facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 4 ผู้ปกครองหวง

ชื่อตอน : บทที่ 4 ผู้ปกครองหวง

คำค้น : สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.2k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2560 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ผู้ปกครองหวง
แบบอักษร

เมื่อไปถึงลานจอดรถด้านล่าง พอล ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมกางเกงยีนส์ขาเดฟเสื้อเชิ้ตสีแดงเข้มกับแว่นกันแดดยืนพิงรถอยู่ เขารีบเดินเข้ามาหาจีน่า

“สวัสดีครับ อ้าว...เอ่อนี่...” 

ชายหนุ่มทำท่าชะงักอ้ำอึ้งไปทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เดินมากับจีน่า ไม่มีใครไม่รู้จักนิโคลัส เชฟหนุ่มสุดฮ็อตแห่งเกาะอังกฤษ

“สวัสดีครับ ผม พอล ครับ เป็นเพื่อนกับจีน่า” 

ชายหนุ่มรีบแนะนำตัว นิคยิ้มให้พอลนิดหนึ่งพร้อมกับส่งมือไปเช็กแฮนด์กันตามมารยาทสากล

“ผม นิค เป็นผู้ปกครองของจีน่า ไหนเพื่อนอีกคนที่ว่าเป็นผู้หญิงน่ะ” 

เขาเอ่ยแนะนำตัวเองพร้อมกับถามพอลด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างที่จีน่าต้องเงยหน้าขวับขึ้นไปมองใบหน้าขรึมของเขาทันที แอบแปลกใจกับการแนะนำตัวเองของเขา... เขาอยากเป็นผู้ปกครองของหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน สงสัยผีเข้าหรือกินอะไรผิดสำแดงมาแน่ๆ

“เอ่อ บาบาร่า แคนเซิลครับ พอดีเธอมีธุระกะทันหัน” 

พอลเอ่ยตอบ ทำให้นิคต้องก้มหน้ามามองจีน่า ส่งสายตาเหมือนตำหนิ เป็นเชิงว่าหล่อนกำลังจะไปค้างต่างเมืองกับผู้ชายสองต่อสอง ซึ่งทำให้จีน่าชักสีหน้าตึงขึ้นมา เขามีแต่เรื่องตำหนิและดูแคลนหล่อนมากมายเหลือเกินตั้งแต่รู้จักกันมา ทั้งๆ ที่หล่อนเองก็ไม่เคยไปทำอะไรให้เขาสักนิด

“คุณขับรถนำไปเถอะ ผมจะขับตาม แล้วนี่จะไปพักกันที่ไหน” นิคกล่าวและถามในตอนท้าย

“ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของผมครับ” 

พอลตอบอย่างสุภาพ เพราะนิคเพิ่งแนะนำตัวเองว่าเป็นผู้ปกครองของจีน่า เขาจะต้องทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือไว้วางใจและสุภาพเอาไว้ก่อนถ้าหากหวังจะจีบหล่อน

“พวกผมจะไปพักโรงแรม เกรงใจคุณพ่อคุณแม่ของคุณน่ะ”

นิคกล่าวบอกด้วยโทนเสียงที่รู้ว่าทุกคนจะต้องปฏิบัติตามที่เขาสั่ง

“ครับผม” พอลตอบ

จากนั้นเขาก็เดินกลับไปยังรถแล้วขับนำออกไป นิคเดินไปยังรถเบนซ์ของตัวเอง ชายหนุ่มมีรถหลายคัน หากไปซื้อของเขาจะใช้รถโฟร์วีลคันใหญ่

แน่นอนว่าภาพนิคสะพายกระเป๋ากับภาพจีน่าลากกระเป๋าขึ้นรถไปด้วยกันถูกปาปารัสซี่ถ่ายรูปรัวๆ ด้วยใบหน้ากระหยิ่มเลยทีเดียว

“คุณไม่น่าลำบากเลย” 

จีน่าเปรยขึ้นเบาๆ เมื่อขับรถออกจากกรุงลอนดอนมาได้พักใหญ่ โดยต่างคนต่างเงียบ

“พูดให้ได้อะไรขึ้นมา หรือคิดว่าผมมาขัดคอคุณกับเจ้าหนุ่มนั่น?” 

เขาเอ่ยเสียงเข้ม จีน่าไม่อยากคิดว่าน้ำเสียงของเขาเหมือนหาเรื่องและกระแนะกระแหน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ร่างสูงตั้งใจขับรถสายตามองถนนด้านหน้าอย่างไม่ใส่ใจหันมามองจีน่าเสมือนหล่อนเป็นสสารที่ไร้ตัวตน

“เปล่าค่ะ...ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ทำไมคุณเกลียดจีน่านัก” 

จู่ๆ หล่อนก็ถามคำถามที่ติดค้างคาใจมานาน นิคชะงักหันมามองนิดหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหน้า เขายังไม่ทันตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นมอลลี่ที่โทรเข้ามา เขาหยิบอุปกรณ์บลูธูทมาเสียบหูก่อนจะกดรับ

“ครับ” เสียงเขารับโทรศัพท์ จากนั้นก็ทำท่านิ่งฟัง จีน่าได้ยินเสียงแว่วดังออกมา หญิงสาวถอนหายใจเบนสายตาไปมองนอกรถ

“คุณอยู่ไหนคะนิค มอลลี่มาถึงเพนต์เฮาส์ แจ็คบอกว่าคุณออกไปข้างนอก” เสียงปลายสายฟังดูหงุดหงิด

“ผมกำลังจะไปแมนเชสเตอร์ จะกลับวันอาทิตย์”

“อะไรกันคะ คุณจะให้มอลลี่อยู่คนเดียวที่เพนต์เฮาส์นี่เหรอ มอลลี่อุตส่าห์บึ่งรถมาทันทีหลังเลิกถ่ายแบบ คิดถึงคุณ แต่คุณกลับไม่อยู่ซะแบบนี้” น้ำเสียงทั้งโกรธทั้งงอนดังต่อไป

“ผมมีธุระของคุณแม่ต้องทำ คุณอยู่ไม่ได้ก็กลับบ้านก็ได้นี่มอลลี่” 

เสียงห้าวขรึมตอบกลับเรียบเรื่อย จีน่าจับจ้องสายตามองข้างทางพยายามไม่ใส่ใจฟัง แต่มันก็ได้ยินจะให้ทำอย่างไร จึงนิ่งฟังต่อไป

“มอลลี่เพิ่งรู้ว่ารายการมาถ่ายทำที่เพนต์เฮาส์ ทำไมคุณไม่บอกมอลลี่เลยคะนิค มอลลี่จะได้อยู่ออกสัมภาษณ์กับคุณ” เสียงงอนเอ่ยตัดพ้อมาตามสาย

“ผมเห็นคุณยุ่งน่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ไม่ใช่รายการสำคัญอะไร”

เสียงห้าวเอ่ยเล่าไปเรื่อยๆ

“ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้มอลลี่งอนคุณแล้ว กลับมาเถอะค่ะดาร์ลิ้ง ธุระอะไรจะสำคัญกว่าการที่เราได้อยู่ด้วยกันในช่วงเสาร์อาทิตย์คะที่รัก” น้ำเสียงออดอ้อนเอ่ยแว่วเล็ดลอดให้ได้ยิน จีน่าเห็นด้วยหางตาว่าเขาปรายตามามองหล่อนแว้บหนึ่ง

“เอาน่ะ เดี๋ยวกับไปผมจะชดเชยเวลาให้ ผมกำลังขับรถอยู่ แค่นี้ก่อนนะ” เขากล่าวตัดบท

“โอเคค่ะ อย่าลืมที่พูดก็แล้วกัน เลิฟ ยู” มอลลี่เอ่ย

“สวัสดีครับ” 

เขากล่าวเสร็จก็กดปุ่มปิดโทรศัพท์ทันที จีน่าเอนตัวไปพิงเบาะแล้วหลับตาลง นิคปรายตาไปมองร่างแบบบางที่ทำท่าจะหลับ

“ง่วงก็หลับเถอะ เดี๋ยวผมปลุกเอง” 

เขาหันมาบอก หากต่อมาก็หักพวกมาลัยรถและจอดข้างถนน จีน่าปรือตามอง ร่างสูงปลดเข็มขัดของตัวเองแล้วชะโงกมาใกล้ จีน่าลืมตาโพลงทำตาแข็งและตัวแข็งอย่างตกใจทันที

“ปรับเบาะนิดหนึ่งจะได้นอนสบาย” 

น้ำเสียงเรียบเอ่ยบอกเหมือนจะหงุดหงิดกับท่าทางของหล่อนนิดหนึ่ง มือใหญ่เอื้อมไปกดปุ่มปรับระดับเบาะเอนนอนให้ ร่างสูงชะโงกอยู่เหนือร่างบางของหญิงสาว ลมหายใจอุ่นกระทบแก้มนวลของหล่อนเข้าอย่างจัง

จีน่ารีบหลับตาปี๋ทันที นิคก้มมองใบหน้านวลใสเหมือนหน้าเด็ก หล่อนทำท่าหลับตาแน่นตัวเกร็ง กัดริมฝีปากล่างของตัวเอง นิคเผลอไล้สายตาบนเรียวปากอิ่มที่เขาเคยประกบทำการผายปอดให้เมื่อหลายเดือนก่อน

แก้มนวลปลั่งอยู่ห่างจมูกของเขาเพียงนิดเดียว ทำไมจะต้องทำท่ากลัวเขาขนาดนั้นด้วย คิดว่าเขาเป็นภูตผีปีศาจหรืออย่างไรกัน อารมณ์อยากแกล้งคนตัวเล็กก่อเกิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบว่ามันมาจากไหน เขาจึงแกล้งชะโงกหน้าอยู่ใกล้แบบนั้น อยากจะดูว่าหล่อนจะทำเช่นไร

จีน่ารับรู้ถึงร่างสูงใหญ่ที่ยังคงไม่ขยับ ลมหายอุ่นของเขาเป่ารดตรงแก้ม ใบหน้างามมีสีแดงปลั่งขึ้นมาทันที เขากำลังทำอะไรของเขาอยู่ เบาะก็ปรับแล้วทำไมยังไม่ขยับออกอีก จีน่าครุ่นคิดด้วยหัวใจที่กระโดดเต้นอย่างรุนแรง หญิงสาวค่อยหรี่ตาขึ้นมอง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคร้ามคมลอยอยู่เหนือหน้าหล่อน ดวงตาเข้มจ้องมองอย่างสำรวจและเหมือนจับผิด

“กลัวอะไรผมนักหนาฮึ” เสียงห้าวเอ่ยถามเหมือนหงุดหงิด จีน่าคลี่ยิ้มเจื่อนให้เขา

“เปล่ากลัวสักหน่อย...เอ่อ...ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวตามพอลไม่ทัน” 

หล่อนเอ่ยบอกเสียงเบาๆ นิคจ้องมองใบหน้าแดงปลั่งของหล่อน หน้าแดงเก่งเสียงจริง

“นายพอลอะไรนี่ ชอบพอกันหรือยังไง เขาจีบคุณหรือ” 

เสียงห้าวเอ่ยถาม ยังคงไม่ยอมขยับตัว จีน่าหรี่ตามองเขาอย่างใจเต้นแรง

“เอ่อ...ไม่ทราบ” 

หล่อนตอบออกมา มือบางเอื้อมไปกดเบาะเพื่อให้ปรับเอนลงมากขึ้น จุดประสงค์นั้นก็เพื่อจะได้หนีห่างจากใบหน้าหล่อของเขามากกว่านี้ หากมันเป็นการคิดที่ผิด เพราะเมื่อเบาะเลื่อนเอนลงทำให้นิคเสียหลักไปด้วย ร่างกายช่วงบนของเขาตกฮวบไปซบทับกับร่างหล่อน อกแกร่งทับบดกับทรวงอกอิ่มอย่างไร้ช่องว่าง ใบหน้าคมเข้มซุกไปที่ซอกคอหอมกรุ่มอย่างเหมาะเจาะจมูกสัมผัสกับลำคอระหง 

จีน่าสะดุ้งตกใจเบิกตากว้าง มือบางจะรีบผลักร่างของเขาออก นิคเองก็ตกใจรีบดันตัวลุกขึ้น ชายหนุ่มหน้าแดงก่ำกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดนั้น ใบหน้าคร้ามคมตีขรึมทันที เขาเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยแล้วขับเคลื่อนรถต่อไป ต่างฝ่ายต่างนั่งเงียบกริบ

 จีน่านอนหลับตาหันเอียงหลังให้เขาตลอดทาง และก็เผลอหลับไปจริงๆ นิคชำเลืองมองร่างอรชรในเสื้อผ้าวูลที่ชมพูหวาน เขาสั่งเกตว่าหล่อนชอบสีชมพู ซึ่งก็คงจะเหมือนผู้หญิงส่วนใหญ่ กลิ่นเนื้อสาวน้อยหอมกรุ่นยังคงติดจมูกของเขาอย่างสลัดไม่หลุด

“บ้าที่สุด” เขาสบถออกมาเบาๆ กับความคิดไร้สาระของตัวเอง

รถแล่นเข้าสู่เขตเมืองแมนเชสเตอร์ นิคโทรให้แจ็คจัดการบุ๊กโรงแรมให้เรียบร้อยแล้ว

กริ๊ง-กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ของจีน่าดังขึ้นทำให้หล่อนสะดุ้งตื่น ใบหน้าเรียวดูงุนงงใช้หลังมือขยี้ตาเหมือนเด็กน้อย หล่อนกระพริบตาก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์มาแนบหู

“คะพอล” จีน่าส่งเสียงไปในโทรศัพท์

“คุณจะเช็กอินที่ไหนครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม เพราะจำได้ว่านิคต้องการพักโรงแรม จีน่าหันไปมองคนขับรถ

“เราจะพักที่ไหนคะ” หล่อนถามเขาเบาๆ ไม่กล้าสบตาของเขานานเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ก่อน นิคบอกชื่อโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งของแมนเชสเตอร์ จีน่าจึงบอกไปกับพอล

“เดี๋ยวผมขับไปรอที่นั่นก็แล้วกันนะครับ” 

พอลกล่าว ด้วยเขาขับนำหน้าไปหลายไมล์แล้ว นิคขับรถตามสบายไม่รีบเร่ง เขามาเมืองนี้บ่อยและรู้จักสถานที่ขึ้นชื่อหลายแห่งเป็นอย่างดี

จีน่าวางสายแล้วจึงบอกนิคว่าพอลไปรออยู่ที่โรงแรม ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้แล้วหักรถเข้าไปยังร้านอาหารข้างทาง เวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว จีน่าปรับเบาะรถให้อยู่ในตำแหน่งนั่งตามเดิมทันที

“คุณหิวหรือยัง” เขาดับเครื่องรถเสร็จจึงหันมาถาม ดูเหมือนเขาจะวางตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จีน่าจึงพยายามทำใจให้ได้ หญิงสาวพยักหน้ายอมรับว่าหิว เพราะตั้งแต่เช้าทานแซนด์วิชไปคู่หนึ่งก็ไม่ได้ทานอีกเลย มัวแต่ดูการถ่ายทำรายการทีวีเสียเพลินจนลืม ออกมาตอนบ่ายสามโมงจนกระทั่งเวลานี้อากาศภายนอกมืดและหนาวแล้ว ฝนก็ทำท่าว่ากำลังจะตกมาในไม่ช้า

นิคเปิดประตูลงไปจีน่าก็รีบเปิดตามลงมา ลมหนาวพัดมาปะทะค่อนข้างแรงจนต้องยกมือขึ้นกอดอก เสื้อกันหนาวอยู่ในรถ แต่ร่างสูงได้กดล็อกรถแล้วเดินนำลิ่วไปโน่นแล้ว จีน่าจึงรีบสาวเท้าตาม เขายืนรอหล่อนอยู่ตรงหน้าประตู

“โทรไปบอกเพื่อนคุณว่าไม่ต้องรอ เพราะไม่รู้ว่าเราจะถึงที่โรงแรมกี่โมง” 

เสียงห้าวขรึมเอ่ยขึ้น เป็นการสั่งมากกว่าปรึกษาหารือ จีน่าคิดตามก็เห็นด้วยว่า หล่อนคงต้องยกยอดไว้วันพรุ่งนี้ในการที่จะไปเยี่ยมครอบครัวของพอลและเที่ยวชมเมืองแมนเชสเตอร์ สาวน้อยจึงรีบหยิบโทรศัพท์มาโทรบอกพอล จากนั้นก็เดินตามเขาเข้าไปในร้าน

“สวัสดีครับเชฟนิค” 

พนักงานทักทายเขาอย่างคุ้นเคย จีน่าจึงเดาว่าเขาคงเคยแวะมาที่นี่ ใบหน้าคร้ามคมยิ้มนิดๆ ให้กับผู้คนที่ทักทายเขาตามรายทางจนกระทั่งขึ้นโต๊ะนั่งด้านใน เสมือนเป็นการรู้กันภายในว่าเป็นโต๊ะประจำของเขาหากผ่านมาทางนี้ พนักงานเลื่อนเก้าอี้ให้จีน่า ส่วนนิคนั้นโบกมือเป็นเชิงบอกพนักงานว่าไม่เป็นไร เขาดึงเก้าอี้ออกมานั่งตรงกันข้าม

มุมนี้เป็นมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีฉากไม้กั้นพรางตาประดับด้วยเถาไม้เลื้อยของจริง ด้านข้างเป็นผนังติดวอลล์เปเปอร์สีควันบุหรี่แกมทอง ติดกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเขากับหล่อนนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ จีน่ารีบเมินหลบเมื่อบังเอิญมองไปสบตากับเขาในกระจกบานนั้น ภาพอุบัติเหตุในรถหวนกลับเข้ามาวิ่งฉายอยู่ในหัวทันทีจนผิวแก้มใสออกสีเรื่อจนกลายเป็นแดงปลั่ง นิคเมินสายตาไปจากใบหน้านวลเนียนที่ดวงตากลมโตฉายความเก้ออายอย่างไร้เดียงสานั้น

*************************

เอาล่ะค่ะ การเดินทางของเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว ตามไปดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างการเดินทางครั้งนี้...หุหุ

​ 

ความคิดเห็น