด้านนอก ร่างสูงเคลื่อนกายอยู่อีกสองสามครั้งก่อนจะประคองผมล้มตัวนอนลงบนเตียง โดยที่ยังเชื่อมต่อกันอยู่อย่างนั้น 

แรงหอบหายใจประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อนจะค่อยๆ สงบลง 

โชคดีที่พี่มันพามาห้องมัน ไม่อย่างนั้นผมคงได้เปลี่ยนผ้าปูเตียงทั้งชุด 

ความเหนียวเหนอะหนะทำให้ผมขยับตัวเล็กน้อย หวังให้พี่มันถอนกายออกเพื่อไปชำระล้างร่างกาย 

“เอาออกไปได้แล้ว” ผมพูดบอกเสียงแหบแห้ง ให้ตาย... หวังว่าคงไม่มีใครได้ยินเสียงน่าอายของเราหรอกนะ แต่พี่มันกลับไม่ยอมขยับ ซ้ำยังเลาะเล็มริมฝีปากไปตามลาดไหล่ด้านหลังของผมอีก 

“อื๊อออ พอแล้ว! กูเหนื่อย” อย่าเรียกว่าเหนื่อยเลย เรียกว่าโดนสูบพลังไปทั้งร่างจะดีกว่า เจ็บระบมช่องทางไปหมดจนอยากถีบไอ้คนเอาแต่ได้สักที แต่แล้วคำถามชวนสยองขวัญก็ดังขึ้น 

“มึงติดกูอยู่กี่รอบนะ” 

ฉิบหายแล้ว... 

“ด...เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อนนนนน” ผมกำลังร้องห้ามเมื่อพี่มันเริ่มขยับอีกครั้ง 

พี่มึงไปเอาแรงช้างสารขนาดนี้มาจากไหนกันละโว้ยยยยย แต่ยังไม่ทันได้โวยวายอะไรต่อก็ต้องเปลี่ยนมาร้องครางระงมห้องอีกครั้งแทน 

... 

แล้วหลังจากนั้นผมก็ขึ้นสวรรค์อีกไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ กว่าพี่มันจะยอมปล่อยก็แทบไม่ได้สติแล้ว จำได้เพียงเลือนรางว่าพี่มันอุ้มผมเข้าไปยังห้องน้ำ ล้วงทำความสะอาดให้จนผมแทบขาดใจตายอีกครั้ง และพากลับมานอนบนเตียงนุ่ม สัมผัสอุ่นวาบจุมพิตลงบนหน้าผาก เลื่อนลงมายังแก้มใส และจบลงที่ปาก 

ตอนนั้นเองที่สติกำลังเลือนราง คำพูดประโยคหนึ่งกลับรั้งสติสุดท้ายของผมไว้ 

“...กูรักมึงนะ รักมึงคนเดียว”  

ก่อนสติจะหลุดลอย ผมได้ยินเสียงตัวเองตอบกลับไป 

“...กูก็รักมึง”  

.. 

.. 

ร่างสูงที่ได้ยินประโยคแผ่วเบาราวกับละเมอนั่นชะงักอึ้ง ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนรอยยิ้มจะแย้มปรากฏเต็มใบหน้า พลางประทับรอยจูบลงไปแผ่วเบา ในที่สุดคนปากแข็งก็ยอมพูดออกมาเสียที แม้จะเป็นตอนที่สติเลือนรางไปแล้วก็เถอะ แต่ถึงยังไงก็ถือว่าไอ้ตัวดีของเขาสารภาพออกมาแล้ว ไม่มีทางปล่อยผ่านเสียหรอก 

.. 

.. 

 

ความปวดร้าวระบมไปทั้งร่างทำให้จำต้องลืมตาขึ้นมาในที่สุด ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือผนังด้านหนึ่งของห้อง ใช้เวลาเพียงคู่เพื่อรวบรวมสติหลังตื่นนอน ส่วนร่างผมนั้นแทบขยับไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะใครบางคนด้านหลังพาดทั้งแขนและขาล็อกตัวผมเอาไว้เสียแน่น ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไหลกลับเข้ามาเป็นฉากๆ นึกหมั่นไส้ใครอีกคนจนต้องปัดแขนและขาพี่มันออกไปแรงๆ 

ออกแรงเพียงแค่นั้นก็ทำเอาเจ็บร้าวไปหมด คนขี้เซาด้านข้างขยับตัวเล็กน้อยแต่ยังไม่ยอมตื่น มันน่ายันโครมเข้าให้สักที ผมหันกลับมาเพื่อพาสารร่างตัวเองไปยังห้องน้ำ แต่แค่ลงน้ำหนักขาบนพื้นเท่านั้นแหละ ร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบ ดีที่ใครบางคนคว้าเอาไว้ได้ทัน 

คนตอแหลที่แกล้งหลับต่อเมื่อกี้ไง 

แม่ง... 

“มึงแม่ง... เอาแต่ใจฉิบหาย” ผมบ่นออกมาเมื่อนั่งพับเพียบเรียบร้อยลงบนตักไอ้ตัวการบนพื้น ก้นน้อยๆ จึงรอดจากการกระทบกระทั่งไปได้ 

“พูดเหมือนไม่ชอบ” เสียงแหบต่ำดังขึ้น ไม่พูดเปล่าเมื่อปากร้อนประทับลงบนไหล่ผมอีกครั้ง เพราะตอนนี้เราต่างใส่บ๊อกเซอร์กันคนละตัว มันช่างเลือกเสื้อผ้าปกปิดร่างกายให้ผมดีจริงๆ 

“ไม่ชอบ!” 

“ไม่ชอบแต่ร้องดังเลยเน๊อะ” 

“โอ๊ยยยย เชี่ย!! กัดทำเหี้ยอะไรของมึงวะ เป็นหมารึไง! ปล่อยกูเลย แล้วก็พากูไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้! เลิกตอดเล็กตอดน้อยกูได้แล้ว!!” ผมโวยวายขึ้นมาเสียงดังเมื่อพี่มันกัดลาดไหล่ผมเข้า แม้จะเพียงเบาๆ แต่คนมันอารมณ์ขึ้นโว๊ย 

มันก็จะประมาณนี้แหละครับ หลังจากฟัดกันแทบตายเมื่อคืน อย่าหาความหวานจากเราเลย 

...แต่เหมือนผมลืมอะไรไปบางอย่างหรือเปล่าวะ เหมือนมีบทสนทนาก่อนนอนอะไรสักอย่าง แต่ช่างมันไปก่อนแล้วกัน ขออาบน้ำให้ร่างกายสดชื่น สมองไหลลื่นมากกว่านี้หน่อย 

ไอ้พี่แทนพาผมเข้าไปอาบน้ำโดยไม่ได้ล่วงเกินอะไรอีก แม้จะคอยกวนตีนผมอยู่เป็นระยะ แต่กลับช่วยผมทุกอย่างอย่างใจเย็น เพราะฉะนั้นจะมองข้ามความกวนประสาทของพี่มันไปก่อนแล้วกัน หลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จทั้งคู่พี่มันก็พาผมมานั่งที่โซฟากลางห้อง ในขณะที่เจ้าตัวกำลังจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เพราะเมื่อคืนเขาทำเพียงเอาผ้าหนาๆ มาคลุมทับไว้ก่อนนอนเท่านั้น ถ้าให้นอนทับซากอารยธรรมเมื่อคืนทั้งอย่างนั้นคงเหนอะหนะตาย 

“เมื่อคืนมึงน่ารักมาก รู้ตัวไหม” จู่ๆ คำชมแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยก็ดังขึ้นจนต้องหรี่ตาอย่างแปลกใจ ที่ไม่เขินไม่ใช่อะไรหรอก ผมรู้ว่าพี่มันต้องมีเรื่องกวนประสาทอะไรอีกแน่ เพราะรอยยิ้มเจิดจ้าของมันตอนนี้นั่นแหละ 

“พูดบ้าอะไรของมึง” 

“จำไม่ได้เหรอวะ” ไอ้พี่แทนหันกลับมาในขณะที่มือกำลังยัดชายผ้าปูลงใต้เตียง พ่อบ้านพ่อเรือนขัดกับสันดานสุดๆ 

“จำอะไรได้” 

“มึงพูดอะไรไว้ก่อนหลับล่ะ” 

พูด...อะไรวะ? จำไม่เห็นได้ 

ผมพยายามนึกย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อคืนอีกครั้ง มองข้ามภาพการต่อสู้ของเราไป ก่อนที่สัมผัสสุดท้ายจะวูบไปยังร่องรอยเก่า รอยอุ่นวาบที่ทำให้ผมหลับฝันดีทั้งคืน พร้อมเสียงแว่วกระซิบของใครบางคน 

“...กูรักมึงนะ รักมึงคนเดียว”  

.. 

“...กูก็รักมึง”  

.. 

ไอร้อนแล่นริ้วขึ้นใบหน้าจนหลบสายตาล้อเลียนของไอ้พี่แทนแทบไม่ทัน และสิ่งที่ตามมาติดๆ ก็ความเขินไงเล่า! ทั้งที่เรื่องเกิดขึ้นเมื่อคืนแต่ทำไมมันเขินลามมาวันนี้เลยวะ แต่เดี๋ยวก่อนนะ ประโยคแรกนั่นผมมั่นใจว่าพี่มันเป็นคนพูด แต่ประโยคหลังทำไมเสียงมันเปลี่ยนไปวะ เสียงแหบเบาๆ ราวกับคนละเมอนั่นมัน... 

เสียงผมนี่!!!! 

เหี้ยแล้ว! ผมพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปเหรอวะ นี่กูพูดอะไรออกไปบ้างเนี่ย! ไม่มีทาง สภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นแบบนั้นไม่เรียกว่าเป็นการสารภาพรักแน่ โอ๊ย... ทำไมเผลอพูดอะไรแบบนั้นออกไปได้วะอชิตะ! 

นาทีนี้ต้องตีหน้านิ่งกลบเกลื่อนไว้ก่อน ไม่แสดงท่าทางตีโพยตีพายให้พี่มันรู้เด็ดขาด บางทีพี่มันอาจไม่ได้ยิน เพราะฉะนั้นแกล้งทำเป็นจำไม่ได้ไปก่อนแล้วกันว่าพูดเรื่องน่าอายอะไรออกไป 

“ว่าไง จำได้มั้ยวะ” ไอ้คนถามเดินเข้ามาทิ้งตัวลงข้างกัน ผมจึงรีบกระเถิบเข้าไปติดอีกด้านหนึ่งของโซฟาด้วยความไม่ไว้ใจ 

“จำไม่ได้!” 

“แน่ใจ?” ไอ้พี่แทนขยับตัวเพียงครั้งเดียวก็สามารถกักตัวผมเอาไว้กับโซฟาได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงทางหนีเลยครับ เพราะแขนแกร่งดักไว้หมดซ้ายขวา หดคอหนีด้วยความตกใจเมื่อพี่มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แต่ไอ้คนฉวยโอกาสทำเพียงขบกลีบปากผมเบาๆ อย่างหยอกล้อเท่านั้น 

“น...แน่” ตะกุกตะกักได้อีกกู ก็ใครใช้ให้พี่มันทำเรื่องน่าใจสั่นแบบนี้ล่ะ ผมยังระบมร้าวไปหมดทั้งตัวอยู่เลยนะ เดี๋ยวเกิดมันอารมณ์ขึ้นรังแกผมอีกได้ตายกันพอดี 

“หึ... มีใครเคยบอกไหมว่ามึงโกหกไม่เก่ง” อย่ามาพูดด้วยสายตากรุ้มกริ่มทั้งที่อยู่ใกล้กันขนาดนี้ได้ไหมวะ! แล้วก็เลิกเอาจมูกมาถูไถจมูกผมเสียที มันเสียสมาธิฉิบหาย จึงทำได้เพียงอ้อมแอ้มตอบกลับไป 

“กูไม่ได้โกหก” 

“ถึงปากมึงจะพูดยังไง แต่ดวงตาใสๆ ของมึงก็โกหกกูไม่ได้อยู่ดี” นัยน์ตาคมเข้มที่มองมาเหมือนอ่านผมออกจนทะลุปรุโปร่ง ทำเอาเบือนหลบแทบไม่ทัน ใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นแรงขึ้นมาไม่ดูเวล่ำเวลาเสียอีก จนแว่วได้ยินเสียงขำเบาๆ จากคนตรงหน้า 

“มึงบอกว่ามึงรักกู” คำพูดที่ได้ยินทำเอาเบิกตาโพลง พี่มันได้ยินที่ผมพูด!! ไอ้บ้าเอ๊ย กะจะตีเนียนแล้วเชียว 

“กูไม่ได้พูด! กูละเมอ!” 

“ส่วนใหญ่เรื่องที่ละเมอมักออกมาจากจิตใต้สำนึก เพราะงั้นมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหมครับ” 

“ไม่...อื้อ!” ผมที่กำลังอ้าปากปฏิเสธถูกบดจูบลงมาทันควัน ดูดกลืนคำพูดแก้ตัวไปจนหมด พยายามดันอกพี่มันออกไป แต่เหมือนใครบางคนจะทากาวติดกับปากผมไว้ ช้ำไปหมดแล้วมั้งกูเนี่ย ...ให้ตายสิ 

“ถ้ารักกูก็แค่ยอมรับว่ารัก ไม่เห็นยากตรงไหนเลย” ไอ้พี่แทนถอนริมฝีปากออกไปและเอ่ยเสียงนุ่ม มันไม่ได้แฝงไปด้วยความคาดคั้น แต่พี่มันแค่อยากให้ผมยอมรับใจตัวเองเท่านั้น 

“...” แต่ใครมันจะยอมพูดง่ายๆ วะ 

“ทีกูยังบอกรักมึงได้เลย” 

“...” ก็กูไม่ได้หน้าด้านแบบมึงนี่ 

“หรือว่าต้องให้ย้ำด้วยการกระทำแบบเมื่อคืนอีก” ไม่พูดเปล่า เพราะพี่มันทำท่าจะขย้ำผมอีกรอบ 

“เห้ย ๆ! อย่านะ ยังเจ็บอยู่เลย” 

“ก็มึงไม่ยอมรับ” 

“คือกู... เห้ยๆ ๆ อย่า! โอเคๆ ยอมแล้ว!!” ทำเอาร้องเสียงหลงไม่เป็นภาษาเมื่อพี่มันตั้งท่าจะถอดกางเกงของผมออก แม่ง... ชอบใช้กำลัง ผมนั่งเม้มปากแน่นแม้จะเอ่ยยอมแพ้ออกไปแล้วก็ตาม ส่วนพี่มันก็นั่งตีหน้านิ่งรอฟังผมอยู่นี่ไง ขอถอนคำพูดที่บอกว่าพี่มันไม่ได้กดดัน ห่า 

“ห้า...” 

ได้แต่เบิกตาอย่างแปลกใจเมื่ออยู่ๆ พี่มันก็นับเลขขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย 

“สี่...” 

อะไรของมันวะ 

“สาม...” 

หรือว่า... 

“สอง...” 

โว้ยยยย 

“หนึ่...” 

“เออๆ กูรักมึง!! พอใจยัง!” 

ก่อนที่พี่มันจะนับถอยหลังจนหมดคำผมก็โพล่งออกไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงโดนเอาเปรียบอีกแน่ ฟู่วว พูดออกไปจนได้สิน่า จริงๆ มันก็ไม่ได้ยากอะไรมากหรอกครับ ถ้าพี่มันไม่ได้นั่งกักขังผมอยู่อย่างนี้!! 

ก็ไม่ได้เขินหรืออะไรหรอกนะ เปล่าเลย... ก็แค่ตัวจะแตกแล้วโว๊ยยยย ใครใช้ให้พี่มันยิ้มแก้มแทบแตก หน้าบานเป็นจานเชิงอยู่แบบนี้วะ แล้วผมจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากปักหัวลงกับอกพี่มันเพื่อหนีความอาย ทั้งหน้าทั้งหูร้อนผ่าวไปหมดแล้ว 

สองแขนแกร่งที่เท้ากับโซฟาเพื่อขังผมในทีแรก ย้ายตำแหน่งเข้ามาโอบผมเอาไว้แทน ทำให้ได้ยินเสียงหัวใจพี่มันที่เต้นระรัวไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ 

.. 

“เป็นเมียกูแล้วนะ” 

ก็นะ...มันไม่ได้แย่ซะทีเดียวหรอก 

...หรือเปล่าวะ? 

 

 

TBC 

............................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว