facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 17 : ห่วง 💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 : ห่วง 💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.6k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 15:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 : ห่วง 💛
แบบอักษร

เมืองเขตใต้

เป็นวันแรกที่ผมได้ลงมาทำงานในเมืองกับซีค ในที่สุดเราก็มาถึงเมืองเขตใต้จนได้ ไม่อยากเชื่อว่าซีคจะปลุกให้ตื่นตั้งแต่เช้า นี่เขาไม่เหน็ดไม่เหนื่อยบ้างรึไงทั้งที่เมื่อคืนเพิ่งทำเรื่องอย่างว่ากันมาจนหายใจแทบไม่ทันทั้งคู่ เอาจริง ๆ ยังปวดสะโพกอยู่เลย แถมยังเจ็บแปลบ ๆ ด้านในยังไงไม่รู้ เฮ้อ… น่าอายจัง

เท้าข้างขวาเหยียบย่ำลงบนเม็ดทรายทันทีที่ก้าวขาลงจากรถม้า ในมือผมมีสมุดกับปากกาหนึ่งด้ามเอาไว้จดเรื่องร้องทุกข์ของคนในเมือง คิดไปคิดมา เป็นคนธรรมดามันก็ดีอยู่แล้ว แต่วาสนาดันดีเกินใครเลยได้เป็นเมียแต่งเจ้าชายซะงั้น ชีวิตมันก็เลยเหนื่อยขึ้นอีกหลายเท่า

พูดถึงเรื่องเหนื่อย ผมเพิ่งมาทำวันแรกยังบ่นกับตัวเองได้ขนาดนี้ แล้วซีคที่ทำมาตลอดจะเหนื่อยบ้างมั้ยนะ ไม่สิ… ซีคทำมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมยังยืนยันที่จะทำ ทั้งที่ความจริงทหารก็มีตั้งเยอะทำไมไม่สั่งให้พวกนั้นทำแทนล่ะ เมื่อคำถามเกิดขึ้นในใจ ว่าแล้วก็ลองถามดูดีกว่า

“ท่านทำแบบนี้มานานรึยัง” ผมถามขณะที่เดินอยู่ด้านหลัง

“ข้าติดตามพี่ท่านตรวจตราความเป็นอยู่ประชาชนตั้งแต่อายุสิบสอง พออายุสิบเจ็ดก็แยกออกมาทำเอง” เขาพูดพลางก้าวขาเดินอย่างไวจนตามแทบไม่ทัน

“โห ตอนข้าสิบเจ็ดข้ายังเล่นเกมอยู่เลย แล้วท่านไม่เหนื่อยหรอ”

“เหนื่อย แต่ก็ต้องทำ” ซีคถอนหายใจแลเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่ทำอยู่

“แล้วตอนนี้ท่านอายุเท่าไหร่ แล้วทำมากี่ปีแล้วล่ะ”

“ทำตั้งแต่สิบสองตอนนี้อายุยี่สิบเอ็ด นับแล้วก็เก้าปี” ห๊ะ ซีคอายุยี่สิบเอ็ดเท่าผมงั้นหรอ แต่เค้าดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามากทั้งเรื่องการทำงาน เรื่องความเป็นผู้นำ เว้นแต่เรื่องอารมณ์ที่ยังคุมไม่ค่อยได้ซึ่งผมเองก็เป็นเหมือนกัน อันนี้พอเข้าใจเพราะเรายังเด็ก จะให้มาใจเย็นเป็นป้าแก่ ๆ มันทำไม่ได้หรอก

“แล้วเจ้าล่ะ อายุเท่าไหร่” ยังไม่ทันถามต่อ ซีคก็ชิงถามกลับมาก่อน

“ข้าอายุเท่าท่าน” ผมตอบยิ้ม ส่วนซีคก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

เชื่อมั้ยว่าตั้งแต่ลงรถมาผมเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะอะไรน่ะหรอ ก็ก่อนจะเข้ามาในเมือง ท่านอควาห์ออกไปดูงานที่ต่างเมืองกับเจ้าหญิงไลลาแล้วฝากข้อความไว้ในแผ่นกระดาษให้เราสองคนว่า ‘อย่าทะเลาะกันล่ะ’ ท่านว่าแบบนี้ ถึงเป็นข้อความสั้น ๆ แต่อ่านแล้วเข้าใจชัดเจนจนไม่กล้าขัดจริง ๆ

ระหว่างเดินอยู่นั้นซีคเอามือไขว้หลังไว้ตลอด เขาไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่ หน้าบึ้งแบบนี้ลูกเด็กเล็กแดงเห็นแล้วคงกลัวจนร้องไห้ไปสามบ้านแปดบ้าน แต่มันไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคิด เมื่อมีเด็กชายคนหนึ่งรีบวิ่งออกมาจากบ้านทันทีที่เห็นซีคมาที่นี่

“ท่านซีค” เด็กคนนั้นตะโกนมาแต่ไกลแล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเราสองคน

“ว่ายังไง” ซีคตอบ

“ข้าหายไม่สบายแล้วนะ” พูดไม่พอ เด็กน้อยยังทำท่าเบ่งกล้ามให้ดู

“ก็ดีแล้วนี่” อะไรของเขากัน เด็กชวนคุยขนาดนี้ยังตัดบทสนทนาได้ง่าย ๆ แต่เด็กน้อยก็ชวนซีคคุยต่อด้วยท่าทีที่ไม่มีรู้สึกหวาดกลัวสักนิด

“นี่ท่านรู้มั้ย ว่าข้าจะสมัครเป็นทหารได้ตอนอายุเท่าไหร่ ข้าจะไปสมัคร ข้าอยากเป็นทหารคอยรับใช้ท่าน”

“สิบแปดก็มาสมัครได้แล้ว”

“งั้นข้าจะรีบโตไว ๆ นี่ท่านซีค ข้าอยากเป็นทหารข้างกายท่านแบบพี่สการ์ ข้าจะคอยเดินตามท่าน ไม่ห่างเลย”

“ถ้ารู้ว่าใครเป็นคนฝึกทหาร เจ้าอาจเปลี่ยนใจก็ได้” แหงแหละ เพราะซีคเป็นคนดูแลและฝึกทหารทุกนาย แน่นอนผมคิดว่าถ้าต้องมีครูฝึกที่ทั้งโหดและบ้าอำนาจขนาดนี้สู้เป็นคนธรรมดาดีกว่า และถ้าเด็กคนนี้รู้ว่าซีคเป็นคนฝึกคงเปลี่ยนใจแทบไม่ทันเลยทีเดียว

 “ข้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนฝึก ท่านบอกข้าได้มั้ย” เด็กชายถาม ว่าแล้วซีคก็นั่งลงยอง ๆ มองหน้าเด็กคนนั้น

“ข้านี่แหละเป็นคนฝึก” ซีคพูด

“เย้ ! จริงนะ ข้าอยากฝึกทหารกับท่าน งั้นข้าจะไปบอกกับแม่เดี๋ยวนี้เลย” ความดีใจที่มีซีคเป็นครูฝึก เด็กชายถึงกับกลับหลังหันวิ่งเข้าบ้านทันทีไม่พอยังตะโกนซ้ำ ๆ ว่าจะเป็นทหารให้ได้ เฮ้อ… เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะหนู

เมื่อเด็กชายผู้หัวใจเต็มเปรี่ยมไปด้วยความฝันวิ่งเข้าบ้านไป ซีคก็ลุกขึ้นยืนทันใดนั้นผมก็เห็นแสงสว่างส่องสะท้อนข้างขมับของเขา มันมาจากไหนกันนะ ผมคิดแล้วมองย้อนกลับไปตามต้นแสงก็เห็นชายสองคนสวมชุดดำโพกผ้าสีดำเพื่อปกปิดใบหน้ายืนอยู่บนตึก อีกคนเป็นคนถือกระจกให้เงาสะท้อนส่องลงมาที่ซีค ส่วนอีกคนกำลังง้างคันธนูเพื่อให้ศรปลายแหลมปักลงตรงเป้าหมายที่เล็งไว้

ใช่ พวกมันเล็งเป้าบนขมับข้างขวา ผมไม่พูดพร่ำอะไรรีบผลักซีคให้ล้มลงไปกับพื้น จังหวะนั้นปลายศรได้พุ่งผ่านหน้าผมไปพอดี เราสองคนล้มลงพร้อมกันจนฝุ่นทรายฟุ้งตลบอบอวลทำให้สำลักไปตาม ๆ กัน และพอเงยหน้ามองขึ้นไปผมดันไม่เห็นสองคนนั้นแล้ว

“ท่านถูกลอบฆ่า !” ปากร้องบอกส่วนสายตาใช้มองไปรอบ ๆ

“ข้ารู้ !” เขาผละผมออกแล้วลุกขึ้นนั่งโดยมีประชาชนวิ่งมามุงล้อมรอบด้วยความเป็นห่วง หัวผมตอนนี้คิดได้ว่าต้องพาเขากลับเข้าไปในวังให้ไวที่สุด เพราะเผื่อผู้ร้ายยังอยู่แถวนี้ มีหวังซีคไม่รอดเงื้อมือชายชุดดำแน่

“เก็บศรนั้นไว้ วีนัส” ซีคออกปากสั่ง เหงื่อเขาแตกพลั่กทั้งยังหายใจหอบ

ผมรีบลุกไปเก็บลูกศรแล้วกลับมาหาเขา มันไม่ตลกเลยนะกับการที่เห็นศรความยาวเท่าแขนแถมปลายแหลมยังมีน้ำยาสีเขียวเหนียวข้นชุบเอาไว้ กะจะให้ตายซ้ำตายซากเลยรึไง แค่โดนยิงหัวก็ไม่ต้องฟื้นกันแล้ว นี่ยังจะอาบยาพิษไว้อีก

“ลุกไหวมั้ย” ผมถามแล้วโอบไหล่ให้ซีคลุกขึ้นยืน

“ไหว” โกหก ความจริงซีคโดนผมผลักอย่างแรงจนยืนแทบไม่ไหวด้วยซ้ำ สีหน้าเขาไม่ดีนัก คงทั้งโมโหทั้งตกใจในเวลาเดียวกัน

นี่มันบ้าอะไรกัน ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าตัดสินใจช้าไปนิดเดียวมันจะเกิดอะไรขึ่น ในหัวจดจำทุกภาพได้ดี ภาพที่เกือบเสียคนรักไปต่อหน้าต่อตา ยอมรับว่าถึงแม้จะเปิดศึกทะเลาะกันเองทุกวันแต่ก็ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเขาแบบนี้

พระราชวังฝั่งเหนือ

ภายในเวลาสามสิบนาทีพวกเราก็กลับมาถึงพระราชวังฝั่เหนือพอดี ทั้งทหารและฝ่ายสืบสวนตอนนี้กำลังเข้าพบซีคที่ห้องประชุมโดยมีผมอยู่ด้วย

“กระหม่อมให้คนตรวจมาแล้วขอรับ โลหะที่ใช้ทำลูกศรทำมาจากแร่ที่หาได้เฉพาะในเมืองชอวน์เท่านั้น ซึ่งเป็นเมืองที่ท่านอควาห์กับเจ้าหญิงไลลาเดินทางไปตกลงทำสัญญาเป็นคู่ค้าพันธมิตรกับนายหัวเรื่องขุดบ่อน้ำมันขอรับ อีกทั้งนักโทษที่ลอบฆ่าท่านวีนัสก็มาจากชอวน์ขอรับ”

ผมนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้เมื่อสการ์เข้ามารายงานความคืบหน้า สิ่งที่สการ์พูดคล้องจองไปหมด กรณีที่ผมโดนลอบฆ่าเพราะคนร้ายเข้าใจผิดคิดว่าเป็นท่านอควาห์มันชัดเจนมากขึ้นเมื่อวันนี้ซีคก็โดนเหมือนกัน ถ้างั้นก็หมายความว่า ชอวน์ต้องการกวาดล้างราชวงศ์ เพราะถ้ากำจัดซีคและท่านอควาห์ได้ก็เท่ากับว่าเอิร์กต้องล่มสลายและตกไปอยู่ในมือของพวกมัน ลำพังองค์ราชาท่านก็แก่มากแล้ว คงไม่มีทั้งเล่ห์เหลี่ยมและเรี่ยวแรงไปงัดข้อกับฝั่งนั้นแน่

และตอนนี้ซีคได้แต่โมโหปล่อยให้อารมณ์โหมกระหน่ำเข้าไปในจิตใจจนลืมคิดไปว่ามีสองชีวิตที่ตกไปอยู่ในกำมือของพวกมันแล้ว นั่นก็คือท่านอควาห์และเจ้าหญิงไลลาที่เพิ่งออกเดินทางไปเมืองชอวน์ตั้งแต่ก่อนตะวันขึ้น

“ท่านอควาห์กับเจ้าหญิงไลลากำลังมีภัย เราต้องรีบตามไป เดี๋ยวนี้เลย !” ผมลุกขึ้นยืนเอามือตบโต๊ะ ทหารทั้งหมดถึงกับสะดุ้งโหยงและมองมาเป็นตาเดียวกัน

“นั่งลงวีนัส ข้ากำลังใช้ความคิด” ซีคเงยหน้ามองแล้วก้มหน้าลงไปอ่านสมุดรายชื่อนักโทษอีกครั้ง เขากำลังไล่อ่านลำดับห้องต้องการหาว่านักโทษที่ขึ้นมาบนห้องนอนผมอยู่ห้องขังลำดับที่เท่าไหร่ จะได้ให้ทหารพาตัวนักโทษมาสอบสวน แต่ขณะที่ซีคกำลังใช้ความคิดก็มีทหารนายหนึ่งเปิดประตูห้องเข้ามา

“ท่านซีคขอรับ !” หน้าเขาซีดเป็นไก่ต้ม มือไม้สั่นอย่างกับเห็นผี

“อะไร !” เมื่อโดนขัดจังหวะ ซีคโมโหจัดถึงขั้นปิดสมุดแล้วหยิบมันฟาดกับโต๊ะเสียงดังป้าบ !

สีหน้านายทหารไม่ดีนัก สงสัยเค้าคงกลัวซีคยิ่งกว่ากลัวผีหน้าเลยซีดไปใหญ่ ผมตัดสินใจเปิดปากพูดเองว่ามีอะไรเกิดขึ้นถึงได้ร้อนรนขนาดนี้

“มีอะไร” ผมก้าวขาเดินไปหาเขา

“นักโทษที่ลอบฆ่าท่านวีนัสใช้เสื้อผูกคอฆ่าตัวตายกับลูกกรงขอรับ !” ฟังแล้วน่าจะดีใจด้วยซ้ำที่พวกมันตายไปให้พ้น ๆ แต่เราจะสืบข้อมูลเมืองชอวน์จากใครล่ะ ขณะที่กำลังคิด ซีคก็เดินมาข้างผมแล้วพูดขึ้น

“ดี อยู่ไปก็หนักแผ่นดินข้าเปล่า ๆ” ซีคพูดเสียงเรียบอย่างไม่สะทกสะท้านกับความเป็นความตายของชายที่เป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ ผมหันหน้าไปมองเขา อยากจะแย้งเหมือนกันว่าน่าจะเสียดายสักนิด บางทีเราอาจได้ข้อมูลของฝั่งนั้นบ้าง แต่ยังไม่ทันแย้งออกไป ซีคก็ออกปากสั่งกับเหล่าทหาร

“สการ์ สั่งทหารจัดขบวนม้า ข้าจะไปเมืองชอวน์ ตอนนี้เลย” สิ้นสุดคำสั่ง ทหารทั้งหมดก็แยกย้ายออกจากห้องจนเหลือเพียงเราสองคน ซีคกำลังเก็บสมุดรายชื่อเข้าลิ้นชัก ผมคิดว่าจะปล่อยให้เขาไปคนเดียวไม่ได้ ในเมื่อความสัมพันธ์เรามันมาถึงขั้นนี้แล้ว ในเมื่อเขาไปไหน ผมก็จะไปด้วย

“ข้าไปด้วย” แน่นอนว่าซีคก็ตอบกลัมาทันควัน

“ข้าไม่ให้ไป” ซีคยัดลูกกุญแจใส่มือผม

“แต่ข้าจะไป !” ลูกกุญแจถูกวางลงบนโต๊ะ หน้าที่ผมตอนนี้ไม่ใช่เอากุญแจไปเก็บแต่เป็นเตรียมตัวเพื่อติดตามไปด้วยต่างหาก

“ไม่ได้ ! ที่นั่นมันอันตราย !”

“เพราะอันตรายไง ข้าถึงต้องไป !”

“ข้าไม่ให้ไป !” ซีคเดินหนีผม สงสัยเขาคงเบื่อเถียงด้วยเต็มที

“ข้าจะไป !” สองขาก้าวตามไปติด ๆ และความดื้อรั้นก็ทำให้ซีคฉุนขาดจนได้ เขาหยุดเดินแล้วหันหน้ากลับมา ซีคส่งสายตาแข็งกร้าวราวกับอยากฉีกผมเป็นชิ้น ๆ แล้วขยี้ซ้ำอีกที

“ข้าจะไปกับท่าน” ผมลองลดเสียงลง เผื่อเขาจะยอมใจอ่อนให้ไปด้วย

“ไม่” น้ำเสียงเรียบนิ่งยืนยันคำเดิมแล้วกลับหลังหันเดินไปทางหน้าประตู

“มันจะอันตรายแค่ไหนกันเชียว ท่านถึงให้ข้าไปด้วยไม่ได้ !” สองเท้าก้าวอย่างไวออกตัววิ่งไปดักหน้าและรอฟังคำตอบ

“เฮ้อ… ทำไมเจ้าถึงได้ดื้อด้านแบบนี้นะวีนัส” ถอนหายใจแบบนี้ถ้าเดาไม่ผิดคงรำคาญจนให้ตามไปแน่ ๆ แต่เปล่าเลย จู่ ๆ เขาก็ปาลูกกุญแจอีกดอกลงพื้นด้วยความโมโหแล้วส่งเสียงดังตวาดใส่

“เจ้านี่มันควายชัด ๆ ไม่มีใครโง่อยากเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงกับอันตรายหรอก ! นอนอยู่ในวังเฉย ๆ ไม่ดีรึไง จะเที่ยวออกไปตากแดดตากลมกับข้าทำไม ไหนลองใช้สมองอันน้อยนิดของเจ้าคิดแล้วตอบข้ามาซิ !” พูดไม่พอซีคยังกดนิ้วชี้ลงบนหน้าผากผม ผมเบือนหน้าหนีและรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้โง่ และสมองอันน้อยนิดก็กลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดให้เข้าใจว่าคนอย่างวีนัสจะตามไปทำไมให้ตัวเองลำบาก

“ใช่ ! ไม่มีใครโง่อยากเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงหรอก แต่ที่ข้าอยากไปเพราะข้าเป็นห่วงท่าน ! พอใจรึยัง ! ข้ามันก็คิดได้แค่นี้แหละ !” ถึงเสียงจะสั่นแต่ผมเลือกที่จะส่งสายตาแข็งกร้าวกลับไป นัยน์ตาสองข้างแดงก่ำจิตใจรับไม่ไหวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครที่จะขัดคำสั่งข้าได้ ห๊ะ !” สุดท้ายคนบ้าอำนาจอย่างเขาก็เอาความเป็นเจ้าชายมายกระดับให้ตัวเองอยู่เหนือคนอื่นเสมอ

“เป็นเจ้าชายแล้วไง ข้ากับท่านก็อายุเท่ากันไม่ใช่หรอ อย่าคิดว่าตัวเองผ่านโลกมาเยอะนักเลย ! รอเป็นองค์ราชาก่อนแล้วค่อยมาสั่งข้าดีกว่า ! เถียงสิ ว่าถ้าเมื่อเช้าไม่ได้ข้าช่วยไว้ ท่านก็ตายไปแล้ว ! ข้าเกือบเห็นท่านตายต่อหน้ามาแล้ว ข้าไม่อยากเห็นภาพนั้นอีก”

                “ใช่ ! เพราะข้าเกือบตาย ! ข้าถึงไม่อยากให้เจ้าตามไป”

                “แต่ข้าอยากไปด้วย ! ข้าเป็นห่วงท่าน พูดขนาดนี้ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรอ”

                “วีนัส ! กลับไปอยู่ในห้องซะแล้วจงทำในสิ่งที่เจ้าควรจะทำ !”

                “ข้าไม่ทำอะไรทั้งนั้น ! ข้าอยากไปกับท่าน !”

                “ข้าบอกว่าไม่ !”

                “ยังไม่เข้าใจอีกหรอซีค ! ว่าข้าห่วงท่าน ข้าอยากตามไปด้วย !”

                “ไม่ต้องมาห่วงข้า ! นี่คือคำสั่ง !” ซีคตะคอกเสียงดังอย่างไม่เคยทำมาก่อนจนผมต้องเบือนหน้าหนีและสะอื้นออกมาด้วยความเสียใจ เสียใจที่ตัวเองเป็นเมียแต่งแท้ ๆ แต่ไม่มีสิทธิ์ห่วงเลยสักนิด

เหตุผลของเขามันโง่เง่าสิ้นดี ทำไมเขาไม่ยอมเข้าใจว่าผมห่วงมากขนาดไหน ไอ้คำว่า ‘โง่’ หรือ ‘ควาย’ ที่ด่าอยู่บ่อยครั้งฟังแล้วยังเจ็บน้อยกว่าการโดนสั่งไม่ให้ห่วงด้วยซ้ำ แล้วมันผิดมากเลยหรอที่เราห่วงคนที่เรารัก

ทำไมผมต้องห่วงเขามากขนาดนี้ด้วยล่ะ นั่นก็เพราะผมเคยเสียเพื่อนสนิทไปเมื่อสามปีก่อน เขาชื่อ ‘นายไผ่’ การเสียเพื่อนสนิทไปตอนนั้นทำเอาผมกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่หลายเดือน แล้วนี่ซีคเป็นถึงคนรักที่ออกปากสั่งไม่ให้ห่วงกัน ฟังแล้วมันเจ็บในหัวใจ เจ็บยิ่งกว่ารอยแผลที่เขาเคยสร้างไว้ ต่อให้ด่าหยาบ ๆ คาย ๆ ใช้น้ำเสียงตะคอกก็ยังไม่รู้สึกเสียใจได้เท่านี้มาก่อน แต่ถ้าเขาต้องการแบบนั้น ผมคงทำได้แค่ปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาต่อหน้าต่อตาอย่างไม่อายแล้วพูดเสียงสั่นเครือปนสะอื้นออกไปว่า

“ถ้าเป็นเมียแล้วโดนสั่งไม่ให้ห่วง… ข้าไม่เป็นดีกว่า”


-----------------------------------------------------

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

​ ​“ถ้าเป็นเมียแล้วโดนสั่งไม่ให้ห่วง… ข้าไม่เป็นดีกว่า”​

​----------------------------------

จบค่ะ น้องร้องไห้ครั้งแรกของเรื่อง สงสารน้อง เปิดโอกาสให้ผู้อ่านด่าเจ้าชายได้เต็มที่

6.12.17

​-----------------------

สปอยตอนที่ 18

​💛 ​อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้น้องวีนัสด้วยนะ 💛

ความคิดเห็น