จบ - ฝ่าบาทมาเป็นมเหสีข้าเถอะ (มีEbook)
ศึกครั้งที่ 1 มาเป็นพระชายาของข้าสะ!!
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ศึกครั้งที่ 1 มาเป็นพระชายาของข้าสะ!!

​ฝ่าบาทมาเป็นพระมเหสีข้าเถอะ!!

**คำเตือนนิยายเรื่องนี้มีคำผิดเยอะมาก เพราะแต่งครั้งแรกเมื่อ6ปีก่อน ปัจจุบันยังไม่มีกำหนดแก้คำผิด**

“ปล่อยข้า!” อวี่ เหม่ยหลง อดีตฝ่าบาทราชวงศ์อวี๋ แคว้นเว่ย เปร่งน้ำเสียงตวาดใส่นางกำนัลที่กำลังจับเขาขึงพรืดอาบน้ำ ไม่พอแค่นั้น ยังมีเครื่องประทินผิว และอาภรณ์ ที่เป็นของบรรณาการจากฝ่าบาท เฉียน หย่งชาง ฝ่าบาทที่ทำร้ายบ้านเมืองของตนให้พังยับเยิน

เป็นตาย ร้ายดีเช่นไร ข้าก็จะไม่รับของจากคนชั่วช้า หวังแต่จะตัดรอนอำนาจไว้เพียงผู้เดียว เพื่อเป็นใหญ่ในแผ่นดิน หาได้สนใจความเป็นอยู่ของราษฏรไม่!!

“ออกไปให้พ้น!!” อวี่ เหม่ยหลง ไม่ยอมหยุดแค่นั้น เดิมทีก็ไม่อยากจะทำร้ายนางกำนัลเท่าไหร่หนัก แต่เพื่อให้นางกลัว เขาจึงต้องแสดงกิริยามารยาทเช่นนี้

“ต..แต่หม่อมฉันถูกสั่งหะ..ให้”เสียงนางกำนัลพูดจากติดๆขัดๆหวาดกลัว อวี๋ เหมยหลง ที่ยืนตวาดดังลั่นอยู่ข้างหน้า

“แต่ข้าไม่ต้องการ!” อวี๋ เหม่ยหลง ใส่เพียงอาภรณ์ชั้นในสุด สีขาวเท่านั้น ให้ตายอย่างไรก็ไม่มีวันสวมชุดสีแดงๆบ้าๆนั้น!

ข้าจะไม่ยอมเป็นมเหสีของท่าน เฉียน หย่งชาง!!!!

……………

……………………………………………

ก่อนหน้านี้

หลังจากที่ฝ่าบาทอุ้ม อวี๋ เหม่ยหลงลงจากลานประหาร ฝ่าบาทก็ตรงไปยังรถม้า ทั้งยังบังคับให้ อวี๋ เหมยหลงเข้าเกี้ยว

พลันเข้าเป็นที่เรียบร้อย เหม่ยหลงก็แพลงฤทธิ์

“ปล่อยข้า” เหม่ยหลง กดจุดคนเป็นฝ่าบาท แต่หาได้ทำให้ฝ่าบาทนั้นสะทกสะท้านไม่ ทั้งยังหัวเราะร่าอีกเสียด้วย

“เจ้าคิดว่าข้าแก้จุดไม่ได้หรือ...”ฝ่าบาทไม่พูดเปล่า พระหัตถ์ของพระองค์ ยังยกขึ้น ก่อนใช้พระดัชนีเชิดปลายพระหนุ(คาง) ของเหม่ยหลง เพื่อให้ได้จ้องมองพระพักตร์งามนั้นชัดๆ

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าต้องการอะไรจากเจ้า”

“ข้าไม่มีอะไรจะให้ท่าน!” เหม่ยหลง เสียหมดทุกอย่างแล้ว พี่น้องที่ถูกจับเป็นเฉลยศึก ไหนจะราษฎร ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

เพราะท่านคนเดียว...ที่ทำให้ข้านั้นเป็นคนไร้ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง

“หึ...”ฝ่าบาททรงนำพระหัตถ์ออก เพื่อเปลี่ยนมาเป็นจับที่ลำพระศอของอวี๋ เหม่ยหลง ก่อนจะก้มพระพักตร์ชิดลงเพื่อหวังชิมรสชาติของบุพงามตรงหน้าพระพักตร์

ทว่า

“ถ้าท่านคิดจะทำอะไรสัปดนกับข้า...ข้าจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดตายเสียตรงนี้”

ฝ่าบาท เฉียน หย่งชาง เอ่ยไม่ออก...

ชะงักการกระทำทันใด แต่เพราะเหตุนี้ยิ่งทำให้ฝ่าบาทได้ทอดพระเนตรอวี๋ เหม่ยหลง อย่างชัดเจน

ยามนี้ที่ได้จ้องดวงหน้าของคนผู้นี้ อดีตกษัตริย์ตรี ที่ตนยึดเมืองมาได้ ยามใดที่พระโอษฐ์อิ่มของบุรุษตรงหน้าขยับเคลื่อนไหว ก็ช่างจะงดงามเสียจนอยากจะบดขยี้ลงตรงนี้

แต่ยามใดที่คำพูดจาไม่ไพเราะเปร่ง ขานแว่ว ก็ยิ่งปลุกความร้อนรุ่มในอกให้ถูกจุดไฟ ลุกโฉดช่วง

ทั้งๆที่ข้ามิเคยต้องตาหญิงงามคนใด

ทั้งๆที่ข้ามิเคยรู้สึกเหมือนกำลังถูก พระเนตรของคนอื่นแผดเผา

ทั้งๆที่ข้ามิเคยรู้สึกอยากครอบครอง ตีตราผู้ใดให้เป็นของข้า

แต่เหตุอันใดกัน ที่ทำให้ข้า ต้องการ โหยหา อวี๋ เหม่ยหลง ทั้งที่เป็นเพียงแค่แรก พบสบตาในเวลาไม่ถึงชั่วยามด้วยซ้ำ

“ถึงวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงทหารองครักษ์ ดังขึ้น ทำให้ฝ่าบาทลดพระหัตถ์ออกจากลำพระศอของอีกฝ่าย

“ต้องการอะไรจากข้า” อวี๋ เหม่ยหลงไม่ยอมให้ฝ่าบาทลง และรีบเอ่ยถามให้แน่ใจ

จะเอามารับใช้? จะให้มาเป็นทหาร? ต้องการเอามาเป็นขันที? ฝ่าบาท เฉียนหย่งชาง ทำไมถึงต้องหอบเอาข้าออกมาจากลานประหาร ถูลู่ถูกังตัวข้าให้เข้ามาถึงในวังหลวง

วังหลวงที่ตนอยู่มาแต่เด็ก เรียกเหมือนกัน แต่เพียงแค่เปลี่ยนเมือง

ต้องการอันใด พูดให้กระจ่างที!

ฝ่าบาทเงียบไปสักพัก

และก็หาได้ตอบไม่ ทรงลุกออกจากเกี้ยว เหมินเฉยต่อคำถามของ อวี๋ เหม่ยหลง

อวี๋ เหม่ยหลง ไม่รอรับสั่ง ลุกออกมาจากเกี้ยว ตามฝ่าบาทออกมา

ผลันออกมาจากในตัวเกี้ยวแคบๆ ก็เผยให้เห็น นางกำนัลยืนรอต้อนรับเป็นพวน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่อยู่ในบริเวณ ก็หยุดโค้งตัวทำความเคารพ

เห็นเพียงแค่นี้ก็ทราบถึงบารมีอันมาก ล้นของบุรุษตรงหน้า

ชั่วครู่

“พามเหสีข้าไปชำระร่างกาย” ฝ่าบาทหันไปสั่งขันที

“ใครมเหสีท่าน!” อวี๋ เหม่ยหลง หันไปตวาดใส่ แต่ฝ่าบาทไม่ได้สนใจ กลับเสด็จพระดำเนิน(เดิน)ทิ้งห่างออกไปจากตน พอ อวี๋เหม่ยหลงจะเดินตาม กับถูกทหารองครักษ์ ยกดาบที่สวมปลอก อยู่นั้นพาดไปที่คอของอวี๋ เหมยหลง

“ตามขันทีไป ถ้าไม่ทำตามอย่าหาว่าข้ารังแก”

เคร้ง!

“เจ้ามัน!!!”

ดาบขององครักษ์ ถูกอวี๋ เหม่ยหลง ยกขาขึ้นเตะจนสะบัดหลุดจากมือองค์รักษ์ ไม่ทันให้อวี๋ เหม่ยหลงได้จัดการองครักษ์เหล่าทหารมากมายก็วิ่งเข้ามาอ้อมล้อม ไว้อย่างรู้งาน

“แน่จริงก็ฆ่าเราเสียตรงนี้!” เหล่าทหารต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวเพราะ ฝ่าบาทพึ่งตรัสว่านี้คือมเหสีของพระองค์

“เป็นเพียงเฉลยสงคราม เจ้าจะมากเกินไปแล้วนะ!!”องครักษ์ตวาดใส่เสียงดังลั้น

ทว่า

กงกง ขันทีประจำพระองค์เดินตรงมา ณ จุดที่เกิดเรื่องเกิดราว...และยังกลับมาพร้อม...

“มีรับสั่งจากฝ่าบาท!”

ว่าแค่นั้น ทุกคนที่อยู่ในบริเวณก็ก้มลง อวี๋ เหม่ยหลงก็ถูกเตะขาจนต้องก้มลงเช่นคนอื่นๆ

“ฝ่าบาทรับสั่งมาถึง อวี๋เหม่ยหลงว่า...หากอยากให้เครือญาติ อยู่รอดปลอดภัย ก็จงอย่าดื้อดึงเสีย มิเช่นนั้น เครือญาติของเจ้า จะมิเหลือไว้ให้สืบสกุล”

.......................

..........

เรื่องก็เป็นเช่นนี้แล

อวี๋ เหม่ยหลง จึงถูกลากมาที่ห้องทรงอาภรณ์

ในคราแรกก็คิดว่าจะหาทางหนีทีไล่ ทีหลัง แต่กลายเป็นว่า นางกำนัลที่นี้โหดร้ายทารุณต่อตนเหลือเกิน มีแรงมากมายมหาศาลในการบังคับให้อาบน้ำ ประทินผิว สวมอาภรณ์ เพื่อเข้าหอ แต่ทว่า....

อวี๋ เหม่ยหลง ไม่ยอมสวมอาภรณ์สีแดงสดนั้น!

“พระมเหสีเพคะ” นางกำนัล นับ สิบถึงขั้น นั่งลงกับพื้น เพื่อขอให้อวี๋ เหม่ยหลง สวมอาภรณ์เสียที

จนกระทั้ง เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม จนพวกนางเริ่มเจ็บเข่า...

อวี๋ เหม่ยหลงก็เริ่ม ไขว่เข่วไปบ้างแล้ว...

“ลุกขึ้นเถอะ” เหม่ยหลง กล่าวกับนางกำนัล

“ไม่เพคะ” นางตอบพร้อมกันท้วนหน้า จนเหมยหลง รู้สึกผิดที่ทำร้ายต่อสตรีที่อ่อนแอ

“...”

“พร้อมกันหรือยัง” กงกงเปิดประตูพรวด เข้ามาด้านใน นางกำนัลลุกขึ้นทันที แตกกลุ่มไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ให้ กงกงเป็นผู้จัดการ

“บอกฝ่าบาท ว่าข้าไม่ไป”

“...ถ้าท่านไม่ไป เครือญาติท่านก็จะถูกปลิดชีพ” กงกงพูดอย่างเลือดเย็น

“อำมหิต”

“ข้าหรืออำมหิต” เสียงทุ่มของฝ่าบาทดังขึ้น กงกง จึงหลบออกจากหน้าประตู ให้ฝ่าบาทเข้ามา

“มาก็ดี!” อวี๋ เหม่ยหลงลุกขึ้นประเผชิญยืนจ้องพระพักตร์ อย่างไม่สะทบสะท้านแต่อย่างใด “ท่านมีสิทธ์ อะไรมาบังคับข้า”

“ข้าคือผู้ชนะ”

“แล้วอย่างไร!”

“เจ้าเป็นเพียงแค่เฉลยสงคราม ... ดีแค่ไหนแล้วที่ไว้ชีวิตเจ้า”

“หึ..ข้าหาได้ต้องการไม่!...ถ้าต้องมาอยู่กินกับท่าน ปล่อยให้ข้าตายไปอยู่กับยมพระบาล ยังดีเสียกว่า!!” จบคำนั้นฝ่าบาทก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ช้อนเอาคนร่างบางตรงหน้าขึ้นมาด้วยพระกร(แขน) โอบอุ้มอีกคนชิดพระอุระ(อก)

“ถ้าเป็นเช่นนั้น เจ้าคงต้องอยู่กับอย่างจนกว่าจะแก่เฒ่า!! และเมื่อตาย จงจำไว้” ฝ่าบาทเว้นวรรคไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อ “เมื่อตาย ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปไหน ไม่ว่าภพไหน เจ้าก็ต้องเป็นเมียของข้า อวี๋ เหม่ยหลง!!!”

กล่าวจบ พระองค์ก็ก้าวพระบาท ทรงเดิน ตรงกลับตำหนักตนเอง

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น