สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่20 เอลฟ์ชั้นสูงผู้หลงผิด

ชื่อตอน : ตอนที่20 เอลฟ์ชั้นสูงผู้หลงผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 708

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2560 23:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่20 เอลฟ์ชั้นสูงผู้หลงผิด
แบบอักษร

​...เช้าวันนี้ก็เป็นเช้าที่สดใสวันนึงล่ะนะ ถ้ามันไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นล่ะก็คงใช่...

ดูเหมือนว่าตอนที่หลับไปยัยนี่จะข่มขืนผม แม้จะยังคงประสาทสัมผัสเอาไว้แต่มันก็แค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่ได้ขยับแต่กำลังหลับอยู่ และก็รู้สึกตัวตลอดด้วย จึงรู้ว่าโดนทำอะไรไปบ้าง

"...พอได้แล้วมั้ง?"

"ค...คุจัง!?"

"สุดท้ายก็ไม่หลับไม่นอนงั้นเหรอ? ฮินะ...คืนนี้งดนะ"

"เอ๋!?"

ทำอย่างกะเป็นเรื่องใหญ่ไปได้แฮะยัยนี่...

"ไปอาบน้ำกันเถอะ รู้สึกเมื่อยๆ อยากจะผ่อนคลายนิดหน่อยน่ะ"

"...จะทำ--"

"ไม่"

"งื้ออออ!!"

ทำหน้าอย่างกะโลกแตก ก็บอกอยู่ว่าให้นอนพักผ่อน แต่เจ้าตัวเล่นลักหลับผมยันเช้าแบบนี้ เพื่อไม่ให้เสียผู้เสียคนก็ต้องทำโทษกันบ้าง เซ็กซ์น่ะ ถ้าไม่มีมากจนเกินไปคงจะดีกว่าล่ะนะ

แถมจำนวนขนาดนั้น...ถ้าเป็นคนปกติได้แห้งตาย แล้วเจ้าหนอนน้อยคงเสียหายไปจนใช้งานไม่ได้แล้วล่ะ.. ดีนะที่ผมไม่ใช่คนปกติที่ว่านั่น

ผมไล่ฮินะให้ไปใส่ชุด แม้ท่อนล่างจะเปื้อนอยู่ก็ตาม แต่ต้องไปทำความสะอาดก็เลยช่างเรื่องเสื้อผ้ามัน ยังไงที่ใส่อยู่ก็เป็นชุดนอนยังไงก็ต้องซักล่ะนะ...หรือจะไม่ใส่นอนดี? ถ้าทำแบบนั้นก็ไม่ดีล่ะนะ..

เอาเป็นว่าตอนนี้ไปที่ห้องอาบน้ำกันก่อนดีกว่า ด้วยความที่ไม่รู้เส้นทางผมเลยออกจากห้องแล้วหันไปทางห้องข้างๆในทันที ทว่าพวกนั้นก็ออกมาพร้อมกับพวกเรา อย่างยัยยูริ ยัยแอสโมดิอุสก็จ้องมาทางนี้ กับยัยแอสโมดิอุสนั้นสีหน้านิ่งๆปกติดี แต่ยัยยูรินี่สิ..

"...น่าอิจฉาจริงๆ"

เธอพึมพำเบาๆ ฮินะที่ไม่ได้ยินก็เอียงศีรษะอย่างงงงวย

"เดี๋ยวจะพาไปที่ห้องอาบน้ำค่ะ"

ยูริทิ้งอารมณ์เมื่อครู่แล้วเงยหน้าขึ้นมามองพวกเราก่อนที่จะเดินนำพวกเราไปทางด้านซ้ายของห้อง ตรงทางเดินที่ไกลสุดลูกหูลูกตานี่ ถ้าไม่มีความสามารถที่ได้รับมาจากรูบี้ก็คงจะหลงทางได้เหมือนกัน

"แล้วยัยอัลซุล่ะ?"

"...ยังหลับอยู่น่ะค่ะ"

"...."

ถึงกับพูดไม่ออก ผมทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจและถอนหายใจก่อนจะมุ่งตรงเข้าไปในห้องที่ยัยอัลซุนอนอยู่ ซึ่งก็พบว่าเจ้าตัวกำลังนอนกอดหมอนตัวกลมขดอยู่ตรงกลางเตียง ผมเลยเดินเข้าไปใกล้

"ถ้าไม่รีบลุกล่ะก็ ชั้นจะโยนเธอออกนอกหน้าต่าง"

"เฮือก!!!"

ว่าแล้วเชียว ยังตื่นอยู่จริงๆด้วย แต่เจ้าตัวดันเป็นพวกขี้เียจล่ะนะเลยต้องกระตุ้นสักหน่อย และดันได้ผลดีซะจนอยากจะชมตัวเองเลยล่ะ

"ข...เข้าใจแล้ว..."

"...โหดร้ายจริงๆ"

ถึงฮินะจะพูดแบบนั้นแต่ผมก็ไม่ได้สนใจหรอกนะ

"หืม? จะเข้าไปกันหมดนี่เลยรึไง?"

พอมาถึงหน้าห้องอาบน้ำที่อยู่ค่อนข้างจะไกลมากจากตัวห้องที่พวกเราอยู่เมื่อกี้ ผมก็หันไปถามยัยพวกข้างหลังที่กำลังจะเดินเข้าไป ซึ่งเจ้าตัวพวกนั้นก็มองมาทางผม

"แน่นอนสิ ดูๆแล้วที่นี่ไม่มีแยกชายหญิงหรอกนะ"

"หมายได้หมายถึงเธอกับผมนะ หมายถึงยัยพวกนี้ต่างหาก"

ผมบอกฮินะไป เธอก็ส่ายหน้าเบาๆ

"เราถึงได้บอกไง ว่าคุณน่ะมันงี่เง่า เข้าไปได้แล้วน่า"

รู้สึกว่าสรรพนามบุรุษที่สองของยัยนี่เปลี่ยนไปนิดหน่อยแฮะ...จาก 'เธอ' เป็น 'นาย*' งั้นเหรอ?

*คำในภาษาญี่ปุ่น anata(อะนะตะ) แปลว่าคุณ/เธอ/นาย แบบสุภาพๆอ่ะ และแทนคำเรียกสามีได้ แปลว่าคุณคะน่ะนะ

หรือเราจะเข้าใจผิดกันแน่นะ? ช่างเถอะ

*ฟุ่บ*

"...ฮินะ..."

"งื้อออออ จ...จะจัดเก็บให้เป็นระเบียบค่ะ"

หลังจากที่ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด ผมก็ยืนมองดูฮินะจัดกองเสื้อผ้าของตนเองให้เป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมกับยืนเป็นเป้านิ่งให้ยัยสามคนข้างหลังจ้องมองอย่างโรคจิต แต่เพื่อที่จะไม่ทำให้ฮินะเป็นคนที่เรียบง่ายจนเกินไปก็ต้องคอยเข้มงวดกับเจ้าตัวเสมอๆล่ะนะ

พอฮินะจัดเรียงเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบพวกเราก็เข้าไปในห้องอาบน้ำ ถ้าถามว่าทำไมต้องจัดชุดให้เป็นระเบียบ? ถึงจะต้องซักชุดก็เถอะ แต่เพื่อที่จะแยกออกได้ง่ายก็ต้องจัดระเบียบล่ะนะ คนที่ไม่จัดระเบียบกับชีวิต คงไม่น่านับถือใช่ไหมล่ะ?

กับรายละเอียดตอนอาบน้ำจะไม่ขอลงลึกมากก็แล้วกัน เอาเป้นว่าพวกเราล้างตัวกัน ผลัดกันถูหลังให้ ผมถูให้ฮินะ และฮินะก็ถูหลังให้ผม ส่วนยัยสามคนนั่น แอสโมดิอุสถูหลังให้อัลซุ ส่วนอัลซุถูหลังให้ยูริ และยูริก็สร้างตุ๊กตาขนาดเท่าคนจริงโดยใช้สัดส่วนของตัวเองเป็นมาตรฐานแล้วใช้เจ้าสิ่งนั้นถูหลังให้แอสโมดิอุส

หลังจากที่ทำความสะอาดร่างกายเสร็จ พวกเราก็ลงไปแช่ในบ่อที่มีความกว้างมากอย่างกับออนเซ็นของญี่ปุ่น คนที่สร้างสิ่งนี้เนี่ย...น่านับถือจริงๆ

แต่เพราะพวกเราอาบน้ำอย่างเงียบๆเพราะความผ่อนคลายจึงไม่มีการพูดคุยกันมากมาย เพราะงั้นจึงไม่มีอะไรต้องอธิบายเพิ่มเติมไปมากกว่านี้ ไม่นานเราก็ขึ้นจากบ่อแล้วไปเปลี่ยนชุดกันให้เรียบร้อย

พอเปลี่ยนชุดกันเสร็จ ฮินะก็เป็นคนพูดออกมาคนแรก

"แล้ว...เราจะไปกินข้าวที่ไหนกันดีอ่ะ?"

"...ก็วาร์ปไปที่ร้านของพวกลิลลี่ก็พอแล้วนี่? ยังไงก็คิดว่าโครวอยู่ที่นั่น และไม่แน่ว่ามุซาชิก็อาจจะอยู่กับเขาด้วยล่ะนะ"

"เราลืมไปได้ยังไงกันเนี่ย...อาหารของที่นั่นก็อร่อยอยู่แล้วด้วย แต่อยากกินอาหารฝีมือของคุจังอีกอ่ะ"

เธอทำปากเป็นเลขสามอาราบิกแล้วมองมาทางผมแบบอ้อนๆ คนอื่นๆพอได้ยินก็หูผึ่งแล้วจ้องมาทางผมเหมือนกัน อนึ่ง ยัยอัลซุที่เคยกินอาหารฝีมือผมมาก่อนก็จ้องมาอย่างหิวโหย ถึงจะเป็นอาหารง่ายๆแต่เจ้าตัวดูเหมือนจะชอบแฮะ..

"ผมไม่ทำหรอกนะ อีกอย่างอาหารที่ผมทำถนัดเป็นสไตล์ญี่ปุ่นมากกว่า แต่ยังไงก็ทำได้แต่ของเดิมๆ ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายซะหน่อย"

"อาหารฝีมือคุจัง ต่อให้กินทั้งปีก็ไม่เบื่อหรอก~"

แบบนั้น ต่อให้ชอบขนาดไหนก็เบื่อได้ตั้งแต่เดือนแรกแล้วนะ ความจริงก็คงจะเริ่มเบื่อตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้วด้วยซ้ำ..

"งั้นก็ไปหาพวกลิลลี่กันดีกว่า"

ผมตัดบท แต่ละคนก็คอตกพยักหน้ายอมรับทั้งน้ำตา ก็ผมไม่ได้ถนัดเรื่องแบบนั้นนี่นะ? อยากจะกินข้าวหรืออาหารประเภทของหวานจากคนือ่นมากกว่า ถึงขั้นที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยช็อกโกแลตจากฮินะตอนวันวาเลนไทน์ แต่แทนที่จะได้ช็อกโกแลตจากเจ้าตัวกลับได้จากน้องสาวของเจ้าตัวซะแทน อีกทั้งเจ้าตัวก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนั้นมันเป็นวันอะไร...

พอคิดถึงวันเก่าๆก็ทำเอาคิดถึงยัยคานะมาเลยแฮะ พี่ฮานะเองจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ด้วยสิ

ไม่นานพวกเราก็ถูกเทเลพอร์ตมายังเมืองเมอร์เซียน่า ยัยนี่จงใจเทเลพอร์ตมาตรงหน้าโรงแรมนี่เลยรึไงกัน? นี่มันไม่ใช่โรงแรมของพวกลิลลี่ซะด้วยซ้ำ...นี่มันม่านรูดชัดๆ..

"อ๊ะ พามาผิดจนได้ อะฮะฮะฮะ"

ยัยนี่ ถึงจะทำเป็นเมินฮินะก็เถอะ แต่เหงื่อออกซะจนจะเปียกทั้งตัวอยู่แล้วนะนั่นน่ะ.. แต่ด้วยความที่ถึงมันจะไม่ใกล้กันแต่ก็ไม่อยากทำให้คนอื่นตกใจเหมือนกับที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ พวกเราจึงเลือกที่จะเดินไปด้วยกันซะแทน

ในขณะที่ฮินะเข้ามาควงแขนของผม ยัยยูริก็มองมาอย่างอิจฉาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนยัยอัลซุ ถึงแม้จะดูเหมือนใคร่อยากแต่ก็มีความอายอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นต่อให้เข้ามาขอร้องตรงๆก็ไม่ทำหรอกนะ

ตอนนี้น่ะ คนรักของผมเหลือแค่ฮินะคนเดียวเท่านั้น ส่วนคนอื่นไม่ใช่คนรักของผม ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทก็คงจะได้แค่นั้นล่ะนะ

ในที่สุดผมก็เดินมาถึงโรงแรมของพวกลิลลี่ที่...ทำไมถึงติดป้ายว่าวันนี้ปิดร้านกันนะ?

"พร้อมไหมรูบี้!?"

"ค่ะพี่!"

*ปัง!*

ผมได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากข้างใน นั่นเป็นเสียงของลิลลี่ และคนที่ตะโกนตอบกลับเธอก็เป็น้องสาวของเธอ รูบี้ ยัยพี่น้องคู่นี้...ถึงจะดูโตๆกันแล้วแต่ปิดร้านกันเพื่อทำอะไรกันเนี่ย?

พอรู้ว่าต้องออกจากโรงแรมมาอย่างรุนแรงแน่ๆก็เลยถอยออกห่างประตูที่ปิดอยู่ และมันก็ถูกถีบออกมาอย่างไม่แยแสจนเห้นได้ชัดว่าเพื่อนร่วมงานของเธอที่เป็นคนคุมเงินของโรงแรมนี้โมโห

สภภาพของยัยสองคนนี้ก็...ดูพร้อมรบดีชะมัด อาวุธเต็มตัวไปหมด ส่วนใหญ่จะเป็นมีดและมีดปา ซึ่งจะมีความแตกต่างกันอยู่ นอกจากดาบสั้นก็ไม่มีอะไรที่ไม่ใช่มีดอีกเลย...

"พวกเธอเล่นอะไรกันน่ะ?"

"คุโระ!? ก็เห็นว่าไม่กลับมาสักทีก็เลยเป็นห่วงน่ะ ว่าจะไไปตามแล้วแท้ๆนะ!"

"ไม่ใช่ว่ายัยโครวที่กลับมาพร้อมเด็กแปลกๆที่ชื่อมุซาชิจะบอกเรื่องของผมไม่ใช่รึไง?"

"พูดเรื่องอะไรน่ะ? ท่านโครวคนนั้นไม่ได้กลับมาที่นี่สักหน่อยนะ"

หืม? หา? หมายความว่ายังไงกันที่ยัยนั่นไม่ได้กลับมาที่นี่? ในเมื่อเธอใช้เทเลพอร์ตกลับมาพร้อมกันแล้วแท้ๆนี่? อีกอย่างยัยนั่นก็ไม่ได้อยู่บริเวณที่ผมจะจับความรู้สึกได้ด้วยความสามารถนี่เลย แถมไม่ได้อยู่บนเกาะนั่นอีกด้วย..

ผมพยายามรวบรวมเวทย์เอาไว้ แล้วตั้งสมาธิจนถึงขีดสุด ขยายวงกว้างของความสามารถนี้ไปได้ไกลยิ่งขึ้น แต่ผลร้ายก็ตามมาเหมือนกัน

การตั้งใจฟังสิ่งใดสิ่งนึง จริงอยู่ที่เราจะได้ยินเสียงที่อยู่ไกลได้อย่างชัดเจนขึ้น กลับกันไอ้เสียงที่อยู่ใกล้ๆก็จะดังจนเรารู้สึกเจ็บหูอย่างไม่มีเหตุผล ถึงอย่างงั้นผมก็ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นว่ากำลังโดนผลกระทบอะไรอยู่ จนกระทั่ง...

"...ยัยสองคนนั้นทำอะไรอยู่กันแน่?"

ผมหันไปทางซ้ายของผม ไกลจากนี้ไปหลายสิบกิโลเมตร มียัยสองคนนั้นอยู่.. แต่ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ที่รู้ๆคือมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยที่จะปล่อยเอาไว้ ที่พึ่งพาได้ก็มีแค่ยัยพวกนี้เท่านั้น

"ลิลลี่ รูบี้ รออยู่ที่นี่กับอัลซุก็แล้วกันนะ"

"ด...เดี๋ยวสิ!"

อัลซุทำท่าเหมือนจะคัดค้าน แต่ฮินะนั้นค่อนข้างจะเรียกได้ว่าน่ากลัวนิดหน่อย แต่เธอก็ให้ความสำคัญกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะกับคนที่อยู่ใกล้ตัว

"คุจังบอกให้อยู่ที่นี่ก็คืออยู่ที่นี่ ที่นั่นไม่ใช่ที่ที่เธอจะไปแล้วกลับมาอย่างปลอดภัยได้หรอกนะ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเธอไม่ไปเกะกะคุจังน่ะ"

พอถูกบอกว่าเป็นตัวเกะกะ อัลซุก็ก้มหน้าก้มตาอย่างเงียบๆ ฮินะน่ะเอาจริงเอาจังเสมอ แต่ถึงอย่างงั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดรุนแรงแบบนี้เลยนี่นะ ไม่ใช่ว่าเธอเกะกะ แต่มันจะดีกว่าถ้าเธอไม่ได้อยู่ใกล้กับพวกเรา เพราะความต่างชั้นมันมากเกินไปต่างหาก

*ฟุ่บ*

เพราะงั้นเลยสับหลังมือใส่ฮินะไปรอบนึง

"โอ้ย! ท..ทำอะไรน่ะคุจัง?"

"ระวังคำพูดหน่อยสิฮินะ รู้หรอกว่าเธอเป็นห่วงยัยนั่น แต่บางครั้งก็ควรจะอ้อมค้อมกว่านี้หน่อยนะ"

ผมไม่ได้ปฏิเสธเรื่องที่ฮินะพูด อย่างที่ว่าไป ไม่ใช่ว่าเธอเกะกะ แต่ถ้าเธอมาอยู่กับพวกเรานั้น เธอก็จะเป็นตัวถ่วงในทันที ขึ้นอยู่กับกลุ่มคนและสถานการณ์ล่ะนะ

"ยูริ"

"มันค่อนข้างไกลและมีตำแหน่งที่ไม่ชัดเจน ข้าจะพยายามไปให้ใกล้พวกนางที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ"

ถึงจะพูดออกมาแบบนั้นแต่ผมก็เชื่อใจว่าคงจะไม่พลาดแน่ๆอยู่หรอก เพราะไอ้เมื่อกี้นี้นั้นยัยนี่ตั้งใจจะไปโผล่ที่นั่นอยู่แล้ว สรุปก็แค่หยอกเล่นเท่านั้น แต่ฮินะก็ไม่ได้ตลกด้วยสักเท่าไรล่ะนะ

ยูริร่ายเวทย์ แล้วพวกเราก็โผล่มาอยู่ในป่า จริงอยู่ที่เจ้าตัวบอกจะพยายามและผมก็เชื่อใจว่าทำได้ แต่ตำแหน่งมันก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันมากมาย แต่ก็ไม่ได้ไกลมากจนเกินไปเช่นกัน ต้องบอกว่าเป็นระยะห่างที่เรียกได้ว่าจะแอบส่องก็ยังทำได้เลยล่ะนะแบบนี้น่ะ

ที่รู้ก็เพราะว่าเจ้าตัวอยู่ในระยะการรับรู้ของความสามารถของผมน่ะสิ

แต่ยังสงสัยอยู่อย่างนึง จริงอยู่ที่เป็นที่มั่นใจว่ายัยมุซาชิไม่ได้เป็นศัตรู ไม่งั้นผมคงไม่ปล่อยให้เข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆพวกเราได้หรอก แต่มันมีบางอย่างที่แปลกออกไป ...ทำไมยัยโครวกับยัยมุซาชิถึงได้เคลื่อนไหวไปมาราวกับกำลังสู้กับอะไรบางอย่างอยู่กัน?

"มีอะไรแปลกๆแฮะ แค่ยัยพวกนั้นมาอยู่ที่นี่ก้แปลกแล้ว ที่สำคัญกว่านั้น...มันผ่านไปหลายสิบชั่วโมงแล้ว ดูเหมือนว่ายัยพวกนั้นจะเหนื่อยล้าพอสมควรแล้วด้วยสิ..."

"หมายความว่ายังไงกันแน่คะ?"

แอสโมดิอุสถามผม จริงๆเะอควรจะรุ้อยู่แล้วไม่ใช่รึไง?

"โครวเคลื่อนไหวช้าลง แม้ว่ามุซาชิจะเคลื่อนไหวได้เร็วมากพอสมควรอยู่แต่เห็นได้ชัดว่าเต็มไปด้วยจุดอ่อนและช่องว่าง นอกจากนี้โครวที่น่าจะมีพลังเวทย์เยอะกลับใช้จนเกือบจะสุดก้นถัง เป็นไปได้ว่าถูกแทรกแทรงเวทย์เทเลพอร์ตจนทำให้มาโผล่แถวๆนี้ ส่วนใครเป้นคนทำนั้นผมไม่รู้"

"...เป็นไปได้ไหมคะว่าอีกฝ่ายจะเป็นพวกที่แข็งแกร่ง?"

"เรื่องนั้นมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ไอ้การที่ชั้นไม่สามารถจับตัวตนของไอ้บ้านั่นได้เนี่ย ทำเอาหงุดหงิดสุดๆไปเลยล่ะ"

ผมพูดออกไปอย่างที่เคยแสร้งทำเป้น ดูเหมือนผมจะถนัดการพูดทั้งสองแบบแล้วแฮะ ถึงยังไงก็ต้องแยกใช้ให้ถูกกับกาลเทศะด้วยล่ะนะ

"เดี๋ยวนะคะ ไม่สามารถจับตัวตนได้งั้นเหรอคะ?"

"อา ไม่สามารถรับรู้ได้เลยล่ะนะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รับรู้การเคลื่อนไหว เพียงแค่ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไรเท่านั้นเอง"

สัมผัสได้ว่ามีอยู่จริง แต่ไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันคือตัวอะไร กำหนดขนาดของมันได้ด้วยการกระทำ ความเร็วและพลกำลัง ไม่สามารถรับรู้ได้แค่สิ่งเดียวคือมันเป้นตัวอะไรกันแน่ แต่เจ้านี่น่ะ...มันเหนื่อยไม่เป็นเลยรึไงกันเนี่ย?

"ผมจะออกไปก่อนก็แล้วกันนะ"

*พรึ่บ*

*ฟุ้บ*

ว่าแล้วก็ใช้ความสามารถความมืดของผม เข้าสู่โหมดปีศาจแล้วพุ่งออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วชนิดที่เรียกได้ว่าภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นในขณะที่ออกวิ่งนั้น ช้าลงจนเป็นโลกที่เต็มไปด้วยการสโลว์โมชั่น

และผมก็มาอยู่ตรงหน้าของยัยสองคนนี้ สภาพแบบไม่น่าจะสู้ไหวแล้วด้วย ยัยโครวหอบแฮ่กๆ มีเหงื่อออกเต็มไปหมด ใบหน้าดูออกได้ง่ายว่าใกล้จะหมดแรงแล้ว มานาก็เหลือเพียงแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ถือว่าอันตรายต่อชีวิตพอดูเลยล่ะนะ

*วิ้งก์*

แต่มันมีวิธีแก้ถมไปล่ะนะ

"อ...อื้อ ...น...นี่มัน..."

ดูเหมือนว่ายัยนี่จะยังไม่ค่อยได้สติสินะ? แต่ยัยมุซาชินั้นก็ทำสีหน้าที่แสดงถึงความตกใจมองมาทางนี้อยู่ ปัญหาคือ

"เธอเนี่ย...ค่อนข้างจะแข็งแกร่งจริงๆเลยนะ"

"หือ? อ...อืม ก็ไม่รู้หรอกนะแต่ดูๆแล้วฉันเทียบนายไม่ติดเลย"

"ก็เธอมันเป็นแค่มนุษย์นี่นะ?"

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ยัยนี่สุดยอดจริงๆนั่นแหละ มีเหงื่อออกนิดหน่อยแต่ก็ยังอยู่ในสภาพที่แทบจะเรียกได้ว่าพร้อมสุดๆไปเลยล่ะนะ

แต่ยัยโครวนี่สิ...ถึงจะแข็งแกร่งแต่ความอ่อนล้ารวมไปถึงมานาหมดไปก็เลยทำให้อยู่ในสภาพไม่เหลือพลังกายไว้ใช้อีกต่อไป จนถึงตอนนี้คนที่จะปกป้องได้ก็คือ..

"ฝากด้วยนะมุซาชิ เดี๋ยวจะรีบจบเดี๋ยวนี้แหละ"

ผมพูดแล้วก็หันหน้าไปอีกทาง เจ้าตัวการที่มีความสามารถในการลบตัวตน หรือจะบอกว่าไม่มีตัวตนอยู่แล้วดีล่ะ? แต่เจ้านี่ ดูยังไงก็แค่มนุษย์ชัดๆ

"แกเป็นใคร?"

"ชั้นเหรอ? ชั้นไม่มีหน้าที่ที่จะต้องตอบคำถามของแก แต่แกเอ็นดูเพื่อนชั้นได้ดีพอควรเลยนี่? ขอทดแทนบุญคุณหน่อยก็แล้วกัน"

อีกฝ่าย...ดูเหมือนจะเป็นคนที่ดูแข็งแกร่งแปลกๆแฮะ รูปร่างก็เป็นผมสีดำ ตาสีทอง ผิวคล้ำอ่อนๆ ชุดที่ใส่นั้นเป้นเกราะเบาสีดำน่าจะทำมาจากเหล็กสีดำ แต่จากความเร็วแล้วน่าจะเป็นมิธริลมากกว่า จากความแวววาวก็คงจะใช่ อาวุธก็มีดมิธริลสองเล่ม เล่มสั้นกับยาวล่ะนะ

"ข้าไม่รู้หรอกนะว่าแกจะเป็นใคร แต่ถ้ามาขวางทางของข้าก็ต้องตายเท่านั้น!!"

*ฟุ่บ!!*

"ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเพราะอะไร แต่แกคงทำงานให้กับจอมมารล่ะสิท่า!"

*เปรี้ยง!*

อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหาทางนี้ แต่มันง่ายต่อการมองเห็นสุดๆ ผมเลยชกไปที่เบ้าหน้าได้ง่ายๆเลยล่ะนะ

*ตูม!!*

ส่วนไอ้บ้านั่นก็ถูกชกจนปลิวไปชนเข้ากับหินก้อนใหญ่ที่อยู่อีกฟากนึงอย่างรุนแรง ไม่ได้สังเกตความผิดปกติของทางนี้รึไง? เงาสีดำคืบคลานไปทั่วทั้งร่างกาย มีแต่ดวงตาที่ส่องแสงสีแดงเท่านั้นนะเฮ้ย และดุยังไงทางนี้ก็มีเขางอกออกมาแล้วด้วยเนี่ย

ที่สำคัญเลย ฝั่งนั้นมีออร่าของเวทย์มนต์ดำอยู่ เลยตีไปว่าอยู่ฝั่งเดียวกับจอมมาร แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ล่ะนะ

"อั่ก!! ก...แกเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่วะ!? แล้วข้าก็ไม่ได้ทำงานให้กับเจ้าจอมมารที่น่ารักเกียจนั่นด้วย!"

ดูเหมือนจะจริง แต่ในกลุ่มของไอ้โง่นี่ รวมไปถึงไอ้โง่นี่ต้องมีผู้ใช้เวทย์มนต์แห่งความมืดแน่ๆ มันสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยล่ะ

"มันไม่สำคัญหรอก ยังไงแกก็ต้องตายตรงนี้ล่ะนะ"

ผมตะโกนออกแล้วพุ่งเข้าหาไอ้บ้านั่นในทันที แต่ก่อนที่จะได้โจมตีใส่มันนั้น

จู่ๆก็มีเสียงของหญิงสาวเข้ามาแทรกเสียก่อน

"ไอ้ทหารโง่! ทำไมถึงได้ทำอะไรชักช้าขนาดนี้วะหา!?"

น้ำเสียงบ่งบอกได้ว่ายัยนี่ไม่ใช่คนดีแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะเป็นพวกยัยร่านก็ได้ด้วย ถึงจะหยาบไปหน่อยแต่มันก็เป็นความจริงล่ะนะ

สภาพของยัยนั่น.. เอลฟ์งั้นเหรอ? ผมสีบลอนด์ทอง อกโตสุดๆ ดวงตาที่มีความคมสีเขียว และตอนนี้หางตาก็ชี้ซะจนดูยังไงก็นางร้ายชัดๆอยู่ ส่วนชุดนั้นโคตรจะวาบหวิว และจากมุมสูงก็มองเห็นภายในที่ไม่ได้สวมอะไรอยู่ได้อย่างชัดเจน

"นี่มันก็ผ่านมาคืนนึงแล้วนะ! แกจะอ่อนแอถึงขั้นทำงานช้าแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!"

ไม่สมกับเป็นเอลฟ์ผู้ดีเลยแม้แต่น้อย ยัยร่านนี่...ถือว่าน่าสนใจอยู่หน่อยนึงล่ะนะที่จะพูดคุยด้วย พอคิดแบบนั้นผมก็ยกเลิกจำแลงความมืดของผมออก และดูเหมือนยัยนั่นจะไม่ได้สังเกตผมด้วยล่ะนะ

"เป็นเธอเองเหรอที่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้น่ะ?"

"หือ? ใครกันน่ะแ--- ว๊าย! ช่างงดงามอะไรเช่นนี้!"

...จากหน้าเท้าเป็นหลังเท้าเลยแฮะ..มีทำเป็นเขินอายกดกระโปรงทั้งๆที่เมื่อกี้แทบจะไม่ได้สนใจด้วยเนี่ยนะ? แล้วยัยฮินะจะชักดาบออกมาทำไมกันล่ะนั่น? ถึงจะดีใจที่หึงแต่ก็ต้องดูสถานการณ์หน่อยสิ..

โชคดีที่ยัยพวกนั้นอยู่ไกลออกไปหน่อยล่ะนะ

*ตุ้บ*

"ท่านเป็นใครเหรอคะ? ข้ามีนามว่ารูรูก้า เอนดิเนสต์ค่ะ! เป็นราชวงศ์ของเอลฟ์ชั้นสูงที่แข็งแกร่งด้านเวทย์มนต์และการออกล่าเหยื่อในป่าน่ะค่ะ!!"

เป็นการแนะนำตัวที่น่ารำคาญซะจริง แต่ไหนๆก็ไหนๆ จะเล่นด้วยสักหน่อยก็แล้วกัน

"ชั้นชื่อคุโระ. คุโรมิเนะ คุโระ เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาๆเท่านั้น แล้วสรุปว่..."

"ท่านคุโระสินะคะ! ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ!!"

...น่ารำคาญสุดๆไปเลยแฮะ...

"นี่ รูรูก้า เธอสั่งทหารของเธอเข้ามาทำร้ายเพื่อนของผมทำไมกัน?"

"เพื่อนเหรอคะ? อ่ะ...ยัยเตี้ยไร้ประโยชน์สายเลือดชั้นต่ำนั่นน่ะเหรอคะ? อย่างไปสนใจสิ่งมีชีวิตด้อยค่าพรรค์นั้นแล้วไปสนุกกับข้าเถอะนะคะ ทางนี้จะคุมตัวไปขังแล้วจะจัดการเธอซะเองค่ะ เพราะข้าก็ตามหาตัวนางที่หนีออกจากหมู่บ้านไปเมื่อหลายสิบปีก่อนอยู่ จึงมีเรื่องที่ต้องทำมากมายพอสมควร แต่ก็ไม่มากพอที่จะแทนที่ท่านได้หรอกนะคะ♥"

...สายเลือดชั้นต่ำ? ไร้ประโยชน์? ด้อยค่า? หึ ไร้สาระจริงๆ

"เฮ้อ... อย่างน้อยๆก็เข้าใจแล้วล่ะว่าใครเป็นศัตรูกับชั้น"

*เพี๊ยะ*

ผมปัดมือยัยนั่นทิ้ง แล้วเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองยัยนั่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง ถึงจะมีความสัมพันธ์กับยัยนั่นได้ไม่ค่อยดีมาก แต่มันก็ไม่ได้ถึงขั้นชิงชังอะไรเท่านี้ จะว่าไปนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมเกลียดและโกรธได้ถึงขนาดนี้เลยล่ะนะ

"ยัยเอลฟ์ชั้นต่ำน่ะมันแกต่างหากล่ะยัยร่าน โครวของชั้นน่ะมีพรสวรรค์ที่สุดยอดสุดๆไปเลยล่ะนะ เธอเกิดมาพร้อมกับความรักที่พระเจ้ามอบให้และหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ที่ต้องรับใช้ผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ ฟังให้ดีล่ะเพราะชั้นจะไม่พูดอีกเป็นครั้งที่สอง ไสหัวกลับไปซะแล้วอย่ามายุ่งกับโครวของชั้นอีก จริงอยู่ที่แกแข็งแกร่ง แต่ลองมาเจอกับชั้นสักหน่อยไหมล่ะ? ถ้าทำแบบนั้นรับรองว่าหมู่บ้านของแก ทั้งผู้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยพวกนั้นจะต้องถูกลบออกไปจากโลกใบนี้เพราะฝีมือของปีศาจสีดำแน่ๆ"

ผมแสยะยิ้มออกกว้าง ด้วยใบหน้าที่แสนจะน่ากลัวและทุเรศจนยัยร่านนี่ถึงกับน้ำตาคลอ

"ว่าไง? อยากจะหายไปซะตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือว่าจะยอมถอยไปแล้วรามือจากพวกชั้น?"

"ข...เข้าใจแล้วค่ะ... ถ...ถอยทัพ!!"

ยัยร่านดูจะยอมถอยแต่โดยดี พอสังเกตได้ว่าพวกนั้นถอยกันไปแล้วผมก็ถอยห่างออกมาจากยัยนั่น แต่ยัยนั่นก็ได้แต่จ้องมองมาทางนี้ด้วยสายตาที่ราวกับลุ่มหลงในบางสิ่ง และไม่ยอมไปสักที ทางนี้เลยหันหน้าไปมองเจ้าทหารโง่ที่ทำร้ายยัยโครวในตอนแรก

"เฮ้ย แกน่ะ ลากยัยนี่กลับไปซะ ถ้าครั้งหน้ายังมาปรากฏต่อหน้าพวกชั้นอีกล่ะก็ พวกแกได้ตายกันทุกคนแน่"

"...เข้าใจแล้ว ข้าจะพาตัวนางไปเอง"

ว่าแล้วมันก็ทำตามที่พูด ผมก็เลยเดินกลับไปหายัยโครวที่นอนอยู่ในอ้อมอกของมุซาชิ ดูเหมือนจะได้รับรอยยิ้มมาชั่วครู่ก่อนที่จะถูกพูดใส่แบบค่อนข้างโหดร้ายแต่แฝงไปด้วยความสุขเล็กน้อย

"กลับมาทำไมกัน?"

ไม่น่ารักเอาซะเลยแฮะ..



บทส่งท้าย

ข้ามีนามว่ารูรูก้า เอนดิเนสต์ เป็นรัชทายาทของราชาแห่งพงไพร ผู้อยู่เหนือเผ่าพันธุ์ของเอลฟ์ทั้งปวง และยังมีเชื้อสายที่สืบทอดแค่ในตระกูลอย่างเชื้อสายของเอลฟ์ชั้นสูงอีกด้วย

ข้าที่ได้ขึ้นครองราชเพราะบิดาและมารดาได้เสียไปจากการรบก็ทำตามอำเภอใจ ข้าได้พัฒนาประเทศและกำลังทหาร รวมไปถึงการจ้างงานชาวมนุษย์หรือคนแคราะห์เข้ามาทำงานหากมีความสามารถมากพอ และไม่มีที่ไป แน่นอนว่าข้าใจกว้าง

แต่ข้านั้นก็มีสิ่งที่เกลียดอยู่เช่นกัน นั่นก็คือตระกูลเอลฟ์ชั้นต่ำอย่างดาร์กเอลฟ์ ตระกูลของคุโรมิเน่ ข้าเกลียดที่สุด โดยเฉพาะยัยผู้หญิงจองหองที่มีชื่อว่าโครวนั่น ข้าเกลียดเป็นที่สุด

หลังจากที่ขับไล่ออกไปจากหมู่บ้านได้ข้าก็สั่งให้กำลังคนไปฆ่าพวกมันทิ้ง สรุปก็คือนังนั่น นังชั้นต่ำนั่นมันรอดไปได้ และมันก็หายตัวไปนานแสนนาน

ไม่นานนี้ข้าก็ไๆด้รู้จักกับสิ่งหนึ่ง ในขณะที่ข้ากำลังตามหานังนั่นข้าก็ได้รู้จักกับเซ็กซ์ หนึ่งในทหารของข้านั้นถูกใจน้องสาวของข้าและได้ทำการล่อลวงนางไป จากนั้นก็เริ่มข่มขืนนางอย่างหื่นกระหาย แต่ข้ามองภาพที่น้องสาวของข้าร้องอ้อนวอนขอให้หยุดเป็นภาพที่มีความสุข ข้าจึงตัดสินใจเรียกพวกเขามาทั้งหมด

ผลสุดท้ายข้าก็ได้รับน้ำเชื้อสีขาวขุ่นเข้ามาในร่างกาย ข้าได้ทำเช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง และข้าก็รับรู้ได้ว่ามันอาจจะทำให้ข้าท้องได้แต่ข้าก็ไม่สน ทว่าหลายต่อหลายเดือนจวนจะครบปีข้าก็ยังไม่ท้องเสียที

แพทย์ชั้นสูงที่เป็นเอลฟ์เช่นเดียวกับข้าก็ได้มาตรวจดูอาการ เขาบอกว่าชายเหล่านี้ไม่มีความสามารถในการสืบทอดทายาท พูดง่ายก็คือข้าจะไม่ท้องแม้ว่าจะถูกกระทำไปกี่ร้อยครั้งก้ตาม แต่ข้านั้นไม่ชอบใจเลย

พวกมันเริ่มที่จะน่าเบื่อ ในทีแรกข้าก็พึงพอใจอยู่หรอก แต่มันยังไม่พอนี่สิ

ในขณะนั้นข้าก็ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับผู้กล้า ว่านางถอนตัวออกจากประเทศและไปใช้ชีวิตอยู่กับคนที่รัก เท่ากับว่าเป็นพวกไร้ความรับผิดชอบในหน้าที่สิ้นดี ข้าคิดแบบนั้น

แต่ทว่ากลับมีชื่อนึงเข้ามาในโสทประสาทของข้า ชื่อของนังชั้นต่ำที่หลบหนีไป กล่าวอ้างว่าเป็นผู้ช่วยของผู้กล้า ข้าคิดว่าถ้าไม่เป็นเรื่องเท็จก็อาจจะเป็นความไร้ความสามารถในการดูคนของผู้กล้าเป็นแน่ เพราะผู้กล้าคงไม่ได้อ่อนแอหรอก เป็นถึงผู้ที่ได้รับพรจากพระเจ้ายังไงก็ต้องแข็งแกร่งอยู่แล้ว

หลังจากนั้นข้าก็ตามสืบเรื่องของนังนั่น แล้วก็พบตัวว่าไปอยู่บนเกาะลอยฟ้าพิศดารที่ลอยอยู่ไกลออกไป ข้าไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงได้ไปอยู่ที่นั่นได้ แล้วที่นั่นคืออะไรกันแน่?

ทว่าในระหว่างที่นางกลับไปที่เมืองของมนุษย์ข้าก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ ในช่วงเวลานั้น มือขวาของข้าก็ได้เสนอหนทางที่จะนำนางลงมาสู้กันตัวต่อตัว ทว่าหลังจากที่รบกวนนางด้วยเวทย์พิเศษ ก็ปรากฏผู้ใช้ดาบสองมือที่มาจากต่างโลกเข้ามาขัดขวาง และยื้อเวลาจนล่วงเลยไปยาวนานถึงหนึ่งคืน หรือสิบชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

ข้านั้นไม่ได้เข้าร่วมสู้ นอกจากมือขวาของข้าก็มีทหารเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สู้ไหว เนื่องจากเจ้านั่นเป็นอันเดธข้างจึงปล่อยมันเอาไว้กับนางไม่ให้นางคลาดสายตาได้แม้ว่าข้าจะนอนหลับพักผ่อนอยู่ก็ตาม แต่แล้วก็มีปัญหาเกิดขึ้นอยู่สองอย่าง

ปัญหาแรกนั้น พวกทหารที่ยอมตัดใจลาออกจากกองกำลังนั้นได้เข้าบุกรุกมาแล้วทำเรื่องอย่างว่ากับข้าคนละครั้งก่อนที่จะออกไป โดยที่ความจริงแล้วเจ้าพวกนั้นก็ต้องการทำเช่นนี้กับข้าแทนของตอบแทนที่เรียกว่าเงิน หรือจะบอกว่าให้ข้าจ่ายให้พวกมันเป็นร่างกายก็ไม่ผิด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงมากนัก

...พิษของมัน ทำให้ข้าไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ ข้าไม่สามารถร่ายเวทย์ออกมาได้ และคิดว่าคงอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนานจนกว่าจะได้รับยาถอนพิษ ซึ่ง ณ ขณะนี้นั้นไม่ได้มีของที่ว่านั่น

ปัญหาอย่างที่สอง...ข้าพบกับคนคนนึง คุโรมิเนะ คุโระ แม้จะมีชื่อที่เหมือนกับนางที่น่ารังเกียจนั่นข้าก็เผลอตกหลุมรักเข้าเต็มเปา ความมืดที่แข็งแกร่งและใบหน้าที่งดงาม กิริยาท่าทางและความไม่เป็นมิตรนี่...ข้าอยากจะทำให้มาเป็นของข้าเสียจริง

กว่าจะรู้ตัวว่าข้ารักเขา ข้าก็ถูกคุมขังอยู่ในคุกของพระราชวังของข้า และถูกกระทำทารุณมากมาย แม้ข้าจะเคยชอบเซ็กซ์แต่ขณะนี้ข้าเกลียดมัน ข้าไม่อยากทำอีกแล้ว ข้าที่แปดเปื้อนมิอาจจะไปยืนต่อหน้าเขาคนนั้นได้อีกเป็นครั้งที่สอง ในที่สุดข้าก็รู้ตัวว่าทำพลาดไป..

ข้ามัน...โง่เอง...ข้ามันโง่ข้าเข้าใจดี

แต่ข้าก็ยังคาดหวัง ขอให้ใครสักคนมาช่วยให้ข้ารอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไป และหลังจากที่ข้าได้บูรณะเมืองแห่งนี้ให้ดีขึ้น ข้าสัญญา...ว่าข้าจะทิ้งชีวิตนี้ แล้วไปเริ่มต้นใหม่จากศูนย์

ข้าขอร้องล่ะท่านเทพทั้งหลาย...ได้โปรด ให้ข้าได้เกิดมาเจอกับความรักเฉกเช่นที่ข้าเจอในชาตินี้ด้วยเถอะ..

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว