email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 22 (จบ)

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2560 22:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 22 (จบ)
แบบอักษร

​Look Like 22 (จบ)



“ไปไหนอีกแล้ว” ตอนเช้าผมกลับหัวเสียตั้งแต่ลืมตาตื่น ก็จะอะไรซะอีกล่ะ คนที่ผมนอนกอดตั้งแต่เมื่อคืนหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้บอกทุกครั้งบอกทุกวันว่าถ้าตื่นแล้วให้ปลุกถ้าจะออกไปไหนให้บอก

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอคะ พี่จะอาบน้ำเลยไหม”

“เอ่อ ครับพี่ตื่นแล้ว” ปรับอารมณ์แทบไม่ทันกันเลยทีเดียว ร่างบางเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาว ผมนั่งปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกเดินเข้าไปกอดพู่กันจากด้านหลัง ผิวกายเย็นลื่นมือทำให้ผมห้ามใจที่จะก้มลงไปจูบไม่ได้

“อื้อ! อย่าเล่นค่ะไปอาบน้ำได้และ...” ผมผละออกจากพู่กันเบาๆแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันทีก่อนจะ...

“ไหวไหมเนี่ย” พู่กันเดินเข้ามาลูบหลังให้เมื่อเห็นผมโก่งคออาเจียนไม่หยุด เกือบสิบนาทีผมถึงได้อาการดีขึ้นแต่ก็ยังคงเวียนหัวอยู่เช่นเดิม

“อาบน้ำไหวไหมคะ” พู่กันถามเสียงหวาน มือก็ยกผ้าขึ้นซับหน้าให้

“ไหวครับ”

“งั้นพี่อาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวพู่ไปเอาน้ำส้มให้”

“ขอบคุณครับ”

ผมฝืนความรู้สึกเวียนหัวแล้วรีบอาบน้ำแต่ก็มีบางช่วงที่ต้องผละออกไปอาเจียน กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็อ่อนแรง พอแต่งตัวเสร็จผมก็พุ่งขึ้นไปนอนบนเตียงทันที ตอนนี้ทั้งเวียนหัวทั้งคลื่นไส้อยากอาเจียน

“เป็นยังไงบ้างคะ ยังอยากอาเจียนอยู่ไหม” ผมฝืนลืมตามองพู่กันแต่เพราะไม่ไหวจริงๆเลยหลับตาแล้วทิ้งตัวนอนเหมือนเดิม สัมผัสเย็นๆแตะลงที่ใบหน้าแต่ตอนนี้ผมไม่มีแรงที่จะลืมตาขึ้นดูเลยว่าพู่กันทำอะไรกับใบหน้าผม

“ดื่มน้ำก่อนนะคะ ถ้าดีขึ้นจะได้ลงไปทานข้าวแล้วเราค่อยไปหาหมอ พู่กลัวพี่ไม่สบาย”

“ครับ แต่พี่ขอนอนพักก่อนนะเดี๋ยวตื่นค่อยออกไปข้างนอกกัน”

“ค่ะ นอนพักก่อนนะคะ”

อยากอ้อนเมียจัง แต่ตอนนี้ร่างกายผมมันไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมหลับไปอีกครั้งและครั้งนี้ผมหลับนานมากพอรู้สึกตัวก็สายโด่งแล้ว แต่แอบดีใจที่พอลืมตาตื่นก็ยังเห็นพู่กันนั่งรออยู่ข้างๆผมนอนมองพู่กันอยู่เงียบๆกระทั่งคนตัวเล็กหันมาเจอแล้วทำหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าผมจ้องเธออยู่

“ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“สักพักแล้ว เราทานอะไรหรือยังมันสายแล้วนะ” ผมยันตัวลุกนั่งก่อนจะก้าวลงจากเตียงเดินไปหาพู่กัน

“ทานแล้วค่ะ คือ  คือพู่อยากรอพี่นะแต่ว่าพู่หิวอ่ะเลยไปทานก่อน” คนถูกถามละล้ำละลักบอก แต่เธอจะรู้ไหมว่าช่วงนี้ทานเก่งมากแค่ไหน อะไรที่ไม่ค่อยชอบก็อยากทาน และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมสังเกตได้รองจากประจำเดือนของพู่กันที่ขาดไป

“หึหึ ดีแล้วพี่ขอล้างหน้าหน่อยนะเดี๋ยวออกไปข้างนอกกัน”

“พี่อาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม”

“ดีขึ้นแล้วครับ แล้วน้ำส้มพี่ล่ะ”

“แฮ่ๆพู่เห็นพี่หลับไปแล้วกลัวมันเสียเลยดื่มไปแล้ว แต่เดี๋ยวพู่ลงไปเอาให้ใหม่นะคะ”

“ฮาๆๆ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวรอลงไปพร้อมพี่ก็ได้”

“พี่อินเร็วๆนะ พู่อยากไปทานเค้กด้วย”

“ครับๆ  เราจะเปลี่ยนชุดไหม” ผมตะโกนออกมาจากห้องน้ำเมื่อได้ยินเสียงพู่กันร้องบอกมา

“ไม่เปลี่ยน พี่อินพู่ลงไปรอข้างล่างนะจะไปหาแม่”

“ครับ เดี๋ยวพี่เอากระเป๋าลงไปให้ลงไปก่อนก็ได้”

“...”

ผมได้แต่ส่ายหน้ากับความเด็กของพู่กัน เงียบๆแบบนี้แสดงว่าออกจากห้องไปแล้ว ผมเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วเปลี่ยนชุดก่อนจะเดินไปเก็บของใส่กระเป๋าให้พู่กัน

“ไงคนป่วย ฮาๆๆๆๆ”

“ดีขึ้นแล้วเหรอคนป่วย”

ทันทีที่ก้าวลงมาถึงห้องรับเสียงแซ็วสนุกก็ดังขึ้นทั้งจากพ่อผมและพี่ชาย พอแซ็วเสร็จก็นั่งหัวเราะสนุกผมที่เริ่มหงุดหงิดเลยเดินเข้าไปใกล้พี่ชายมือก็หยิบหมอนมาปาใส่พี่ชายตัวดีไป หมั่นไส้เห็นแล้วหงุดหงิด!

“พี่อิน!!”

“ครับ!!” ผมขานรับทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเมื่อได้ยินเสียงพู่กันตะโกนเรียก

“ไปเลยไหมคะ”

“อ่า ได้ครับไปกัน พ่อผมออกไปข้างนอกนะอาจจะกลับค่ำ”

“เออๆ ขับรถดีๆล่ะ”

“ครับ พู่กันไปกันได้แล้ว”

“ค่ะ แม่คะไปก่อนนะคะ”

“ดูแลตัวเองด้วยนะลูก ตาอินดูแลน้องด้วย”

“ครับๆ ทำไมทุกคนห่วงเมียผมเว่อร์ขนาดนี้เนี่ย” ผมบ่นอย่างไม่จริงมือก็ยกโอบเอวบางให้เดินออกจากบ้าน ตลอดการเดินทางพู่กันชวนคุยไม่หยุดเลยผมได้แต่ยิ้มกับความน่ารักของพู่กัน

“พู่อยากทานเครปเค้ก อยากซื้อเสื้อผ้าใหม่ด้วย อือ อยากซื้อหนังสือมาอ่านด้วย”

“เมื่อเช้าแอบไปทานเค้กแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ฮะ?รู้ได้ไง” พู่กันมองผมอย่างตกใจ แต่ผมแค่หัวเราะก็เธอบอกเองว่าจะทานเค้กรอตอนที่ผมล้างหน้าอ่ะ

“ก็เมื่อเช้าทานข้าวแล้วใช่ไหมล่ะ ทานแล้วก็แบบอยากทานของหวานแล้วมันมีเค้กอยู่ในตู้เย็นพู่เลยทานไง แม่ไม่ดุด้วยนะ”

“แม่ไม่ดุแต่พี่นี่แหละจะดุ ทานของหวานเยอะมันไม่ดีนะ”

“ก็รู้แต่พู่หิวนี่นา”

“ต่อไปถ้าจะทานของหวานหรืออะไรให้บอกพี่ก่อน โอเคไหม” ผมเลี้ยวรถเข้าไปในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนจะพาพู่กันเข้าไปในโรงพยาบาลระหว่างรอตรวจผู้บริหารโรงพาบาลก็เดินเข้ามาทักทายและชวนทานข้าวด้วยแต่ผมก็ปฏิเสธไป ที่จริงโรงพยาบาลนี้เป็นของคุณอาผมเองแหละแต่เพราะครอบครัวผมให้การสนับสนุนท่านเลยรักและให้เกียรติพวกเรา ทั้งทีก็บอกแล้วว่าญาติกันไม่อยากให้ทำแบบนี้แต่ท่านก็ไม่ยอมเลยต้องปล่อยให้ท่านทำอย่างที่อยากทำ

“เชิญเข้าตรวจได้แล้วค่ะ” พยาบาลเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยบอกน้ำเสียงสุภาพ ผมพยักหน้ารับแล้วพยุงพู่กันให้เดินเข้าไปในห้องตรวจ

“สวัสดีครับ เชิญนั่งก่อนครับ” หมอร่างบางที่นั่งอยู่โต๊ะกลางห้องเอ่ยทักทายและเชื้อเชิญเมื่อผมกับพู่กันเดินเข้ามาในห้อง ผมบอกไปแล้วนะว่าต้องการหมอผู้หญิงทำไมยังเป็นหมอผู้ชายที่ต้องตรวจพู่กันน่ะ

“อ่าคุณนรารินใช่ไหมครับ” คุณหมอเอ่ยถาม

“ค่ะ”

“เดี๋ยวหมอจะให้พยาบาลพาไปตรวจนะครับส่วนคุณสามีนั่งรอที่นี่ได้ครับ”

“ครับ”

“รบกวนคุณพยาบาลพาคนไข้ไปตรวจหน่อยนะครับ”

“ได้ค่ะ เชิญค่ะ”

“พี่อย่าไปไหนนะ” ก่อนไปพู่กันกำชับเสียงกังวล แต่พอยิ้มแล้วพยักหน้ารับเธอก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินตามพยาบาลออกไป ตอนนี้เลยมีเพียงผมและคุณหมอผมนั่งเงียบมือก็กดโทรศัพท์พู่กันเล่นไปเรื่อย

“ไม่คิดจะชวนพี่คุยหน่อยหรือไงอิน” จู่ๆคุณหมอก็เอ่ยขึ้น แต่ผมไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมองคนถามหรอกนะ ผมไม่อยากมองหน้าเขาเท่าไหร่

“ไม่อ่ะ ไม่ได้อยากคุย”

“ปากเหรอเนี่ย นี่พี่นะ”

“แล้ว?”

“โอ๊ย กวนว่ะงานแต่งแกฉันก็ไปนะอินเฮ้ อย่ามามองแบบนั้นสิพี่ออกจะยินดีด้วยซ้ำที่แกแต่งงานน่ะ”

“พี่บอกว่าพี่ชอบพู่กัน!!” ผมตวาดกลับเสียงดัง ไม่ได้กลัวเลยว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

“ก็พี่แซ็วแกเล่นไงวะ ใครจะไปคิดว่าแกจะเชื่ออีกอย่างตอนนั้นแกบอกเองนี่ว่าไม่อยากแต่งงานน่ะ”

“ขออนุญาตค่ะ” เสียงพยาบาลดังขึ้นหน้าห้องคุณหมอที่นั่งอยู่ก็เงียบเสียงลงไปเช่นกันส่วนผมก็หน้านิ่งไม่เปลี่ยนกระทั่งพู่กันเดินกลับเข้ามาในห้องผมมองพู่กันอย่างตื่นเต้นแต่เจ้าตัวกลับทำหน้านิ่งๆ

“ผลได้อีกทีตอนไหน” ผมหันไปถามคุณหมอเสียงเข้ม ซึ่งคุณหมอก็หัวเราะอย่างขบขัน

“อีกสักพักแหละ นั่งรอในนี้ก่อนก็ได้เมียแกเคสสุดท้ายแล้ว” สงสัยล่ะวสิว่าทำไมผมกับหมอถึงได้ดูสนิทกันแบบนี้ ก็นี่น่ะลูกคุณอาผมเองคนที่เข้ามาทักทายตอนอยู่ข้างนอกนี่แหละ เราสนิทกันมากเลยนะแต่ผมยังตึงๆอยู่เพราะพี่แกบอกว่าชอบพู่กัน เกือบเคยต่อยกันแล้วด้วย

“พู่หิวไหม” ผมหันไปถามพู่กันเสียงนุ่มมือก็ยกขึ้นลูบผมคนตัวเล็กเบาๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นราวกับว่ากำลังใช้ความคิด

“เป็นอะไรฮึ? ทำหน้าเครียดเชียว” ผมโน้มเข้าไปกระซิบถามพู่กันเสียงนุ่ม

“นึกไม่ออกว่าจะทานเค้กหรือว่าไก่ทอดดี”

End talk

“นึกไม่ออกว่าจะทานเค้กหรือไก่ทอดดี” ฉันเงยหน้าบอกพี่อินอย่างกังวล ก็มันอยากทานทั้งสองอย่างนี่นา

“อืม เอาไว้ค่อยไปดูที่ร้านแล้วกันเผื่อเจอร้านอื่นที่อยากทาน”

“ค่ะ”

“ผลตรวจได้แล้วค่ะ...”

“ขอบคุณครับ” คุณหมอรับแฟ้มไปแล้วเปิดดูสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความยินดี

“ยินดีด้วยนะครับ คุณตั้งครรภ์ได้สิบสองสัปดาห์แล้วนะครับ”

“คะ?” ฉันครางออกมาอย่างตกใจ สิบสองสัปดาห์ก็ราวๆสองสามเดือนเลยนะ

“เมียแกช็อกไปแล้วอิน”

“คงตกใจอ่ะ มีอะไรจะพูดๆมาเลย จะพาเมียไปทานข้าว”

“ทีแบบนี้ล่ะมาเร่ง”

ฉันไม่รู้จริงๆว่าพี่อินคุยอะไรกับหมอบ้างรู้เพียงว่าพี่อินประคองขึ้นรถจากนั้นฉันก็มึนๆงงๆไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่อินพามาร้านข้าวตั้งแต่เมื่อไหร่แม้กระทั่งตอนสั่งอาหารพี่อินก็เป็นคนจัดการเมื่อฉันเอาแต่นั่งนิ่งและเงียบ ฉันไม่ได้รู้สึกเสียใจนะเพียงแต่มันตกใจที่รู้ว่าตัวเองท้อง

“ตกใจเหรอ?” พี่อินย้ายมานั่งข้างๆพรางยกมือขึ้นลูบผมฉันอย่าให้กำลังใจ

“อือ”

“ไม่ต้องกลัวหรอกนะ พี่น่ะดีใจมากเลยนะตั้งแต่จับสังเกตเราได้แล้วก็วันนี้ที่รู้ว่าเราท้องจริงๆ ดีใจไปกับพี่นะ”

“มันแค่ตกใจแล้วก็กลัว...” ฉันบอกพี่อินเสียงแผ่วก้มหน้าบีบมือด้วยความกังวล

“กลัวอะไรบอกพี่ได้ไหม” พี่อินถามกลับมาเสียงนุ่มมือก็ลูบผมฉันเบาๆ

“กลัว กลัวพี่จะทิ้ง กลัวพี่จะไม่จริงจังกลัว กลัวทุกอย่างเลย” ฉันหลุดสะอื้นออกมา ยังดีที่ตรงนี้แบ่งโซนกั้นออกเป็นส่วนตัวไม่อย่างนั้นลูกค้าในร้านคงตกใจกันหมดที่จู่ๆฉันก็ร้องไห้แบบนี้

“หึหึ เด็กน้อยของพี่ พี่ทำถึงขนาดนี้ยังจะกลัวพี่ทิ้งอีกเหรอ ฟังพี่นะพี่จะไม่มีวันทิ้งเราไปไหนถึงแม้เราจะไล่พี่ก็ตามที”

“แต่พู่งี่เง่า”

“แต่พี่รักเรา...”

“เอ่อ ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ”

“เชิญครับ” เสียงเข้มตอบรับผู้มาใหญ่พร้อมกับรั้งฉันเข้าไปซบที่แผ่นอกเขา หลังจากพนักงานเดินออกไปฉันก็ผลักพี่อินออกเบาๆ มือหนายกประคองใบหน้าฉันไว้พรางใช้สายตาที่อบอุ่นจ้องลึกเข้ามา

“เชื่อใจพี่นะ”

“ค่ะ”

“น่ารักที่สุด” พี่อินก้มจูบลงบนหน้าผากฉันแล้วผละออก ฉันได้แต่นั่งเขินเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้อีกอย่างตอนนี้เรายังอยู่ในร้านอาหารนะถ้าเกิดพนักงานเข้ามาเจอจะทำยังไงล่ะแค่นี้ก็อายจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

“เสร็จนี่จะพาไปซื้อของนะ” พี่อินบอก ฉันพยักหน้ารับแต่ไม่ยอมตอบเขาเพราะยังอายอยู่ ฮื่อ!! แล้วแบบนี้พนักงานจะมองฉันเป็นคนแบบไหนล่ะเนี่ย ไอ้พี่อินบ้าทำอะไรไม่อายบ้างเลย

“ทานข้าวครับคนสวย เดี๋ยวอาหารเย็นซะก่อน”

“พี่ชอบแกล้งอ่ะ”

“ก็เราน่าแกล้ง”

“พี่อินอ่า!”

“ฮาๆๆ พอแล้วๆไม่ล้อแล้วทานข้าวได้แล้วครับอยากทานอะไรเพิ่มบอกพี่เลยนะ”

“พี่อินพู่ยังไม่ได้บอกแม่เลย” ฉันเงยหน้ามองคนข้างๆ เมื่อนึกอะไรบางอย่างๆได้

“เดี๋ยวกลับไปค่อยบอกก็ได้ หรือไม่พวกท่านก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าท้อง”

“คะ?”

“ก็แม่ๆไง พี่ว่ารู้แล้วแหละตั้งแต่เมื่อคืนละ” พี่อินเริ่มเล่าเรื่องเมื่อคืนและเรื่องก่อนหน้านี้ให้ฟัง ฉันก็รับฟังสลับกับถามเขาไป วันนี้ตอนนี้มันดูเรียบง่ายไปหมดทุกอย่าง แต่มีเรื่องพิเศษที่เกิดขึ้นระหว่างวันคือวันนี้ฉันได้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว เพราะมีเจ้าตัวเล็กมาอยู่ด้วย ฉันคิดไปยิ้มไปเผลอยกมือลูบที่หน้าท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ตอนนี้มันมีความสุข

“พู่ไปซื้อของกัน” พี่อินที่รับบัตรเครดิตจากพนักงานหันมาเอ่ยชวนฉัน

“อยากได้อะไรไหม” พี่อินเอ่ยถามระหว่างที่โอบเอวฉันเดินออกจากร้านอาหาร เขาไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่นๆที่มองมาเลย ผู้หญิงส่วนมากต่างจับจ้องมองเขาอย่างต้องการบ้างก็อิจฉา

“ว่าไงอยากได้อะไรไหม เราไม่ได้มาซื้อของด้วยกันนานแล้วนะ”

“ไม่รู้เลยค่ะ” ฉันตอบไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยากได้หลายอย่างมาก

“อืม เมื่อเช้าบอกว่าจะซื้อเสื้อใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวเราไปดูเสื้อผ้าด้วยกัน”

“จำได้ด้วยเหรอ”

“ได้สิ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเราพี่จำได้หมดแหละ”

“น่ารักจัง” ฉันว่ายิ้มๆ พี่อินหน้าแดงขึ้นมาทันที ฉันขำเบาๆก่อนจะจับมือเขาแล้วเดินเข้าไปยังร้านเสื้อผ้าที่มีทั้งชายและหญิง แต่ฉันไม่ได้ซื้อให้ตัวเองหรอก ฉันจะซื้อให้พี่อิน เขาน่ะไม่ชอบซื้อเสื้อผ้าอ้างแต่ว่าอยู่ในไร่แล้วไม่ยอมซื้อแต่วันนี้นี่แหละฉันจะซื้อไปให้เยอะๆเลย

“เดี๋ยวๆๆที่รัก ทำไมมาเสื้อผ้าผู้ชายล่ะ” พี่อินถามอย่างสงสัยเมื่อฉันดึงมือเขาไปยังโซนเสื้อผ้าผู้ชาย

“ก็มาซื้อให้พี่ไง เสื้อผ้าพู่เยอะแล้ว”

“แต่พี่ไม่...”

“ขัดใจพู่เหรอ”

“เปล่าครับ อยากเลือกตัวไหนจัดการเลยครับ”

“บอกทีว่าไม่ใช่อาการคนกลัวเมีย”

“ไอ้คิม!! มาได้ไง”

“ดูสาขา แต่ไม่คิดว่าจะเจอคนกลัวเมียแถมนี้”

“กูไม่ได้กลัวเว้ย แค่กูเกรงใจ”

“โคตรแถ แล้วนี่มานานยัง”

“ก็สักพักแล้ว แล้วมึง...”

ฉันปล่อยให้พี่อินคุยกับพี่คิมส่วนตัวเองก็เลือกเสื้อผ้าให้พี่อินอย่างไม่เร่งรีบ เกือบสามสิบนาทีพี่อินถึงได้เดินเข้ามายืนซ้อนหลังพรางยกแขนขึ้นโอบเอวฉันไว้หลวมๆ

“เหนื่อยยัง” เสียงนุ่มกระซิบถาม

“นิดหน่อยค่ะ”

“กลับไหม” พี่อินยังถามต่อฉันเลยพนักหน้าก่อนจะเอาเสื้อผ้าในมือยื่นให้พนักงาน

“ใช้บัตรที่ให้ไปจ่ายนะ ให้มันมีรายการการจ่ายหน่อย”

“ฮ่าๆๆ พู่ประหยัดช่วยไง” ฉันหลุดขำออกมาเมื่อเขาเริ่มวกกลับมางอนเรื่องบัตรเครดิตที่เขาได้ให้ไว้แต่ฉันไม่ยอมใช้

“ไม่ต้องเลย พี่อยากให้เราใช้ พี่ทำงานหนักเพื่อที่จะหาเงินมาให้เราใช้ ใช้ๆมันหน่อยเถอะพู่พี่ขอล่ะ” พอพี่อินพูดแบบนั้นเสียงกรี๊ดเบาๆของพนักงานและลูกค้าคนอื่นๆก็ดังขึ้น พร้อมกับทำหน้าเพ้อๆ

“ก็ได้ค่ะครั้งนี้พู่จะใช้บัตรของพี่จ่าย”

“ดีมากคนสวย”

“ก่อนกลับขอซื้อน้ำส้มก่อนนะคะ อยากดื่มอ่ะ”

“ครับ พี่ก็รู้สึกอยากดื่มอีกแล้วเหมือนกัน” พอคนข้างๆพูดแบบนั้นฉันก็เบิกตากว้างตกใจกลัวว่าอาการพวกนั้นจะกลับมา

“พี่อยากอ้วกหรือเปล่า!?”



======================

ตอนสุดท้ายที่สามารถอัพลงเว็บได้นะคะ เพราะวางจำหน่ายในอีบุ๊คเรียบร้อย ขอบคุณสำหรับการติดตามและกำลังใจนะคะ และติดตามต่อได้ในเรื่อง Snail Lover กระซิบรักยัยหอยทาก ค่ะ เป็นเรื่องของพี่ชายของลุงอิน นั่นก็คือ พี่อาทิตย์หรือพี่ซันนั่นเองค่า ฝากติดตามและให้กำลังใจกันและกันด้วยนะคะ

ความคิดเห็น