facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 5 จัดไปอย่าให้เสีย...

ชื่อตอน : บทที่ 5 จัดไปอย่าให้เสีย...

คำค้น : เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.7k

ความคิดเห็น : 81

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2560 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 จัดไปอย่าให้เสีย...
แบบอักษร

หลังจากทานข้าวเสร็จ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปแปรงฟัน ซึ่งเป็นกิจวัตรที่หมอแซมเคร่งครัดมาก คือถ้าหากอยู่บ้านหลังทานข้าวแล้วต้องแปรงฟันทันที

วันนี้วันศุกร์ เป็นวันที่แซมมักโทรไปหาสเตฟานพี่ชาย วีรตาและพวกเด็กๆ

“พร้อมหรือยัง แซมจะโทรแล้วนะ” 

ชายหนุ่มตะโกนถาม โซเฟียแปรงฟันปะแป้งเด็กจนหน้านวลเสร็จก็เดินมานั่งข้างๆ แซมกดโทรศัพท์เป็นวิดีโอโทรหา สเตฟาน แม็คเคนซี่ พี่ชายคนเก่งวัยสามสิบเจ็ดปีของเขา ซึ่งได้แต่งงานกับวีรตา เพื่อนรักของเขากับโซเฟียเมื่อห้าปีก่อน เวลานี้ทั้งสองมีพยานรักด้วยกันสองคนคือ เจฟิโอวัยสี่ขวบกับดิเอโก้วัยหนึ่งขวบ

ทางลาสเวกัสยังคงเป็นเวลากลางวัน สเตฟานกับวีรตานั่งอยู่บนโซฟาห้องรับแขก พี่ชายโอบเอวเมียรักไม่ยอมให้นั่งห่างจนวีรตาแทบจะนั่งเกยไปบนตัก แซมรู้ดีว่าพี่ชายของเขาทั้งรักทั้งหลงและติดเมียยิ่งกว่าอะไรที่เขาติดกันในโลกนี้

“สวัสดีค่ะพี่ฟาน ไวน์จ๋าคิดถึงจังเลยจุ๊บๆ” 

โซเฟียร้องทักทายพร้อมกับโบกไม้โบกมือ แซมเองก็โบกมือและทักทายเช่นกัน

“หวัดดีแซมโซว เจฟี่ ดีน สวัสดีอาแซมกับอาโซวก่อนเร้ว” 

สเตฟานร้องเรียกเจฟิโอที่กำลังนั่งสอนน้องน้อยดิเอโก้เล่นต่อเกมแข่งรถอยู่บนพื้น สเตฟานหันกล้องโทรศัพท์หาเด็กๆ

“ฮัลโหลครับอาแซม อาโซว จุ๊บๆ” เจฟิโอโบกมือร้องทักพร้อมกับส่งจูบตามธรรมเนียมการทักทาย

“ฮาโหล แซมโซว จุ๊บๆ” เสียงดิเอโก้ทักบ้างพร้อมกับส่งจูบเลียนแบบพี่ชาย จากนั้นก็หันไปสนใจของเล่นต่อ

“อาแซมอย่าลืมของฝากเจฟี่ที่สัญญานะครับ อาแซมกลับมาเมื่อไหร่ครับ” เจฟิโอเอ่ยทวงของฝากทันที

“ทวงเก่งจริงหลานใครหือ อาแซมยังไม่ได้กลับจนกว่าจะถึงคริสต์มาสครับ แต่ของฝากจะได้ก็ต่อเมื่อตั้งใจเรียนและได้คะแนนดีเท่านั้นนะอย่าลืม” 

แซมทบทวนข้อตกลงกับหลานชายจอมงกและฉลาดเป็นกรดวัยสี่ขวบ

“แน่นอนสิครับ เจฟีได้ที่หนึ่งในคลาสนะครับ คุณปู่เตรียมม้าเป็นรางวัลให้ด้วย เจฟีมีแฟนแล้วนะ เหมือนอาแซมเลย” 

เด็กน้อยกล่าวอวดทำหน้าภาคภูมิใจ นอกจากคุณพ่อแล้ว ก็มีอังเคิลเบอร์ดี้ และอาแซมที่เป็นไอดอลของเจฟิโอน้อย วีรตายิ้มพลางส่ายหน้าเมื่อเห็นลูกชายคุยโว เรื่องขี้โม้และโอ้อวดนั้นถอดแบบมาจากใครไม่ได้นอกจากสเตฟาน แม็คเคนซี่

“อ้าวเหมือนอาแซมตรงไหน อาแซมยังไม่มีแฟนสักหน่อย” แซมทักท้วงอย่างสนุกสนานกับหลานตัวน้อย

“ก็อาโซวไงครับ เจฟี่จะมีแฟนแบบอาแซมเอาแบบให้สวยเหมือนอาโซวเลย” 

เด็กแก่แดดเอ่ยพร้อมกับยิ้มเขิน โซเฟียทำตาโต

“ต๊าย แก่แดดที่สุดหลานอาโซว ใครบอกว่าอาแซมกับอาโซวเป็นแฟนกันไม่ใช่สักหน่อย” โซเฟียรีบกล่าวแก้

“ไม่มีใครบอกเจฟีฉลาดดูเอาเอง” 

เด็กน้อยลอยหน้าลอยตาตอบ มีแบบนี้ด้วย ลูกชายของสเตฟาน แม็คเคนซี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

“เฮ้ย เจฟี่ใครสอนให้เดาโดยไร้หลักการ เป็นลูกพ่อต้องมีเหตุผลห้ามมั่ว” สเตฟานเอ่ยสั่งสอนลูกชายทันที

“เจฟีดูเองจริงๆ ครับคุณพ่อ อาแซมกับอาโซวเป็นไอเท็มขนาดนั้น ยิ่งกว่าฝาแฝดอีก เจฟีกำลังถามโอลิเวียอยู่ว่าต้องการจับคู่เป็นไอเท็มกันมั้ย”

น้ำเสียงเป็นจริงเป็นจังทำเอาผู้ใหญ่ทุกคนต่างหัวเราะลั่นทันที ความจริงคงจะแอบได้ยินเวลาพวกผู้ใหญ่คุยกันโดยเฉพาะเวลาไอ้พวกเหล่าบอดี้การ์ดปากมอมได้มีโอกาสสุมหัวกันนินนาเจ้านายนั่นแหละ

“ลูกชายพี่ฟานนี่จริงๆ เลย โอเคๆ เจฟีตั้งใจเรียนไปก่อน เมื่อถึงเวลาแล้วค่อยคิดเรื่องจับคู่นะครับ ตอนนี้ถ้าคะแนนตกอย่าหวังว่าจะได้ของฝากจากอังกฤษก็แล้วกัน” แซมกล่าวกับหลาน

“แน่นอนครับอาแซม คุณแม่สอนเจฟีแล้วเรื่องการแบ่งเวลาให้ถูกต้องและการรู้จักแยกแยะ”

โอโห...เอาเข้าไป ลูกชายของจีเนียสวีรตากับจีเนียสสเตฟาน แซมกับโซเฟียหันไปมองหน้ากันแล้วหัวเราะเสียงดัง

“เจฟี่พาน้องไปดูการ์ตูนในห้องเถอะลูก แม่กับพ่อจะคุยกับอาแซมอาโซวนะครับ” 

วีรตาเอ่ยกับลูกชายสุดที่รัก ดิเอโก้นั้นเดินคล่องแล้ว เจฟีโอกับดิเอโก้โบกมือลาแซมกับโซเฟีย จากนั้นก็พากันไปยังห้องนอนเพื่อดูการ์ตูนตามตารางที่วีรตาจัดให้ลูก คือชั่วโมงเล่นและผ่อนคลายอย่างเต็มที่ตามประสาวันศุกร์แห่งชาติ

“ว่าไงนายสองคน สบายดีเหมือนเดิมนะ” สเตฟานเอ่ยทักทั้งแซมและโซเฟีย

“ครับ แต่แซมยุ่งช่วงนี้ โซวเขาสบายทำธีสิสอย่างเดียว” 

แซมเอ่ยเล่าพร้อมกับยกแขนโอบรอบไหล่ของโซเฟียดึงไปพิงอกเขา ดูเหมือนจะเป็นภาพปกติที่เห็นทำอยู่บ่อยๆ แต่สเตฟานกับวีรตาแอบหันไปสบตากันเพราะเห็นอะไรบางอย่างมากไปกว่านั้น... สายตาคมซึ้งของแซมมีประกายบางอย่างฉายชัดและจงใจแสดงออก

“ตกลงจะหมั้นกันเมื่อไหร่” สเตฟานเอ่ยถามทันทีทำเอาโซเฟียตกใจทำตาโต

“ว้อท อะไรกันคะพี่ฟาน หมั้นอะไรกัน” 

หญิงสาวงงเป็นไก่ตาแตก วีรตาง้างมือซัดไปบนแขนสามีเป็นการปรามไม่ให้ทำไก่ตื่น แซมส่งสายตาเหมือนดีใจที่พี่ชายมองเห็น

“โซวกับไวน์ไปคุยกันเองไป๊ แซมมีเรื่องจะปรึกษาพี่ฟาน” 

แซมเอ่ยไล่สองสาวทันทีเมื่อเกิดไอเดียและมีคำถามมากมายอยากคุยปรึกษาพี่ชายจอมวางแผนของเขา

“อะไรกันแซม จู่ๆ ก็มาไล่กัน นี่โซวกำลังสัมผัสได้ถึงพลังงานชั่วร้ายบางอย่างนะ” 

โซเฟียหันไปคาดคั้นกับแซม สเตฟานหันไปกระซิบกับวีรตา

“เจ้าแซมมันคงรู้ตัวแล้ว” เขากระซิบพร้อมกับหอมแก้มเป็นของแถม วีรตาค้อนให้สามี

“อย่าคิดวางแผนอะไรแผลงๆ อีกล่ะฟาน ไวน์เตือนไว้ก่อนนะว่าจะไม่ช่วยแก้ให้ต่อไปนี้”

“แก้แผนน่ะหรือ ไม่เป็นไรพี่จัดการได้ทุกครั้งนี่ รวมถึงแก้ผ้า ไวน์ไม่ต้องพี่ทำเอง ทั้งแก้ผ้าตัวเองและแก้ผ้าเมียถนัดทั้งสองอย่างจ้ะ” เขากระซิบเสียงเจ้าเล่ห์พร้อมกับหอมแก้มนวลอีกที

“พอได้แล้วมั้ง ไม่ได้อยู่กันสองต่อสองนะ” 

แซมเอ่ยแซ็ว วีรตาจึงค้อนให้พร้อมกับลุกขึ้นแล้วส่งภาษากับโซเฟียว่าหล่อนจะโทรหา โซเฟียเองก็กล่าวลาสเตฟาน เมื่อสองสาวไปแล้ว แซมรีบถือโทรศัพท์เข้าไปในห้องนอนของตัวเองแล้วล็อกประตูแน่นหนา

“ว่าไงไอ้เสือ” สเตฟานเห็นท่าหน้าตื่นๆ ของน้องชายคนเดียวก็อดยิ้มขำออกมาไม่ได้

“พี่ฟาน แซมเพิ่งรู้ตัว แซมตื่นเต้นมาก”

“เรื่องอะไรหือ” พี่ชายที่แสนดีเอ่ยถามทันทีอย่างอยากรู้

“แซมเพิ่งรู้ตัวว่าแซมรักโซวมาก รักแบบ... แบบที่ไม่ใช่เพื่อนน่ะพี่ฟาน รักแบบแฟน แซมจะอกแตกตายแล้วตอนนี้” น้ำเสียงห้าวคล้ายพี่ชายทำเสียงเบาเมื่อเอ่ยออกมา

“รู้เสียทีนะ อืม รู้ดีแล้วล่ะ” น้ำเสียงพี่ชายไม่ได้มีความแปลกใจอยู่ในนั้นเลย

“พี่ฟานไม่เซอร์ไพรส์เลยเหรอ” แซมถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

“เซอร์ไพรส์เรื่องนายกับโซวน่ะเหรอ ใครๆ เขาก็ดูออกทั้งนั้น แม้แต่เด็กสี่ขวบอย่างเจฟี่”

พี่ชายเล่นตอบกลับได้เจ็บคันดีเหมือนกัน เพราะฟังดูเหมือนกับว่าเขาช่างเป็นคนที่ความรู้สึกช้าและเซ้นต์ลึกสิ้นดี

“หือ เล่นแรงนะ แต่แซมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีน่ะสิ โซวเขาเหมือนจะคิดต่างไปจากแซม เขารักแซมแบบเพื่อนน่ะพี่ฟาน” น้ำเสียงเหมือนหม่นลงไปนิดหนึ่ง

“แกรู้ได้ยังไง”

“ก็แซมจูบเขาน่ะสิ แต่เขาโวยวาย ทำเอาแซมเสียเซลฟ์ไปเลย เขาว่ามันไม่ใช่ มันเลี่ยน แซมใจแป้วเลยได้ยินแบบนั้น” ชายหนุ่มเอ่ยสารภาพกับพี่ชายหมดเปลือก

“เฮ้ย อะไรวะแซม ยังไม่ทันลงสนามแข่งดันมาใจแป้วซะแล้ว ได้ยังไงกัน ไม่ได้โว้ย โซวเขารักแกนั่นแหละ แต่เขายังไม่รู้ใจตัวเอง พวกนายสองคนมันพวกสับสนแยกแยะไม่เป็น เล่นทำตัวติดกันมาตั้งแต่เด็กแบบนั้น” 

สเตฟานวิเคราะห์ความสัมพันธ์และมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของแซมกับโซเฟีย

“พี่ฟานแน่ใจเหรอว่าเขาคิดกับแซมมากกว่าเพื่อน แซมจะได้ดีใจ”

“แน่ใจสิ เขาเคยควงกับใครนะเมื่อก่อน แค่สองอาทิตย์ที่แกไปลากเขามาจากแคมปิ้งน่ะ”

“อ๋อ เพื่อนที่มหาวิทยาลัย”

“นั่นแหละ ทำไมเขาถึงเลิกล่ะ”

“เพราะแซมว่าแซมไม่ชอบเจ้านั่น มันเจ้าชู้และดูไม่จริงใจ”

“นั่นล่ะ เขาแคร์ความรู้สึกของแกมากกว่าใครทั้งหมดเห็นไหม เขาไปไหนไม่รอดแล้วล่ะ แกเริ่มลงมือจีบได้เลย เชื่อพี่”

กุนซือสเตฟานเริ่มทำการยุแหย่ตามนิสัยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านทันที แซมหูผึ่งและใจเต้นฮึกเหิมเมื่อพี่ชายสุดที่รักให้กำลังใจและเชียร์จนออกนอกหน้าเสียขนาดนี้

“จีบเหรอ แซมทำไม่เป็น” ตอบเสียงอ่อยนิดหนึ่ง

“อะไรวะ ก็ทำเหมือนที่แกทำให้เขาอยู่แล้วนั่นแหละ แต่เพิ่มความหวานลงไป หยอดวันละนิดวันละหน่อย เหมือนทฤษฎีน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนไงเล่า” 

จอมทฤษฎีเริ่มทำการเล็คเชอร์

“แต่แซมใจร้อน ตอนนี้คือรักเขามาก บอกตรงๆ นะพี่ฟาน ทนไม่ไหวหรอกให้หยอดทีละเล็กทีละน้อยน่ะ ใจมันอยากกระโจนใส่ให้รู้แล้วรู้รอด”

“ถ้าอย่างนั้นก็ปล้ำเอาทำเมียเลย” 

ไม่มีการห้าม ยี่ห้อสเตฟานมีแต่การยุส่งเท่านั้น แซมทำตาลุกและยิ้มทันที เพราะในใจส่วนลึกนั้นอยากจะทำอะไรคล้ายๆ แบบนั้น

“จะดีเหรอพี่” แต่ก็ถามหน่อยเผื่อผิดพลาดจะได้มีที่ให้โทษและโยนความผิด

“ดีสิวะ ผู้หญิงพอเป็นเมียเราแล้วเดี๋ยวดีเอง” พี่ชายยืนยันอย่างผู้มีประสบการณ์

“ถ้าเขาไม่ยอมแล้วเขาโกรธแซมขึ้นมาล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างลังเลนิดหนึ่ง

“จะยากอะไร ก็ทำจนกว่าเขาจะยอมให้ ถ้าเขาโกรธเราก็ง้อสิ แค่นี้แกก็คิดไม่ออกเหรอ” 

พี่ชายดุให้นิดหนึ่ง สเตฟานส่ายหน้า ไอ้น้องชายคนนี้มันจะสุภาพไปถึงไหน ไม่เอาเชื้อพี่ชายมันไปสักครึ่ง ชายหนุ่มแอบค่อนน้องชายตัวเองในใจ

“โซวยังไม่เคยโกรธแซมจริงๆ สักที แซมไม่ชอบทำให้เขาโกรธน่ะพี่ฟาน แซมไม่ชอบเห็นเขางอน แซมชอบเห็นเขายิ้มมีความสุขทุกวัน” น้องชายเอ่ยพร้อมกับทำตาเพ้อฝันนิดหนึ่ง

“แกเป็นเอามากถึงขนาดนี้ ก็จะรออะไรอีกล่ะ ถ้าคิดว่าเขาเป็นคนที่ใช่ก็ต้องหาทางเอามาเป็นของเราให้ได้ เวลามันมีค่านะโว้ยไอ้น้องชาย รีบได้กัน รีบหมั้น รีบแต่ง รีบมีลูกมีหลานให้พ่อแม่ก่อนท่านจะชราภาพมากไปกว่านี้”

พี่ชายยุต่อไปและแซมเองก็ชักจะเห็นด้วยเพราะใจเอนเอียงไปมากแล้วในเรื่อง รีบได้กัน น่ะ

“สรุปว่า เอาเลยใช่ไหมพี่ฟาน ถ้าไม่ยอมก็ทำให้ยอม ถ้าโกรธก็ง้อ แต่ถ้าเขาสับสนไม่แน่ใจ ไม่รู้ตัวแล้วเขาไม่ยอมจริงๆ ล่ะ”

“แกมันคิดมากเกินไป คิดมากเหมือนพวกเรียนหมอนั่นแหละ แกต้องหัดใช้สมองซีกขวาซะบ้างเจ้าแซม ไม่เคยได้ยินรึไงที่เขาว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้น่ะ” 

พี่ชายของเขาช่างเก่งและรอบรู้เหลือเกินตั้งแต่แต่งงานมานี่

“เอางั้นเหรอ แซมจะเริ่มเมื่อไหร่ดีล่ะ” 

ชายหนุ่มปรึกษาต่อไปมีความไว้วางใจในความคิดของพี่ชายอย่างเต็มร้อย

“จะรออะไรวะ คืนนี้เลย พรุ่งนี้วันเสาร์แกหยุดไม่ใช่เหรอ” 

ผู้มีประสบการณ์ช่ำชองรู้ว่าบางทีมันอาจจะต้องเลยเถิดเพลิดเพลินกันจนถึงโต้รุ่งเอ่ยแนะนำอย่างไม่มีลังเล...เวลาเป็นของมีค่าและชีวิตมันสั้น คติประจำใจของสเตฟานและของใครต่อใครอีกหลายร้อยล้านคนบนโลกใบนี้

แซมมองสบตาพี่ชายในกล้องเห็นพี่ชายเชียร์เต็มที่ขนาดนั้น และถ้าสเตฟาน แม็คเคนซี่ออกตัวแรงเชียร์แบบทุ่มสุดตัวขนาดนี้ แซมไม่เชื่อก็คงจะไม่ได้แล้วล่ะ

“ตกลงครับพี่ฟาน คืนนี้แซมจะเริ่มปฏิบัติการเลย”

น้ำเสียงห้าวกล่าวแข่งขัน สเตฟานพยักหน้าและยิ้มให้น้องชายพร้อมกับชูนิ้วหัวแม่โป้งให้

“ให้มันได้อย่างนี้สิน้องพี่ จัดไปอย่าให้เสีย” 

เสียงส่งเสริมพร้อมกับมีการกระซิบกระซาบเคล็ดลับอะไรบางอย่าง แซมตั้งใจฟังและพยักหน้ารับทราบ จากนั้นสองพี่น้องก็วางสาย

แซมเดินเข้าไปในห้องนอนของโซเฟีย หล่อนนอนเอกเขนกบนเตียง กำลังอ่านหนังสืออยู่ ชายหนุ่มก้าวขึ้นไปนอนเคียงข้าง

“คุยกับพี่ฟานเสร็จแล้วเหรอ” 

หญิงสาวถามพร้อมกับวางหนังสือไปบนโต๊ะข้างเตียง ทั้งสองนอนหงายเคียงกันกลางเตียง แซมพลิกตัวมานอนตะแคงจ้องมองใบหน้างามของโซเฟียนิ่งๆ

“มองอะไร” โซเฟียส่งเสียงถามทันทีด้วยความสงสัย เขาจ้องหล่อนเขม็งราวกับกำลังต้องการสะกดจิตก็ไม่ปาน

“โซวรู้ตัวหรือเปล่าว่าสวยมาก” เสียงห้าวเอ่ยชมออกมาทำเอาโซเฟียทำตาโต

“เฮ้ย เป็นบ้าอะไรจู่ๆ ก็มาชมกันซึ่งหน้าแบบนี้ แซมไม่เคยว่าโซวสวย มีแต่ว่าเป็นลูกเป็ดขี้เหร่จำไม่ได้เหรอ”

เขาล้อหล่อนว่าตัวสูงเกินไปบ้าง เก้งก้างเหมือนต้นไม้บ้าง ทั้งๆ ที่หล่อนสูงแค่ปลายคางของเขา ความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตรนั้นไม่ถือว่าสูงมากในเจนเนอเรชั่นของพวกตะวันตกปัจจุบันนี้

“ก็ตอนนี้ลูกเป็ดขี้เหร่ได้กลายร่างเป็นนางพญาหงส์ สวยมาก” 

เขาเอ่ยเสียงนุ่มพร้อมกับยื่นหน้ามาจูบแก้ม โซเฟียผงะหน้าออกส่งสายตาไม่ไว้วางใจมาให้

“จะมาไม้ไหนกันนี่นายแซม โซวไม่ชินนะ ขนลุกเลยดูสิ” 

หล่อนกล่าวพลางยกแขนที่มีขนลุกตั้งชูเป็นแถวให้เขาดู แซมทำท่าถอนหายใจ

“โซวนี่น่ะ แซมหมดมู้ดเลย” 

เขาทำเสียงไม่สบอารมณ์พร้อมกับหันหลังให้ โซเฟียงงกับอาการแปลกประหลาดเหมือนผีเข้าผีออกของเขา หญิงสาวขยับไปดึงไหล่เขาให้กลับมาเผชิญหน้ากันใหม่

“เฮ้ย เป็นอะไรนี่แซม อย่าให้โซวงงรอบดึกสิ มันนอนฝันร้ายหรือไม่ก็นอนไม่หลับนะ”

“แซมมีวิธีให้โซนนอนฝันดีและนอนหลับสนิท สนใจไหม” เสียงห้าวเอ่ยถามทันที โซเฟียเลิกคิ้ว

“หมอแซมแอบมียาดีมาจากโรงพยาบาลหรือยังไง” 

หล่อนเอ่ยแซ็ว แซมขยับเข้าไปใกล้แล้วผลักร่างโซเฟียให้นอนหงาย ร่างสูงขยับไปแนบชิด

“ใช่ยาวิเศษเลยล่ะ ลองไหม”

“ได้ผลจริงเหรอ”

“ก็ถ้าอยากรู้ต้องลอง”

“ไหนล่ะ”

“ต้องให้แซมจูบก่อน”

“อะไร มีแบบนี้ด้วย” 

หล่อนโวยวาย แซมก้มไปจุมพิตแผ่วเบาบนเรียวปากอิ่มนิดหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น

“ก็ของดีจะต้องมีการแลกเปลี่ยน แซมอยากจูบโซวอีก ได้ไหม ขอกันตรงๆ เลย แซมชอบ” 

เขาเอ่ยบอกตามตรงทำเอาโซเฟียทำตาโต

“ไอ้นายแซมบ้า ทะลึ่งแล้วแบบนี้”

หล่อนทำโวยวายแต่ภายในใจก็รู้สึกตื่นเต้น ยังรู้สึกแปลกประหลาดกับรสจูบของเขาเมื่อตอนหัวค่ำ

“โซวไม่รู้สึกเหมือนแซมเหรอว่า มัน...ต้องการคำตอบที่ชัดเจนระหว่างเราน่ะ...นะ ขอแซมจูบอีกสักครั้ง”

เขาเอ่ยขอพร้อมกับก้มมาคลอเคลียจูบแก้มอย่างประจบ โซเฟียรู้สึกแปลกจนหัวใจดีดตัวเต้นระส่ำอย่างรุนแรง รู้สึกว่าเขาน่ารักเวลาทำตาซึ้งและอ้อนประจบแบบนี้ เขาไม่เคยทำท่าทางเช่นนี้มาก่อน

“อืม...จูบแบบไหนล่ะ” หล่อนเอ่ยถามเบาๆ ไม่แน่ใจ

“ก็ให้แซมจูบก่อนแล้วจะรู้เอง...นะโซวนะ”

เขาอ้อนต่อ โซเฟียทำหน้าลังเลหากต่อมาก็พยักหน้า แซมยิ้มกว้างลิงโลดออกมาทันที

“แซมขอถอดเสื้อกับกางเกงนะ โซวก็ต้องถอดด้วย” เขารีบเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นจนเกินเหตุ

“ว้อท...แค่จูบทำไมต้องถอดเสื้อผ้าด้วยนายแซม” โซเฟียถามเสียงสูงทันที

“อ้าว ตามหลักการแล้วเวลาคนเราจูบกันนี่ ร่างกายมันจะเกิดความร้อนใช่ไหม สองคนก็เอาสองคูณ 36.5 องศาเข้าไป ทีนี้ถ้าไม่ถอดเสื้อผ้ามันจะร้อนมากถึงจุดเดือดทะลุร้อยองศา มันเสี่ยงกับการเตลิดเปิดเปิงกู่ไม่กลับ แต่ถ้าถอดเสื้อผ้าเนี่ย มันก็ไม่ร้อนถึงจุดเดือด เข้าใจหรือเปล่า”

คุณหมอสายวิทย์ใช้หลักการอธิบายด้วยใบหน้าขึงขัง โซเฟียนิ่งฟัง ถึงแม้จะรู้สึกทะแม่งๆ แต่ก็ไม่ได้ทักท้วง

“ถอดเสื้อนอนกับกางเกงนอนเหรอ” หล่อนถามออกมาเสียงไม่แน่ใจ แซมพยักหน้าหงึกๆ

“ใช่ มาเถอะ” 

ชายหนุ่มกล่าวเสร็จก็ลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าตัวเองเหลือเพียงกางเกงในทันที โซเฟียไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกอะไรสำหรับการเห็นเขาสวมกางเกงใน เพราะเคยเห็นบ่อยๆ และเขาเองก็เคยเห็นหล่อนสวมชุดว่ายน้ำทูพีซอยู่ประจำ

โซเฟียจึงจัดการถอดชุดนอนกางเกงออกเหลือเพียงชุดชั้นใน แซมพยายามซ่อนอาการตื่นเต้นไว้อย่างมิดชิด ร่างสูงก้าวขึ้นมานอนกลางเตียงแล้วดึงร่างโซเฟียไปแนบชิดให้หล่อนนอนหงายเขาคร่อมทับอยู่ด้านบน

“ทับแบบนี้มันอึดอัดนะแซม”

โซเฟียเอ่ยท้วงเบาๆ หัวใจกระตุกเต้นกับสัมผัสเนื้อแนบเนื้อเช่นนี้ ถึงแม้จะเคยนอนกอดกันหลับ แต่มันก็ต่างจากการนอนทาบทับกันด้วยเนื้อตัวที่แทบไม่มีเสื้อผ้าติดเช่นนี้ ร่างกายสูงของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแกร่งอย่างที่หล่อนรู้ดี

“เอาน่ะ เดี๋ยวก็ไม่อึดอัดแล้ว แซมจะจูบแล้วนะ”

เขาเอ่ยเตือน พร้อมกับก้มมาจูบหน้าผาก

“อืม...ก็ลองดู”

หล่อนตอบออกมาเบาพร้อมกับเงยหน้าสบตากันกับเขา ดวงตาคมเข้มมองมามีประกายลึกซึ้งและเต็มไปด้วยประกายแห่งความร้อนแรงบางอย่าง โซเฟียรีบหลับตาลงทันทีพร้อมกับริมฝีปากได้รูปที่ประกบลงมาบนเรียวปากของหล่อน

ร่างกายส่วนล่างแนบสนิทกันอย่างไร้ช่องว่าง โซเฟียรู้สึกได้ถึงความแข็งแรงที่กดทับไปบนเนินเนื้อกลางกายของหล่อน หญิงสาวหัวใจเต้นสั่นระรัวอย่างไม่อาจควบคุมได้

*********************** **

ตอนหน้าเขาจะทดลองไปถึงไหนกันนะ...แอร๊ย.... คู่นี้เขาจะมาแบบนุ่มๆ แต่ร้อนแรงค่า เตรียมทิชชู่ เลือดเสริมและหมอนสำรองหลายๆ ใบด้วยนะคะ ...อิอิ โฆษณากันไปตามปกติค่ะ อย่าเชื่อเอลยาให้มาก เผื่อทำไม่ได้ตามนั้น 555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว