facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 13 : หัวใจฮีโร่

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 : หัวใจฮีโร่

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2560 14:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 : หัวใจฮีโร่
แบบอักษร

                ไม่อยากเชื่อเลยว่าคณินจะมีความสุขเพียงเพราะเด็กตัวเล็ก ๆ ที่มีความคิดที่อ่อนโยนอย่างผู้ใหญ่บางคนเทียบไม่ได้ เขายิ้มไม่หุบอุ้มหลานชายวัยสี่ขวบเดินโซนของเล่นในห้างเพราะกำลังเลือกซื้อของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับการกลับมาของลุงจ๋า

                “ลุงจ๋า ๆ เราจะไปไหนกันหรอ”

                ธนินแกล้งถามเอาใจ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าลุงจะพาไปซื้อของเล่น

                “เอ๋… มาโซนของเล่นแบบนี้ ซื้ออะไรดีน้า”

                ลุงจ๋าก็ช่างเอาใจ แกล้งโลเลทำเป็นไม่รู้ไม่เรื่อง

                “ซื้อของเล่น ๆ ซื้อของเล่นให้น้อง”

                เด็กน้อยดีดขาตีไหล่ลุงเบา ๆ และพูดซ้ำ ๆ ถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ

                “ซื้อให้เด็กคนอื่นดีกว่า หลานลุงเน่า ไม่ยอมอาบน้ำ ฟันก็ไม่แปรง”

                “เชอะ! ก็ลุงจ๋าลักพาตัวน้องมา อุ้มน้องออกจากที่นอน น้องจะอาบได้ไง แต่น้องไม่เหม็นหรอก ป๊าทาแป้งให้น้องหอม ๆ ฟันก็แปรงสะอาดมาก ๆ ”

                พูดไม่พอ ธนินยังอ้าปากให้ดูแถมยังเอาเสื้อตัวเองมาดมตามด้วยทำหน้าบึ้งตึงคิ้วขมวดไม่พอใจที่ลุงจ๋าบอกว่าเขาเน่าน้ำท่าไม่อาบ ทั้งที่ความจริงเป็นความผิดตัวเองแท้ ๆ ที่ไปขุดอุ้มออกมาจากที่นอนแต่เช้า แถมเรื่องนี้ยังไม่รู้ถึงหูพ่อคิมหันต์ด้วยซ้ำ ถ้าหากรู้แล้วมันจะเป็นยังไงกันนะ

                “อ้าว ตกลงลุงผิดหรอ”

                คณินเลิกคิ้วถาม ท่าทางและน้ำเสียงถอดมาจากคิมหันต์ไม่มีผิด ทำให้น้องธนินหลุดยิ้มแล้วเอานิ้วจิ้มตามคิ้วและจมูกของคุณลุง และพูดให้ฟังว่าลุงจ๋ากับพ่อจ๋าเหมือนกันมากขนาดไหน เหมือนจนสมแล้วที่เป็นพี่น้องกัน

                “ใช่ ลุงจ๋าเป็นคนผิด คิคิ ว่าแต่ลุงจ๋าเหมือนพ่อจ๋าจัง”

                “เหมือนยังไงครับ”

                “คิ้วก็เหมือน ตาก็เหมือน จมูกก็เหมือน แต่ลุงจ๋าตัวสูงกว่าแล้วก็ขาวกว่า เชื่อมั้ย วันแรกที่น้องเห็นน้องคิดว่าลุงเป็นฝาแฝดกับพ่อ”

                “เป็นแฝดที่ไหนล่ะ เป็นพี่ชายหมาคิมเฉย ๆ ต่างหาก”

                “อุ๊ย น้องจะฟ้องพ่อ ลุงพูดจาไม่น่ารัก”

                เพราะป๊าเมสอนมาตลอดเกี่ยวกับการพูดจา ธนินจึงตบปากลุงจ๋าเบา ๆ

                “ขืนฟ้อง อดของเล่นแน่”

                แต่ลุงจ๋าก็ไม่เบา มีข้อแลกเปลี่ยน หากฟ้องล่ะก็อดของเล่นเป็นรถมอเตอร์ชาร์จไฟบีเอ็มดับบิวไอแปดแน่นอน ทันใดนั้นธนินก็ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแล้วขำคิกยิ้มตาปิด เอาเป็นว่ารู้กัน เพราะน้องจ๋าสัญญาว่าจะไม่ฟ้องแน่นอน

                “งั้นน้องไม่ฟ้อง น้องกลัวอดของเล่น”

                “ดีมาก”

                พูดจบ คุณลุงก็ปล่อยธนินลงยืนกับพื้น น้องจ๋าที่เท้าเปล่ากระโดดโลดเต้นใหญ่เพราะพื้นห้างเย็นจนเด็กน้อยต้องซี๊ดฟัน

                “เย็น ๆ ลุงอุ้มน้องดูของเล่นดีกว่า นะนะ”

                “ฮื่ม… อุ้มอะไร ลุงจะพามานั่งไอแปดแล้วนี่ไง”

                คุณลุงรูปหล่อใจสปอตปล่อยให้ธนินยืนอยู่ที่เดิมคนเดียวแล้วเดินไปเรียกพนักงานประจำโซนมาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับราคารถมอเตอร์ชาร์จไฟไอแปดที่จอดโชว์ไว้ ไม่ทันไรพนักงานก็เดินตามหลังมาติด ธนินเห็นก็ยิ้มแก้มแทบปริ ยืนบิดแล้วบิดอีกเพราะดีใจที่จะได้ของเล่นใหม่ แถมยังเป็นไอแปดที่พ่อจ๋าขับและตัวเองชอบนักหนา

                “ลุงจ๋าจะซื้อไอแปดให้น้องหรอ”

                พูดไปยิ้มไป จนพี่พนักงานอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม

                “ครับ หนูอยากได้รึเปล่า”

                “อยากสิ คิคิ พ่อจ๋าขับของจริง น้องขับของเล่นก็ได้”        

                คณินยิ้มรับและหันมาทางพนักงานต่อ

                “เท่าไหร่ครับ”

                เขาถามพร้อมหยิบกระเป๋าตังออกมา น้องจ๋าตาลุกวาวรีบเดินไปเลือกสีรถของเล่นทันที

                “ตัวนี้นำเข้าจากนอก พลาสติกอย่างดี ตัวฐานทำจากโครงเล็ก รับน้ำหนักได้ร้อยกิโลครับ ผู้ใหญ่ก็นั่งได้ ราคาจะสูงหน่อย อยู่ที่สองหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยครับ”

                หลังจากพนักงานแนะนำสินค้าบอกถึงราคารถ คณินก็ถามเจ้าของตัวจริงว่าอยากได้สีอะไร

                “อยากได้สีอะไรลูก”

                “สีขาว ขอสีขาวแบบพ่อจ๋าเลย น้องจะขับรอบบ้านเลย”

                ธนินที่ขึ้นไปนั่งบนรถโบกมือหยอย ๆ ยิ้มแล้วยิ้มอีก

                “ครับ งั้นอาสีขาว ไปส่งที่เราลานจอดรถด้วยได้มั้ยครับ พอดีหลานไม่ได้ใส่รองเท้า ผมต้องอุ้มหลาน”

                “ได้ครับ ขอเชิญคุณลูกค้าชำระที่เค้าท์เตอร์ได้เลยครับ”

                ขณะที่คณินกำลังเดินตามพนักงานไป ก็มีน้ำเสียงคุ้นหูพูดดังมาจากด้านหลัง

                “แพงแบบนี้ ผมให้ลูกรับไว้ไม่ได้หรอกครับ”

                คณินเงยหน้ามองตามต้นเสียงก็ถึงกับเบิกตากว้าง แต่เขาไม่ได้ตกใจมากนัก เพียงแต่สงสัยว่าคนคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ไง นั่นคือเมษาที่เป็นเจ้าของคำพูด และคิมหันต์ที่ยืนนิ่วหน้า อะไรมันจะบังเอิญพาพวกเขามาเจอกันจนได้

                “ป้าแหม่มบอกว่าคุณพาน้องจ๋ามาเดินห้าง เราก็เลยตามมา”

                คุณลุงยังไม่ทันถาม ป๊าเมก็เป็นคนบอกซะก่อน จริงอยู่ที่คณินโทรไปบอกป้าแหม่มเพื่อไม่ให้ป้าแหม่มห่วงว่าน้องจ๋าหายไปไหนพร้อมกับเขา แต่ไม่คิดว่าป้าแหม่มจะเอาไปบอกคิมหันต์และเมษา

                ด้านน้องจ๋าตอนนี้มองตาแป๋ว ๆ อ้าปากค้าง แต่มือยังคงหมุนพวงมาลัยเพราะกำลังสนุกกับมันอยู่

                “มาหาป๊าเดี๋ยวนี้เลย”

                เมษาชี้นิ้วดุ มีรึธนินจะกลัว เด็กน้อยเมินหน้าหนีลอยหน้าลอยตาแถมยังพูดจาโอ้อวดว่าอีกไม่นานตนจะมีไอแปดเป็นของตัวเอง

                “ไม่ไป น้องจะขับไอแปด”

                “อย่าเมินหน้าหนีป๊าแบบนี้นะธนิน!”

                “น้องไม่ได้เมินสักหน่อย”

                เพราะยังไม่ถึงคิวพ่อคิมหันต์ ธนินจึงได้ใจใหญ่ ทำจีบปากจีบคอเอียงหัวไปมา หารู้ไม่ว่าพ่อคิมหันต์กำลังเดินมายืนซ้อนหลังป๊า เพื่อจัดการกับลูกชายตัวแสบที่ออกจากบ้านมาไม่เท่าไหร่ก็สนิทกับพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองที่เหม็นหน้าแทบแย่

                “ธนิน มาหาพ่อ”

                แค่น้ำเสียงเรียบนิ่งจากพ่อจ๋าก็ทำเอาธนินหงอรีบลุกออกจากรถทันที เด็กน้อยรู้ดีว่าพ่อจ๋าเอาจริงไม่มีล้อเล่น ไม่เหมือนป๊าที่บอกว่าจะตีก็ทำได้แค่ถือไม้ฟาดกับอากาศ แต่พ่อคิมหันต์นี่สิ แค่ทำหน้านิ่ง ๆ น้องจ๋าก็ยิ้มไม่ออกเสียแล้ว

                น้องจ๋าเดินอย่างช้า ๆ มากอดขาคิมหันต์ เด็กน้อยช้อนตามองลุงจ๋าอย่างคณินเพราะคิดว่าผู้ใหญ่คนนี้น่าจะช่วยตนได้

                “ไม่ต้องเอาอะไรมาให้พวกเราทั้งนั้น เราไม่อยากได้”

                “พี่ก็แค่อยากซื้อให้หลาน แค่นั้นเอง”

                “ไม่ต้อง”

ทิฐิของคิมหันต์ ทำให้เขาเหมารวมตัวธนินไปด้วยว่าไม่อยากได้สิ่งของที่คณินหยิบยื่นให้ ทั้งที่ความจริงหัวใจดวงน้อย ๆ ที่บริสุทธิ์ไม่ได้คิดตามที่คิมหันต์คิดเลยสักนิด แถมในใจยังมีแต่คำถามว่าทำไมผู้ใหญ่ต้องทะเลาะกัน

                “ทำไมพ่อไม่อยากได้ของของลุงจ๋าล่ะป๊า…”

                ธนินถามเสียงเอื่อย

                “อ่า… เปล่าครับ พ่อไม่ได้ไม่อยากได้ แต่ว่ามันแพงไง เราเลยรับไว้ไม่ได้”

                เมษาพูดปลอบพร้อมอุ้มธนินเข้าเอว

                “ไม่จริง พ่อเกลียดลุงจ๋า พ่อเลยไม่อยากได้ไอแปดของลุงจ๋า ทั้งที่ลุงจ๋าซื้อให้น้อง น้องอยากได้”

                ธนินเริ่มเสียงดังและชี้นิ้วมายังคิมหันต์ ทำเอาคิมหันต์เขม่นตามองค้อนลูกชายที่พูดจาแทงใจดำเพราะความไม่รู้

                “ธนิน ไม่ใช่เรื่องของเด็ก ทีหลังอย่าพูดแบบนี้อีก”

                คิมหันต์เอ็ดดุ ถึงอย่างนั้นน้องจ๋าใช่ว่าจะยอม

                “น้องไม่อยากเป็นผู้ใหญ่เลยจริง ๆ น้องอยากเป็นเด็กตลอดไป พอเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ต้องมาทะเลาะกัน คนนั้นไม่ชอบคนนั้น คนนี้ไม่ชอบคนนี้ ป๊าสอนน้องว่าให้รักทุกคนที่ดีกับเรา ป๊าไม่สอนพ่อจ๋าบ้างรึไง”

                “ธนิน!!”

                “พ่อจ๋าเอาแต่ขึ้นเสียง ฟังน้องบ้าง หงุดหงิดมาก ๆ แก่ไวไม่หล่อป๊าไม่รักนะรู้มั้ย ตอนนี้ลุงจ๋าดีกับน้องแล้ว น้องไม่โกรธลุงแล้ว พ่อก็ไม่ควรโกรธลุงจ๋าเหมือนกัน ลุงจ๋าแค่แหย่น้องเล่นเฉย ๆ หัดลบความรู้สึกแย่ ๆ ออกจากจิตใจบ้าง จะได้ไม่เครียดจนทำคิ้วขมวดเป็นโบว์ผูกกล่องของขวัญ”

                น้ำเสียงเจื้อยแจ้วดังไม่ขาด ธนินพูดเป็นต่อยหอยไม่พอยังชี้นิ้วใส่คิมหันต์เหมือนที่คิมหันต์ทำเวลาสอนตัวเองบ่อย ๆ ตอนนี้คุณพ่อโดนลูกชายสอนซะได้ แถมยังสอนต่อหน้าพนักงานที่ยืนรออยู่ด้านหลัง คิมหันต์ถึงกับต้องถอนหายใจ เพราะไอ้ที่ลูกชายพูดมันก็ถูก แต่การที่เมษายิ้มตามสิ่งที่ธนินพูดนี่มันคืออะไร

                “พ่อจ๋ากอดกับลุงจ๋าเดี๋ยวนี้เลย!”

                แทนที่ลูกขึ้นเสียงกับพ่อแล้วป๊าเมจะห้าม ป๊าเมดันหัวเราะชอบใจซะได้

                “ป๊าอย่ามาขำพ่อนะ!”

                คิมหันต์พูด ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เด็กกว่ากัน ระหว่างธนินกับพ่อจ๋า

                “แหนะ! สั่งคนนู้นคนนี้อีก อย่ามาสั่งป๊าของน้องนะ พ่อจ๋ากอดกับลุงจ๋าเดี๋ยวนี้เลย  กอดกันเดี๋ยวนี้ เร็วสิ พี่พนักงานมองหมดแล้ว ไม่อายรึไง”

                เพราะคำพูดของธนิน พี่ ๆ พนักงานจึงหันมองพ่อคิมหันต์เป็นตาเดียวกัน แต่เขามองด้วยความเอ็นดูที่คุณพ่อได้แต่ทำหน้าตาหงุดหงิดแต่ไม่คิดจะขึ้นเสียงกับลูก แถมตาหนูก็ชั่งพูดชั่งจาจนใครเห็นก็มองว่าน่ารักและสัมผัสได้ถึงจิตใจที่ไม่หวังอะไรนอกจากอยากให้คนรู้จักกับคำว่า ‘อภัย’

                คิมหันต์ยืนนิ่ง ยิ้มไม่ออกเพราะไม่อยากกอดกับคณินเลยสักนิด แต่ธนินจะยอมรึ เขาคิด

                “น้องบอกให้กอด!”

                แย่ละสิ ลูกจ๋าสั่งขนาดนี้พ่อจ๋าไม่มีสิทธิ์จะตัดสินใจด้วยซ้ำ

                “มากอดกับพี่มาตัวเล็ก โอ๋ ๆ”

                คุณลุงก็เห็นดีเห็นงาม แกล้งเรียกคิมหันต์ว่า ‘ตัวเล็ก’ ทำเอาฟังแล้วขนลุกขนชันไปตาม ๆ กัน

                “เล็กบ้านแกดิ!”

                คิมหันต์กัดฟันพูด แต่สุดท้ายเขาก็ต้องยอมรับอ้อมกอดจากพี่ชายที่ตอนนี้กางแขนกว้างส่งยิ้มมาให้ คุณพ่อเดินไปหาคณินอย่างหัวเสียก่อนกางแขนออกแล้วดึงคณินมากอด ครั้นคณินก็กระชับกอดให้แน่นกว่าเก่าอย่างกับว่าคิดถึงอ้อมกอดที่ห่างหายไม่ได้สัมผัสมานาน

                ‘คิดถึงจริง ๆ แฮะ’ คณินคิดในใจ เขาหลุดยิ้ม ถึงคิมหันต์จะไม่ได้เต็มใจกอดเขาก็เถอะ แค่นั้นเมื่อธนินเห็นพ่อจ๋ากับลุงจ๋ากอดกัน ธนินก็ดีใจตะโกนเสียงดังพลางชูมือสองข้างขึ้นสูง ๆ

                “เย้ ๆ พ่อจ๋ากับลุงจ๋ารักกันแล้ว น้องดีใจจังเลยที่พ่อจ๋ารักลุงจ๋า”

                “ลูกป๊าเก่งมากครับ”

                เมษาหอมแก้มธนินเป็นรางวัล เพราะป๊าเองก็ไม่ได้อยากให้พี่น้องท้องเดียวกันมาเขม่นไม่ถูกกันเอง เห็นแบบนี้ก็อดชื่นใจไม่ได้ นี่ถ้าป้าแหม่มเห็นตัวเล็กของพี่คณินว่านอนสอนง่ายยอมให้กอดแบบนี้ ป้าแหม่มจะร้องไห้เพราะความตื้นตันรึเปล่านะ

                “เย้ ๆ เอารถ เอารถ จ่ายเงิน เอารถ กลับบ้านเรา กลับบ้าน”

                เมื่อทุกอย่างคลายความตึงเครียด ธนินก็เรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง นั่นคือรถไอแปดที่ลุงจ๋ากำลังจะซื้อให้

                “พ่อซื้อให้ ไม่ต้องไปเอาเงินเขาหรอก”

                เพราะกลัวลูกจะรักลุงจ๋ามากกว่า คิมหันต์จึงแย้งขึ้นว่าจะเป็นคนซื้อให้เอง

                “ไม่เอา น้องอยากให้ลุงซื้อให้”

                ธนินพูดหน้าตาเฉย มองตาใส ๆ

                “ฮ่า ๆ แต่มันแพงนะ ป๊าว่าเอาของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ก็พอ”

                เมษาอุ้มธนินให้หันหน้ามองไปทางอื่นแล้วชี้นิ้วให้ดูรถบังคับคันเล็ก ๆ  เผื่อน้องจ๋าจะเปลี่ยนใจ

                “ไม่เป็นไร ผมตั้งใจซื้อให้เค้าจริง ๆ ”

                แต่ลุงจ๋าก็เดินมาดักหน้แล้วพูดแทรก

                “แต่… มันแพงนะครับ”

                “ไม่เป็นไรครับ ถือซะว่าให้เค้าได้เล่น เพราะตอนเด็ก ๆ ผมอยากมีรถแบบนี้มาก แต่เพราะแม่พาไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เลยไม่คล่องเหมือนตอนอยู่ไทย ผมเลยไม่มีของเล่นเล่นเท่าไหร่ พอมาเห็นธนินแล้ว… ผมก็นึกถึงตัวเองตอนเด็ก เลยอยากซื้อให้เขาครับ”

                และแล้วลุงจ๋าก็บอกถึงเหตุผล เมษาฟังแล้วอดน้ำตาคลอไม่ได้ กับหัวใจที่อ้างว้างของลุงจ๋าในอดีต ในเมื่อธนินสามารถเติมช่องว่างในหัวใจได้ เมษาจึงไม่ขัด

แต่ว่า…ตอนนี้พ่อจ๋าคิมหันต์ไปไหนแล้วล่ะ เพราะเรื่องรถต้องให้พ่อจ๋าช่วยเลือกนี่นา อยากบอกว่าเรื่องรถไม่ว่าจะเป็นของเล่นหรือรถจริง ๆ พี่แกถือว่าเป็นเซียนมือหนึ่งของบ้านเลยล่ะ

                “เอ๊ะ แล้วนี่พ่อจ๋าไปไหน”

                เมษามองซ้ายขวา

                “สงสัยกลับไปที่รถแล้วมั้ง น้องเห็นพ่อทำคิ้วขมวดถือกุญแจรถเดินออกไปทางลานจอดรถแล้ว คิคิ”

                “ขี้น้อยใจ เอาแต่ใจ ขี้หงุดหงิด ไม่เปลี่ยน ฮ่า ๆ ”

                คณินพูดเสริม เพราะเหตุการณ์วันนี้มันพิสูจน์แล้วจริง ๆ ว่าคิมหันต์ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด แต่ถึงอย่างไร ต่อให้เปลี่ยนไปในทางที่ดี หรือทางไหน คิมหันต์ก็ยังเป็นน้องชายที่เขารักเสมอ อาจมีบ้างบางครั้งที่เก็บเอาอดีตมาบั่นทอนจิตใจตัวเองจนเกิดเป็นความชัง แต่ธนินกลับหักล้างความคิดนั้นให้หายไปสิ้น จนเหลือแต่ความคิดที่ว่า… ครอบครัวพิพัฒนภูวดลนี้แหละ คือครอบครัวของเขา

---------------------------------------------------------

มาแล้ววววววววววววววววว อ่าน ๆ เนื้อหาเบา ๆ เอาให้หายเครียด

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว