ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ครับ...ผมท้อง [ครั้งที่ 3]

ชื่อตอน : พี่ครับ...ผมท้อง [ครั้งที่ 3]

คำค้น : yaoi,เคะท้อง,3p,พระเอกเลว,อัศวินเจสันซีเนียร์,แอสตันจัสติน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2560 00:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ครับ...ผมท้อง [ครั้งที่ 3]
แบบอักษร

พี่ครับ...ผมท้อง [ครั้งที่ 3]

Author: Per-Piper


“นี่มันหมายความว่ายังไงอัศวิน! ทำไมไอ้เด็กนั่นถึงได้มาอยู่ที่นี่!” คุณหญิงอมรรัตน์เอ่ยถามทันทีที่เห็อัศวินเดินกลับเข้ามาในงานอีกครั้ง


“คุณแม่เลิกเรียกซีเนียร์ว่าไอ้เด็กนั่นสักทีเถอะครับ” อัศวินเอ่ยพูดเสียงเรียบพลางกรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย ไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้มารดาของเขาไม่พอใจซีเนียร์ได้มากขนาดนั้นกัน ทั้งที่ซีเนียร์เองก็ไม่เคยทำอะไรให้มารดาเขาไม่พอใจ


“ไม่!! ทำไมฉันต้องเลิกเรียกมันว่าไอ้เด็กนั่นด้วย ในเมื่อมันก็เป็นแค่ไอ้เด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งเท่านั้น!” คุณหญิงยังคงพูดจาดูถูกซีเนียร์ต่อไป โดยไม่รู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งกำลังยืนฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่อยู่ใกล้ๆ


“ซีเนียร์ไม่ใช่คนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างที่คุณแม่คิดหรอกครับ เพราะถ้าซีเนียร์เป็น...เขาคงไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ได้หรอก” อัศวินเอ่ยพูดเสียงเรียบ โดยที่สายตาของเขาจ้องมองไปที่ใครคนหนึ่งที่กำลังเดินมาทางเขา


ฟีนิกซ์...


“หมายความว่าไง” คุณหญิงเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะมองตามสายตาของอัศวินไป


“สวัสดีครับคุณป้า ไม่เจอกันนานเลยนะครับ...” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยทักคุณหญิงพร้อมรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก


“ฟีนิกซ์เหรอ หายไปไหนมาตั้งนานล่ะเรา” คุณหญิงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม เมื่อนึกออกว่าคนร่างสูงเป็นใคร


“หึหึ...เรื่องมันยาวน่ะครับ แต่วันนี้ผมมีใครที่จะแนะนำให้คุณป้ารู้จักด้วยนะครับ” ฟีนิกซ์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยบอกคุณหญิงพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากบางๆ ถ้าไม่สังเกตดีๆก็คงจะมองไม่ออกว่ารอยยิ้มที่มุมปากของฟีนิกซ์มันร้ายกาจมากขนาดไหน


แต่ไม่ใช่กับอัศวิน...เพราะเขารู้หมายความของรอยยิ้มที่มุมปากฟีนิกซ์ดีว่ามันร้ายกาจมากขนาดไหน


“ใครกันเหรอจ้ะ อย่าบอกนะว่าเป็นคนรักของเราน่ะ” คุณหญิงเอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้ม เพราะนางก็รักชายหนุ่มเหมือนลูกชายของนางคนหนึ่ง


“ครับ...เขาเป็นคนที่ผมรักมากที่สุดเลยล่ะครับ เซน...ช่วยไปตามซีเนียร์ให้ฉันทีสิ” ฟีนิกซ์เอ่ยบอกกับคุณหญิง ก่อนจะหันไปสั่งคนร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆเสียงเรียบ


“เอ๋! ซีเนียร์...นี่ใครเหรอจ้ะ” คุณหญิงเสียงหวั่นๆ เพราะถ้าซีเนียร์คือคนเดียวกับคนที่นางไม่ชอบ นางคงทำสีหน้าไม่ถูกจริงๆ


“เขาเป็นน้องชายผมครับ น่าเสียดายนะครับ...ที่ตัวแสบหลับไปซะก่อน ไม่งั้น...คุณป้าจะได้รู้จักเจ้าแฝดด้วย” ฟีนิกซ์เอ่ยพูดพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก ผิดกับคุณหญิงอมรรัตน์ที่ตอนนี้หน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด


“เฮียเรียกผมมามีอะไร” เสียงทุ้มหวานของใครคนหนึ่งเอ่ยถามเสียงห้วนอย่างคนไม่สบอารมณ์ ก่อนร่างบางของซีเนียร์จะเดินมาหยุดยืนข้างๆร่างสูงของฟีนิกซ์


“กะ แก...” เสียงสั่นเครือของคุณหญิง ทำให้ซีเนียร์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองคุณหญิงอมรรัตน์กับอัศวินทันที


“หึ! นึกว่าใคร...ที่แท้ก็คุณหญิงอมรรัตน์กับคุณอัศวิน ไงครับ...ตกใจมากเลยเหรอที่เจอผมที่นี่น่ะ” ซีเนียร์เอ่ยถามเสียงยียวน ทำให้อัศวินขมวดคิ้วเข้าหากันกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนร่างบาง


“แก! ไอ้เด็กเหลือขอ!” คุณหญิงตะวาดลั่นด้วยความลืมตัว ทำให้คนในงานต่างหันมามองทันที


“ถ้าผมเป็นเด็กเหลือขอ คงไม่มีทางที่ผมจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้หรอกนะครับ หึหึ...” ซีเนียร์เอ่ยพูดเสียงเรียบแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ


หมดเวลาที่จะทำตัวเป็นคนดีให้คนอื่นเหยียบย่ำแล้ว!...


“พอเถอะซีเนียร์...พี่ขอร้อง” เสียงทุ้มเข้มของอัศวินเอ่ยพูดขึ้น ทำให้ซีเนียร์หันไปมองร่างสูงแล้วกระตุกร้ายที่มุมปากบางๆ


“จะไปขอร้องคนอย่างมันทำไมอัศวิน! ก็แค่คนต่ำๆคนหนึ่งเท่านั้น!” คุณหญิงอมรรัตน์เอ่ยพูดเสียงเหยียดๆ แต่คุณหญิงคงจะลืมไปว่าคนที่นางกำลังดูถูกอยู่นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นใคร...


“แต่คนต่ำๆที่คุณป้าว่าอยู่น่ะ...เขาเป็นน้องชายของผมนะครับ” เสียงทุ้มเรียบเย็นของฟีนิกซ์เอ่ยขึ้น ทำให้คุณหญิงอมรรัตน์หน้าเสียไปทันที ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คุณหญิงหยาดทิพย์กับเจสันเดินมาได้ยินพอดี


“ซีเนียร์...” เสียงทุ้มเข้มของเจสันเอ่ยชื่อของคนร่างบางออกมาเบาๆ แต่มันก็ดังพอที่จะให้คุณหญิงหยาดทิพย์ได้ยินพลางมองตามสายตาของลูกชายไป


“กะ แก!...” เสียงของคุณหญิงหยาดทิพย์เอ่ยดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันมามองคุณหญิงหยาดทิพย์ที่เหมือนจะช็อกหนักเมื่อเห็นซีเนียร์   “หึ!” ซีเนียร์แสยะยิ้มออกมาทันที เมื่อเห็นสีหน้าของคุณหญิงหยาดทิพย์ ก่อนจะเหลือบมองร่างสูงของเจสันด้วยสายเรียบเฉย


“ทะ ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้!” คุณหญิงหยาดทิพย์ตะวาดถามเสียงดังลั่นอย่างลืมตัว จนคนที่มองอยู่สะดุ้งด้วยความตกใจกับทีท่าของคุณหญิงหยาดทิพย์


“แปลกตรงไหนเหรอครับ ที่ผมจะอยู่ในงานที่พี่ชายตัวเองจัดขึ้นเพื่อต้อนรับผมกลับมา...” ซีเนียร์เลิกคิ้วถามอย่างสงสัย ก่อนจะเหยียดยิ้มร้ายออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของคุณหญิงหยาดทิพย์


“ว่าไงนะ...” คุณหญิงหยาดทิพย์เอ่ยถามอีกครั้งอย่างไม่เชื่อพลางหันกลับมามองเจสันที่เบือนหน้าหนีไปอีกทาง


“ก็อย่างที่คุณหญิงได้ยินนั่นแหละ...ผมเป็นน้องชายของเฮีย ลูกชายคนเล็กของอธิพัฒน์เดชากร...” ซีเนียร์เอ่ยบอกเสียงเรียบพลางก้าวถอยหลังยืนข้างร่างสูงของฟีนิกซ์แล้วเหยียดยิ้มร้ายออกมาอย่างเปิดเผย


เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น! เตรียมตัวรับมือกับความเจ็บปวดไว้ให้ดีก็แล้วกัน!...


“มะ ไม่จริง...” เสียงของคุณหญิงอมรรัตน์กับคุณหญิงหยาดทิพย์เอ่ยพึมพำอย่างคนไม่เชื่อ ว่าคนที่นางดูถูกมาตลอดจะเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลอธิพัฒน์เดชากร


“จะไม่เชื่อก็คงไม่แปลก เพราะยังไม่เคยมีใครที่เคยเห็นหน้าลูกชายคนเล็กของอธิพัฒน์เดชากรเลยสักคนนี่ครับ” ซีเนียร์เอ่ยพูดเรียบอย่างคนไม่คิดอะไร พลางมองใบหน้าซีดเผือดของคุณหญิงไปด้วย จนเขากลัวว่าคนทั้งคู่จะเป็นลมล้มพับไปกลางงานซะก่อน


“คุงแม่ฮะ...” เสียงเรียกใสๆของเด็กน้อยที่เอ่ยเรียกคุณแม่คนสวย ทำให้ทุกคนหันไปมองร่างสูงของไทม์ที่อุ้มร่างเล็กของแอสตันพร้อมกับมือหนาอีกข้างที่จับมือเล็กของจัสตินเดินเข้ามาหาซีเนียร์


“คุณหนูเอาแต่ร้องหาคุณซีเนียร์น่ะครับ ผมเลยต้องพาลงมา” ไทม์เอ่ยบอก เมื่อซีเนียร์รับร่างเล็กของแอสตันมาอุ้มไว้แล้วพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงว่ารู้อยู่แล้วว่าเด็กน้อยจะร้องไห้หาเขาตอนตื่นมาแล้วไม่เจอเขา


อัศวินกับเจสันมองเด็กน้อยอย่างไม่วางตา จนฟีนิกซ์เอาตัวบังร่างบางของซีเนียร์กับเด็กน้อยไว้แล้วเหยียดยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ เมื่อได้เห็นสายตาของอัศวินกับเจสันที่เหมือนอยากจะเข้าไปหาน้องชายกับหลานชายของเขา


“โทษทีว่ะเพื่อน...แต่พวกมึงไม่มีสิทธิ์ในตัวพวกเขาแล้ว” ฟีนิกซ์เอ่ยบอกเสียงเรียบ


“ทำไมพวกกูจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อน้องมึงก็เมียพวกกู! เด็กสองคนนั่นก็ลูกกู!” เจสันตอบกลับเสียงเรียบ ไหนๆก็ถูกมองว่าเป็นคนเลว งั้นเขาขอเป็นคนเลวให้ถึงที่สุดแล้วกัน!


“ว่าไงนะ!!” คุณหญิงหยาดทิพย์เอ่ยถามลูกชายเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินคำพูดของเจสัน ก่อนจะหันไปมองเด็กน้อยทั้งสองคนที่อยู่กับซีเนียร์


“มะ ไม่จริงใช่มั้ยตาอัศ...แกพูดออกมาสิว่ามันไม่จริง!” เสียงของคุณหญิงอมรรัตน์ตะวาดถามลูกชายเสียงดัง แต่อัศวินกลับนิ่งเงียบไม่พูดตอบอะไร


“ครับ...มันไม่จริงหรอก เด็กสองคนนี้น่ะ...ไม่ใช่ลูกของพวกเขาหรอก แต่เป็นลูกของผมคนเดียว...” ซีเนียร์เอ่ยพูดเสียงเรียบ ทำให้อัศวินกับเจสันหันไปมองร่างบางทันที


“เพราะงั้น...พวกคุณก็อย่ามาเข้าใกล้พวกเขา ถือว่าผมเตือนพวกคุณแล้วนะ” ซีเนียร์เอ่ยพูดเสียงเรียบเย็น ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากงานไปทันที โดยไม่สนใจใบหน้าที่ถอดสีของคุณหญิงอมรรัตน์กับคุณหญิงหยาดทิพย์เลยแม้แต่น้อย


“หึหึ...โทษทีว่ะ พอดีน้องกูมันไม่เหมือนเดิม เพราะอะไร...พวกมึงคงรู้” ฟีนิกซ์หัวเราะเบาๆในลำคอพลางเอ่ยพูดขึ้นเสียงเรียบ ก่อนร่างสูงของฟีนิกซ์จะเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงของอัศวินกับเจสันแล้วเอ่ยพูดอะไรบางอย่างให้ได้ยินกันแค่สามคน ก่อนจะเดินแยกออกจากงานไปทันที


“สิ่งที่พวกมึงเคยทำกับน้องกูน่ะ...เขาไม่ได้เรียกว่าปกป้องคนรักหรอก แต่มันเป็นการทำร้ายคนที่พวกมึงรัก จะทำอะไรก็รีบๆทำ ก่อนที่มันจะสายไป...”


~พี่ครับ...ผมท้อง~


“คนพวกนั้นเขาเป็นใครเหรอคับ” เสียงใสเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่คุณแม่คนสวยจูงมือเขาเดินออกมาจากงานเลี้ยงเพื่อกลับห้องพัก ทำให้คนร่างบางก้มมองใบหน้าเล็กของลูกชายตัวน้อยทันที


“จัสตินอยากรู้ทำไมเหรอครับ” ซีเนียร์ถามกลับพลางมองใบหน้าเล็กของลูกชายคนเล็กด้วยดวงตาที่สั่นไหว ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกกลัว...กลัวว่าลูกชายตัวน้อยของเขาจะถามถึงคนที่ไม่ต้องการพวกเขา


“ผมแค่ได้ยินตอนที่คุณลุงให้พวกเขาเข้ามาในห้อง...พวกเขาเป็นพ่อของผมกับแอสตันใช่มั้ยคับ” และคำถามที่ซีเนียร์กลัวมากที่สุดก็ถูกถามออกมา ทำให้คนร่างบางเผลอกำมือเล็กของจัสตินอย่างแรงด้วยความลืมตัว


“แม่คับ...ผมเจ็บ” เสียงร้องของเด็กน้อย ทำให้ซีเนียร์รีบปล่อยมือเล็กของจัสตินทันที


“ติน...แม่ขอโทษนะ เจ็บมากมั้ยครับ” ซีเนียร์รีบถามลูกชายตัวน้อยทันที ก่อนจะย่อตัวให้ความสูงอยู่ในระดับเดียวกับร่างเล็กของจัสตินแล้วจับมือเล็กของเด็กน้อยมาดูด้วยความเป็นห่วง กลัวว่ามือเล็กๆของลูกชายตัวน้อยจะเป็นรอยแดงจากมือของเขาเอง


“ไม่เจ็บแล้วคับ” จัสตินเอ่ยบอกคุณแม่คนสวยพร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนมือเล็กจะยื่นมาจับใบหน้าสวยของคุณแม่คนสวยแผ่วเบา


“ผมรักแม่นะคับ ผมไม่สนใจหรอกว่าพวกเขาจะเป็นพ่อของผมกับแอสตันหรือเปล่า...เพราะคนเดียวที่ผมแคร์มากที่สุดคือคุณแม่คนเดียว” คำพูดของเด็กน้อย ทำให้ซีเนียร์ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนมือบางจะคว้าร่างเล็กของจัสตินมากอดไว้แน่นพร้อมกับร่างเล็กของแอสตันที่หลับอยู่ในอ้อมกอดของเขา


“แม่ก็รักพวกหนู...และแม่จะไม่มีวันยอมให้คนพวกนั้นได้เข้าใกล้พวกหนูแน่! ไม่มีวัน!...”


~พี่ครับ....ผมท้อง~


อีกด้านหนึ่ง...


“ฉันจะให้แกแต่งงานกับหนูพลอยเดือนหน้า!” คุณหญิงอมรรัตน์เอ่ยบอกชายหนุ่มทันทีที่กลับมาถึงบ้าน ทำให้อัศวินชะงักแล้วเท้าที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนเพื่อกลับห้องทันที


“ผมไม่แต่ง! หยุดบังคับผมสักที!” อัศวินเอ่ยพูดอย่างคนหมดความอดทนกับการกระทำของมารดาที่เอาแต่บังคับเขาให้ทำในสิ่งตัวเองต้องการ


“นี่แกจะขัดคำสั่งของฉันเหรออัศวิน!” คุณหญิงขึ้นเสียงใส่ชายหนุ่มทันที เมื่อเห็นท่าทีของลูกชายที่เหมือนจะไม่ทำตามคำสั่งของตัวเองต้องการ


“ใช่ครับ! ผมจะไม่ทำตามคำสั่งของคุณแม่อีกแล้ว” อัศวินเอ่ยบอกเสียงหนักแน่น


“อัศวิน!!”


“พอเถอะครับ...เมื่อก่อนผมเคยสงสัยนะว่าทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ต้องเลิกกัน”


“...”


“ทำไมคุณพ่อถึงเลือกผู้ชายคนนั้นมากกว่าที่จะเลือกคุณแม่กับผม...”


“...”


“แต่ตอนนี้...ผมรู้เหตุผลของคุณพ่อแล้วล่ะครับ ก็เพราะคุณแม่ไม่เคยเห็นใครดี นอกจากตัวของคุณแม่เอง...”


“อัศวิน!!”


“ทำไมเหรอครับ หรือว่าที่ผมพูดมามันไม่ใช่ความจริง”


“...”


“แม้แต่ตอนนี้...ที่ผมเสียทั้งคนที่ผมรักทั้งลูกผม คุณแม่ก็ยังไม่พอใจ...”


“...”


“คุณแม่ยังคงคิดที่จะบังคับให้ผมแต่งงานกับคนที่คุณแม่ต้องการ...”


“...”


“ตอนนี้ผมเริ่มเหนื่อยและอยากพักแล้ว...หวังว่าคุณแม่คงเข้าใจผมนะครับ” พูดจบ อัศวินเดินขึ้นบันได้ไปทันที โดยมีสายตาของคุณหญิงอมรรัตน์ที่มองตามแผ่นหลังกว้างของลูกชายไปจนลับสายตา


“ถึงยังไงฉันก็ไม่มีวันยอมรับความรักของแก! ไม่มีวัน!...”


~พี่ครับ...ผมท้อง~


อีกด้านหนึ่ง...


เจสันก็โดนไม่ต่างอะไรกับอัศวินมากนักหรืออาจจะโดนหนักมากกว่าที่อัศวินโดนก็ได้...


“แกต้องแต่งงานกับหนูเอมภายในอาทิตย์หน้า! ฉันจะเริ่มจัดเตรียมงานพรุ่งนี้เลยแล้วกัน เสียเวลามานานมากพอแล้ว” คุณหญิงหยาดทิพย์เอ่ยพูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่แล้ว ทำให้เจสันที่เดินตามคุณหญิงเดินเข้ามาในบ้านหยุดชะงักทันที


“ผมไม่แต่ง” เจสันเอ่ยบอกเสียงเรียบ ทำให้คุณหญิงหยาดทิพย์หันกลับมามองร่างสูงของลูกชายทันที


“ต่อให้แกปฏิเสธที่จะแต่งงานกับหนูเอมยังไง...แกก็ต้องแต่ง!” คุณหญิงหยาดทิพย์ตะวาดลั่นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว บอกให้รู้ว่า ไม่ว่ายังไงเจสันก็ไม่มีทางปฏิเสธนางได้


“เลิกบังคับผมสักทีเถอะครับ! ผมทำตามที่คุณแม่สั่ง จนตอนนี้ผมเสียคนที่ผมรักไป! เสียลูกผมไป! คุณแม่ยังไม่พอใจอีกเหรอครับ!” เจสันตะวาดลั่นอย่างคนหมดความอดทน ทำให้คุณหญิงสะดุ้งตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูกชาย แต่มันก็คงแป็บเดียวเท่านั้


“ไม่พอ! ฉันไม่ยอมรับไอ้ด็กมารหัวขนที่เกิดจากไอ้เด็กคนนั้นมาเป็นหลานฉันหรอก! และแกก็ไม่ต้องมาเรียกว่าคนที่แกรักต่อหน้าฉัน! เพราะฉันไม่มีวันยอมรับความรักของพวกแก!”


“ที่คุณแม่ไม่ยอมรับก็เพราะว่าพ่อเลือกผู้ชายคนนั้นมากกว่าคุณแม่ใช่มั้ยล่ะครับ”


“เจสัน!!” คุณหญิงตะวาดลั่นเมื่อเจสันเอ่ยพูดถึงอดีตที่น่าเจ็บปวดของนาง


“ทำไมครับ หรือว่าที่ผมพูดมันไม่ใช่เรื่องจริง”


“นี่แก!...”


“มันก็ไม่แปลกหรอกครับที่พ่อจะเลือกผู้ชายคนนั้นมากกว่าจะเลือกคุณแม่กับผม...เพราะคุณแม่ไม่เคยพอในสิ่งที่มี ไม่เคยเห็นใครดีเลยนอกจากตัวเอง!”


“เจสัน!!”


เพี๊ยะ!!


มืออวบของคุณหญิงหยาดทิพย์ตบเข้าที่ใบหน้าของเจสันอย่างแรง จนใบหน้าหล่อคมของเจสันหันไปตามแรงตบของผู้เป็นแม่


“จะ เจสัน...” คุณหญิงเอ่ยเรียกชื่อของชายหนุ่มออกมาแผ่วเบาด้วยความตกใจที่เผลอทำร้ายลูกชายตัวเอง


“พอใจคุณแม่แล้วใช่มั้ยครับ...งั้นผมขอตัว ผมเหนื่อย...” เจสันหันหน้ากลับมามองผู้เป็นแม่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยพูดเสียงเรียบแล้วเดินผ่านร่างของคุณหญิงหยาดทิพย์ไปทันที


คุณหญิงหยาดทิพย์มองตามแผ่นหลังกว้างของลูกชายไปด้วยสายตารู้สึกผิดที่เผลอทำร้ายลูกชาย แต่คุณหญิงคงไม่คิดหรอกว่านางได้ทำร้ายลูกชายของตัวเองตั้งแต่เมื่อ 5ปีก่อนแล้ว...


“ฉันไม่มีทางยอมรับความรักบ้าๆพวกนั้นหรอก!...”

~พี่ครับ...ผมท้อง~


“พี่ต้องทำยังไง...ถึงจะได้เรากลับคืนมา...” เจสันเอ่ยพึมพำถามกับตัวเองเบาๆ คำถามที่ไม่เคยได้รับคำตอบ เพราะมันมีแต่ความเงียบเท่านั้นที่เป็นเพียงคำตอบเดียวสำหรับเขาในตอนนี้...


ไม่ว่าจะถามมันออกไปสักกี่ครั้ง...แต่คำตอบที่ได้มันก็คงยังเป็นความเงียบที่ตอบกลับมา...


“...”


“ต้องทนเจ็บไปถึงเมื่อไหร่กัน...เราถึงจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง...”


“...”


“พี่รักเรานะ...ซีเนียร์...”


และไม่ว่าเขาจะพูดคำนี้ออกไปมากขนาดไหน...คนที่เขาอยากให้ได้ยิน...


ก็ไม่มีวันได้ยินมันอยู่ดี...


มันก็คงจริงอย่างที่ฟีนิกซ์พูด...


สิ่งที่เขาทำในตอนนั้น...มันไม่ใช่การปกป้องคนที่เขารัก...


แต่มันเป็นการทำร้ายคนที่เขารักซะมากกว่า...


แต่เขาไม่มันทางเลือกจริงๆ...


“และพี่จะไม่ยอมเสียเรากับลูกไปอีกแน่!...ไม่มีวัน!!”


ต่อให้เขากลายเป็นคนเลวในสายตาของคนที่ให้กำเนิดเขา...


เขาก็คงต้องยอมรับมัน!!


~พี่ครับ...ผมท้อง~


“เฮียคิดจะทำอะไร?” ซีเนียร์เอ่ยถามเสียงเรียบพลางมองคนร่างสูงด้วยสายตานิ่งๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะว่าทำไมพี่ชายเขาต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย รู้ทั้งรู้...ว่าเขาไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกนั้นอีก


แต่ทำไม...


“เฮียก็แค่อยากให้น้องชายเข้าไปช่วยบริหารงานที่นั่น...บ้าง ก็แค่นั้น” ฟีนิกซ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงชิวๆอย่างไม่คิดอะไร แต่มันไม่ใช่กับคนร่างบาง...ซีเนียร์ไม่คิดว่าการที่พี่ชายเขาตัดสินใจให้เขาเข้าบริหารงานที่นั่น...จะเป็นแค่เรื่องงานอย่างเดียวแน่


มันต้องมีเรื่องอื่นที่เขายังไม่รู้สิ...


“ถ้าเป็นเรื่องนั่น...ให้พี่เซนทำก็ได้นี่ครับ” ซีเนียร์เอ่ยบอก เพราะเท่าที่เขารู้มาคือเซนจะคอยช่วยบริหารและจัดการงานในบริษัทให้กับฟีนิกซ์ตลอดนี่...แล้วทำไมครั้งนี้ถึงอยากให้เขาเข้ามาช่วยล่ะ?


“ไม่ได้ เพราะเฮียสั่งให้เซนออกไปทำงานบางอย่างให้น่ะ...” ฟีนิกซ์เอ่ยบอกเสียงเรียบทันที ทำให้ซีเนียร์เริ่มรู้สึกแปลกๆกับท่าทีของคนสองคนนี้...แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป นอกเสียจากจะเอ่ยรับปากมันออกไปเท่านั้น...


“ก็ได้...ผมจะเข้าไปบริหารงานที่นั่นให้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน...”


“อะไร?”


“หุ้นที่บริษัทตันติเวชกุลกับปรัชญานนท์...ต้องเป็นของแอสตันกับจัสติน 50%”


“...”


ข้อเสนอของซีเนียร์ที่ยื่นให้กับฟีนิกซ์ ทำให้คนเป็นพี่ถึงกลับเงียบไปทันที นัยน์ตาคมหรี่มองน้องชายที่แสยะยิ้มให้เขาตรงมุมปากบางด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยปากรับข้อเสนอของน้องชายที่แสนจะโหดร้ายสำหรับคนพวกนั้น...ซึ่งเรียกรอยยิ้มที่พึงพอใจจากคนร่างบางได้เป็นอย่างดี...


ก็บอกแล้ว...ว่าเขาจะเอาคืนคนพวกนั้นให้สาสมเลย!!


“ก็ได้...พรุ่งนี้เฮียจะจัดการให้ทันที!!”


~พี่ครับ...ผมท้อง~

อัพแล้วนะคะ(ยังไม่ได้ตรวจคำผิด)

มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหานะคะ เอาเพื่อความสะใจล้วนๆ

ติดค้างเจ้าเมืองพลูโตไปก่อนกำลังปั่นอยู่ค่ะ

ยังไงก็...ขอบคุณสำหรับการติดตามและคอมเม้นต์นะคะ

1เม้นต์ = 1ล้านกำลังใจค่ะ😍



ความคิดเห็น