facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 5 เด็กงอน...

ชื่อตอน : บทที่ 5 เด็กงอน...

คำค้น : สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 18k

ความคิดเห็น : 113

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 เด็กงอน...
แบบอักษร

“รับอะไรดีครับเชฟ” พนักงานเสิร์ฟถามอย่างสุภาพ 

“เหมือนเดิมนะ” 

เขาเอ่ยบอกบริกรอย่างง่ายๆ และคุ้นเคยกันเสียจนรู้ว่า 

เหมือนเดิม 

ของเขานั้นหมายถึงสเต็กเนื้อสันแบบเวลดัน (well-done) คือสุกดีทั่วถึงไม่มีสีชมพูของเนื้อสดให้เห็นเลย 

นิคไม่ชอบกินของสุกๆ ดิบๆ เพราะจากการศึกษาทราบดีว่าในเนื้อสัตว์ดิบนั้นมีพยาธิอยู่มากมาย แม้การทำอาหารหลายเมนูของเขาจะมีการโชว์การทำสเต็กทุกรูปแบบ แต่ส่วนตัวแล้วอาหารจำพวกเนื้อสัตว์เขาชอบรับประทานแบบสุกเท่านั้น 

“คุณผู้หญิงล่ะครับ” บริกรหันมาถามจีน่า 

“ขอเป็น Fish & Chips ก็แล้วกันค่ะ” จีน่าสั่งเสร็จก็เงยหน้าขึ้นยิ้มเป็นมิตรให้บริกร 

“เฮ้ย ไอ้นิค ในที่สุดก็พามาเปิดตัวจนได้นะ แกหายหัวไปนานนี่เที่ยวนี้” 

เสียงทักจากชายหนุ่มผิวขาวจัดผมสีทองเดินเข้ามาหาแล้วหย่อนตัวลงนั่งโดยไม่ต้องรอให้ใครเชิญ ชายหนุ่มมองจีน่าแล้วเลิกคิ้วแปลกใจก่อนจะยิ้มกว้างให้ จีน่าจึงยิ้มตอบโดยอัตโนมัติ 

“ว้าว” 

เขาร้องอุทานเพียงเท่านั้น หากรอยยิ้มทะเล้นทำให้จีน่าต้องหัวเราะออกมากับท่าทางเหมือนเขาเจอนางงามจักรวาลซึ่งหล่อนรู้ดีว่ามันเกินจริงไปหน่อย หญิงสาวรู้ตัวเองดีกว่าไม่ได้สวยเริดอย่างนางงามมิตรภาพอย่างแน่นอน ออกจะดูเป็นเด็กกะโปโลด้วยซ้ำไป 

“ไม่ต้องทะลึ่งไอ้เวย์น” 

นิคเอ่ยปรามเพื่อนเสียงเข้ม เพื่อนของเขาชื่อ เวย์น โรนัลด์ เป็นเพื่อนสนิทที่เรียนด้านการทำอาหารมาด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อเรียนจบ เวย์นก็มาเปิดร้านอาหารอยู่ที่เมืองนี้และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี 

“ว่าแต่แกจะไม่แนะนำให้ฉันรู้จักกับคุณสุภาพสตรีหน่อยหรือไอ้นิค เสียมารยาทจริงๆ” 

เวย์นแกล้งต่อว่าก่อนจะหันไปยื่นมือให้จีน่าจับ 

“ผม เวย์น โรนัลด์ครับ ไม่ได้เป็นญาติข้างไหนของเวย์น รูนี่ แต่อย่างใดกรุณาอย่าเข้าใจผิด” 

เขาแนะนำตัวเองอย่างติดตลกทำให้จีน่าหัวเราะออกมา นิค ปรายตามอง หล่อนหัวเราะเสียงใสเหมือนระฆังแก้ว เวลาหล่อนหัวเราะนั้น ฟันขาวซี่เล็กเรียงเป็นระเบียบเห็นชัดเจน ลักยิ้มแก้มบุ๋มทั้งสองข้างยิ่งบุ๋มลึกเข้าไปอีกดูเก๋ไก๋... น่ามองดีเหมือนกัน 

“จีน่า อัสตันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” 

หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับจับมือเขาเช็กแฮนด์ตามธรรมเนียม เวย์นจ้องมองใบหน้านวลใสของหญิงสาวอย่างถูกใจ 

“เฮ้ยไอ้นิค บอกมาเร็วๆ ว่าแกกับคุณจีน่าเป็นแค่เพื่อนกัน” 

ชายหนุ่มหันไปพูดกับนิค จีน่ารีบหยุดหัวเราะ หญิงสาวชำเลืองมองดูนิคนิดหนึ่ง เห็นใบหน้าคมสันของเขาส่งสายตาระอามาให้เวย์น 

“แกอย่ามาทำเจ้าชู้เรี่ยราดแถวนี้” 

เสียงขรึมกล่าวกับเพื่อน หากก็ไม่ได้ไขความกระจ่างว่าหล่อนเป็นอะไรกับเขา เวย์นยักไหล่ 

“อย่าไปฟังนะครับคุณจีน่า ผมไม่เจ้าชู้ แต่นิสัยดีมาก เหล้าไม่ดื่มบุหรี่ไม่สูบและรักสัตว์ทุกชนิดครับ” 

เวย์นพูดเสียงร่าเริงพร้อมกับยิ้มพรายให้หญิงสาว จีน่ายิ้มขำไปกับการโฆษณาตัวเองของชายหนุ่ม 

“หยุดเห่าแล้วรีบไปบอกพ่อครัวให้เร่งมือ ฉันเหนื่อยอยากพักผ่อน” 

นิคเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงขรึม เวย์นหันมามองเพื่อนก่อนจะหันไปหาจีน่าใหม่ 

“คุณคงไม่ได้กำลังเดตกับเจ้านิคอยู่ใช่ไหมครับ” 

เขาเอ่ยถามอย่างไม่ยอมปล่อยหัวข้อที่อยากรู้ให้หลุดไปได้ง่ายๆ จีน่ารีบสั่นหน้าจนผมสลวยฟุ้งกระจาย 

“โอ ไม่ใช่ค่ะ” 

เสียงใสรีบปฏิเสธ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหล่อนควรจะแนะนำว่าเป็นอะไรกับเขาดี ต่อมาหญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อแรกมาถึงนั้นเขาบอกว่าให้หล่อนอยู่ในฐานะ 

ญาติทางอเมริกา 

“เอ่อ...เราเป็น เอ่อ ญาติห่างๆ กันน่ะค่ะ” 

พอตอบออกไปเสร็จก็รีบเหลือบตาไปมองหน้าคมเข้มของคนที่นั่งตรงกันข้าม ใบหน้าหล่อเหลาดูมึนตึงและรำคาญหรือหงุดหงิดกับอะไรสักอย่าง 

“โอเค ดีครับดี เท่านั้นแหละที่ผมอยากรู้ เมมเบอร์ผมไว้หน่อยนะครับจีน่า” 

เวย์นดูเหมือนจะไม่สนใจเพื่อนที่นั่งทำหน้าเป็นหมากรุกอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มหยิบโทรศัพทย์ตัวเองขึ้นมา จีน่าจึงบอกเบอร์ของหล่อนแก่เขา ชายหนุ่มรีบพิมพ์จัดเก็บมันไว้ด้วยใบหน้าเริงร่า ในขณะที่นิคมีสีหน้าหงุดหงิด 

“เจอแกก็ดีแล้วไอ้นิค วันก่อนฉันเห็นข่าวซุบซิบกำลังสงสัยว่ามันเป็นจริงหรือเปล่า ที่มอลลี่ออกมาพูดว่าแกกับเขาจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้” 

เวย์นเอ่ยถาม เพราะเขาเองเป็นเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งในบรรดาไม่กี่คนของนิค หากมีอะไรมักไม่เคยปิดบังกัน ปกติมักโทรศัพท์คุยกันหากมีเวลา เพียงแต่ช่วงหลังๆ นี้นิคเดินทางกลับไปอเมริกาบ่อยกว่าปกติ เห็นว่าพี่ชายแต่งงานและมารดาไม่ค่อยสบาย 

“ว้อท? เมื่อไหร่” 

เสียงเหมือนเซอร์ไพรส์เอ่ยถามเวย์น หากเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่กันสองคนจึงกลับมาทำหน้านิ่งขรึมตามเดิม 

“แกเป็นพวกฟังข่าวซุบซิบไร้สาระตั้งแต่เมื่อไหร่ไอ้เวย์น” 

“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่สังคมทุกวันนี้ฉันต้องทำตัวทันต่อเหตุการณ์หน่อยเว้ย แล้วตกลงมันยังไงกันวะ ไหนแกว่าไม่อยากแต่งงาน” 

เวย์นเอ่ยถามต่อไป นิคเคยเล่าว่ากับมอลลี่นั้นเป็นเพียงเพื่อนร่วมผลประโยชน์ตามสังคมสมัยใหม่ มอลลี่เองก็ยังรักสนุกและชอบชีวิตที่อิสระ ทั้งสองจึงคบหากันมาเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนเวลานี้มอลลี่จะเริ่มแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและให้สัมภาษณ์ที่ทำให้สังคมเข้าใจว่าเจ้าหล่อนกับนิคเป็นคนรักกัน 

นิคนิ่งไป เขาไม่ได้ไต่ตรองถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมอลลี่มานานแล้ว คำถามของเวย์นทำให้ชายหนุ่มบอกกับตัวเองว่าเขาเห็นจะต้องย้อนกลับไปคิดทบทวนเสียทีว่า เขาจะเอาอย่างไรกับชีวิตกันแน่ 

เวย์นเห็นเพื่อนนิ่งเงียบจึงยักไหล่แล้วลุกขึ้นยืนยิ้มกว้างให้จีน่าที่นั่งก้มหน้าแสร้งสนใจกับรูปภาพสวยๆ บนเมนูอาหารอย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีไปกว่านั้น จีน่าเงยหน้าขึ้นยิ้มตอบ 

“เชิญตามสบายนะครับ ว่างๆ ผมจะขออนุญาตโทรหาคุณนะครับจีน่า ขอบคุณสวรรค์ที่โปรดผมในวันนี้” 

เวย์นกล่าวพร้อมกับทำท่ามองข้างบนสวรรค์ก่อนจะส่งสายตากรุ้มกริ่มล้อเลียนมาให้จีน่า หญิงสาวยิ้มอย่างเห็นสนุกกับท่าทางจีบอย่างออกนอกหน้าของเขา 

“ไอ้นิคแกอย่าลืมเรื่องที่ฉันเชิญมาเป็นเกียรติออกไลฟ์สดในงานฉลองประจำปีของร้านด้วยล่ะ” 

เวย์นหันไปสั่งกำชับนิค ชายหนุ่มพยักหน้ารับ 

“ฉันหิวแล้ว รีบไสหัวไปบอกคนของแกให้รีบๆ หน่อย” 

นิคเอ่ยประชดส่งสายตาเข้มไปให้เพื่อน เวย์นยกมือเป็นเชิงโอเคๆ เดี๋ยวตามให้ จากนั้นร่างสูงก็หันหลังเดินหายลับไปด้านใน 

“เนื้อหอมจริงนะ” เสียงขรึมเอ่ยขึ้นลอยๆ ทำให้จีน่าต้องหันมามองเขา ไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงอะไร 

“ทีหลังเขียนเบอร์โทรศัพท์ติดหน้าผากไว้จะได้ไม่ต้องเสียเวลา” 

น้ำเสียงห้าวกล่าวเหน็บแกมประชดต่อไป จีน่าเอียงคอมองดูเขา ในใจพยายามวิเคราะห์ว่าเขาตั้งใจจะพูดอะไร นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขากับหล่อนได้อยู่ด้วยกันนานที่สุด คือถ้าหากนับตั้งแต่ออกจากบ้านมาก็เป็นเวลาถึงสี่ชั่วโมงเลยทีเดียว ทำลายสถิติอย่างถล่มทลายอย่างที่จีน่าคิดว่าจะต้องจดบันทึกเอาไว้ 

“คุณโกรธจีน่าเรื่องอะไร คุณบอกเองว่าให้จีน่าบอกว่าเป็นญาติของคุณจากอเมริกาไม่ใช่เหรอ” 

จีน่าเอ่ยเตือนความจำ หญิงสาวเดาเอาว่าเขาคงไม่พอใจที่หล่อนบอกว่าเป็นญาติหรืออย่างไร หรือตอนนี้เปลี่ยนใจ ไม่อยากให้หล่อนเกี่ยวข้องเป็นอะไรกับเขาเลย หญิงสาวหน้าสลดลงเมื่อคิดเช่นนี้ 

“ถ้าหากจีน่าเข้าใจผิดก็ต้องขอโทษด้วย ต่อไปก็บอกจีน่าก่อนก็แล้วกันว่าคุณต้องการให้จีน่าพูดหรือไม่พูดอะไรออกไป จีน่าอยากรู้นักว่าในสายตาของคุณ จีน่าทำอะไรถูกบ้างคะ จีน่าไม่หิวแล้วเชิญคุณตามสบายเถอะ” 

เสียงเล็กเอ่ยตัดพ้อต่อว่า ใบหน้าเรียวสวยดูเหมือนจะงอง้ำลงไป จีน่าลุกขึ้นยืนแล้วหุนหันเดินออกไปจากร้านอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนในชีวิต ทำเอานิคอ้าปากค้างก่อนจะได้สติจึงรีบเดินตามร่างบางของหล่อนออกไป 

อากาศภายนอกมืดมิดและฝนตกพรำโดยที่เมื่อตอนอยู่ภายในร้านไม่มีโอกาสได้รู้เลย จีน่าเดินมาถึงที่รถ เสื้อผ้าชื้นและผมเปียกลู่แนบศีรษะเล็ก อากาศหนาวเย็นแห่งค่ำคืนของอังกฤษบวกกับสายฝนทำให้ร่างบางต้องยกแขนขึ้นกอดอก หญิงสาวเริ่มสั่นสะท้านเพราะความหนาวเหน็บ 

“เป็นบ้ารึไงฮึ! งี่เง่าที่สุด” 

เสียงห้าวตวาดใส่ทันทีอย่างหงุดหงิดเมื่อเขาเดินมาถึง นิคกดปลดล็อกรถแล้วเปิดประตูผลักหล่อนเข้าไปภายใน ร่างสูงเดินไปเปิดหลังรถค้นอะไรกุกกัก จากนั้นก็วิ่งมาเปิดประตูด้านคนขับก้าวขึ้นมานั่ง มือใหญ่โยนผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้ ใบหน้าคร้ามคมถมึงทึง 

“เช็ดตัวซะ เป็นอะไรขึ้นมาคุณแม่จะมาว่าผมอีก” 

เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโหพร้อมกับยกมือขึ้นเสยผมเปียกของตัวเองอย่างหงุดหงิด ชายหนุ่มกดโทรศัพท์ถึงเวย์นบอกให้ห่ออาหารให้เขาจะเอาไปทานที่โรงแรม เขาหันมามองร่างบางที่นั่งนิ่งเฉย ใบหน้าเล็กซีดปากสั่นเพราะความหนาว นิคสตาร์ทรถแล้วเปิดฮิตเตอร์เพื่อให้ความอบอุ่น 

“บอกให้เช็ดตัวไงล่ะ เป็นอะไรของคุณ ทำอะไรเหมือนเด็กๆ ไปได้” 

เสียงเข้มเอ่ยต่อว่าเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็ก จีน่าหันมามองเขาด้วยสายตาน้อยใจและตัดพ้อต่อว่า นิคเห็นแล้วต้องชะงักอึ้งไป หล่อนร้องไห้ ดวงตาโตมีน้ำตาไหลเอ่อล้น ปากอิ่มสั่นจนต้องกัดริมฝีปากล่างเอาไว้ 

“ร้องไห้ทำไมกัน” 

เสียงขรึมเอ่ยเหมือนตกใจ จีน่ารีบกระพริบตาแล้วใช้ผ้าเช็ดน้ำตาทันที หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันมามองหน้าของเขา 

“จีน่าแค่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรก็ผิดไปหมดในสายตาของคุณ คุณบอกจีน่าได้ไหมว่าคุณต้องการให้จีน่าทำยังไง จีน่าจะย้ายออกไปอยู่เองข้างนอกถ้าหากเรากลับไปลอนดอน จีน่าขอบอกตรงๆ ว่าอึดอัดและไม่มีความสุขเลยกับทุกสิ่งทุกอย่างในขณะนี้ เราแตกต่างกันมาก และคุณเองก็ต้องฝืนทนอยู่ จีน่าเข้าใจความรู้สึกของคุณดี เอาเป็นว่าจีน่าจะโทรไปเรียนให้คุณป้าทราบก็แล้วกันนะคะ หวังว่าคุณคงจะพอใจ” 

หล่อนเอ่ยออกมาเสียงสั่นและปากสั่น พยายามไม่ร้องไห้เสียงดัง แต่ไหล่บางสั่นสะท้านเพราะพยายามสะกดกลั้นอาการสะอื้น มือบางยกผ้าขึ้นเช็ดน้ำตาก่อนจะส่งคืนให้เขา นิคนิ่งอึ้งไปกับคำพูดและปฏิกิริยานั้นของคนตัวเล็ก 

“พูดมาก เช็ดผมซะเดี๋ยวไม่สบายอย่ามาโทษผมล่ะ” 

เขาส่งผ้าเช็ดตัวให้ แต่หล่อนไม่ยอมรับมัน นิคจึงตัดสินใจดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดผม เช็ดหน้าให้ จีน่าตกใจกับปฏิกิริยาของเขา หญิงสาวรีบขยับตัวออกห่างทันควัน หากมือใหญ่กลับรั้งร่างเล็กขึ้นไปนั่งตักให้ไหล่บางพิงอกของเขา 

“อย่าดื้อกับผมจีน่า เนื้อตัวเปียกขนาดนี้ขืนปล่อยทิ้งไว้คุณเป็นไข้หวัดแน่ ผมไม่มีเวลามาดูแลคุณหรอกนะจะบอกให้” 

น้ำเสียงเข้มเอ่ยดุต่อไป ในขณะที่มือใหญ่ใช้ผ้าเช็ดผมยาวให้อย่างไม่ยอมให้หล่อนลงจากตัก จีน่าหัวใจเต้นกระตุกอย่างรุนแรงกับการกระทำของเขาที่หล่อนไม่คาดคิดว่าเขาจะทำ 

นิครับรู้ถึงร่างบอบบางที่นั่งนิ่งให้เขาเช็ดผมให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ใบหน้าเรียวเล็กมองหลุบต่ำ 

ก๊อก-ก๊อก 

เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้น จีน่าสะดุ้งรีบขยับหมายจะลงจากตักกว้างของเขา หากคนตัวโตเหมือนจะอยากแกล้งให้หล่อนได้อายมากไปกว่านี้ เขาใช้ท่อนแขนกอดรวบเอวเล็กเอาไว้ไม่ยอมให้ขยับหนี จากนั้นก็กดเป็นกระจกให้เลื่อนลง เวย์นก้มหน้าเข้ามามองก็ต้องทำตาโตอ้าปากค้างเมื่อเห็นภาพจีน่ากำลังนั่งอยู่บนตักของนิค หล่อนหน้าแดงก่ำเลยทีเดียว เวย์นหัวเราะลั่นออกมา 

“ไอ้เวรนิค ฉันก็คิดว่าพวกนายเป็นอะไรกันถึงกับหุนหันวิ่งออกจากร้านมาแบบนี้ ที่แท้ก็อยากจู๋จี๋กันจนทนไม่ไหวนี่เอง เอ้า นี่กับข้าว” เวย์นเอ่ยสัพยอกอย่างไม่ไว้หน้าจีน่า 

“เอาใส่หลังรถให้หน่อย” 

นิคสั่งเพื่อนโดยไม่ยอมแก้ความเข้าใจผิดให้ เวย์นแกล้งส่ายหน้าก่อนจะเดินไปเปิดกระโปรงท้ายรถนำถุงอาหารวางลงไปแล้วปิดให้จนเรียบร้อย 

“เรียบร้อยแล้ว ไปง้อกันต่อที่โรงแรมเถอะ ยาวถึงเช้าก็ไม่มีใครว่าทีนี้ หน็อย แค่ฉันขอเบอร์คุณจีน่าแค่นี้ไม่เห็นต้องถึงกับโกรธเธอ ผมขอโทษครับจีน่า ไอ้นิคมันไม่บอกผม เกือบอกหักแล้วไหมละ แล้วเจอกันวันงานนะไอ้นิค บายครับจีน่า” 

เวย์นกล่าวลาเสร็จก็โบกมือให้แล้วหันหลังเดินเข้าร้านไป จีน่าขยับตัวหนี นิคแอบจุดยิ้มที่แกล้งหล่อนให้หน้าแดงและแกล้งเพื่อนให้เข้าใจผิดได้ 

เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไรถึงเกิดความรู้สึกอยากแกล้งหล่อนขึ้นมาแบบนี้ ยิ่งเห็นหล่อนทำหน้าเหมือนเด็กจะร้องไห้ยิ่งรู้สึกอยากแกล้ง อย่างเวลานี้ หล่อนหน้าแดงและวางท่าทางไม่ถูกว่าจะต้องทำตัวอย่างไร นิคยอมปล่อยแขนที่กอดเอวเล็กเอาไว้ 

“แกล้งจีน่าทำไม” 

เสียงเล็กเอ่ยถามอุบอิบ หล่อนรู้ว่าเขาแกล้ง เพราะหาเหตุผลอื่นไม่เจอว่าทำไมเขาต้องทำอย่างที่เพิ่งทำไป จีน่าเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคม หญิงสาวต้องสะดุ้งเมื่อตระหนักว่าใบหน้าหล่อเหลาของเขานั้นอยู่ใกล้จนจมูกโด่งสวยจรดไปกับแก้มนวลของหล่อนทันที จีน่าสะดุ้งอีกรอบ 

“ใครแกล้งคุณ เช็ดผมให้ยังจะมาว่าอีก” 

เสียงขรึมเอ่ยโต้ตอบ จีน่าค้อนให้เขาอย่างที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำเป็น จากนั้นก็ขยับตัวเพื่อลงจากตักกว้าง ได้ยินเหมือนเขาหัวเราะหึในลำคอก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมมาจับเอวคอดแล้วยกขึ้นไปวางบนเบาะข้างๆ ตามเดิม จากนั้นเขาก็สตาร์ทรถขับเคลื่อนออกไปจากบริเวณร้าน 

เมื่อมาถึงโรงแรม ตอนเช็กอินปรากฏว่าแจ็คได้จองห้องชุดแบบเพรสซิเด้นเชี่ยลสวีทที่มีสองห้องนอนให้ จีน่าเอ่ยปากขอแยกห้องเป็นสัดส่วน แต่นิคทำหน้ารำคาญให้ทันที 

“อย่าเรื่องมาก ผมไม่อยากอยู่ตรงนี้นาน” 

เขาเอ่ยใกล้หู หมายถึงบริเวณหน้าล็อบบี้ที่มีคนเมียงมองมาอย่างสนใจและกระซิบกระซาบกันว่าเชฟนิคเข้าพักที่นี่ บางคนแอบใช้กล้องจากมือถือถ่ายภาพเขาทันที จีน่าจึงเงียบเสียงลง จากนั้นทั้งสองก็ขึ้นไปยังห้อง 

“ว้าย อกชั้นจะแตกตายแล้วแก รู้มั้ยว่าชั้นเจอใคร เชฟนิค...นังเพื่อน ฉันเจอเชฟนิคแก เขามากับแฟนนอกวงการแกเอ๊ย...ฉันบอกแกแล้วเห็นมั้ย ว่ายัยมอลลี่น่ะไม่ใช่ตัวจริง” 

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ตรงบริเวณนั้นกำลังคุยโทรศัพท์บอกเพื่อนปลายสายอย่างออกรสชาติพร้อมกับส่งภาพนิคเดินเข้าลิฟต์ไปกับจีน่าให้อีกเพื่อนดู 

 

 

ความคิดเห็น