ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ครับ...ผมท้อง [ครั้งที่ 2]

ชื่อตอน : พี่ครับ...ผมท้อง [ครั้งที่ 2]

คำค้น : yaoi,เคะท้อง,3p,พระเอกเลว,อัศวินเจสันซีเนียร์,แอสตันจัสติน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2560 14:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ครับ...ผมท้อง [ครั้งที่ 2]
แบบอักษร


พี่ครับ...ผมท้อง [ครั้งที่ 2]

Author: Per-Piper


“คิดจะทำอะไรของเธอ...เอมิกา!” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยถามเสียงเรียบเย็น ทำให้หญิงสาวหน้าถอดสีทันที เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ของคู่หมั้นหนุ่ม


เจสัน...


“ปะ เปล่านี่ค่ะ” เอมิกาปฏิเสธเสียงสั่น ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มหวานให้คู่หมั้นหนุ่มพร้อมกับแขนเรียวของหญิงสาวยกขึ้นควงแขนของเจสันอย่างออดอ้อน โดยไม่สนใจสายตาของคนรอบข้างที่มองเธอด้วยสายตาเหยียดๆ


“แล้วคุณไปไหนมาค่ะ รู้มั้ยว่าเอมตามหาคุณจนทั่วงานเลยนะ” เอมิกาเอ่ยพูดพร้อมใบหน้าสวยที่เริ่มงออย่างเคืองๆที่คู่หมั้นหนุ่มไม่สนใจเธออย่างที่ควรจะเป็น


เจสันกรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนดวงตาคมจะมองไปที่เด็กน้อยสองคนที่ยืนมองเขาอยู่ แล้วชะงักไปทันที เมื่อเห็นใบหน้าเล็กของเด็กทั้งสองคน


“มองทำไม!” จัสตินเอ่ยถามเสียงห้วน เพราะรู้สึกไม่ชอบใจคนร่างสูง ทำให้เจสันเลิกคิ้วขึ้นอย่างคนแปลกใจ


“นี่! พ่อแม่ไม่เคยสั่งสอนให้พูดจาดีๆกับผู้ใหญ่รึไง ไอ้เด็กเหลือขอ!” เอมิกาเอ่ยว่าทันที เมื่อได้ยินคำพูดห้วนๆของจัสตินที่เอ่ยถามคู่หมั้นหนุ่มของเธอ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสายตาของเด็กน้อยที่มองเจสันด้วยสายตาแข็งกร้าว


“อย่ามาว่าคุณแม่ของผมนะ!” จัสตินตะโกนลั่นอย่างไม่พอใจ ยิ่งทำให้เจสันรู้สึกแปลกใจมากกว่าเดิม


“แล้วพ่อของพวกเธอล่ะ” ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาถามออกไปแบบนั้น รู้ตัวอีกทีเขาก็ถามมันออกไปแล้ว


“พวกเราไม่มีพ่อหรอกคับ...คุงแม่ก็ไม่เคยพูดถึงคุงพ่อให้พวกเราฟังเลยสักครั้ง” แอสตันเอ่ยบอกด้วยใบหน้าหม่น ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส


“ผมไม่ต้องการพ่อ คนเดียวที่ผมต้องการและแคร์มากที่สุดคือ คุณแม่คนเดียว” แต่คำตอบของจัสตินกลับทำให้เจสันรู้สึกแปลกๆในใจ


ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองรึเปล่าว่าเด็กสองคนนี้มีส่วนหนึ่งที่คล้ายกับใครคนหนึ่งที่เขาคุ้นเคย...


“ที่แท้ก็เด็กมีปัญหา เราไปกันเถอะค่ะเจสัน เอมไม่อยากอยู่ใกล้ไอ้เด็กนี่มากนัก” เอมิกาเอ่ยพูดพร้อมรอยยิ้มเหยียดๆ ก่อนจะดึงร่างสูงให้เดินแยกออกไปอีกทาง


และมันควรจะเป็นแบบนั้น ถ้าร่างสูงไม่ได้ยินเสียงที่คุ้นหูของใครคนหนึ่ง...


“แอสตัน จัสตินมาทำอะไรตรงนี้ครับ แม่บอกว่าให้รอก่อนไม่ใช่เหรอ” เสียงทุ้มหวานเอ่ยถามลูกชายตัวแสบของเขาทันที ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นใบหน้าเล็กของแอสตันที่ทำเหมือนจะร้องไห้


“คุงแม่ฮะ...ฮึก!” ทันทีที่เด็กน้อยเห็นคุณแม่ของตัวเอง ก็รีบวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับน้ำตาสีใสที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย ทำให้ร่างบางย่อตัวอุ้มร่างเล็กของลูกน้อยมากอดปลอบทันที


“แอสตันเป็นอะไรไปครับ ไหนบอกแม่สิคนดี” ร่างบางเอ่ยถามเสียงนุ่มพร้อมกับมือบางที่คอยลูบแผ่นหลังเล็กของลูกชายตัวน้อยอย่างปลอบโยน โดยมีสายตาของคนสองคนที่มองร่างบางด้วยสายตาที่คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะได้เจอร่างบางอีกครั้ง


“ฮึก!...ฮือออ~” แอสตันยังคงร้องไห้ไม่หยุด จนร่างบางเริ่มใจไม่ดี เพราะไม่เคยเลยสักครั้งที่ลูกชายของเขาจะร้องไห้หนักขนาดนี้


“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับจัสติน ทำไมแอสตันถึงร้องไห้...” เมื่อถามคนพี่ไม่ได้ ก่อนหันมาถามคนน้องแทน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสายตาสบเข้ากับร่างสูงของใครคนหนึ่งที่มีหญิงสาวยืนอยู่ข้างกายยืนมองมาที่เขา


“หึ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็คนชั้นต่ำ!” คำพูดส่อเสียดหลุดออกมาจากปากของหญิงสาวทันที เมื่อเห็นว่าคู่หมั้นหนุ่มยืนมองใครอีกคน


“ผมก็เพิ่งรู้นะครับว่าคนชั้นสูงชอบดูถูกคนไปทั่ว โดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่าคนที่ตัวเองกำลังดูถูกอยู่นั้น...เขาเป็นใคร” ร่างบางเอ่ยพูดพร้อมกับเหยียดยิ้มที่มุมปากบางๆ ก่อนจะส่งแอสตันที่หลับไปแล้วให้บอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย


“ผมฝากพี่ไทม์พาแอสตันกับจัสตินกลับห้องด้วยนะครับ”


“ได้ครับคุณซีเนียร์” บอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับรับร่างเล็กของแอสตันจากคนร่างบางแล้วจูงมือจัสตินเดินออกจากงานไปทันที


เจสันมองคนร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ ถึงแม้จะเคยรู้ว่าซีเนียร์มีพี่ชายเป็นผู้มีอิทธิพลในด้านมืด แต่เขาก็ไม่เคยเจอหรือรู้จักพี่ชายของร่างบางเลยสักครั้ง เพราะซีเนียร์ไม่เคยบอกเขาหรือคนอื่นๆว่าพี่ชายของร่างบางคือใคร


เมื่อไทม์พาเด็กๆเดินออกจากงานไปแล้ว ซีเนียร์ก็หันกลับมามองชายหญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นสายตาที่ไม่เข้าใจของคนทั้งคู่


“พวกคุณคงยังไม่รู้สินะ...ว่างานนี้เป็นของใคร” ซีเนียร์เอ่ยเสียงเรียบเย็น ทำให้เจสันกับเอมิกาขมวดคิ้วเข้าหากันทันที กับท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนของซีเนียร์


“แกต้องการจะพูดอะไรกันแน่!" เอมิกาตะคอกถามเสียงดัง ไม่ได้ทำให้ซีเนียร์รู้สึกกลัวหญิงสาวเลยสักนิด


“ชู่ว์! อย่าเสียงดังไปสิครับคุณหนูเอมิกา คนอื่นเขามองกันอยู่นะครับ...” ซีเนียร์เอ่ยพูดพลางมองไปรอบตัวที่ตอนนี้มีคนมองมาที่พวกเขาแล้วแสยะยิ้มออกมา เมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาว


“ฝากไว้ก่อนเถอะแก! เจสันค่ะ เราไปกันเถอะค่ะ” เอมิกาพูดเสียงรอดไรฟันกับซีเนียร์ ก่อนจะหันไปออดอ้อนคู่หมั้นหนุ่มที่ยืนเงียบอยู่ข้างกาย


“หึ!” ซีเนียร์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินแยกออกมาทันที โดยไม่สนใจสายตาของเจสันที่มองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าวเลยแม้แต่น้อย...


ถึงเวลาที่ผมจะเอาคืนพวกคุณแล้ว!...


~พี่ครับ...ผมท้อง~


“พี่อัศมองอะไรอยู่เหรอค่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายอัศวินเอ่ยถามพลางมองตามสายตาของร่างสูงด้วยความสงสัย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างบางของใครคนหนึ่ง...


ซีเนียร์...


“พี่อัศควรสนใจพลอยคนที่เป็นคู่หมั้นมากกว่าคนอื่นนะค่ะ” พลอยดาวเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ


“แต่คนอื่นที่เธอพูดถึงน่ะ...เขาเป็นเมียฉันนะ” อัศวินหันกลับมามองหญิงสาวข้างกายด้วยสายตาว่างเปล่าพร้อมกับเอ่ยพูดออกมาเสียงเรียบ ก่อนมือหนาจะจับแขนเรียวของหญิงสาวที่ควงแขนเขาอยู่ออกแล้วเดินแยกออกไปหาเจสันทันที


พลอยดาวยืนมองแผ่นหลังแกร่งของคู่หมั้นหนุ่มที่เดินแยกออกไปด้วยสายตาเจ็บปวด มือบางกำจิกฝ่ามือบางจนรู้สึกเจ็บแสบไปทั่วฝ่ามือ


แต่มันคงเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดภายในใจ...


“เมื่อไหร่พี่จะหันมามองพลอยบ้างค่ะ...พลอยเจ็บจนทนไม่ไหวแล้วนะ” พลอยดาวเอ่ยพึมพำในลำคอ ทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาไปจากแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ


แต่เธอก็รู้คำตอบของมันดี...ไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าตอนไหน อัศวินก็ไม่มีทางหันกลับมามองเธอ...ไม่ว่าเธอจะทำยังไงก็ตาม


“มันคงถึงเวลาที่พลอยจะปล่อยพี่ให้กลับไปหาคนที่พี่รักแล้วใช่มั้ย...”


~พี่ครับ...ผมท้อง~


“เจสัน! ทำไมคุณต้องมองตามมันไปด้วย! ฉันเป็นคู่หมั้นคุณนะ!” เอมิกาโวยวายลั่น เมื่อเห็นคู่หมั้นหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางของซีเนียร์ไปอย่างไม่วางตา ทำให้คนรอบข้างต่างหันมามองเธอ แต่มีเหรอที่หญิงสาวจะสนใจสายตาของคนรอบข้าง


“ผัวมองเมียตัวเอง มันผิดตรงไหนงั้นเหรอ” เจสันละสายตาจากแผ่นหลังบางของซีเนียร์หันกลับมามองหญิงสาวข้างกายพลางเลิกคิ้วถามเสียงเรียบ


“เจสัน!! คุณพูดอะไรก็ให้เกียรติฉันบ้าง! ฉันเป็นคู่หมั้นของคุณนะ!”


“ก็แค่คู่หมั้นที่ผมไม่เต็มใจหมั้น ทำไมผมต้องแคร์ด้วย”


“เจสัน!!”


“พอเถอะ! ผมรำคาญ!” พูดจบเจสันก็เดินแยกออกไปหาอัศวินที่กำลังเดินมาหาเขา โดยไม่สนใจเสียงกรี๊ดของหญิงสาวที่ดังตามหลังมาเลยสักนิด


“หนวกหูชิบ!” เจสันสถบในลำคอด้วยความหงุดหงิดกับเสียงกรี๊ดที่ดังแสบแก้วหูของหญิงสาว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย


เจสันเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป จนอัศวินเดินเข้าหาถามเขา


“มีอะไรหรือเปล่าเจสัน” อัศวินเอ่ยถามเพื่อนรักพลางมองคนร่างบางอย่างสงสัย


“เจ้านายผมต้องการพบคุณสองคนเป็นการส่วนตัวครับ” เสียงทุ้มหวานเอ่ยบอกร่างสูงทั้งสองคนเสียงเรียบ ก่อนจะเดินนำอัศวินและเจสันออกจากงานไป


อัศวินกับเจสันมองหน้ากันอย่างสงสัย ก่อนจะตัดสินใจเดินตามหลังคนร่างบางไป ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าคนที่ต้องการพบเจอพวกเขานั้นเป็นใคร


~พี่ครับ...ผมท้อง~


“เชิญครับ นายรอพวกคุณอยู่ด้านใน” เสียงทุ้มหวานเอ่ยบอกเสียงเรียบ เมื่อเขาพาอัศวินกับเจสันมาที่ห้องๆหนึ่งที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม


“แล้วคนที่อยากเจอพวกผม เขาเป็นใครเหรอครับ ทำไมเขาต้องอยากเจอพวกผมด้วย” เจสันเอ่ยถามอย่างสงสัยและไม่เข้าใจ


“เข้าไปแล้วพวกคุณก็จะรู้เอง” พูดจบคนร่างบางก็เดินแยกออกมาทันที โดยมีสายตาที่ไม่เข้าใจคนสองคนที่มองตามแผ่นหลังบางที่ค่อยๆเดินห่างออกไป


“เอาไง” เจสันละสายตาจากแผ่นหลังบางหันมาถามอัศวินเสียงเรียบ


“อยากรู้ก็เข้าไปสิ” อัศวินตอบเสียงเรียบ มือหนาจับลูกบิดแล้วเปิดประตูเข้าไปทันที


แกร๊ก!


“ไง...มากันแล้วเหรอ” ทันทีที่อัศวินกับเจสันเปิดประตูเข้ามาในห้อง เสียงทุ้มเข้มทรงอำนาจของใครคนหนึ่งก็เอ่ยทักพวกเขาทันที ก่อนร่างหนาที่นั่งอยู่ในมุมมืดจะลุกขึ้นเดินมาหยุดยืนตรงหน้าพวกเขาทั้งสองคน


“ฟินิกซ์” อัศวินกับเจสันเอ่ยชื่อคนตรงหน้าออกมาพร้อมกันอย่างคนแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าพวกเขาจะได้เจอเพื่อนเก่าที่หายไปนานหลายปีอีกครั้ง


“หึหึ...เซอร์ไพรส์มั้ยล่ะพวกมึง แต่กูรับรองว่ายังมีของขวัญชุดใหญ่อีกชุดให้พวกมึงได้เซอร์ไพรส์!” ฟินิกซ์เอ่ยบอกเสียงเรียบเย็นพร้อมกับกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปากบางๆ


“มึงหมายความว่าไงว่ะ กูไม่เข้าใจ” เจสันถามกลับพลางมองฟินิกซ์อย่างไม่เข้าใจ ทั้งในคำพูดและท่าทีที่เปลี่ยนไปนั้นด้วย


“อยากรู้งั้นเหรอ” ฟินิกซ์เลิกคิ้วถาม ก่อนจะกระตุกยิ้มออกมาบางๆแล้วเดินไปที่ประตูห้องๆหนึ่งที่ปิดไว้ไม่สนิท ก่อนมือหนาจะผลักมันให้เปิดออกกว้างกว่าเดิมให้อัศวินกับเจสันได้เห็นเด็กน้อยสองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงกว้าง


“นี่ไง...ของขวัญชุดใหญ่ที่กูบอก ไอ้เด็กมารขนหัวที่พวกมึงไม่ต้องการ! เสียใจด้วยนะ ที่น้องกูไม่ได้เอาเด็กออกอย่างที่พวกมึงต้องการ!”


~พี่ครับ...ผมท้อง~


“เป็นอะไรหรือเปล่าตาอัศ หน้าตาดูไม่ค่อยดีเลยนะ” คุณหญิงอมรรัตน์เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นสีหน้าของลูกชาย


“เปล่าครับ...” อัศวินตอบเสียงเรียบพลางกวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อหาใครอีกคนที่เขาคิดว่ายังอยู่ในงาน


“มองหาใครอยู่เหรอ” คุณหญิงเอ่ยถามลูกชายอีกครั้งอย่างคนสงสัยพลางมองตามสายตาของลูกชายไปรอบๆจนสะดุดเข้ากับร่างบางของใครคนหนึ่ง


“ไอ้เด็กนั่น...” เสียงพึมพำของคุณหญิง ทำให้อัศวินหันกลับมามองทันที ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับร่างบางที่เขากำลังมองหาอยู่


“ซีเนียร์...ผมขอตัวก่อนนะครับคุณแม่” อัศวินเอ่ยบอกมารดาทันที ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยืนคุยกับชายแปลกที่เขาไม่รู้จักพร้อมรอยยิ้มหวานที่ส่งให้ร่างสูง


กรอด!


อัศวินขบกรามแน่น เพราะอารมณ์หึงหวงคนร่างบาง ถึงแม้จะรู้ตัวดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะหึงหวงคนร่างบางก็ตาม อัศวินรีบเดินเข้าไปหาคนร่างบางทันที


หมับ!


“ร่าน!” แต่ยังไม่ทันที่อัศวินจะเดินไปถึงตัวซีเนียร์ คนร่างบางก็ถูกมือหนาของใครอีกคนกระชากเข้าที่ข้อมือบางอย่างแรงพร้อมกับคำดูถูกที่พ่นใส่คนร่างบาง


“ผมเจ็บ! ปล่อยผมนะ!!” ซีเนียร์ตะวาดใส่ร่างสูงที่กำข้อมือบางของเขาอย่างแรงจนเป็นรอยแดงเถือกน่ากลัว แต่ร่างสูงยังคงกำข้อมือบางไว้แน่น


“ไม่ปล่อย! มึงกับกูมีเรื่องที่จะต้องเคลียร์กัน มานี่!!” เจสันตะคอกใส่ร่างบางเสียงดัง ก่อนจะกระชากข้อมือบางให้เดินตามเขาออกมาจากงานพร้อมกับร่างสูงของอัศวินที่เดินตามออกมาอย่างเงียบๆ


“ปล่อยนะ! ผมเจ็บ!!” ซีเนียร์ตะคอกใส่ร่างสูงเสียงดัง เมื่อเจสันกระชากเขาออกมาจากห้องที่จัดงานแล้ว ก่อนจะกระชากข้อมือออกจากมือหนาอุ่นของเจสันอย่างแรง จนข้อมือบางที่แดงเถือกอยู่แล้วยิ่งแดงหนักมากกว่าเดิม จนอัศวินรีบเดินเข้ามาดูข้อมือบางอย่างเป็นห่วง แต่ซีเนียร์ก็ดึงมือออกจากมือหนาของอัศวินอย่างคนรังเกียจ


“มีอะไรก็รีบๆพูดมาสิ!” ซีเนียร์กระแทกเสียงแข็งใส่ร่างสูง เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักที


“เรื่องเด็กสองคนนั้น...” เจสันเอ่ยพูดออกมาเสียงเรียบ แต่ยังพูดไม่ทันจบซีเนียร์ก็ตะคอกใส่ร่างสูงทันที


“อย่าเข้าใกล้เด็กสองคนนั่นเด็ดขาด!...ผมเตือนพวกคุณแล้วนะ”


“มึงคิดว่ากูจะกลัวคำขู่ของมึงเหรอ! เด็กนั่นเป็นลูกกูใช่มั้ย!...” เจสันตะคอกถามเสียงดัง แต่มีเหรอที่ร่างบางจะกลัว


“ใช่มั้ยซี...เด็กสองนั่นเป็นลูกของพี่ใช่มั้ย” อัศวินเอ่ยถามเสียงนุ่ม แต่ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนซีเนียร์คงจะใจอ่อนยอมรับความอ่อนโยนนั้นแล้ว...


แต่มันคงไม่ใช่กับตอนนี้!...


“มัวพร่ำเพ้ออะไรของพวกคุณ ลูกที่พวกคุณไม่ต้องการ ไอ้มารหัวขนที่พวกคุณไม่อยากให้เป็นตัวถ่วงในชีวิตของพวกคุณน่ะ...มันไม่มีแล้ว! มันตายไปแล้ว!” ซีเนียร์ตะวาดลั่นพร้อมน้ำสีใสที่ค่อยๆไหลลงมาจากดวงตาคู่สวย ความเจ็บปวดทั้งหมดมันยังคงฉายชัดอยู่นัยน์ตาหวานนั้นไม่เคยจางหาย...


“...”


“...”


เกิดความเงียบขึ้นมาทันที ก่อนที่อัศวินกับเจสันจะเบี่ยงหน้าหนีเพื่อขบความรู้สึกเจ็บปวดในใจที่กำลังปะทุออกมา ยิ่งได้เห็นแววตาที่เจ็บปวดของคนร่างบาง พวกเขาก็แทบจะทนไว้ไม่ไหว...


“แต่ซีก็ยังเก็บเขาไว้ไม่ใช่รึไง” อัศวินเอ่ยถามเสียงเรียบพลางหันกลับมามองคนร่างบางอีกครั้ง


“พวกคุณคงเข้าใจอะไรไปหรือเปล่า...” ซีเนียร์เลิกคิ้วถามกลับเสียงเรียบ


“...”


“...”


“เด็กสองคนนั้น...เขาเป็นลูกผมแค่คนเดียว คนเดียวเท่านั้น!!”


“...”


“...”


“ผมเคยบอกพวกคุณแล้วไง...ว่าของที่พวกคุณไม่ต้องการน่ะ มันจะมีค่าก็ต่อเมื่อของสิ่งนั้นมันได้หายไปแล้ว...”


“...”


“...”


“จำไว้...ว่าอย่าเข้าใกล้พวกเขาอีกครั้ง พวกเขาบริสุทธิ์เกินกว่าที่คนเลวๆอย่างพวกคุณจะเข้าใกล้พวกเขาได้!” พูดจบซีเนียร์ก็เดินแยกออกมาทันที


เขาไม่มีอะไรที่จะต้องให้คุยกันคนใจร้ายอย่างสองคนนั้นอีก!...


~พี่ครับ...ผมท้อง~


“คนเลวงั้นเหรอ...หึ! ถ้าเป็นคนเลวเพื่อปกป้องให้มึงกับลูกปลอดภัย กูยอมเป็นคนเลวตลอดไป!...” เจสันเอ่ยพึมพำพลางยกยิ้มที่มุมปากของอย่างคนขื่นขม...


“แต่ในเมื่อซีเลือกที่จะเดินกลับมาอีกครั้ง...พี่จะไม่มีวันปล่อยซีไปเป็นครั้งที่สองแน่!” อัศวินพึมพำเสียงหนักแน่น ดวงตาคมมองแผ่นหลังบางที่ค่อยๆเดินห่างออกไม่วางตา


และไม่ว่าจะต้องเป็นคนเลวมากแค่ไหน...พวกเขาก็ไม่มีวันปล่อยร่างบางไปเป็นครั้งที่สองแน่!...


~พี่ครับ...ผมท้อง~


ลงครบแล้วนะคะ(ยังไงม่ได้ตรวจคำผิด)

ตอนนี้กำลังปั่นเจ้าเมืองพลูโตอยู่นะคะ แต่!...แต่งไปได้นิดนึ่งแล้วมันติด😭

จะรีบปั่นให้เสร็จภายในวันสองวันนี้นะคะ มันตันๆอ่ะ😑

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ😍



ความคิดเห็น