facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 1 เพื่อนขายเพื่อน

ชื่อตอน : บทที่ 1 เพื่อนขายเพื่อน

คำค้น : ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2561 16:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 เพื่อนขายเพื่อน
แบบอักษร

อากาศขมุกขมัวของอังกฤษ ดูเหมือนว่าฝนกำลังจะตกในเวลาเย็นอีกแล้วระยะนี้ แซม แม็คเคนซี่ ชายหนุ่มร่างสูงสมาร์ตวัยยี่สิบเจ็ดปี ลูกชายคนสุดท้องของมหาเศรษฐีตระกูลแม็คเคนซี่แห่งเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ถอดเสื้อกาวน์แขวนในล็อกเกอร์ส่วนตัวก่อนจะเดินออกจากโรงพยาบาลที่กำลังฝึกงานอยู่ 

ปีนี้ชายหนุ่มเรียนเป็นปีการศึกษาสุดท้ายของหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตหลักสูตรห้าปี อีกไม่กี่เดือนก็จะจบ เมื่อจบแล้วก็จะได้เป็นจูเนียร์ด็อกเตอร์ทำงานอยู่โรงพยาบาล (Foundation Training) โดยมีซีเนียร์ด็อกเตอร์เป็นซูเปอร์ไวเซอร์ให้ ซึ่งการเป็นจูเนียร์ด็อกเตอร์นี้ก็จะได้เงินเดือนไปด้วย จากนั้นแซมตั้งใจจะเรียนต่อหลักสูตรแพทย์เฉพาะทางสาขาศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ หรือ ออร์โธพีดิกส์ (Orthopaedic surgery) เป็นสาขาวิชาหนึ่งของวิชาศัลยศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเป็นหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลาถึงห้าปี 

แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าหากโซเฟีย แบรดดี้ เพื่อนรักของเขาจะยอมอยู่ที่อังกฤษต่อเป็นเพื่อนเท่านั้น เพราะทั้งสองมีข้อตกลงกันอยู่ว่าเมื่อจบแล้วแซมจะต้องไปประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนของตระกูลแบรดดี้ ซึ่งเป็นของบิดาของโซเฟียเพื่อนรักของเขานั่นเอง

ร่างสูงสมาร์ตสวมเสื้อเชิ้ตสีเทากางเกงสแล็คสีดำรองเท้าหนังอิตาเลียนเป็นเงาวับก้าวขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยรถสปอร์ตสีดำสองประตูคันหรู มือสะอาดสตาร์ทรถและค่อยขับเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลสู่บ้านซึ่งเป็นแฟลตสามห้องนอนในย่านที่อาศัยของคนรวย แฟลตใหญ่ของโซเฟียที่เขาและหล่อนอาศัยอยู่ด้วยกันตั้งแต่ย้ายมาเรียนที่อังกฤษเมื่อสี่ปีก่อน

กริ๊ง-กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับที่หูฟังบลูธูทไร้สาย

“ว่าไง?” เขาถามออกไปทันทีเพราะรู้ดีว่าเป็นใคร 

จะใครเสียอีกล่ะถ้าไม่ใช่ โซเฟีย แบรดดี้ เพื่อนซี้จอมจุ้นจ้านของเขาเอง

“อยู่ไหนฮึนายแซม นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว” 

น้ำเสียงดังโวยวายมาตามสาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติหมายความว่าเขาไม่ได้ดั่งใจเจ้าหล่อน แต่ถ้าหล่อนพูดไพเราะหรือพูดดีนั่นก็จะตีความได้อีกแบบว่าหล่อนต้องการบางสิ่งบางอย่างจากเขา แซมมองดูนาฬิกาหน้ารถบ่งเวลาหกโมงเย็น

“เพิ่งลงเวร ทำไม” เสียงห้าวเอ่ยถามอย่างไม่เดือดร้อน ทำให้ได้ยินเสียงจิ๊กจั๊กไม่สบอารมณ์ดังมาเข้าหู

“ยังจะมาถามอีก คืนนี้นายมีเดตกับธัญญ่า นัดทุ่มตรงต้องไปรับเจ้าหล่อนที่แฟลตด้วย” 

เสียงขุ่นตอบมา แซมส่ายหน้า หล่อนขยันจับคู่ให้เขาเสียจริง ยายเพื่อนจอมแส่คนนี้

“คราวหลังจะนัดใครให้กระผม ก็กรุณาบอกล่วงหน้าด้วยจะขอบคุณมาก” น้ำเสียงห้าวเอ่ยประชดประชันกลับ

“ไม่ต้องมาทำเสียงประชดเลย ก็นายทำตัวยุ่งเหลือเกินนี่ช่วงนี้ โซวเองก็ลืมน่ะ แต่ยายธัญญ่าเขานัดมา โซวเลยจะลองให้โอกาสหล่อนดู” 

แม่สื่อกิตติมศักดิ์ประจำตัวเขาโดยที่เขาเองก็ไม่ได้แต่งตั้งสักนิดกล่าวเสียงชี้ขาด หล่อนช่างเจ้ากี้เจ้าการเหลือเกินและเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากตามใจหล่อน เห็นหล่อนทำแล้วมีความสุขจึงปล่อยๆ ไปตามเรื่อง

“เหรอ...ได้อะไรล่ะรอบนี้” 

แซมถามดักคออย่างรู้ทัน เพราะเรื่องของเรื่องก็ไม่ใช่อะไร แต่เป็นเพราะว่าเจ้าหล่อนเป็นคุณหนูจอมงก ชอบของฝากของสมนาคุณเท่านั้นเอง หมอแซมคิวทองเลยต้องมีแม่สื่อหรือผู้จัดการส่วนตัวนามโซเฟียคอยจัดคิวจัดระเบียบสาวๆ ที่เข้ามาจีบให้

 “บ้า อย่าหาความกันนายแซม” 

ต่อว่าด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มนิดหนึ่ง แซมนึกออกว่าหล่อนกำลังทำหน้ายู่ปากจู๋ไปด้วยตอนนี้ อันที่จริงเจ้าหล่อนรวยมาก แซมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยากได้ของฝากถึงขนาดจะขายเพื่อนอย่างเขาให้ได้ก็ไม่ทราบ 

มีบางครั้งที่หล่อนเผลอตัวเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ของฝากจากยายลอเรนซ์เป็นกระเป๋ารุ่นลิมิตเต็ดที่หล่อนหาซื้อไม่ได้ หรือไม่ก็น้ำหอมฝรั่งเศสที่ยายนาตาชาให้นั้นผลิตไม่กี่ขวดในโลกและคุณหนูโซเฟียแห่งตระกูลแบรดดี้ก็พลาดไม่ทันคนอื่นอีกตามเคย

“เห็นแก่ของจนถึงขั้นเร่ขายเพื่อน ระวังเถอะน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า” แซมเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังอะไรนัก

“ไม่ต้องพูดมากเลยนายแซม รีบมาเร็วๆ โซวเตรียมชุดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ขับรถดีๆ ระวังๆ แต่อย่าช้า” 

คำสั่งสุดท้ายก่อนเจ้าหล่อนจะวางสาย แซมส่ายหน้าแต่ปากหยักได้รูปก็จุดยิ้มบางออกมา เมื่อนึกถึงท่าทางของคนที่กำลังกระวนกระวายรอเขาอยู่ที่แฟลต ตลอดชีวิตที่คบหากันมาตั้งแต่เล็กจนโตนั้น เจ้าหล่อนเป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวที่เขายอมให้วุ่นวายชี้นิ้วบงการชีวิต 

การที่เขาเรียนแพทย์นี้นอกจากจะเป็นความใฝ่ฝันส่วนตัวแล้ว เจ้าหล่อนก็เป็นฝ่ายสนับสนุนตัวยง ซึ่งเหตุผลที่อยู่เบื้องลึกเบื้องหลังนั้นแซมก็สงสัยว่ามันจะเกี่ยวกับการที่หล่อนต้องการให้เขาทำงานให้ในอนาคตนั่นเอง

“โซวหัวไม่ดี เรียนไม่เก่ง แซมเรียนแทนโซวนะคะคนดี”

เสียงหวานฟังไพเราะฉอเลาะอ้อนเวลาหล่อนปะเหลาะใช้ นั่นคือตอนก่อนจะจบไฮสกูล ครอบครัวของหล่อนมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่โซเฟียไม่อยากเรียนหมอ บิดาของหล่อนซึ่งเป็นผู้อำนวยการบริหารก็ไม่อยากบังคับลูกสาวเดียว จึงปล่อยให้โซเฟียเลือกเรียนด้านการเงินและการบัญชีตามที่หล่อนต้องการ แต่เจ้าตัวกลับมาบังคับเพื่อนรักอย่างเขาแทนเสียนี่

เขาจึงแกล้งเอาเป็นข้ออ้างในบางครั้งว่าที่เขาเลือกเรียนนี่ก็เพราะหล่อน ให้นึกถึงบุญคุณเขาเอาไว้ให้มากๆ เวลานี้เขาสั่งการว่าถ้าเขาเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางอีกห้าปี เจ้าหล่อนก็จะต้องอยู่เป็นเพื่อนเขาที่นี่ต่อไป ไม่อย่างนั้นก็อย่าได้หวังว่าเขาจะตามใจหล่อนอีกแต่จะเป็นทางใครทางมัน

แซมขับรถไปจอดตรงที่จอดรถประจำ จากนั้นร่างสูงก็ก้าวยาวขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่เป็นแฟลตที่พัก ชายหนุ่มยังไม่ทันรูดคีย์การ์ด ประตูห้องก็ถูกดึงเปิดผางออก เหตุผลนั้นไม่ต้องสงสัยเพราะตรงหน้าห้องมีกล้องวงจรปิดที่ส่งภาพไปยังเครื่องรับภายในห้อง ชายหนุ่มสงสัยว่าเจ้าหล่อนคงนั่งจ้องเจ้าจอนั่นตาไม่กระพริบเลยทีเดียว

ร่างโปร่งระหงสวมเสื้อยืดสีแดงกางเกงยีนส์รัดรูปสีซีดยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า ใบหน้างามของหล่อนงอง้ำ ผมหยักศกสลวยสีน้ำตาลทองถูกปล่อยฟูรอบใบหน้าเรียวแก้มขาวเนียนละเอียดทำท่าป่องเวลาหล่อนงอน

“ทำไมช้า หกโมงครึ่งแล้ว” เสียงบ่นดังขึ้น แซมยักไหล่ก่อนจะแกล้งเดินชนหล่อนจนเซถอยหลัง

“ถ้าเร็วกว่านี้ ก็อาจจะถึงที่อื่นที่ไม่ใช่บ้าน...โอ๊ย” 

ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับร้องโอ๊ยในตอนท้าย เพราะหล่อนทุบหลังเขาทีหนึ่งในฐานะที่เดินชนหล่อน

“มานี่เลย เร็วๆ เข้าไปอาบน้ำด่วน โซวเตรียมเสื้อผ้าไว้ที่ปลายเตียงแล้ว” เสียงสั่งพร้อมกับรุนหลังเขาให้เข้าไปยังห้องนอนส่วนตัว

“เฮ้ย แม่คุณ ขอพักหายใจหายคอหน่อยจะได้ไหม แซมเพิ่งออกเวรนะ” เสียงห้าวหันมาต่อว่า แต่มีหรือหล่อนจะฟัง มือบางดึงร่างเขาให้หยุดแล้วหมุนไปเผชิญหน้ากับหล่อน จัดการแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเท่ออกให้จนหมดแถว

“ถอดเสื้อออก” หล่อนสั่งเมื่อเห็นเขายืนเฉย จ้องมองหล่อนนิ่งๆ ด้วยสายตาระอาเหลือจะกล่าว

“ถามจริงเถอะ คราวนี้ยายซีซ่าอะไรนั่นให้อะไรฮึ” เสียงห้าวเอ่ยถามอย่างอยากรู้ขึ้นมา

“ยายธัญญ่าย่ะ นี่ตอนไปเจอเขาอย่าเรียกชื่อผิดล่ะ” 

เจ้าหล่อนสั่งกำชับทันควัน จากนั้นก็เอื้อมไปปลดเข็มขัดหนังให้ แซมยืนเฉยมองดูหล่อนเจ้ากี้เจ้าการกับเสื้อผ้าของเขาอย่างไม่มีความเกรงอกเกรงใจกันแม้แต่น้อยนิด นี่ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ระหว่างเขากับโซเฟีย 

แต่ที่เจ้าหล่อนไม่รู้นั่นก็คือ การที่หล่อนยุ่มย่ามวุ่นวายและเจ้ากี้เจ้าการกับร่างกายเนื้อตัวของเขานั้น เขาเองจะต้องกัดฟันกรอดๆ อดทนกับอารมณ์และอาการแปลกประหลาดที่ก่อเกิดขึ้นภายในใจเพียงใด... แซมรีบสลัดความคิดบ้าๆ นั้นออกอย่างรวดเร็ว และนับครั้งไม่ถ้วน

“แล้วโซวล่ะ ให้แซมไปดินเนอร์หรู โซวกินข้าวคนเดียวนะ” เขาแกล้งถาม โซเฟียยักไหล่ไม่แคร์

“ไม่เป็นไร เดตนี้แค่มื้อเดียว” หล่อนตอบพร้อมกับเงยหน้าขึ้นหลิ่วตาเจ้าเล่ห์ให้

“ทำไมมื้อเดียว” 

แซมเลิกคิ้วถาม เพราะเข้าใจว่าระบบการทำงานเป็นแมชเม็คเกอร์ของโซเฟียนั้น ต้องอย่างน้อยสองนัด เจ้าหล่อนจึงจะกำจัดผู้หญิงเหล่านั้น เรียกว่าเป็นการ ปิดการขาย หรือ ปิดโปรโมชั่น

“ไม่ต้องถามมากน่า เอาแค่กินข้าวให้อร่อยและสุภาพ ครับผมๆ...มากๆ และที่สำคัญห้ามจูบ ห้ามหอม ห้ามจับมือ เข้าใจไหม” 

หล่อนไม่ยอมเปิดเผยว่าได้อะไรในครั้งนี้ แต่ก็สั่งกำชับโค้ทลับของการนัดเดตแต่ละนัดอย่างมืออาชีพ แซมเลิกคิ้วขึ้นสูง

“ทำไม” เขาถามอีก เพราะบางครั้งหล่อนจะบอกว่าถ้าผู้หญิงหอมแก้มก็ยอมๆ ไป แต่ห้ามจูบและห้ามหอมตอบ 

หล่อนเงยหน้าขึ้นส่งสายตารำคาญให้ทันที แซมรูดซิปกางเกงลง โซเฟียเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาโยนโปะไปตรงเป้าแรงๆ อย่างแกล้งๆ แซมรีบรับมาพันท่อนล่างพร้อมกับแสร้งส่ายหน้าให้

“เหอะน่า ไม่ต้องถาม” โซเฟียบอกปัด โบกมือไล่ให้เขาเข้าไปอาบน้ำ ไม่อยากบอกว่า คนนี้หล่อนได้ของกำนัลมาเรียบร้อยแล้ว เป็นนาฬิกาแบรนด์ดังรุ่นหายากที่โซเฟียกำลังสะสมอยู่ แต่ปัญหาก็คือโซเฟียทำมันหล่นหาย

ธัญญ่าเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที หล่อนบังเอิญเห็นแซมในงานเลี้ยงสังสรรค์แห่งหนึ่งก็กรี๊ดกร๊าดอยากรู้จัก โซเฟียบอกว่าแซมยุ่งมาก และไม่สนใจเดตใคร แต่เจ้าหล่อนพยายามตื๊อโซเฟีย เพื่อนของโซเฟียก็คะยั้นคะยอบอกว่าทำบุญให้ยายนี่เถอะ โซเฟียจึงยอม หล่อนชอบนาฬิกาแต่ไม่ค่อยชอบยายธัญญ่าเวลาพูดถึงแซมเท่าไรนัก จึงคิดว่าจะอนุญาตให้หล่อนควงแซมแค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แต่ต่อมาโซเฟียรู้สึกไม่ชอบธัญญ่ามากขึ้นอยากเปลี่ยนใจแต่หล่อนทำนาฬิกาหายไปเสียก่อน จึงจำต้องยอมให้ยายธัญญ่าควงแซมไปทานข้าวตามสัญญา

“แก้ผ้าให้แซมขนาดนี้ คิดว่าจะอาบน้ำให้ด้วย” เขาเอ่ยประชดก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในห้องน้ำ

“บ้า” โซเฟียบ่นอุบอิบตามหลัง หญิงสาวเก็บเสื้อผ้าของเขาไปใส่ตะกร้าผ้าใช้แล้ว จากนั้นก็กดโทรศัพท์หาธัญญ่า

“ไฮ ธัญญ่า แซมเพิ่งออกเวร เขาฝากบอกว่าอาจจะเลทนิดหนึ่งนะ เอ่อ ว่าแต่จำได้มั้ยที่โซวแอบกระซิบความลับไปน่ะ” แม่สื่อทำเสียงกระซิบกระซาบเหมือนเป็นความลับสุดยอดในตอนท้าย

“จำได้...ห้ามหอม ห้ามจูบ ห้ามแตะต้องตัว เพราะหมอแซมไม่ชอบผู้หญิงแสดงออกจนเกินงาม ฉันจำได้น่า เธอพูดกรอกหูไม่รู้กี่รอบแล้วโซเฟีย แต่ครั้งต่อไป ฉันคงไม่ต้องพึ่งเธอแล้วล่ะ”

ธัญญ่าเอ่ยเสียงสะบัดไม่พอใจนิดหนึ่ง น้ำเสียงเหมือนมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองเหลือเกิน

โซเฟียวางสายพร้อมกับทำหน้าเเชิดฝากสายลมถึงธัญญ่า

“อย่าหวังว่าจะมีครั้งต่อไปนะยะ... ต้องขอโทษอย่างแรง สำหรับหล่อน โปรสิ้นสุดแล้วย่ะ เชอะ!”


******************************************* **

เปิดเรื่องอย่างเป็นทางการแล้วค่าสำหรับคู่หมอแซมสุดหล่อกับหนูโซเฟีย ใครที่รอคู่นี้อยู่ เตรียมลุ้นความน่ารักและความฟินแบบกุ๊กกิ๊ก อบอุ่นและวาบหวามจนรู้สึกหวั่นไหวไปกับความรักแบบเพื่อนรักเพื่อน รักซึมลึกของเขาทั้งคู่ไปด้วยกัน กดถูกใจนิยายเป็นการต้อนรับหนุ่มแซมกับหนูโซวให้ไรท์ด้วย ก็จะขอบคุณยิ่งค่า ม้วฟๆๆๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว