facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 4 ก็เคยสัญญา...

ชื่อตอน : บทที่ 4 ก็เคยสัญญา...

คำค้น : เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2560 20:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 800
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ก็เคยสัญญา...
แบบอักษร

​แซมบดปากไปบนริมฝีปากอิ่มแกล้งทำเสียงดังจ๊วบจ๊าบ หากหัวใจภายในเริ่มเต้นกระตุกรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ กับสัมผัสแบบถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้ ร่างบางยังคงดิ้นและทุบแผ่นหลังของเขาไม่หยุด เรียวปากฉ่ำชื้นนุ่มหอมหวานเหลือเกินในความรู้สึกส่วนลึกล้ำภายใน การบดจูบที่ทำแบบแกล้งๆ จึงค่อยลดความหนักหน่วงลงเหลือเพียงการดูดไล้อย่างหยอกเอิน

แซมมองดูใบหน้างามที่หลับตาพริ้มลง ชายหนุ่มค่อยจูบเคล้าเคลียริมฝีปากหวาน ดูดไล้อย่างแผ่วเบาสลับกับเม้มดูดทั้งริมฝีปากบนและล่าง ร่างบางค่อยหยุดดิ้น มือเรียวบางแปะไปบนไหล่กว้างของเขานิ่งๆ แซมจุมพิตอ่อนโยนปนหยอกล้อ เห็นหล่อนร่างอ่อนระทวยอย่างช้าๆ ชายหนุ่มแอบยิ้มให้กับคนฤทธิ์มาก ในใจบอกว่าหยุดได้แล้ว หล่อนคงหมดฤทธิ์และจำไปนานเลยทีเดียว

แต่หากอีกใจหนึ่งยังคงรู้สึกเพลิดเพลินและชักเริ่มติดใจ หล่อนเองดูเหมือนจะกำลังมึนเบลอ ปากสวยเผยอแย้มออกจากกันเล็กน้อย แซมตัดสินใจชำแรกแทรกลิ้นเข้าไปในปากเล็ก ลิ้นหนาไล้กระหวัดพันหยอกล้อกับลิ้นเรียว หัวใจเต้นรัวอย่างรุนแรงแทบจะหลุดทะลุออกมาข้างนอก 

ร่างกายราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์ พระเจ้า...เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ทำไมรู้สึกร้อนเร่าระอุแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ แบบนี้ นี่มันโซเฟีย เพื่อนรักของเขานะ แซมร้องตะโกนก้องบอกตัวเองอยู่ในใจ

“แซม” 

เสียงราวกับละเมอเรียกชื่อเขาออกมาแผ่วเบา ทำให้แซมได้สติ ใบหน้าหล่อเหลารีบเงยขึ้นมองสบกับดวงตาโตท่าทางงุนงงเหมือนปลาถูกทุบหัวของคนใต้ร่าง

“เป็นไงล่ะ ถึงกับเบลอเลยล่ะสิ จูบของจริงโดยแซม แม็คเคนซี่ สับสนงุนงงถึงกับอึ้งเลยเหรอโซว”

เสียงห้าวแตกพร่านิดหนึ่งทำเป็นโฆษณาโอ้อวดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกและอาการบางอย่าง โซเฟียกระพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติ หัวใจหล่อนเต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่งกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ต่อมาก็ทำตาเบิกกว้างเมื่อสติกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง โซเฟียยกมือขึ้นทุบไหล่เขาอย่างแรงพร้อมกับผลักร่างสูงจนหงายหลังไปนอนข้างๆ หล่อนพลิกตัวไปทุบอกเขาต่อพร้อมกับโวยวายลั่น

“ไอ้นายแซม ไอ้คนลามก อั๊ย จูบโซวเหรอ ไอ้นายแซม บ้าที่สุด นี่แน่ะๆ” 

หล่อนทุบเขาเสียงดังตุ๊บตั๊บจนแซมต้องจับแขนแล้วรวบร่างบางไว้กับอก ใช้ขาก่ายเกี่ยวดึงมาหาเหมือนคีบหมอนข้างท่าโปรด

“ลามกอะไร แค่จะพิสูจน์ให้ดูเท่านั้นแหละว่า จูบของแซมน่ะแซ่บและถึงใจแค่ไหน โซวถึงกับอ่อนระทวยไปเลยน่ะ ต่อไปนี้ยังจะพูดอีกมั้ยว่าจูบของแซมแย่กว่าการเดินชนประตูเสียอีกน่ะฮึ” 

เขากล่าว โซเฟียหน้าแดงก่ำ หล่อนค้อนขวักให้เขา

“ไม่เห็นต้องทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ โซวรับไม่ได้...แว่ะ” 

หล่อนตะโกนใส่หน้าเขาเพื่อปิดบังอาการหวั่นไหวที่จู่โจมอย่างไม่ให้ตั้งตัวนั้น ทำไมหล่อนถึงหวั่นไหวและสั่นสะท้านภายในถึงขนาดนี้ นี่มันนายแซมนะ

“รับไม่ได้? ทำไม?” แซมทำหน้าขมวดมุ่นกับประโยคของหล่อน รู้สึกไม่ถูกใจคำว่ารับไม่ได้ของหล่อน

“ไม่รู้” เสียงขุ่นห้วนตอบกลับ เพราะหาเหตุผลไม่ได้ ใบหน้างามแดงก่ำ

“ฮั่นแน่ ที่แท้ก็ติดใจ ดูสิหน้าแดงด้วย” 

เขาชี้แก้มหล่อนจากนั้นก็แกล้งตีแก้มหล่อนเสียงดังแปะๆ โซเฟียรีบปัดออก

“ไม่ต้องพูดมาก ปล่อยโซวเดี๋ยวนี้ ไหนว่ามีเดตไง รีบไปอาบน้ำแต่งตัวสิ” 

หล่อนเอ่ยปากไล่พร้อมกับใช้มือผลักขาเขาลงจากขาของหล่อน แต่คนตัวสูงไม่ยอมปล่อย

“ไม่ไปแล้ว เดี๋ยวโทรไปบอกยกเลิก” เขาเอ่ยง่ายๆ ทำเอาโซเฟียต้องเงยหน้าขวับขึ้นมอง

“จริงน่ะ?” น้ำเสียงถามเหมือนไม่เชื่อ

“จริงสิ อันที่จริงไม่ได้อยากไป เหนื่อยมากวันนี้ มาถึงบ้านก็อยากพักอยากอยู่กับโซวมากกว่า” 

เสียงห้าวเอ่ยประโยคท้ายทำเสียงประจบนิดหนึ่งพร้อมกับก้มไปจรดจมูกกับหน้าผากเนียนของโซเฟีย หญิงสาวหรี่ตามองอย่างสงสัย

“นัดกับใคร”

“ไอ้หมอวิกเตอร์ มันนัดไปเที่ยวผับกับกลุ่มเพื่อน พวกนั้นมันว่าแซมไม่ได้ไปแจมกับพวกมันนานแล้ว มันว่าเพราะแซมถูกคนบางคนคุมเข้ม” 

เขาแกล้งส่งตาจิกมาว่า คนบางคน ที่เหล่าเพื่อนพาดพิงนั้นหมายถึงโซเฟีย

“ไอ้พวกปากเปราะ ต้องให้โซวจัดการนะแบบนี้ หน็อยอยู่ดีๆ จะมายุให้เพื่อนแตกคอกัน” 

หล่อนทำท่าฉุน ลืมไปแล้วว่าเขากับหล่อนกำลังนอนกอดกันและเพิ่งจูบกันไปหยกๆ แต่อีกคนไม่ได้ลืมไปด้วย

“แซมถามจริงๆ เถอะ” เขาทำเสียงจริงจังใบหน้าซีเรียสขึ้นมา

“ถามอะไร” 

โซเฟียเงยหน้าขึ้นถาม ใบหน้าของเขาในระยะใกล้นั้นหล่อเหลาคมคายและสะอาดสะอ้านสมกับเป็นคุณหมอ หล่อนรู้มานานแล้วว่าเขาหล่อมาก แต่ในใจพยายามไม่คิดอะไรไปไกลกว่านั้น หากเวลานี้หัวใจเจ้ากรรมทำไมถึงแกว่งไกวกับความใกล้ชิดที่ไม่ใช่อะไรใหม่เลยสำหรับเขากับหล่อนนี้

“เมื่อกี้แซมจูบโอเคไหม” 

เขาเอ่ยถามในสิ่งที่โซเฟียพยายามจะลืมมันให้เร็วที่สุด ใบหน้าที่กำลังจะหายแดงก็กลับแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้งทันตาเห็น โซเฟียไม่แน่ใจว่าจะตอบว่าอย่างไรจึงทำหน้ายู่ใส่เขา

“ไม่รู้ ไม่เคยถูกจูบมาก่อนเลยเปรียบเทียบไม่เป็น เดี๋ยวให้โซวมีประสบการณ์มากกว่านี้อีกหน่อยก่อนแล้วจะบอก” 

หล่อนเอ่ยหาทางไม่ให้ตัวเองรู้สึกเก้อเขินเพราะมันไม่ใช่ปฏิกิริยาระหว่างหล่อนกับเขา โซเฟียกับแซมไม่มีเรื่องไหนหรือสิ่งใดที่ต้องมาเขินอายกันและกันแบบนี้มาก่อน

“จับคนโกหกได้แล้ว แกล้งอำแซมทำไมกันว่าไปจูบกับใครต่อใครมาน่ะ สมน้ำหน้าเลยโดนจูบจริงๆ เป็นไงชอบไหม” 

เขาถามอย่างยั่วเย้า ใบหน้าคมสันยิ้มกริ่มดูมีความสุขที่ได้รู้ว่าหล่อนไม่เคยจูบใครมาก่อน แต่แค่แกล้งยั่วให้เขาเสียอารมณ์เล่นเท่านั้น

“คนบ้า อย่าตอกย้ำได้ไหม โซวลืมไปแล้ว มันไม่ใช่เรานะแซมที่มาจูบมาอะไรกันแบบนี้ ปล่อยโซวเถอะ แล้วก็ไปอาบน้ำ”

หล่อนส่งเสียงเข้มเตือน แซมเลิกคิ้วขึ้นสูง

“ไม่ใช่ยังไง แซมว่ามันใช่จะตาย แซมชอบ อยากจูบอีก ได้ไหม” 

เขาเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย ทำให้โซเฟียเบิกตากว้างด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง ก่อนจะผลักอกเขาออก แล้วดีดตัวลงไปยืนข้างเตียง หัวใจหวั่นไหวอย่างรุนแรงกับคำพูดของเขา มือเรียวชี้ไปที่ประตูห้องน้ำ

“หยุดพล่ามและเลิกล้อเล่น ไปอาบน้ำ เดี๋ยวอาหารคงจะมาถึง โซวจะไปข้างนอก” 

หล่อนกล่าวเสร็จก็เดินออกไปจากห้องทันที

แซมมองตามร่างระหงของเพื่อนรัก ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มหงายหลังนอนแผ่ไปกับที่นอน ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ อะไรบางอย่างที่ไม่เคยตระหนักมาก่อน ความรู้สึกซ่านลึกล้ำที่แผ่กระจายไปทั่วทุกอณูขุมขนผลิพลุ่งอยู่ในใจอย่างไม่อาจสลัดให้หลุดได้

“ไอ้แซม...มึงหยุดคิดเดี๋ยวนี้เลย”

เสียงพึมพำด่าตัวเองดังออกมาก่อนที่ร่างสูงจะผุดลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ

อาหารมาถึงแล้ว โซเฟียจัดการแกะใส่จานและตั้งโต๊ะที่ระเบียงกว้าง วันนี้ท้องฟ้าเปิด ไร้เค้าเมฆฝน ซึ่งนานๆ จะมีสักครั้ง ท้องฟ้าของกรุงลอนดอนปกติจะอึมครึมและปกคลุมไปด้วยเมฆ พยากรณ์อากาศบอกว่าสองอาทิตย์นี้อากาศจะดีมีแสงแดดเหมือนอินเดียนซัมเมอร์ โซเฟียได้แต่หวังว่ามันจะเป็นจริง

ต่อมาร่างสูงของแซมสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวหลวมสบายเดินออกมา โซเฟียหันไปมอง บังเอิญสบตากัน สายตาคมเข้มของเขามีบางสิ่งบางอย่างแปลกและเปลี่ยนไป 

โซเฟียเมินสายตาหนีทันทีเพราะไม่อาจสู้ประกายตาคมกล้าของเขาได้... หัวใจถีบตัวเต้นระส่ำขึ้นมาอย่างที่หญิงสาวแอบรู้สึกตกใจ นี่หล่อนเป็นบ้าอะไรไปแล้ว ทำไม...ทำไมใจมันเต้นแรงแบบนี้... แล้วไอ้นายแซมทำไมต้องมองหล่อนแปลกๆ ด้วย โซเฟียมีคำถามอื้ออึงเต็มหัวไปหมดในเวลานี้

“หอมจัง สั่งอะไรให้แซม” 

เสียงห้าวเอ่ยถามพร้อมกับเดินไปนั่งที่ประจำของตัวเอง โซเฟียนั่งลงข้างๆ เก้าอี้เป็นลักษณะม้ายาว ทั้งสองมักนั่งเคียงกัน หันหน้าไปมองวิวตึกสูงของเมืองหลวงอันศิวิไลซ์

“เหมือนเดิม สปาเก็ตตี้โบโลเนส” 

โซเฟียตอบ แซมชอบกินอาหารไทยและอิตาเลี่ยนเป็นพิเศษ อันที่จริงครอบครัวทั้งหมดของแซมชอบทานอาหารไทยเป็นอันดับหนึ่ง ยิ่งเวลานี้สเตฟาน พี่ชายคนโตแต่งงานกับวีรตา เพื่อนสาวชาวไทยของแซม หล่อนทำอาหารไทยเป็นหลัก บางทีก็สั่งมาจากร้านของมารดาซึ่งทำธุรกิจร้านอาหารไทยอยู่ในเมืองลาสเวกัส ทำให้อาหารไทยเป็นเมนูโปรดของทุกคนไปโดยปริยาย

“เมื่อไหร่จะหัดทำให้แซมกิน มันไม่ได้ยากอะไรสักนิด ไวน์ทำอาหารเก่ง พี่ฟานโชคดีที่สุด” 

ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะใช้ส้อมพันเส้นสปาเก็ตตี้พอคำแล้วเอามาจ่อปากให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชอบทำ เหตุผลนั้นไม่ใช่อะไรหรอก เพราะคนเรื่องมากและเป็นจอมสะอาดต้องการให้โซเฟียชิมก่อนว่ารสชาติผ่านมาตรฐานหรือไม่ และถ้าไม่ หล่อนจะต้องปรุงเพิ่มให้ได้รสชาติที่เขาต้องการ หรือถ้าหากมันไม่สะอาดโซเฟียก็จะได้ผู้เป็นหนูทดลองยาให้ เป็นทัศนคติที่บ่งบอกว่าเขาเป็นเพื่อนที่น่าเขี่ยทิ้งแค่ไหน โซเฟียอ้าปากรับเข้าไปเคี้ยว

“โอเค รสชาติเหมือนเดิม แต่เผ็ดนิดหนึ่ง สงสัยเปลี่ยนเชฟ” 

เพราะบางครั้งคนปรุงก็เป็นพ่อครัวคนละคน รสชาติก็อาจจะไม่เป๊ะไปบ้าง

“แซมกินเผ็ดได้ ไม่ใช่พี่ฟาน รายนั้นขี้แย แต่น่าจะดีขึ้นแล้วตั้งแต่มีไวน์คอยขู่ฟ่ออยู่ใกล้ๆ” 

เขาชอบเอ่ยถึงพี่ชายและครอบครัวเสมอ ถึงแม้จะฟังดูเหมือนนินทาแต่น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและศรัทธาเวลาเอ่ยถึงพี่ชายคนเดียว

“ป้อนแซมหน่อย” จู่ๆ ก็สั่งเฉย พร้อมกับส่งส้อมให้

“อ้าว เกิดจะเป็นง่อยขึ้นมา โซวก็ต้องกินเหมือนกันนะ จะให้มาป้อนเหมือนเด็กๆ บ้าเหรอ ไม่เอา” 

โซเฟียสั่นศีรษะก่อนจะเริ่มลงมืออาหารเข้าปาก เขาดึงช้อนออกจากมือหล่อนอย่างดื้อดึง

“วันนี้วันอะไร” 

เสียงห้าวเอ่ยถาม ทำเอาโซเฟียต้องเงยหน้าขึ้นมองเพื่อเดาว่าเขากำลังจะมาไม้ไหนหรือมุกอะไรจะได้รับมุกได้ถูก

“วันศุกร์” หล่อนตอบ

“ไม่เคยจำ...วันนี้วันครบรอบที่โซวผลักแซมตกสระไง จำไม่ได้หรือ” 

เขาเฉลยทำให้โซเฟียตาเบิกตากว้างก่อนจะปล่อยก๊ากออกมาอย่างทนเก็บเอาไว้ไม่ไหว

“ว้อท...เกี่ยวอะไรนะ นั่นมันสมัยพระเจ้าเหาแล้วนะ” หล่อนพูดไปหัวเราะไป

“อ้าว ทำเป็นจำไม่ได้ว่าแซมต้องเย็บถึงห้าเข็มน่ะ เพราะโซวผลักแซมไปโดนขอบสระน่ะ” 

เขาทบทวนความจำสมัยตอนมัธยมต้นให้ฟัง ซึ่งโซเฟียจำได้ดี

“แล้วไง” หล่อนถาม พยายามยื้อช้อนคืน แต่เขาไม่ยอมให้

“แล้วไง โซวสัญญาว่ายังไงหลังจากนั้น?” เขาถาม

“อ้อ ทวง?” หล่อนหรี่ตาส่งเสียงถามดักคอ

“ใช่สิ โซวสัญญาว่าจะตามใจแซมถ้าแซมไม่บอกครู ให้แซมบอกทุกคนว่าแซมหล่นลงไปเองน่ะ จำได้หรือเปล่า”

“ก็โซวตามใจแซมเรื่องที่ต้องมาอังกฤษแล้วนี่ไง” หล่อนเอ่ยเถียง

“โซวสัญญาว่าจะตามใจแซมตลอดไป ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น ตอนนี้แซมอยากให้โซวป้อน เพื่อเป็นการรำลึกถึงความหลัง และให้โอกาสโซวได้ทำตามสัญญาบ้าง เพราะโซวไม่เคยจำเวลาสัญญาอะไรไว้กับแซม อ้อ ยกเว้นเรื่องที่โซวจะได้ประโยชน์เท่านั้นถึงจะจำได้” เสียงห้าวเอ่ยเสียยืดยาว โซเฟียทำตากลอกมองข้างบน

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย ป้อนแซมเดี๋ยวนี้ หิวแล้ว” 

เขาสั่งพร้อมกับอ้าปากรอ โซเฟียส่ายหน้าแต่ก็ยอมใช้ส้อมตักสปาเก็ตตี้ป้อนให้เขา เห็นดวงตาคมเต้นเป็นประกายพอใจที่ทำให้หล่อนยอมเขาได้

“คืนนี้ จะเป็นคืนระลึกความหลังและสัญญาของเรา” 

เขาเอ่ยพร้อมกับมองหล่อนเขม็งอย่างแปลกๆ โซเฟียสบตาเขาแล้วเมินหลบ ภายในใจกำลังคิดว่าเขาหมายความว่าอย่างไรและกำลังจะมาไม้ไหนกับหล่อน

“ความหลังอะไรอีกล่ะ” หล่อนแกล้งทำเสียงเซ็ง

“เอาน่ะ กินเสร็จแล้วแซมจะบอก” เขาเอ่ยพร้อมกับอ้าปากรอให้หล่อนป้อนต่อไป

เขาป้อนหล่อนบ้างหลังจากหล่อนป้อนเขาได้หลายคำแล้ว ต่างคนต่างก็เปลี่ยนกันป้อนจนกระทั่งอิ่ม

“โซวเลี่ยนว่ะแซม” หล่อนพูดพร้อมกับรวบช้อนและยกน้ำขึ้นดื่ม แซมก็ทำแบบเดียวกัน

“เลี่ยน? อาหารมันเลี่ยนเหรอ?”

“เปล่า...เลี่ยนที่ต้องมานั่งป้อนแซมน่ะ เหมือนคนเป็นแฟนกันยังไงก็ไม่รู้ มันทะแม่งๆ น่ะ แซมไม่เลี่ยนเหรอ”

“ไม่เลย แซมชอบมากแบบนี้ ต่อไปจะต้องทำบ่อยๆ เดี๋ยวโซวก็หายเลี่ยนและชินไปเองแหละ”

“บ้าเหรอ มันคงไม่ใช่วันระลึกความหลังกันทุกวันมั้ง” หล่อนหันมาเอ่ยดักคอ

“ใครบอก ทุกวันมันเป็นวันสำคัญหมดสำหรับเรา วันที่แซมได้อยู่กับโซว... ชีวิตมันสั้นรู้ไหม โซวจะเสียใจถ้าวันหนึ่งไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ”

“สิ่งที่ควรทำเหรอ? เช่นอะไร” 

หล่อนถามต่อปากต่อคำอย่างที่ทำกันประจำ ชีวิตรู้สึกเหมือนมีคู่แฝดยังไงยังงั้น 

 “สิ่งที่ควรทำน่ะเหรอ...คืนนี้แซมจะบอก” 

เขาตอบพร้อมกับจ้องมองหน้าหล่อนด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่ที่แน่ๆ โซเฟียเห็นประกายพราวระยับบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนซ่อนอยู่ในดวงตาคู่คมของเขา

***********************************

เอาไปอีกตอนค่า สำหรับท่านที่รอลุ้นคู่นี้กันอยู่ เขาจะทบทวนความหลังอะไรยังไงกันอีกน้อ ชักอยากรู้ขึ้นมาซะแล้วววว...อิอิ

ป.ล. ขอบคุณมากนะคะสำหรับดาว เห็นมีคนติดดาวให้ไรท์ด้วย ทำให้มีกำลังใจปั่นอุตลุดต่อไปค่ะ เพราะนอกจากท่านักอ่านของเอลยาจะลุ้นเหล่าพระเอกนางเอกแล้ว ก็มีหลายท่านที่แอบลุ้นไรท์ด้วยว่า เอลยาจะจะไหวไหมกับการริอ่านลุกขึ้นมาอัปนิยายสองเรื่องพร้อมกันอย่างไม่ยอมเข็ดหลาบ...555

ไรท์รู้ว่ามีคนเป็นกำลังใจอยู่เบื้องหลัง ทั้งท่านที่แสดงตัวและท่านที่ไม่ได้แสดงตัวแต่ตามไรท์มาติดๆ อย่างเงียบๆ ชนิดหายใจรดขมับกันเลยทีเดียว...555...เอลยาก็จะฮึดสู้ต่อไปค่ะ ไม่มีการทิ้งและเทท่านนักอ่านแน่นอน

เลิฟ ยู ทุกคนนะคะ

ม้วฟๆๆๆๆ...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว