ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ll ASULE ll - Episode 8 - แตกหัก [ 100% ] << รีไรท์

ชื่อตอน : ll ASULE ll - Episode 8 - แตกหัก [ 100% ] << รีไรท์

คำค้น : fierce doctor หมอดุ อสูร แสนซน อาสูร

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.3k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2560 16:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ll ASULE ll - Episode 8 - แตกหัก [ 100% ] << รีไรท์
แบบอักษร

Episode 8

#อสูรแสนซน

ASULE’S TALK

\ในความรู้สึกผม...งานแต่งงานยิ่งฟังก็ยิ่งน่าเบื่อ มันเป็นงานที่งี่เง่าและไร้สาระมาก เพราะผมต้องตื่นมาแต่งตัวตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อรอเข้าพิธีตอนเก้าโมงเช้า หกชั่วโมงเต็มกับการรอคอย มันช่างน่าเบื่อซะจนผมอยากหาหนังสือสักเล่มขึ้นมาอ่านให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

แต่วินาทีแรกที่ผมเห็นเจ้าสาวของผม ทุกอย่างมันหยุดชะงักไปชั่วขณะ ร่างบางอยู่ในชุดไทยสีอ่อนพาดสไบเฉียงเผยลำคอและลาดไหล่ขาวนวลเนียนที่ผมเคยสัมผัสมานักต่อนัก หัวใจด้านชามันเต้นรัวอยู่ในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เวรแล้วไอ้สูร โดนฟีโรโมนทำพิษอีกแล้ว! แล้วสายตาของผมก็ประสานเข้ากับดวงตากลมโตที่มองผมด้วยสายตาตื่นตระหนก ร่างเล็กแก้มแดงระเรื่อไปหมด เห็นแบบนั้นผมจึงรีบปรับสีหน้าของผมให้มันเป็นปกติทันที

จะมาเขินอะไรวะไอ้สูร ทำเป็นไม่เคย ก็แค่เด็กท่องไว้ ก็แค่เด็ก*!!*

แต่แล้วความหงุดหงิดของผมก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อม่านฟ้าโทรเข้ามาหาผมเป็นสิบๆ สาย ทำไมเซ้าซี้นักวะ? ผมเคยตกลงกับเธอแล้วว่าระหว่างเราผมให้แค่ไหนแต่เธอก็ล้ำเส้นที่ผมขีดไว้เสมอ ผมจึงตัดสินใจไม่รับโทรศัพท์ม่านฟ้า และเดินเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนจากชุดไทยประยุกต์ที่ใส่ในพิธีหมั้นไปเป็นชุดสูทแบบทางการเพื่อเข้าพิธีฉลองสมรสในช่วงเย็น แต่แล้วเสียงพูดคุยของแสนซนกับ ม่านฟ้าก็ดังแทรกเข้ามาในห้องน้ำ

เข้ามาคุยในห้องผม? ที่อื่นไม่มี? แต่สิ่งที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากกว่าการที่ม่านฟ้ามาปรากฏตัวก็คือคำตอบที่ดังออกมาจากปากบางของคนตัวเล็กนั่นแหละ

‘ปะ...เปล่า ไม่ได้รักๆ ฉันเลิกรักอาสูรไปตั้งนานแล้ว ฮ่ะฮ่า’ ยัยนั่นพูดว่าไม่ได้รักผม แถมยังหัวเราะเหมือนมันเป็นเรื่องไม่สำคัญอะไรสักนิด เหอะ!

หลังจากนั้นผมก็เดินลงมาด้านล่างเพื่อคุยเล่นกับพวกไอ้ราม ไอ้ทัพ เพื่อคลายความหงุดหงิดที่ผมกำลังเผชิญ พอเหลือบไปเห็นร่างเล็กเดินลงมาจากด้านบนก็กะจะเข้าไปท้าทายคนที่เลิกรักผมไปแล้วซะหน่อย แต่พอเหลือบไปเห็นม่านฟ้าที่เดินลงมาคู่กันก็เกิดเปลี่ยนใจ

ผมรีบกลับหลังหันและเดินไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่างเพื่อซ่อนตัวจากม่านฟ้าทันที ผมไม่อยากคุยกับเธอ ผมไม่อยากเห็นหน้าเธอในเวลานี้ แต่หลังจากนั้นไม่นานนักเสียงแหลมเล็กของคนที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุดในตอนนี้กลับดังขึ้นมาซะก่อน

“อ้าว เฮียสูรอยู่นี่เอง ทำอะไรอยู่หรอคะ” ม่านฟ้าถามขึ้นก่อนจะแทรกตัวเข้ามาด้านในห้องน้ำ ทั้งที่ผมยังไม่ได้อนุญาตหรืออะไรทั้งนั้น

“ออกไป เฮียจะเข้าห้องน้ำ” ผมดันให้ม่านฟ้าหลบออกไปจากห้องน้ำ เพราะผมกำลังจะใช้มัน แต่ร่างบางก็ยังขืนตัวไว้อย่างสุดความสามารถ ผมจึงปล่อยมือจากร่างบางนั่นแล้วหันหลังให้เธอทันที

“เฮีย สัญญากับฟ้าไว้แล้วนะคะ ว่าจะไม่มีอะไรกับแสนซน เฮียอย่าผิดสัญญานะ นะคะ” ม่านฟ้าเดินเข้ามาดักที่ด้านหน้าผม ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นมาลูบไล้ที่อกแกร่งของผมอย่างจงใจ เธอค่อยๆ เขย่งปลายเท้าขึ้นและยื่นใบหน้าเล็กนั่นเข้ามาหาผมช้าๆ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงรู้สึกดีและโน้มตัวลงไปหาเธอแล้ว แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ความรู้สึกผมมันเริ่มแปรเปลี่ยนไปตั้งแต่ได้เป็นเจ้าของแสนซนทั้งกายและใจ เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ความรู้สึกผมมันชัดเจนขึ้น ไม่ว่าม่านฟ้าจะทำอะไรมันก็ดูน่าอึดอัดและน่ารำคาญสำหรับผมไปหมด นานวันความรู้สึกนี้มันก็แรงขึ้น จนตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกขยะแขยงม่านฟ้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และในขณะที่ริมฝีปากของม่านฟ้าจะเข้ามาแตะริมฝีปากผม เสียงสะอึกสะอื้นที่คุ้นเคยก็ดังมาจากด้านหลังซะก่อน

“อ๊ะ สะ...แสนซน” ม่านฟ้าผละออกไปก่อนจะมองไปยังคนตัวเล็กที่มาใหม่อย่างตกใจ เสียงสะอื้นจากร่างเล็กช่างแผ่วเบาราวกับเจ้าตัวไม่ต้องการให้ใคร ได้ยิน

หึ!! ขอดูหน้าคนไม่รักหน่อยเป็นไง! ผมหันหน้ามามองคนตัวเล็กช้าๆ ก่อนจะแสยะยิ้มให้อย่างจงใจ เพื่อให้เธอเข้าใจผิดว่าผมกับม่านฟ้าจูบกัน คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้นก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไปจากห้องน้ำทันที

นี่หรอไม่รัก! ปากดีนัก!! น่าแปลก...อยู่ๆ ผมก็อารมณ์ดีขึ้นมาดื้อๆ หึๆ

แต่แล้วสิ่งที่ผมเห็นเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ มันก็ทำให้กลับมาผมโมโหอีกครั้ง แถมครั้งนี้มันยังมากกว่าเดิมซะอีก กอดไอ้ราม? ชอบมันมาก? แถมไอ้รามตัวดีแม่งยังยืนลูบหัวเมียชาวบ้านอย่างหน้าไม่อายอีก ไอ้เวร เมียพี่มันยังไม่เว้น!! ผมโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลยตะโกนออกไปสั่งให้คนตัวเล็กตามออกมาในงาน แล้วผมก็เดินออกมาโดยไม่สนใจเธออีกเลย

พอถึงเวลาเข้าหอ คนตัวเล็กก็เงียบลงไปอย่างเห็นได้ชัด แถมยังทำเป็นไม่สนใจผม ไม่พอใจ? โกรธ? จะโกรธได้สักกี่น้ำ ขอดูหน่อยแล้วกัน ผมคิดได้แบบนั้น จึงจงใจแกล้งทำตัวเปลือยท่อนบนแล้วเข้าไปข่มขู่เพื่อให้เธอเข้าใจว่าผมจะปล้ำเธอ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเพราะแสนซนเลือดกำเดาไหล!!

หึๆ ไอ้เด็กหื่น!! แค่นี้ถึงกับกำเดาไหล ถ้าไปถึงขั้นนั้นไม่เลือดหมดตัวตายเลยรึไง ผมจัดการปฐมพยาบาลให้คนตัวเล็กจนมั่นใจว่าเลือดหยุดไหล แล้วก็บังคับให้เธอเข้าไปอาบน้ำ

Rrrrrr

แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ให้ตายเหอะ โทรมาทำไมในเวลาแบบนี้วะ ไม่รู้จักกาลเทศะ?

“ว่าไง?” ผมเริ่มรำคาญเสียงโทรศัพท์จนทำงานต่อไปไม่ได้ จึงหยิบมันขึ้นมากดรับ แล้วเอ่ยรับไปแบบเนือยๆ ไม่ต้องเดาทุกคนก็คงจะรู้ว่าใครโทรเข้ามา ใช่ม่านฟ้า เธอนั่นแหละปัญหาของผมในตอนนี้

(เฮียสูร นอนรึยังคะ? เอ่อ เฮียสูรไม่ได้...กับแสนซนใช่ไหม ไม่ได้มีใช่ไหมคะ) ม่านฟ้าถามผมอย่างรวดเร็ว เสียงที่ดังมาจากปลายสายเริ่มแผดเสียงร้ายและแหลมขึ้นเรื่อยๆ

“ก็บอกว่าไม่ได้มีอะไร ทำไมต้องเซ้าซี้” ผมตอบออกไปเสียงหงุดหงิด ก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง เพื่อให้ปลายสายได้ยินว่าผมเริ่มจะรำคาญเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

(ฟ้าไม่ได้จะเซ้าซี้นะคะ แต่ฟ้าไม่สบายใจเลย เฮียสูรมาหาฟ้าที่คอนโดได้ไหมคะ) ม่านฟ้าออดอ้อนเสียงหวาน ใช่ตามความจริงมันเป็นแบบนั้น แต่จากความรู้สึกผมในตอนนี้ ม่านฟ้าเริ่มน่ารำคาญมากไปทุกทีๆ

“อย่างี่เง่าให้มาก” ผมตวาดปลายสายเสียงดุ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ให้ม่านฟ้ารู้ว่าผมไม่พอใจเธอจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว

(ฮึก ฟ้าแค่...) ม่านฟ้าร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงเบา ผมเริ่มปวดหัวตุบกับความน่ารำคาญนั่น เลยตะคอกใส่ปลายสายเสียงดังว่า

“รำคาญ!” และก็กดตัดสายไปทันที ผมหันมาทำงานที่ค้างไว้ต่ออย่างไม่คิดจะเอาเรื่องม่านฟ้ามาใส่ใจ แต่แล้วเสียงดัง ตึง ที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผมตกใจจนต้องรีบเดินเข้าไปดูคนตัวเล็กในห้องน้ำ ผมสั่งไม่ให้แสนซนล็อคประตูเพราะเธอมักจะซุ่มซ่ามแบบนี้เสมอ และถ้ายัยนี่ล็อคประตู แล้วเกิดล้มแบบนี้ ใครมันจะเข้าไปช่วยได้? แต่ไม่ว่าผมจะถามอะไรไปคนตัวเล็กก็เอาแต่นั่งเงียบ อมลมไว้ในแก้มป่องๆ นั่นจนเต็ม แถมยังมีน้ำตาเอ่อคลออยู่ที่ดวงตาอีก ผมเห็นแบบนั้นเลยเดินเข้าไปด้านในเพื่อดูร่องรอยการบาดเจ็บของร่างบาง แต่เธอกลับสะบัดตัวออกจากผม แถมยังหันหน้าหนีผมเป็นพัลวัน และทันทีที่ร่างบางพยศใส่ผม ผมก็จัดการลงโทษเธอในแบบของผมทันที

แล้วก็ลงเอยแบบเดิมทุกครั้งที่ผมแตะต้องร่างเล็กนั่น ความรู้สึกร้อนรุ่มและโหยหามันก็กลับมาอีกครั้ง ผมบังคับให้เธอทำในสิ่งที่ผมต้องการอย่าง เอาแต่ใจ ครั้งแล้วครั้งเล่า สัมผัสที่ได้รับจากคนตัวเล็กทำให้ผมคิดอะไรไม่ออก ในหัวมันขาวโพลน ไม่คิดถึงเหตุผลหรือความรู้สึกใดๆ นอกจาก ต้องการเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรก็ไม่อาจรู้ได้ พอรู้ตัวอีกทีแสนซนก็สลบไปต่อหน้าต่อตาผมซะแล้ว อ่อนหัดจริงๆ คงต้องทำบ่อยๆ จะได้ไม่สลบ หึ!! ผมยิ้มกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากเล็กนั่นอย่างอ่อนโยน

 Rrrrrrr

ทันทีที่ผมห่มผ้าให้คนตัวเล็กเสร็จ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาจนผมตกใจ และชื่อของคนโทรเข้าก็ทำให้อารมณ์ผมเริ่มขุ่นมัวขึ้นมาอีกครั้ง เฮ้อ จะโทรมันยันเช้าเลยรึไงวะ?

“อะไรอีก!!” ผมตะคอกใส่ปลายสายอย่างหงุดหงิด ก่อนจะลุกออกมาจากเตียงเพื่อเดินไปคุยที่ระเบียงห้อง จริงๆ ก็อยากจะนอนกอดร่างนุ่มนิ่มนั่นต่อ แต่ถ้าไปเสียงดังใกล้ๆ ยัยตัวเล็ก ก็อาจจะทำให้เธอตื่นได้

(ฮึก เฮียสูร เฮียสูรรับปากฟ้าแล้ว ฮือ) ม่านฟ้าร้องไห้อย่างหนัก ก่อนที่จะบ่นพึมพำแต่ประโยคเดิมซ้ำๆ อยู่แบบนั้นราวกับคนไร้สติ ผมหันกลับเข้าไปมอง คนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าผมต้องจบเรื่องนี้ ซะที ความรู้สึกของผมมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่บอกไปนั่นแหละ

“ฟ้า...เราจบกันแค่นี้เถอะ เชื่อเฮีย” และผมก็พูดในสิ่งที่ตัวเองคิด ผมไม่เคยมั่นใจอะไรมากเท่านี้มาก่อน ความรู้สึกที่ผมมีกับแสนซนมันรุนแรงขึ้นทุกวัน อยากจับ อยากมอง อยากกอด และอยากสัมผัส ที่สังเกตได้อย่างชัดเจนก็คือ ผมมักจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้แสนซน

(ฮึก ทำไมคะ เฮียมีอะไรกับแสนซนแล้วใช่ไหม เฮียถึงมาบอกเลิกฟ้าแบบนี้ ฮือ) ม่านฟ้าประท้วงเสียงดัง เธอร้องไห้ฟูมฟายราวกับจะขาดใจ ผมรู้ว่าเรื่องนี้ผมเป็นคนผิด ผมผิดเอง ถ้าผมไม่เล่นกับเธอตั้งแต่แรก เธอก็คงจะไม่คิดจริงจังกับผมมากขนาดนี้ และคนตัวเล็กอีกคนก็คงไม่ต้องร้องไห้เพราะผมแบบนี้เหมือนกัน

                “เฮียขอโทษ แต่เราจบกันแค่นี้เถอะ” พูดจบผมก็วางสายจากม่านฟ้าทันที ผมทำราวกับว่าผมไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องเลวๆ ที่ทำลงไป แต่คิดว่าผมไม่รู้สึกผิด จริงๆ หรอวะ? ไม่เว้ย...ผมแม่งโคตรรู้สึกผิด ตอนนี้ข้างในมันรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก ผมทำร้ายผู้หญิงสองคนมานานแค่ไหนแล้ว และวันนี้แหละมันต้องเดินไปในทางที่ถูกต้องซะที


SANSON’S TALK

ฉันตื่นมาในเวลาเช้ากับความรู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วทั้งตัว ทั้งต้นคอ ต้นแขน ต้นขา และที่เจ็บมากที่สุดคือบริเวณท้องน้อยนั่นแหละ อาสูรคนบ้า คนนิสัยไม่ดี เขาน่ะมันคนเอาแต่ใจ ร้ายกาจที่สุด!!

ฉันลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ยิ่งขยับมันก็ยิ่งเจ็บแปล๊บไปทั่วร่าง พอคิดทบทวนเรื่องเมื่อคืนแล้ว ฉันก็ต้องเครียดเข้าไปใหญ่ เรื่องแบบนี้น่ะมันบ้าที่สุดเลย ขยะแขยงตัวเองจะแย่อยู่แล้วที่มีสามีคนเดียวกับเพื่อนแบบนี้ ฉันมันน่ารังเกียจ น่ารังเกียจจริงๆ เลยแสนซน

ฉันสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของอาสูร เขาคงออกไปทำงานแล้วแน่ๆ ดี!! คนนิสัยไม่ดีแบบอาสูรเนี่ย อย่ามาให้แสนซนเห็นหน้าอีกนะ ถ้าอาสูรโผล่ละก็...แสนซนจะหนีแหละ!! พอเริ่มทรงตัวนั่งอยู่ได้ ฉันเลยหยิบผ้าห่มผืนหนามาพันตัวเองไว้ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที

“ฮึก บ้าชะมัด” ทันทีที่ฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำแล้วพบกับร่องรอยที่เขาทำไว้ ก็กลั้นน้ำตาเอาไว้แทบจะไม่อยู่ มันมีทั้งรอยฟัน รอยขบเม้ม และร่องรอยบีบเค้นตามร่างกายจนทั่ว มันแทบไม่มีส่วนไหนที่ไม่มีสีระเรื่อขึ้นเลยสักที่เดียว แบบนี้มันน่าอายเกินไป แล้วฉันจะไปเรียนยังไงล่ะเนี่ย

ฉันอาบน้ำไปร้องไห้ไปด้วยความเจ็บปวด พอแผลมันโดนน้ำก็แสบจี๊ดไปหมด จนตอนนี้ฉันรู้สึกราวกับมีแผลอยู่ทั่วร่างกายเลย แสบชะมัด วันนี้ฉันมีเรียนที่มหาวิทยาลัยทั้งวัน แถมยังเรียนวิชานอกคณะด้วย จะทำยังไงกับรอยพวกนี้ดีนะ

พออาบน้ำเสร็จฉันก็เดินเข้ามาในห้องแต่งตัวแล้วก็พบเข้ากับ คอนซิลเลอร์แบบน้ำขวดเล็ก ที่ฉันมักไม่ค่อยได้ใช้ ฮึ่ย เอาน่าแสนซน คอนซิลเลอร์นี่แหละทางออกในเวลานี้ คิดได้ดังนั้นฉันจึงทามันไปตามรอยช้ำที่โผล่ออกมาจากเสื้อและกระโปรง ฮือ ขนาดตรงขาอาสูรยังทำรอยบ้าๆ นี่ไว้เลย

อาสูร! คนนิสัยไม่ดี คนเลว คนบ้ากาม คนลามก แย่ที่สุดเลย แย่มากเลย!

​ฉันใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวและทาคอนซิลเลอร์เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม พอเช็คจนแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครเห็นรอยบ้าๆ นี่ก็ลงมาด้านล่างเงียบๆ และ ออกจากบ้านมาขึ้นรถเมล์ไปมหาวิทยาลัยโดยไม่ให้ใครรู้ ถ้ามีคนเห็นฉันในสภาพนี้คงโดนล้อแน่ๆ ถึงแม้ว่าฉันจะแต่งงานกับอาสูรแล้วก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าชื่นชมถูกไหม ดังนั้นห้ามใครเห็นเด็ดขาดนะแสนซน จำไว้เลย!

พอมาถึงมหาวิทยาลัยฉันก็ตรงเข้าไปที่ห้องบรรยายทันที วันนี้ฉันมา ไวกว่าปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงในการเจอคนเยอะๆ  แถมพอเข้ามาในห้องฉันก็เลือกนั่งแถวหลังสุดเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น ถึงจะทาคอนซิลเลอร์มาแล้ว แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะมองไม่ออกนี่นา ดังนั้นฉันต้องป้องกันไว้ก่อน

วันนี้ฉันเรียนวิชาของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีนักศึกษาจากหลายคณะ หลายชั้นปีมาลงเรียนเพื่อเก็บเกรด ดังนั้นวันนี้ม่านฟ้าก็จะมาเรียนกับฉันด้วย ไม่นานนักม่านฟ้าก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ แต่ทำไมรอยยิ้มนั่นดูไม่ค่อยดีเลยล่ะ

“ฟ้า มาแล้วหรอ มานั่งกับฉัน ตรงนี้ๆ” ฉันเอ่ยทักม่านฟ้าและกวักมือให้เธอเดินมานั่งข้างฉัน แต่ทันทีที่ม่านฟ้าเดินเข้ามาใกล้ เธอก็จ้องเข้ามาที่ต้นคอของฉันอย่างตกใจ ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมามองฉันด้วยความเกรี้ยวกราด อย่าบอกนะว่าม่านฟ้าเห็นรอยนั่น ทำไมล่ะในเมื่อฉันปิดมันดีแล้วนี่

“แก!!” ม่านฟ้าปรายตามองฉันด้วยสายตาโกรธจัด แต่ยังไม่ทันที่ ม่านฟ้าจะได้พูดอะไรต่อ เพื่อนคนอื่นๆ ก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับอาจารย์ประจำวิชา ม่านฟ้าเลยเดินเข้ามานั่งข้างฉัน และมองฉันเพียงแว๊บเดียวก่อนจะหันไปมองกระดานโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เอาอีกแล้วความรู้สึกแย่แบบนี้มันมาอีกแล้ว ทำไมกัน ม่านฟ้ากำลังโกรธใช่ไหม แล้วโกรธเรื่องอะไรกัน หรือว่า…

“แก เป็นอะ...” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบอาจารย์ก็เริ่มสอนทันที ระหว่างเรียน ฉันสังเกตม่านฟ้าตลอดเวลา เธอแปลกไปจริงๆ นะ ม่านฟ้ามักจะชอบจ้องมาที่ต้นคอของฉัน ก่อนจะสอดส่ายสายตามาสำรวจฉันทั้งตัว จนฉันรู้สึกขนลุกวาบอย่างไม่มีสาเหตุ สายตาที่ม่านฟ้าใช้มองมานั่นมันน่ากลัวเกินไป น่ากลัวจนทำตัวไม่ถูกเลย

ทันทีที่จบคาบเรียน ม่านฟ้าก็หันมาจ้องฉันอย่างเปิดเผย ฉันที่กำลังเก็บของอยู่ก็ต้องตกใจกับสายตาแบบนั้นของเธอ ม่านฟ้าจ้องฉันแต่ไม่พูดอะไรสักนิด ฉันที่กลัวว่าบรรยากาศระหว่างฉันกับเธอจะแย่ลงเลยพูดขึ้นมาว่า

“ฟ้า แกจดทันไหมอะ ฉันจดไม่ทันอะ ขอยืมสมุดหน่อยน้า นะๆ” ฉันยิ้มแหยๆ ส่งไปม่านฟ้าที่ตอนนี้มีสีหน้าจริงจังมากกว่าปกติ ฉันสัมผัสได้ถึงรังสีร้อนๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวม่านฟ้า นี่ไงไม่เหมือนทุกทีเลย

“ทัน แต่คงไม่ให้เพื่อนแบบแกยืม โทษที รังเกียจน่ะ หึ” ฉันถึงกับอึ้งไปเลย เมื่อกี้ม่านฟ้าพูดว่ารังเกียจ ม่านฟ้าพูดเสียงดังมาก จนคนอื่นๆ ที่กำลังเก็บข้าวของอยู่หันมามองทางเราเป็นตาเดียว ทำให้ฉันยิ่งตกใจกับสถานการณ์นี้มากขึ้นไปอีก

“แกเป็นอะไรอะฟ้า ใจเย็นๆ แกโกรธอะไรฉัน” ฉันลุกขึ้นยืนตามม่านฟ้าก่อนจะเจรจาเสียงเบา ม่านฟ้ายืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะหันมาจ้องฉันอย่าง เอาเรื่อง 

“โกรธ? แกคิดว่าถ้าเพื่อนแย่งผัวแก แกจะไม่โกรธหรอ? อีกอย่างเพื่อนแบบนั้นแถวบ้านฉันไม่เรียกมันว่าเพื่อน!!” ม่านฟ้าระเบิดอารมณ์อย่างแรง เธอตะโกนเสียงดังสั่นห้องบรรยายพร้อมกับเดินเข้ามาบีบต้นแขนฉันอย่างแรงอีกต่างหาก

“กะ...แก เรื่องที่แกชอบอาสูร ฉันไม่เคยรู้ ทำไมแกถึงไม่บอก...”

เพี๊ยะ เพี๊ยะ

ฝ่ามือร้อนๆ ของม่านฟ้าพุ่งเข้ามากระทบที่แก้มฉันอย่างรวดเร็ว มันเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ติด หน้าฉันหันไปตามแรงที่ม่านฟ้าส่งมาถึงสองครั้งสองครา แก้มฉันร้อนผ่าวและชาวาบไปหมด แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าถูกตบ เกิดมาไม่เคยโดนอะไรแบบนี้เลยนะ แถมโดนเพื่อนสนิทตบอีกต่างหาก

แบบนี้มันไม่โอเคสำหรับฉันเลยสักนิด ไม่นานก็มีเพื่อนจากคณะพยาบาลซึ่งน่าจะรู้จักกับม่านฟ้าก็เดินเข้ามาดึงตัวม่านฟ้าออกไปจากฉัน พร้อมกับบอกให้ม่านฟ้าสงบสติอารมณ์มากกว่านี้ แก้มฉันมันคงขึ้นเป็นรอยแดงแล้วแน่ๆ ตอนนี้นอกจากแก้มฉันจะชาแล้ว มันเริ่มจะปวดตุ้บๆ แล้วด้วยนะ

“แพศยา มารยา สร้างภาพว่าเป็นคุณหนู ถุ้ย! ที่แท้ก็พวกชอบแย่งผัวชาวบ้าน ไปเปลี่ยนชื่อเป็นแสนร่านเหอะเข้ากับแกมากกว่าแสนซนอีก อีร่าน!! หึ” ม่านฟ้าถูกดึงให้ถอยห่างออกจากฉันไปไกลพอสมควร แต่เธอก็ยังไม่ลดละที่จะดูถูกและต่อว่าฉัน ม่านฟ้าโกรธจนดวงตาแข็งกร้าวและแดงก่ำไปหมด เธอทำเหมือนเราแค้นกันมาเป็นสิบปี ทั้งที่เมื่อไม่นานมานี้เรายังรักกันดีอยู่เลย แค่เรื่องผู้ชายมันทำให้มิตรภาพที่มีเสื่อมสลายลงไปได้เลยหรอ

“ฮึก” น้ำตาเอ่อขึ้นมาคลอที่รอบดวงตาฉันอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ฉันกลั้นเสียงสะอื้น ม่านฟ้าก็หัวเราะร่วน

“ฮะฮ่ะฮ่า ตอแหลเข้าไปสิ รอยที่คอแกน่ะ อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะ หึ ทำตัวใสซื่อ ที่แท้ก็แรดแบบกู่ไม่กลับ” ม่านฟ้าทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาฉันอีกรอบ เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงต้องออกแรงดึงม่านฟ้าไว้อีกครั้ง

“มะ...ไม่ใช่นะ ไม่ได้เป็นแบบนั้น” ฉันพยายามพูดให้ม่านฟ้าเข้าใจว่าฉันไม่ได้ เสแสร้ง ไม่ได้สร้างภาพหรืออะไรเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมาเป็นแบบนี้ ฉันไม่ได้อยากให้เขาทำแบบนี้ซะหน่อย

“เลิกแถเหอะ ไม่อายคนอื่นหรอจ๊ะ แสนร่านเมื่อคืนยั่วไปกี่ท่าล่ะ ถึงโดนจัดหนักจนรอยบนคอมันเยอะขนาดนั้นน่ะ ประจานตัวเองชัดๆ!!!” ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากลงมาราวกับเขื่อนแตก ฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป ฉันทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นและร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับพูดคำว่า ‘ฉันเปล่า ฮึก ฉันไม่ได้ทำ’ วนเวียนไปเรื่อยๆ เหมือนคนไม่มีสติ ม่านฟ้ามองมาที่ฉันก่อนจะแสยะยิ้มแล้วหันออกไปหาเพื่อนที่รอดูเหตุการณ์น่าอับอายแบบนี้ ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้าเปล่งเสียงใดๆ ออกมา ​                

“พวกแกอยากรู้มะ อีนี่มันทำอะไรไว้ หึ ฉันจะบอกอะไรให้ มันน่ะแต่งงานกับ ‘อาแท้ๆ’ ของตัวเองจ้า แถมอาคนนั้นก็เป็นผัวเพื่อนด้วยนะ เท่านั้นยังไม่พอนี่ยังประจานความร่านของตัวเองด้วยการเดินโชว์รอยทุเรศๆ แบบนั้นไปทั่วมหา’ลัยอีก ไม่รู้จะมีคำไหนเหมาะมากกว่าคำว่า อีร่าน เนอะคิกๆ” ม่านฟ้าเน้นเสียงที่คำว่า ‘อีร่าน’ ก่อนจะหันหลังแล้วตั้งท่าจะเดินออกจากห้องบรรยาย ทันใดนั้นทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงฮือฮา อื้ออึงและพูดคุยถึงเรื่องราวสุดฉาวนี้ประมาณว่า

‘เฮ้ย เอาอาตัวเองทำผัวหรอ โหดสาสสสส’

‘เชี่ย กูนึกว่าเรียบร้อย นี่ร่านหรอว่ะ’

‘อ้าว แย่งผัวกันหรอ งั้นก็แตกกันแล้วดิว่ะ’

“แต่ฉันไม่เคยรู้ว่าแกกับอาสูร... ฮึก” ฉันรีบพูดขึ้นมาก่อนที่ม่านฟ้าจะออกไปจากประตู เธอหันมามองทางฉันอย่างสมเพศ ก่อนจะแสยะยิ้มและพูดขึ้นมาว่า…

“แกรู้ไหมที่ฉันเข้ามาคบคนไร้เพื่อนแบบแกเพราะฉันรักเฮียสูร ฉันรักเขามาตั้งนานแล้ว!! ฉันไม่เคยอยากเสวนากับคนอย่างแกหรอก คนแบบแกมัน น่าขยะแขยง คิดว่าสวย? คิดว่าน่ารักมาก? เหอะ ฉันไม่เคยนับว่าแกเป็นเพื่อนแม้แต่วินาทีเดียว รู้ไว้ซะด้วย!! แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกกับฉันขาดกัน!!” ม่านฟ้าตะคอกใส่ฉัน ก่อนจะเดินหัวเราะออกจากห้องบรรยายไปอย่างรวดเร็ว แล้วบรรยากาศรอบข้างก็กลับมาเงียบอีกครั้ง ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉัน เพื่อรอดูว่าฉันจะทำยังไงกับเหตุการณ์นี้

“บ้าที่สุด” ฉันทนสายตากดดันจากรอบข้างไม่ไหว จนต้องรีบวิ่งหนีออกจากห้องบรรยายแล้วตรงไปซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำแทน ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ ฮึก โดนตบว่าเจ็บแล้ว ที่โดนม่านฟ้าด่าเมื่อกี้เจ็บกว่าเดิมหลายเท่าเลย

เมื่อก่อนฉันไม่เคยมีเพื่อนเลยสักคน ผู้หญิงที่เข้ามาคบกับฉันไม่นานก็ ตีตัวออกห่างและให้เหตุผลว่าฉันแย่งแฟนพวกเธอ ทั้งที่จริงๆ แล้วฉันแทบจะไม่รู้จักแฟนใครเลยสักคน ข่าวลือเรื่องที่ฉันชอบแย่งแฟนเพื่อนลือกระฉ่อนไปทั่วทั้งโรงเรียนจนไม่มีใครเข้ามาคบฉันอีกเลย

แต่แล้ววันนึงม่านฟ้าก็เข้ามา เธอทำเหมือนข่าวพวกนั้นไม่มีความหมายกับเธอ ม่านฟ้าเคยบอกฉันว่าเธอจะอยู่ข้างฉันไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไร แต่ฉันไม่เคยรับรู้เลยว่า เธอไม่ได้ต้องการเป็นเพื่อนฉันจริงๆ เธอแค่เข้ามาหาฉันเพื่อเข้าใกล้อาสูร แสนซน ชีวิตเธอนี่มันอาภัพจริงๆ

ฉันรีบเช็ดน้ำตาและลุกออกจากห้องน้ำ คาบบ่ายถ้าฉันเข้าไปในคลาส เพื่อนก็คงพูดกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้แน่ๆ แล้วพอได้ยินฉันก็จะรู้สึกแย่ขึ้นมาอีก งั้นก็ไม่เข้าซะยังดีกว่า ฉันคิดแบบนั้นเลยโดดเรียนในคาบบ่ายและพาตัวเองไปนั่งอยู่ในห้องสมุดแทน ฉันเลือกขึ้นไปนั่งที่ชั้นสามของห้องสมุด ชั้นนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนัก ฉันจึงเดินเข้าไปนั่งด้านในสุดก่อนจะก้มหน้าก้มตาหลับไปอย่างอ่อนล้า

ครืดด ครืดด

แรงสั่นจากโทรศัพท์มือถือปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์ ฉันรีบกดรับโดยไม่ได้ดูชื่อคนโทรเข้า และกรอกเสียงไปแบบงัวเงีย

“สวัสดีค่า งืมๆ” ฉันรีบลุกขึ้นมาลืมตามองไปรอบตัว และสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่นาฬิกาเรือนใหญ่ที่บ่งบอกเวลา 17.00 น. เอ๊ะ ห้าโมงเย็นแล้วหรอทำไมไวจัง นี่ก็เลยเวลาเลิกเรียนมาสักพักแล้วด้วย เง้อ รีบกลับบ้านดีกว่า

(กลับบ้านรึยัง?) ปลายสายถามขึ้นมาด้วยเสียงราบเรียบ เสียงคุ้นจังแหะ ฉันรีบเอาโทรศัพท์ออกจากหูก่อนจะมองที่หน้าจอ และชื่อของคนโทรเข้าก็ทำให้ฉันตกใจไปเลย

“ยะ...ยังค่ะ” ฉันตอบอาสูรกลับไปด้วยเสียงตะกุกตะกัก เป็นเพราะทันทีที่เห็นชื่อเขา ภาพเหตุการณ์จากเมื่อคืนก็ไหลทะลักเข้ามาไม่หยุด แสนซนยังโกรธอาสูรอยู่นะ โกรธมากด้วย แต่ถ้าแสนซนไม่ตอบอาสูรก็จะดุแสนซนอีกใช่ไหมล่ะ ทำไมกันนะ ทำไมฉันไม่เคยกล้าขัดใจอาสูรเลย แง้

(รอที่เดิม กำลังไปรับ) ยังไม่ทันจะปฏิเสธหรือตอบรับอะไรออกไป อาสูรก็วางสายจากฉันทันที เง้อ ทำไมอาสูรเป็นคนเอาแต่ใจแบบนี้คะ โมโหนะเนี่ย แต่ทำอะไรไม่ได้ แต่ว่า...วันนี้อาสูรมาแปลกแหะ น้ำเสียงที่ใช้พูดกับฉันจะไม่ฟึดฟัดและแข็งกระด้างแบบครั้งอื่นๆ ครั้งนี้มันกลับดู...อ่อนโยน

เฮ้ แสนซนเมารึเปล่าเนี่ย ไม่มีทาง ไม่มีทางแน่นอน คนใจร้ายแบบอาสูรน่ะ ไม่มีทางอ่อนโยนกับเธอแบบนี้แน่

ฉันเดินออกมานั่งรออาอสูรที่โต๊ะหินอ่อนที่เขาชอบมารับมาส่งฉันนั่นแหละ พอฉันนั่งลงได้สักพัก ม่านฟ้าก็เดินตรงเข้ามาทางฉันอย่างรวดเร็ว แถมยังทำหน้าตาน่ากลัวราวกับฉันไปทำให้เธอโกรธแค้นอย่างแสนสาหัส

“ทำไมไม่เข้าเรียน!! อายหรอ? เอ๊ะ แต่ทำไมไม่อายที่แย่งผัวเพื่อนอ่ะ? ถามจริง...แย่งผัวเพื่อนเนี่ย สนุกมากไหม ถ้าฉันลองแย่งกลับมาบ้าง มันจะสนุกเหมือนกันไหม ห๊ะ!!!” ม่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ก่อนจะบีบเข้าที่ต้นแขนฉันอย่างแรงแล้วกระชากให้ฉันลุกขึ้นไปเผชิญกับเธอตรงๆ

“ฟ้าปล่อย ฉันเจ็บ แกจะเอาอะไรอีก” ตลอดเวลาที่ฉันร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ ในหัวฉันคิดไปมาไม่หยุด อยากจะโกรธ อยากจะเกลียดม่านฟ้า อยากจะลุกมาทำร้ายเธอคืนบ้าง แต่ถ้าฉันทำแบบนั้นสิ่งที่ฉันจะเจอก็คือความอาฆาตแค้นที่ไม่จบไม่สิ้น อาสูรสอนให้ฉันคิดแบบนั้นเสมอ ดังนั้นครั้งนี้ก็เหมือนกัน ฉันจะไม่สร้างความโกรธเพิ่มให้เธอและฉันจะยอมจบ จบความสัมพันธ์ของฉันกับม่านฟ้าไว้ที่ตรงนี้

แต่ยิ่งฉันนิ่งไม่ขัดขืนก็ดูเหมือนม่านฟ้าจะยิ่งโกรธมากขึ้น ผู้หญิงที่จะมีแรงบีบขนาดนี้เนี่ย คงต้องโกรธแค้นมากแน่ๆ และเมื่อความเจ็บพุ่งถึงจุดสูงสุด ฉันเลยพยายามเอามืออีกข้างไปแงะมือของม่านฟ้าด้วยพละกำลังที่ไม่ค่อยจะมี ทั้งที่ม่านฟ้าก็ไม่ได้ตัวใหญ่ไปกว่าฉันนัก แต่ทำไมแรงเยอะขนาดนี้เนี่ยฮึบ แงะๆ โอ้ยทำไมไม่ออกซะที (พยายามแงะต่อไป)

“แกคิดว่าฉันไม่เจ็บหรอ? แกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ห๊ะ แกทำได้ยังไง!!” คราวนี้ม่านฟ้าเอามือมาบีบต้นแขนทั้งสองข้างของฉัน ก่อนจะเขย่าตัวฉันอย่างรุนแรง มันรุนแรงจนหัวฉันโคลงไปมา

“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ฉันไม่ได้อยากแย่งเขามาจากแก ถ้าฉันรู้ว่าแกกับเขารักกัน ฉันก็คงไม่แต่งงานตั้งแต่แรก ฟ้าแกช่วยเข้าใจฉันหน่อยเถอะ” ฉันเอื้อมมือไปจับที่แขนของม่านฟ้าเบาๆ แล้วมองตอบกลับไปอย่างขอร้อง ทำไมม่านฟ้าถึงไม่เข้าใจล่ะว่ามันเป็นเรื่องที่ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด และถ้าฉันรู้ว่าม่านฟ้ารักอาสูร ฉันก็คงไม่แต่งงานแบบนี้หรอก เข้าใจฉันแล้วปล่อยฉันไปซะที ฉันไม่อยากยุ่งกับเรื่องบ้าๆ แบบนี้อีกแล้ว

“ถ้าแกโดนแย่งของรักไปบ้าง แกจะเข้าใจไหม ห๊ะ ตอบฉันสิ เข้าใจไหม!!” ม่านฟ้าตะคอกเสียงดังไปทั่วทั้งบริเวณจนคนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดและหันมามองที่เราเป็นตาเดียว เท่านั้นยังไม่พอม่านฟ้าเพิ่มแรงบีบที่ต้นแขนมากขึ้นแถมยังจิกเล็บเข้ามาที่ผิวของฉันอย่างแรง

แปล๊บบบบบ

เจ็บ..มันเจ็บเหมือนตอนโดนตบเมื่อเช้าไม่มีผิด รอยตบที่ม่านฟ้าทำไว้ยังไม่หายเลย นี่จะมีรอยเล็บและรอยบีบที่ต้นแขนเพิ่มเข้ามาอีกหรอ เจ็บชะมัด

“แกใจเย็นๆ ก่อนนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับแกอีก ปล่อยฉันไปเถอะ” ฉันพยายามพูดให้ม่านฟ้าใจเย็นขึ้น เพราะตอนนี้เธอทำหน้าตาน่ากลัวจนน่าตกใจ ฉันกลัวจริงๆ ว่าความหึงของม่านฟ้าจะปะทุออกมาตอนนี้

“เลิกยุ่งกับฉัน!! แต่จะไม่เลิกยุ่งกับเฮียสูรใช่ไหม!! แกจะหน้าด้านคบกับเขาต่อใช่ไหม!! ตอบสิ!! ตอบ!!” ม่านฟ้าผลักฉันออกไปด้านหลังอย่างแรง จนฉัน เซถอยหลังไปปะทะกับต้นไม้ต้นใหญ่ดัง ปึก

จี๊ดดดดดดด

เจ็บอีกแล้ว หลังฉันมันต้องเป็นรอยแน่ๆ มันน่าจะโดนอะไรสักอย่างที่แหลมๆ พอหันไปมองก็พบกับตะปูที่ตอกไว้เพื่อแขวนป้ายบนต้นไม้ต้นนี้ ฉันนี่มันตัวดูดความเจ็บปวดรึเปล่านะ ทำไมช่วงนี้มีแต่รอยแผล ปวดไปหมดทั้งตัว ทั้งใจ ฮือ ไม่อยากเป็นแสนซนแล้ว อยากเป็นคนอื่นซะเดี๋ยวนี้เลย

พริบตาเดียวม่านฟ้าก็พุ่งตัวตามฉันเข้ามาติดๆ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ เธอดึงมือฉันขึ้นไปตบที่หน้าเธออย่างแรง พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟาย เท่านั้นไม่พอ ยังดึงมือฉันไปจิกเข้าที่ผมของตัวเองจนดูเหมือนว่าฉันจิกผมเธอจนหน้าหงาย

ม่านฟ้าทำอะไร เธอทำแบบนี้ทำไมกัน เธอทำเหมือนกับว่ากำลัง...แสดงละคร ให้ใครสักคนเห็นอย่างนั้นแหละ

“ทำอะไร!!” เสียงทุ้มติดดุดังขึ้นจากทางด้านหลัง พอหันไปก็พบกับเจ้าของใบหน้าคมคายของ ‘อาสูร’ เพราะแบบนี้สินะ ม่านฟ้าถึงทำแบบนี้ แบบนี้มันไม่แรงไปหน่อยหรอ คนที่เคยเป็นเพื่อนกันมันจะไม่หลงเหลือความรู้สึกดีๆ ให้กันเลยรึไงนะ

“ปล่อย!!” อาสูรเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังม่านฟ้า พร้อมกับจ้องหน้าฉันด้วยแววตาวาวโรจน์ ฉันที่ยังทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่ยืนอึ้งและค้างอยู่ท่าเดิม จนอาสูรเอื้อมมือมาจับมือฉันออกจากผมของม่านฟ้า ทันทีที่มือฉันหลุดออก ม่านฟ้าก็หันไปกอดอาสูรแน่น พร้อมกับร้องไห้อย่างหนัก อาสูรค่อยๆ ยกมือขึ้นมาแตะที่ต้นแขนของม่านฟ้าเบาๆ

อาสูรยังใส่แหวนแต่งงานแบบเดียวกับฉันอยู่เลย แต่ตอนนี้เขาใช้มือข้างนั้นแตะตัวผู้หญิงของเขา มันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้สนใจหรือใส่ใจเรื่องงานแต่งงานของเราเลยสักนิด แล้วเมื่อคืนล่ะ...เรื่องเมื่อคืนมันหมายความว่าอะไร อาสูรเห็นแสนซนเป็นตัวอะไร แสนซนไม่ใช่เครื่องระบายความโกรธของอาสูรนะ ฮึก พอคิดมาถึงตรงนี้น้ำตามันก็รื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ อาสูรตวัดสายตาขึ้นมามองฉันอย่างไม่พอใจ

“ใครสั่งใครสอนให้ทำตัวแบบนี้?” แม้อาสูรพูดด้วยเสียงปกติ แต่สำหรับฉันมันติดไปในโทนต่ำถึงต่ำมาก แถมยังเจือความดุมาในน้ำเสียงอย่างเต็มเปี่ยม

ทำไมกันนะ ทำไมกัน ฉันเคยแต่แต่งนิยายให้พระเอกเข้าใจผิดนางเอก แล้วดุว่าอย่างโหดร้าย แต่พอตัวเองโดนจริงๆ กลับพูดไม่ออก มันเจ็บกว่าการเขียนนิยายแล้วนึกว่าตัวเองเป็นนางเอกซะอีกนะแบบนี้

“ถามว่าใครสอน!!” อาสูรตวาดเสียงดังขึ้น แล้วจ้องมาทางฉันอย่างเอาเรื่อง แต่มือของอาสูรกลับแตะค้างอยู่ที่ตันแขนนั่นราวกับกำลังปลอบม่านฟ้าอย่างอ่อนโยน

เอาอีกแล้ว รอบนี้น้ำตามันจะไหลออกมาจากตาอยู่แล้ว ฉันได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ ถ้าฉันพูดออกไปตอนนี้เสียงฉันมันต้องแปลกแน่ๆ แล้วถ้า พูดออกไปน้ำตามันก็จะไหลออกมาด้วยแน่ๆ ฮึบเอาไว้นะแสนซน ห้ามร้องไห้ตรงนี้เด็ดขาด จะอ่อนแอไม่ได้นะ...ห้ามอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด

“อยู่นี่เอง หาตั้งนาน” เสียงทุ้มนุ่มลึกของบุคคลแปลกหน้าดังแทรกอาสูรที่กำลังจะดุฉันอีกรอบ และไม่นานเจ้าตัวก็เดินเข้ามายืนคั่นระหว่างฉันและอาสูรเอาไว้ เป็นพี่หมอกและเพื่อนๆ นั่นเองที่เดินเข้ามาทางนี้ ฉันยกมือไหว้เขาและพี่มิวพี่รหัสของฉันก่อนจะก้มหน้าก้มตาซ่อนแววตาที่มีน่ำตาเอ่อคลอเอาไว้ เพราะมันคงจะต้องแดงก่ำเตรียมพร้อมจะร้องไห้แน่ๆ

“ฟ้าร้องไห้ทำไม?” พี่หมอกหันไปถามม่านฟ้าที่ร้องไห้อยู่กับอกของอาสูร ซึ่งเขาก็ปลอบเธอไม่ห่าง ฉันอยากจะรู้ว่าถ้าฉันร้องไห้แบบนั้นบ้าง อาสูรจะยื่นมือมากอดปลอบฉันแบบนั้นบ้างรึเปล่า แต่คงไม่หรอก ในงานแต่งที่มีผู้คนเยอะแยะเขายังไม่ทำเลย และทันใดนั้นเองน้ำตาที่พยายามกักเก็บมันก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ น้ำตาฉันหยดลงพื้นอย่างต่อเนื่อง หยดแล้วหยดเล่า เสียงสะอื้นฉันดังคลอไปกับเสียงสะอื้นของม่านฟ้า แต่ต่างกันตรงที่ฉันยืนร้องไห้อยู่คนเดียว แต่ม่านฟ้า...เธอร้องไห้กับคนที่เธอรัก

ไม่นานก็มีมือใหญ่เอื้อมมาลูบผมฉันอย่างแผ่วเบา ฉันรีบหันขึ้นไปมองเจ้าของมือที่แสนอบอุ่นนั่น ก็พบว่าเป็นพี่หมอก เขากำลังลูบผมฉันอย่างปลอบโยน พี่หมอกส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้และพูดกับฉันว่า…

“ร้องแล้วไม่สวยนะคะ เลิกร้องเนอะ” แล้วพี่หมอกก็ยิ้ม ยิ้มจนตาหยี ยิ้มกว้างจนทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นเหมือนมีคนมาปลอบฉันอยู่ข้างๆ ฉันจ้องรอยยิ้มของพี่หมอกแบบไม่มีสติและยิ้มค่อยๆ ฉีกตามเขาทั้งน้ำตา

“หึ!!” พอรู้สึกตัวอีกทีมือใหญ่ของอาสูรก็เอื้อมมาดึงมือพี่หมอกออกไปจากผมฉัน ร่างสูงหันมาจ้องฉันด้วยแววตาแข็งกร้าวราวกับกำลังไม่พอใจในสิ่งที่ฉันทำ อาสูรกระชากแขนฉันให้เดินตามไปที่รถอย่างรวดเร็ว เขาเปิดประตูรถแล้วเหวี่ยงฉันเข้ามาด้านใน ก่อนจะขับออกไปโดยที่ไม่รอให้ฉันคาดเข็มขัดเสร็จด้วยซ้ำ

ปึ้กกกกก

ตัวฉันพุ่งไปข้างหน้าทันทีที่อาสูรเบรกรถอย่างกะทันหัน จนหน้าผากฉันกระแทกเข้ากับคอนโทรลรถดัง ปึก เขาตวัดสายตามามองฉันเพียงแวบเดียว แล้วหันไปด้านหน้าโดยไม่พูดอะไรอีกเลย แถมยังขับรถด้วยความเร็วสูงแบบที่ชอบขับเวลาโมโหอีกด้วย ฉันที่คาดเข็มขัดนิรภัยแล้วได้แต่นั่งก้มหน้าแล้วร้องไห้เงียบๆ โดยพยายามไม่ส่งเสียงสะอื้นหรือเสียงใดๆ ออกไปรบกวนคนข้างกายอีกเลย

ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน อาสูรก็ลงจากรถและเดินอ้อมมากระชากแขนฉันให้เดิมตามเข้าไปในบ้านทันที เขาลากฉันขึ้นมาในห้องก่อนจะปิดประตูเสียงดังลั่น

ปังงงงงงงงง

“ทำไมเป็นเด็กแบบนี้!!!” อาสูรตวาดฉันเสียงดังลั่น ก่อนจะดันหลังฉันกระแทกกับประตูอย่างแรง อึก เจ็บ

“แสนซน ไม่ได้ทำ” ฉันตอบอาสูรไปตามความจริง พร้อมทั้งจ้องเข้าไปในดวงตาคมเข้มที่แสนเกรี้ยวกราดนั่น ถึงฉันจะไม่ทำร้ายใครแต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาใส่ร้ายฉันได้อีก ฉันไม่ยอม!! แล้วต่อไปนี้ฉันก็จะไม่รักอาสูรแล้วด้วย ฉันจะเลิกรักอาสูรให้ได้เลยคอยดู

“เห็นกับตายังจะโกหก! ทำไมถึงทำแบบนั้น!!” อาสูรตะโกนสวนกลับมาอย่างรวดเร็ว ใช่สิ ถ้าคนที่โดนตบเป็นแสนซน อาสูรคงตะไม่ปกป้องแบบนี้หรอก แต่ทำไมอาสูรต้องตะคอกแสนซนแบบนี้ ก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้ทำ ทำไมอาสูรไม่ฟัง!

“แสนซนบอกว่าไม่ได้ทำ อาสูรฟังแสนซนบ้างสิคะ!! แสนซนไม่ได้ทำ!!!” ฉันตกโกนเถียงอาสูรไปเช่นกัน ก็ไม่ได้ทำนี่ คนไม่ได้ทำจะ ยัดเยียดให้ทำได้ยังไงล่ะ

“ไม่ทำแล้วใครทำ!!" อาสูรถามฉันกลับด้วยเสียงที่ดังก้อง เขาจ้องเข้ามาในตาฉันราวกับกำลังรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“ฟ้าทำตัวเองค่ะ!!” พอฉันพูดออกไป อาสูรก็เลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัย ก่อนจะเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วจ้องรอยบนแก้มฉันอย่างตกใจ

“โดนตบมาใช่ไหม? แล้วไปตบคืนทำไม สอนไม่ให้ใช้กำลังทำไมไม่เคยฟัง!!” อาสูรจ้องฉัน แถมยังทำท่าทางราวกับไม่เชื่อที่ฉันบอก

“อาสูรนั่นแหละที่ไม่ฟัง!! แสนซนไม่ได้ตบ ถ้าตบต้องแบบนี้ค่ะ!!”

เพี๊ยะ

ฉันโมโหกับคำตอบที่ได้รับ เลยตะโกนเสียงดังประชดร่างสูง แถมยังตวัดมือฟาดเข้าไปที่แก้มของอาสูรอย่างลืมตัว ถึงเขาจะไม่ได้หน้าหันไปอีกทาง แต่รอยนิ้วมือที่เริ่มแดงนั่น บ่งบอกได้ชัดเลยว่าเขาต้องเจ็บมากแน่ๆ แย่แล้วแสนซน หาเรื่องอีกแล้ว

“ทำไมเป็นเด็กก้าวร้าวแบบนี้ ห๊ะ!!” อาสูรจับต้นแขนฉันจนแน่น ก่อนจะเขย่าตัวฉันเพื่อรอเอาคำตอบ หัวฉันโคลงไปมาอย่างควบคุมไม่อยู่

“เรื่องของแสนซน ฮึก อาสูรไม่เกี่ยว ปล่อยแสนซนเดี๋ยวนี้นะ” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างท้าทาย แสนซนบอกแล้วว่าแสนซนจะไม่ยอม ไม่ยอมอาสูรเด็ดขาดเลย

“จะดื้อ? ได้!! งั้นก็มานี่!!” อาสูรลากฉันไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ และหยิบเอาไม้เรียวขึ้นมาถือไว้ก่อนจะทำท่าทางฟึดฟัด ราวกับไม่พอใจฉันอย่างแรง อาสูรจะตีแสนซนใช่ไหม ได้ ตีเลย ฮึก อยากตีก็ตีไปเลย คนใจร้ายอย่างอาสูรน่ะ แสนซนไม่กลัวหรอก

ปึบบ ปึบบ ปึบบ ปึบบ

อาสูรตีก้นฉันนานเท่าไรก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าฉันเจ็บจนตัวชาไปหมด ขาก็สั่นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ สุดท้ายขาฉันก็อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว ฉันล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง ฮึก อาสูรใจร้าย เขามันอสูรสมชื่อจริงๆ

“อย่าหัดก้าวร้าว ฉันไม่เคยสอนให้เธอทำตัวแบบนั้น!! อาบน้ำซะ!!” ทันทีที่อาสูรพูดจบเขาก็กระชากฉันขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะลากเข้าไปในห้องน้ำทันที พอฉันเข้ามาในห้องน้ำ ก็ได้แต่ร้องไห้และนั่งกอดตัวเองอยู่ที่พื้น ฮึก ทำไมอาสูร ไม่เชื่อที่ฉันพูดล่ะ อาสูรไม่เคยฟังแสนซนเลย อาสูรน่ะบ้าที่สุด ฮือ

“บอกให้อาบ!!” ร่างสูงตะโกนเข้ามาในห้องน้ำเสียงดังลั่น คงเพราะเขาไม่ได้ยินเสียงน้ำเลยสักนิดละมั้ง เห็นแบบนั้นฉันเลยเปิดฝักบัวทิ้งไว้และนั่งอยู่ ใต้นั้น ทำตัวเหมือนคนอกหักทั้งที่จริงๆ แล้วหนักกว่านั้นอีก

มันรู้สึกแย่จนไม่รู้จะเอาคำไหนมาบรรยาย น้ำเย็นจัดไหลผ่านร่างฉันไปเรื่อยๆ ฉันนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นอย่างเหนื่อยล้า ไม่นานนักสายตาก็เริ่มพร่ามัว อุณหภูมิภายในกายก็คล้ายจะสูงขึ้นมาเล็กน้อย พอรู้ว่าตัวเองเริ่มอาการไม่ดี ฉันเลยลุกขึ้นยืนและเดินออกจากสายน้ำเย็นนั่น แต่แล้วสติฉันก็ดับวูบลงทันที


**** ภาพด้านล่างเป็นภาพประกอบในเล่มนะคะ ลงเต็มไม่ได้เดี๋ยวตำรวจจับ อุอุ อิอิ ****

MawNum's Talk

12/12/2017 อย่าเพิ่งด่าอาสูรนะ 5555+ ตอนหน้านางจะกลับมาแบ่งปันความฟินแล้วว

มั้งงงงงงงงงงงงงงง ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ​

11/12/2017 กลับมาลงนิยายฉบับรีไรท์ให้นะค้า ตอนนี้ อาสูรกำลังเปิด Pre Order อยู่น้า

​เล่มหนาประมาณ 450 หน้าค่ะ ราคาตกอยู่ที่ 430 บาทรวมส่งลงทะเบียน

เปิด 27/11/2017 - 31/12/2017 เท่านั้นนะคะ

ฝาก Comment เป็นกำลังใจให้อาสูรกับแสนซนของเค้าด้วยน้า แฮร่

Fanpage : MawNum / แมวน้ำ

Link กลุ่มลับ อยู่หน้า Fanpage นะคะ

ღ 1 คอมเม้นต์ 1 กำลังใจน้า ღ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว