ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 (แก้ไขคำผิด)

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 (แก้ไขคำผิด)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2562 16:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 (แก้ไขคำผิด)
แบบอักษร

ตอนที่ 13

Part คิน

เลิกเรียนตอนเย็นผมก็มารับไนซ์เป็นปกติ ผมโทรหาไนซ์ว่าจอดรถเลยจากคณะมานิดหน่อยเพราะรถเยอะมาก รอซักพักร่างบางก็เดินมาเคาะกระจกรถ ผมเลยปลดล็อคประตูให้ไนซ์


“หิวยัง อยากกินอะไรมั้ย” ผมถาม ไนซ์ก็ทำหน้าคิด


“หิวมาก..กินหมูกระทะได้มั้ยวะ ร้านที่อยู่ถัดไปอีก2ซอย” ไนซ์ตอบกลับ ความจริงผมไม่เคยกินหมูกระทะ ปกติก็เข้าห้างตลอด


“ตามใจมึงแล้วกัน” ผมบอก ไนซ์ก็ยิ้มหน้าบานทันที


“ไอ้คิน เมื่อกลางวันมึงพูดอะไรกับพี่ก้องวะ” เสียงไนซ์ถามขึ้น หันหน้ามามองผมอย่างรอคำตอบ


“เป็นห่วงความรู้พี่มึงหรือไง” ผมแกล้งถามเสียงดุจนไนซ์หน้าเสีย แล้วตีหน้านิ่งขับรถไปออกไป


“ไม่ใช่แบบนั้น กูแค่อยากรู้ว่ามึงพูดอะไร” ไนซ์บอกเสียงเบา ผมก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย จนขับรถมาถึงร้านหมูกระทะที่ไนซ์อยากกิน


“มึงโกรธกูหรอ” ไนซ์ถามเสียงแผ่วเบา ดึงแขนผมไว้ก่อนที่ผมจะเปิดประตูลงจากรถ


“ไม่ได้โกรธ” ผมตอบ แกล้งทำหน้านิ่งทั้งที่ความจริงอยากจะหัวเราะ


“คินอย่าโกรธไนซ์เลยนะ” ไนซ์พูดเสียงอ้อน แล้วเอาหน้ามาถูที่แขน จนผมหยุดยิ้ม เพราะตั้งแต่ที่รู้จักกันมาไนซ์ไม่เคยเรียกชื่อผมเฉยๆ ไม่เคยอ้อนด้วยผมอยากหยุดเวลาไว้เท่านี้


“อ้อนกูอยู่หรอ??” ผมถามแล้วจับไนซ์หันหน้าเข้าหา


“แล้วหายโกรธมั้ย” ไนซ์ถามกลับ ตอนนี้ผมไม่อยากกินหมูกระทะแล้ว อยากจะกินไนซ์แทน


“กูบอกไปแล้วว่าไม่ได้โกรธ” ผมบอกย้ำอีกครั้ง ไนซ์ก็มีสีหน้าดีขึ้น


“มึงอยากรู้จริงๆใช่มั้ยว่ากูพูดอะไรกับพี่มึง” ผมถามเสียงเรียบ ไนซ์ก็พยักหน้าแทนคำตอบ


“กูบอกว่าไม่อยากรบกวนเขา” ผมบอกไนซ์


“ประโยคนี้กูได้ยิน คือมึงไปพูดอะไรต่อจากนั่นจนพี่เขาสตั๊นไปไลยวะ” ไนซ์ถามอีก จนผมหลุดยิ้ม ค่อยๆขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆ

“กูบอกว่า เมียกูคนเดียวกูดูแลเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมายุ่ง” ผมกระซิบบอกข้างหู จนไนซ์หน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะจูบที่ริมฝีปากบางเบาๆ


“ได้รู้แล้วพอใจหรือยัง” ผมถามขึ้นเมื่อเห็นว่าไนซ์เงียบ


“พะ พอใจแล้ว ไปกินหมูกระทะเถอะ กูหิวแล้ว” ไนซ์ตอบเขินๆ


“หึหึ มึงนี่จะทำให้กูหลงไปถึงไหนวะ น่ารักขึ้นทุกวันเลยนะ” ผมบอก แล้วขยี้หัวทุยเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในร้าน


ครั้งแรกสำหรับผมเลยที่ได้มากินอะไรแบบนี้ คือคนแน่นมาก ควันก็ลอยเต็มไปหมด แต่ของสด และอาหารสำเร็จก็มีให้เลือกเยอะมาก รู้สึกละลานตาไปหมด พวกเราเลือกนั่งในโซนด้านนอกมองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน อากาศจะได้ถ่ายเท่สะดวก เพราะย่างหมูกันทีควันก็ลอยฟุ้งไปหมด  


“ไอ้..ออ..คิน มาตักอาหารซิวะ” เสียงไนซ์เรียกผม ผมก็ลุกขึ้นแล้วเดินตามไป


“ถามจริง เคยมากินแบบนี้มั้ย” ไนซ์ถาม ผมก็ส่ายหน้า ส่วนใหญ่ผมกินในห้างก็มีพนักงานเอามาเสิร์ฟ นั่งแอร์เย็นๆ


“ไม่อยากจะเชื่อ มึงไม่เคยกินของอร่อยแบบนี้ได้ยังไง” ไนซ์พูดอย่างแปลกใจ แล้วก็เดินเลือกตักของกินไปด้วย


“ไม่ต้องตักเผื่อกูนะ ตักแค่ที่มึงอยากกิน เดี๋ยวกินไม่หมด” ผมพยักหน้ารับ ตักของกินแล้วเดินมาว่างที่โต๊ะ ไนซ์เดินไปเดินมาอีกหลายรอบของก็กินก็เติมโต๊ะไม่หมด


“อันนี้น้ำจิ้มกูตักมาให้ รับรองเด็ดมาก” ไนซ์บอกแล้วเลื่อนถ้วยน้ำจิ้มมาให้


“กูย่างให้ ลองกินกับน้ำจิ้มดู” ผมคีบหมูที่ไนซ์ย่างให้ จุ่มลงไปในน้ำจิ้ม แล้วเอาเข้าปากเคี้ยว


“อืม..อร่อยดีวะ” ผมบอกไนซ์ก็ยิ้มชอบใจ


“เห็นมั้ยล่ะ กูบอกมึงแล้ว” ไนซ์พูดอย่างภูมิใจ


“แกะให้หน่อยนะ” ไนซ์คีบกุ้งมาวางที่จานผม ผมก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ แล้วลงมือแกะกุ้งให้ไนซ์


“กูคิดค่าแกะกุ้งนะ” ผมวางกุ้งที่จานไนซ์ แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์


“งกวะ” ไนซ์บ่นไม่จริงจังนัก แล้วคีบกุ้งเข้าปาก

ผมนั่งกิน นั่งคุยไปกันเรื่อยๆ ย่างให้ไนซ์บ้าง ให้ตัวเองบ้าง จนผมรู้สึกอิ่ม นั่งมองไนซ์ก็นั่งกินอยู่ ตัวก็บางแต่ทำไมกินจุจังวะ ซักพักของกินในจานก็เหลืออะไรเลย นอกจากเปลือกกุ้งที่ผมแกะให้ไนซ์


“กูไปล้างมือก่อน มึงนั่งรออยู่ตรงนี้อย่าไปไหน” ผมบอก ไนซ์ก็พยักหน้ารับ ผมเลยลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำ ซึ่งอยู่อยู่ทางด้านหลังร้าน ผมล้างมือเสร็จก็เดินกลับมาที่โต๊ะ เห็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงกำลังยืนคุยกับไนซ์


“ผมขอไลน์พี่ได้ปะ” เด็กหนุ่มถามไนซ์ยิ้มๆ ผมก็ยืนมองไนซ์ว่าจะทำยังไงต่อ


“ขอไลน์?? จะเอาไปทำอะไร” ไนซ์ถามกลับ สายตาก็มองเห็นผมก็ยืนมองอยู่พอดี แล้วกวักมือเรียกผมให้เข้าไปหา


“คินๆ น้องเขาอยากได้ไลน์กูมึงว่าไง” ไนซ์หันมาถามเหมือนอยากให้ผมเป็นคนจัดการ ผมก็หันไปมองหน้าไอ้เด็กที่ยืนอยู่ด้านข้าง


“น้องอยากได้ไลน์เมียพี่หรอ” ผมถามเสียงเข้ม จนเด็กหนุ่มยิ้มเจื่อนๆ


“อะ..ออ ผมไม่เอาแล้วดีกว่าครับ” เด็กหนุ่มบอกกำลังจะหันหลังกลับไปที่โต๊ะ


“เดี๋ยว!! วันหลังจะยุ่งกับใคร ดูให้ดีก่อนว่าเขามาเจ้าของหรือป่าว” ผมพูดเสียงเข้ม เด็กหนุ่มก็พยักหน้ารับแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทันที


“ทำเป็นโหดนะมึง” ไนซ์พูดแซว


“ไม่ได้หรอก ช่วงนี้มึงชอบปล่อยฟีโรโมนเรียกผู้ชาย ขากลับกูว่าจะแวะซื้อยาระงับฟีโรโมนให้มึงกิน” ผมแกล้งพูด จนไนซ์ทำหน้างอ


“ยาแบบนั้นมันมีที่ไหนล่ะ แล้วอีกอย่างกูก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้เรียกใครทั้งนั้นแหละ” ไนซ์บอกแล้วลุกขึ้นยืน


“จะไปไหน??” ผมถามเสียงดุ ทำให้ไนซ์ชะงัก


“กู..จะ..ไป..ตักไอติม” ไนซ์พูดเน้นคำ ก่อนจะเดินไปที่ตู้ไอติม ผมมองตามร่างบางที่เลือกตักไอติมซักพัก ก็ถือถ้วยไอติมที่มีไอติมอยู่เต็มถ้วย เดินกลับมาที่โต๊ะ


“กินหมูกระทะเข้าไปขนาดนั้น มึงยังกินไอติมไหวอีกเนาะ” ผมว่าแล้วมองไนซ์กินไอติมอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดถ้วย ผมก็เรียกเช็คบิลก่อนจะเดินกลับมาขึ้นรถ


“อิ่มมาก” ไนซ์พูดขึ้น แล้วเอามือลูบท้อง


“กินขนาดนั้นไม่อิ่มก็เลี้ยงไม่ไหวแล้ววะ” ผมบอก ไนซ์ก็หันมาทำหน้างอใส่


“เลี้ยงไม่ไหว ก็ไม่ต้องเลี้ยงซิวะ” ไนซ์พูดเสียงงึมงำ แล้วหันไปอีกทาง


“ทำไมเดี๋ยวนี้มึงขี้งอนจังวะ” ผมถามแล้วเอามือรั้งหัวของไนซ์มาใกล้ ๆ


“ใครงอน มึงอย่างเพ้อเจ่อ” ไนซ์พูดเสียงแข็ง แต่ก็ยอมหันมามองผม


“เออๆ ไม่งอนก็ไม่งอน” ผมพูดแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับท่าทางของไนซ์ที่เหมือนเด็กขี้น้อยใจ ผมขับรถมาเรื่อยๆจนเลี้ยวเข้ามาจอดที่คอนโดไนซ์


“พรุ่งนี้ไม่ต้องมารับกูนะ เดี๋ยวกูขับรถไปเอง” เสียงไนซ์ดังขึ้นขณะที่ผมจอดรถ


“ทำไม” ผมถามกลับทันที


“ก็พรุ่งนี้กูนัดทำรายงานที่ห้องไอ้เฟิร์สตอนเย็น” ไนซ์ตอบกลับ


“ตามใจมึงแล้วกัน แต่มึงไปไหนทำอะไรต้องบอกกูด้วยนะ” ผมพูดสั่ง ไนซ์ก็พยักหน้ารับ แล้วลงจากรถ ผมมองร่างบางเดินเข้าคอนโด แล้วเตรียมขับรถออก


กริ๊ง....กริ๊ง....

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เป็นไอ้มาร์คที่โทรมา หยิบหูฟังบูลทูธมาใส่ที่หูแล้วกดรับสาย ก่อนจะขับกลับคอนโดตัวเอง


“มึงมีไรวะ” ผมถามไอ้มาร์ค


“ไอ้พวกนั้น มันมาท้ามึงพรุ่งนี้ว่ะ แมร่งสงสัยยังไม่เข็ด” ไอ้มาร์คบอกด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย


“มันอยากแพ้กูอีกก็ปล่อยมันดิวะ” ผมตอบกลับ เพราะผมก็ไม่เคยแพ้มันอยู่แล้ว


“กูกลัวว่าครั้งนี้พวกมันจะเล่นตุกติกวะ มึงทำมันขายหน้ามาสองครั้งแล้วนะเว้ย” ไอ้มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง


“มึงไม่ต้องห่วงกูหรอกน่า..ตอบมันไปว่าพรุ่งนี้กูตกลง แล้วเช็คลูกรักให้ก็ด้วย” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะวางสายไอ้มาร์ค


ผมเปิดประตูห้องรู้สึกเหงานิดๆ เดินตรงไปที่ห้องครัวเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์เย็นๆ ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาหยิบรีโมทกดเลื่อนหาช่องหนังดูแต่ก็ยังว้าวุ่นในใจ จนต้องหยิบโทรศัพท์มากดโทรหาไนซ์ รอซักพักปลายสายก็รับ


“กูถึงห้องแล้วนะ” ผมรายงานตัวกับปลายสาย


“อืม”


“กูคิดถึงมึงว่ะ ไนซ์” ผมพูดเสียงอ้อน


“เพิ่งจะแยกกันเมื่อกี้ มึงอย่ามาเวอร์ได้มั้ยวะ” ไนซ์พูดว่าผม จนผมหัวเราะ


“ฮ่าๆ..ก็กูคิดถึงนี่หว่า อยากให้มึงมาอยู่ด้วย” ผมบอกไนซ์ด้วยเสียงจริงจัง


“................”


“ไนซ์ ฟังอยู่หรือเปล่า เงียบทำไมวะ หรือว่าเขิน..หึหึ” ผมแกล้งถาม


“ไม่ได้เขิน กูกำลังใช้ความคิดอยู่” ไนซ์ตอบกลับเสียงนิ่ง


“คิดอะไรอยู่วะ” ผมถามด้วยความสงสัย


“เฮ้อ!! กูกำลังคิดว่า คิดถึง...ตู๊ดๆๆๆ” ไนซ์พูดด้วยเสียงแผ่วเบาก่อนจะสายหลุดไป ผมโทรกลับไปก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ นึกการกระทำของไนซ์ผมก็หัวเราะจนท้องแข็ง คิดมุกได้ไงพูดเสร็จตัดสายทิ้งเฉยเลย ผมเลยส่งไลน์ไปหาว่าเดี๋ยวนี้ร้ายนัก ไนซ์ก็ส่งสติกเกอร์ไลน์ฝันดีกลับมาให้ ไนซ์ทำตัวน่ารักขนาดนี้จะไม่ให้หวง ให้ห่วงได้ยังไง


ผมเดินเข้ามาในห้องหยิบผ้าเช็ดตัว แล้วเข้าไปอาบน้ำซักพักก็เดินออกมาแต่งตัวเตรียมเข้านอน เสียงไลน์ดังขึ้นผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกลัวว่าจะเป็นไนซ์ ผมเปิดดูรูปก็ดูไม่ออกว่าเป็นใคร แต่พอได้เห็นชื่อไลน์ใจก็เต้นระรัว แล้วคิดว่าคงจะเป็นคนละคนกัน เพราะผมเองก็เปลี่ยนเบอร์ใหม่ ผมวางโทรศัพท์ลงอย่างไม่ได้สนใจ เปิดโคมไฟหัวเตียง แล้วเดินไปปิดไฟกลางห้อง ล้มตัวลงนอนเตียง กลิ่นกายหอมของไนซ์ยังคงติดอยู่ตามหมอน จนต้องดึงหมอนมากอดไว้แล้วหลับตาลง

++++++++++++++++++++++++++++++++


ผมตื่นนอนในช่วงเช้า อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็เดินเข้าครัวทำอาหารเช้ากินแบบง่ายๆ พวกไข่ดาว แฮม ขนมปัง กับกาแฟร้อนอีกแก้ว ผมนั่งกินซักพักไนซ์ก็โทรเข้ามา


“กูจะไปเรียนแล้วนะ” ไนซ์บอกเสียงเร่งรีบ


“ขับรถดีๆนะ แล้วอย่าลืมกินข้าวเช้าด้วยล่ะ” ผมพูดสั่งไนซ์


“อืม รู้แล้ว” ไนซ์ตอบกลับแล้ววางสาย ผมก็รีบกินแล้วรีบออกไปมหาลัยก่อนที่รถจะติด


ผมขับรถเข้ามาจอดในคณะ ก่อนจะเดินไปนั่งรอเพื่อนที่โต๊ะหน้าตึก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งไลน์บอกไนซ์ว่าถึงคณะแล้ว ไนซ์ก็ส่งกลับมาว่าถึงแล้วเหมือนกัน ผมนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ก็มีไลน์แปลกๆที่ทักมาเมื่อคืนส่งสติกเกอร์กูดมอนิ่งมาให้ ผมมองชื่อไลน์ด้วยความรู้สึกแปลกใจปนสับสนว่าเป็นใครกันแน่ หวังแค่ไม่ใช่คนคนนั้นก็พอ


“ไอ้คิน นั่งเหม่ออะไรวะ” เสียงไอ้เติร์ดเรียกสติผมกลับมา


“เออ..ไม่มีอะไร” ผมตอบไอ้เติร์ด มันก็นั่งลงข้างๆผม


“คืนนี้มึงพร้อมมั้ยวะ” ไอ้เติร์ดหันมาถาม


“ระดับกูแล้วไม่มีคำว่าไม่พร้อม” ผมพูดด้วยความมั่นใจ ซักพักไอ้มาร์คกับไอ้มิกซ์ก็เดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามผม


“กูนัดพวกมันไว้ตอนห้าทุ่ม” ไอ้มาร์คบอกเสียงนิ่ง ผมก็พยักหน้ารับ


ตอนเย็นพวกผมก็มาขลุกกันที่อู่รถของพี่จอมซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับไอ้มาร์ค เพื่อมาปรับแต่งลูกรักของผมให้พร้อมในคืนนี้ ผมมองนาฬิกาข้อมือเกือบ 1 ทุ่มแล้ว ผมเดินเข้ามาในโซนออฟฟิตที่จะเสียงเงียบหน่อย แล้วกดโทรศัพท์โทรหาไนซ์ รอสายซักพักไนซ์ก็รับสาย


“ทำอะไรอยู่” ผมถามไนซ์แล้วมองเพื่อนๆที่กำลังปรับแต่งรถ


“ทำรายงานอยู่ห้องไอ้เฟิร์ส” ไนซ์เสียงเนือยๆ มันคงเหนื่อยจริง


“อย่าลืมกินข้าวด้วยล่ะ..แล้วก็คืนนี้กูมีธุระคงไม่ได้โทรหานะ” ผมบอกไนซ์ รู้สึกกังวลและไม่สบายใจที่ไม่ได้บอกความจริง แต่ผมก็ไม่ได้โกหกนะครับ


“อืม” ไนซ์รับคำก่อนจะว่างสายไป ผมก็เดินกลับไปหาเพื่อนแล้วดูรถต่อ


22.30 น.

ผมเข้ามาในสนามเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะถึงเวลาแข่งจริง ความจริงผมไม่ได้มาแข่งในสนามเป็นนี้นานหลายเดือนแล้วตั้งรู้จักกันไนซ์ ผมนั่งรอเวลากับเพื่อนๆตรงโซนที่พักของตัวเอง ส่วนรถก็ให้มาร์คตรวจเช็คอีกนิดหน่อย จนได้ยินเสียงเรียก


“ไอ้คิน มาได้ไงวะเนี่ย” ผมหันไปมองไอ้กรที่เดินมานั่งข้างผม


“มาหาค่าขนมว่ะ” ผมตอบขำๆ แล้วแนะนำเพื่อนๆผมให้รู้จัก


“นี่ไอ้เติร์ดเพื่อนกูที่มหาลัย ส่วนไอ้หวานชื่อมิกซ์” ผมแนะนำ


“ผม กร ครับ..ยินดีที่ได้รู้จัก” ไอ้กรแนะนำตัวเองแล้วมองไอ้มิกซ์ตาหวานเยิ้ม จนผมต้องสะกิด


“เออ.. ไอ้คินกูมีเรื่องจะสารภาพวะ” ไอ้กรพูดเสียงแผ่ว จนผมหรี่ตามอง


“คือ กู..กูให้ไลน์มึงกับไอ้เซนไป กูไม่ตั้งใจจริงๆนะเว้ย ไอ้เซนมันบังคับกู..ขอโทษนะเว้ย” ไอ้กรพูดเสียงเบา พร้อมกับใจผมที่เต้นระรัว ไลน์ที่ทักมาเป็นของเซน เขาจะกลับมาทำไม และจะติดต่อผมเพื่ออะไรทั้งๆที่เขาทิ้งผมไปแบบไม่ไยดีเลยด้วยซ้ำ


“ชั่งมันเถอะ เดี๋ยวกูจัดการเอง” ผมบอกไอ้กรเพื่อให้มันสบายใจ


“เชี่ยแล้วไอ้คิน ไอ้เฟิร์สบอกว่าไนซ์กำลังมา อยู่หน้าประตูสนามแล้ว”  ไอ้เติร์ดพูดเสียงตื่นๆ แต่ผมนี่หัวใจล่นไปอยู่ตาตุ่มเลย หัวใจเต้นแรงระรัว กลัวว่าไนซ์จะโกรธที่ผมไม่ได้บอกความจริง เรื่องที่เซนทักไลน์ผมแทบลืมไปเลย


TBC

​ตอนนี้ก็เรื่อยๆ แต่งตอนร้านหมูกระทะแล้วก็อยากไปกินซะเอง



ความคิดเห็น